มะนาวโซดา และอื่น ๆ

posted on 10 Jun 2014 07:34 by akkarakitt in Experience directory Lifestyle, Knowledge, Diary
 
 
 
เรื่องมันมีอยู่ว่า...
 
ไปสิงสถิตอยู่ในกรุ๊ปไลน์แห่งหนึ่ง มีน้อง ๆ หน้าใหม่ หัดเล่นโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค มาแชร์ประโยชน์ของมะนาวโซดาว่าต้านมะเร็งได้ดีดังนี้
 

ศ.นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ อดีตคณบดีเเพทย์ศิริราช. ส่งมาจึงส่งต่อให้เพื่อนๆ. ครับ ทานน้ำด่าง ง่ายๆ ( น้ำมะนาวแช่ใส่น้ำเย็น/โซดา )

ตัดชิ้นบางๆ ของมะนาว🍋ใส่ในแก้ว󾦈หรือ 󾦆ในโถเหยือก แล้วดื่ม มันจะกลายเป็นน้ำที่มีความเป็นด่างสูงมาก

เชื้อโรคในร่างกาย ไม่สามารถเติบโตในสภาพที่มีความเป็นด่าง ดังนั้น การทานน้ำด่าง จึงช่วยทำลายเชื้อโรค ดื่มน้ำด่าง ทั้งวัน ทุกวัน จะทำให้มีสุขภาพดีขึ้นมาก

มะนาวให้ประโยชน์มหัศจรรย์ ดั่งที่ สถาบันทางวิทยาศาตร์อนามัย ระบุว่า นี่คือ ยาที่มีผลต่อมะเร็งดีเยี่ยมล่าสุดของโลก โปรดอ่านแล้วท่านตัดสินเองแล้วกัน

มะนาว 🍋 เป็นผลิตผลที่มหัศจรรย์มากที่สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้เป็น 1หมื่นเท่า มากกว่า-เคโมเทอราฟี ..

ทำไมเราไม่รู้เรื่องนี้เลย เพราะว่าปฏิบัติการห้องแล็บส่วนใหญ่นั้น ไม่ยอมพูดเรื่องนี้เลย มันจะทำให้สูญเสียผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ไป

เราท่านทั้งหลายสามารถช่วยเพื่อนท่านได้ ในการบอกให้เขาหรือเธอเหล่านั้น ว่า 🍋น้ำมะนาวนั้น มีประโยชน์ยิ่งในการป้องกัน โรคภัยไข้เจ็บ มีรสชาติที่ดี และไม่มีผลข้างเคียงเหมือนการฉีดคีโมฯ คนมากมายอาจตาย ในขณะที่ความลับที่ป้องกันมะเร็งนี้ได้ถูกเก็บงำเอาไว้ เพื่อไม่ให้ต้องการทำลายผลประโยชน์ นับล้านๆ ของบริษัทยาใหญ่ๆ

ทราบไหมว่า ต้นมะนาวนี้ (มะนาวแป้น มะนาวทุกชนิด) ท่านจะกินมะนาวเหล่านี้ในวิธีต่างๆก็ได้ เช่น กินเปลือก กินน้ำ หรือคั้น หรือเตรียมเป็นเครื่องดื่มใดๆ ก็ตาม แต่ที่เราชอบ และมันทำได้หลายอย่าง แต่ถ้าดื่มน้ำ🍋มะนาวผสมกับโซดา จะทำให้น้ำมะนาว 🍋ดูดซึมเข้าร่างกายได้ดียิ่งขึ้น ที่น่าสนใจ คือ มันขจัด ซีด (ก้อนเนื้อร้าย) ..

ผลไม้ชนิดนี้ พิสูจน์แล้ววา สามารถต่อต้านมะเร็งได้ อย่างดีเยี่ยม มีคนกล่าวไว้ว่า
🍋 มันมีผลประโยชน์ สำหรับมะเร็งหลายชนิด
🍋 มันป้องกันการอักเสบของเชื้อแบตทีเรีย เชื้อราได้
🍋 มันสามารถที่จะต่อต้านพาราไซส์ที่อยู่ข้างใน
🍋 มันทำให้เกร็ดลือดที่สูงเกินไปหรือต่ำเกินไป
เข้าสู่ภาวะปกติ
🍋 มันทำให้คลายเครียด
🍋 ต่อต้านโรคประสาท โรคฟุ้งซ่านได้ด้วย

ข่าวสารเรื่องนี้หน้าสนใจมาก มันมาจากบริษัทยาใหญ่หลายบริษัทในโลก ซึ่งมากกว่า 20 บริษัทได้ทำการทดลองเรื่องนี้ ผลการทดลองเปิดเผยออกมาได้ว่า 🍋 มะนาวนี้สามารถทำลายมะเร็งเนื้อร้ายที่รุนแรง
ได้ถึง 12 ชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
- มะเร็งลำไส้เล็ก
- มะเร็งเต้านม
- มะเร็งต่อมลูกหมาก
- มะเร็งปอด
- มะเร็งตับอ่อน

🍋ส่วนผสมของไซทัสหรือมะนาว มีความสามารถในการทำลายมะเร็งได้มากกว่ายาที่ใช้การทำคีโม ทำให้การเจริญเติบโตของเซลมะเร็งนั้นหยุดอยู่กับที่(คงที่)

นอกจากนี้ 🍋 มันยังเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจมาก การรักษาด้วยมะนาวนี้ สามารถทำลายต่อต้านมะเร็งได้อย่างรุนแรง โดยไม่มีผลข้างเคียง

 

ข้าพเจ้าได้รับฟอร์เวิร์ดเมลหรือจดหมายลูกโซ่เกี่ยวกับประโยชน์ของมะนาวในลักษณะนี้มาได้นานปีดีดัก ได้เห็นการพัฒนาของผู้พยายามดันความต้องการมะนาวในตลาดเมืองไทยด้วยจดหมายลูกโซ่ มีการอ้างถึงบุคคลที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในสังคมไทย เช่น ศ.นพ. xxx คนหนึ่ง ว่าเป็นคนส่งข้อความมาให้ ข้าพเจ้าอ่านแล้ว คิดว่า แม้ตัวนายแพทย์เองก็คงจะยังไม่ทราบประโยชน์มหัศจรรย์ของมะนาวนี้ด้วยกระมัง เลยติงไปเล็ก ๆ ชี้ตรงไปที่จุดควรวิเคราะห์ทั้งในฟอร์เวิร์ดเมลนี้ และฟอร์เวิร์ดเมลอื่น ๆ ว่า

 

"ทำไมเราไม่รู้เรื่องนี้เลย เพราะว่าปฏิบัติการห้องแล็บส่วนใหญ่นั้น ไม่ยอมพูดเรื่องนี้เลย มันจะทำให้สูญเสียผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ไป" ประโยคนี้เป็นประโยคที่ทำให้ข้อความทั้งหมดขาดความน่าเชื่อถือ ประโยคดังกล่าวกล่าวขึ้นลอย ๆ ไม่มีหลักฐานใดยืนยัน แต่ชี้นำให้คนคิดไปในทางที่ผู้เขียนฟอร์เวิร์ดเมล์นี้ต้องการ เป็นกลไกการชี้นำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการเขียนบทความแนวนี้ เจริญพร ฯ

 

ความจริงข้าพเจ้าก็ไม่ได้ไปเสียเวลานั่งค้นว่า ศ.นพ. xxx ผู้นี้ ส่งข้อความดังกล่าวมาจริงหรือไม่ ก็คะเน ๆ เอา เหมือนกับคนที่ได้รับฟอร์เวิร์ดเมลทั่วไป แต่เคยอ่านบทความที่หมอคนหนึ่ง ใน exteen นี่ละ ชื่อเหมือนสัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่ง วิเคราะห์ให้ฟัง เป็นหลักเป็นฐาน น่าเชื่อถือกว่าฟอร์เวิร์ดเมลนี้หลายล้านเท่า แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า...

 

ต้องขอโทษนะค่ะ พอดี เพื่อนๆ ส่งมาให้อ่าน และเห็นว่ามันอาจจะมีประโยชน์บ้างนะค่ะ ไม่ได้สนใจกับคำว่า "เสียประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่" แค่รู้สึกว่า "มะนาว" มีประโยชน์มากมายนะค่ะ ถ้าเนื้อหาที่ส่งมาขาดความน่าเชื่อถือ ก็ต้องขอโทษอีกครั้งค่ะ

 

อ่านแล้ว อ๊ะ... ท่าเราจะสื่อสารแบบย่นย่อมากไปหน่อย งั้นจัดเต็มไปสัก ๑ ดอก

 

ประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ อาจเกิดแก่เจ้าของสวนมะนาว มากที่สุด...

ประเด็นคือเขามักจะอ้างว่า ที่ความจริงไม่เผยแก่สาธารณชน เป็นเพราะถ้าเปิดเผยไป ยาคีโมรักษามะเร็งจะขายไม่ได้ "ซึ่งไม่เป็นความจริง" เป็นเพียงข้อความชี้นำให้ผู้อ่านคิดว่า อาจมีขบวนการชั่วร้ายอยู่จริง ๆ ที่ปิดบังไม่ให้เรารู้ประโยชน์ที่แท้จริงของมะนาว มะนาวมีประโยชน์จริง แต่ไม่เกี่ยวกับมะเร็ง

ลองคิดดูถ้าคนเป็นมะเร็งแล้วหลงเชื่อข้อความดังกล่าว ปฏิเสธการผ่าตัด เลิกฉายรังสี เลิกทำคีโม หันมากินน้ำมะนาวโซดาอย่างเอาเป็นเอาตาย สุดท้ายเลยได้ตายจริง ๆ เพราะมะเร็งไม่ได้ถูกรักษา แทนที่จะมีชีวิตอยู่ต่ออีกหลายปี หรือหายจากโรค เราเองเป็น ๑ ในผู้เผยแพร่ข้อความที่ไม่เป็นความจริงนี้ และมีส่วนทำให้เขาตายก่อนวัยอันควร ผลกรรมควรจะตกถึงเราไหม?

แล้วถ้าชวนคิดอีกแง่ มูลนิธิวิจัยมะเร็งทั้งหลาย เขาทุ่มเททำวิจัยกันโดยไม่ได้หวังผลทางการค้า มีหรือ? หากเขาค้นพบว่าสมุนไพรพื้นบ้านอย่างมะนาว สามารถรักษามะเร็งได้ จะไม่เอามาทำวิจัยอย่างจริงจัง คงจะเป็นผลงานวิจัยที่สามารถยื่นขอรางวัลระดับโลกได้เลย เพราะสามารถช่วยชีวิตคนได้เป็นจำนวนมากทั่วโลก ด้วยสมุนไพรที่หาได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะในเมืองไทย พระบรมวงศานุวงศ์องค์ใดองค์หนึ่งคงไม่นิ่งเฉย ถ้าสิ่งนั้นเกี่ยวกับประโยชน์สุขความกินดีอยู่ดีของคนในชาติ จากสินค้าการเกษตรที่เราผลิตได้เอง ไม่ต้องเสียเงินนำเข้ายาราคาแพงจากต่างชาติ

ผลที่เกิดขึ้นชัด ๆ หลังจากเราเผยแพร่ข้อความไม่เป็นความจริงนี้ออกไปเรื่อย ๆ คือราคามะนาวในตลาดโดยเฉลี่ยสูงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ เพราะมีความต้องการเทียม ๆ เหล่านี้ดึงราคาขึ้นไป ข้าพเจ้าไปนวดคลายเส้นที่เพชรบุรี ทางไปค่อนข้างกันดาร อยู่ในป่าในเขาหมอนวดยังดื่มน้ำโซดาที่ว่านี้ เหตุด้วยข้อความชวนเชื่อลักษณะเดียวกัน จึงเห็นโทษของข้อความที่ส่งต่อ ๆ กันไปโดยปราศจากการพิจารณา

เมื่อก่อนข้าพเจ้าก็แชร์ข้อความอะไรดี ๆ จากในเน็ตเหมือนกัน อ่านแล้วรู้สึกดี ก็อยากให้คนอื่นอ่านด้วย จริงหรือไม่จริงไม่รู้แหละ ขอให้มีคนสนใจ มีคนอ่านเยอะ ๆ เป็นพอ แต่พออยู่ในโลกโซเชี่ยลนานไป กลับพบว่า ข้อความที่ไม่เป็นจริง แม้จะอ่านแล้วดูเหมือนจะดี สุดท้ายไม่ให้ผลดี เพราะข้อความถูกส่งต่อไปเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ขยายไปไม่สิ้นสุด เป็นกรรมที่ส่งผลต่อเนื่องไม่รู้จบ และผลกรรมก็ถูกคูณด้วยจำนวนของคนที่หลงเชื่อส่งข้อความต่อจากเรา ฉะนั้นการเผยแพร่ข้อความในโลกโซเชี่ยล ผิดแม้นิดเดียว แต่ผลวิบากนั้นมหาศาล มีข้อความลักษณะเดียวกับข้อความนี้ คือกล่าวถึงประโยชน์ของมะนาว ผิวใช้ทำอย่างนั้น รากใช้ทำอย่างนี้ แต่ไม่ได้รับความนิยมในการส่งต่อ และไม่สามารถสร้างความต้องการเทียมได้มากเท่าการเอาโรคร้ายแรงต่อชีวิตอย่าง "มะเร็ง" มาเป็นเครื่องมือ เอาความหวังน้อยนิดของผู้ป่วยที่อาจกลัวการผ่าตัด อาจไม่มีทุนทรัพย์มากพอ อาจไม่มีความรู้ความเข้าใจในโรค มาเป็นเครื่องมือ อยากให้ทุกคนตระหนักถึงจุดนี้ มากกว่าใช้คำว่า "ก็แค่รู้สึกว่า..." ก็เลยแชร์ไป ไม่ต้องขอโทษ เพราะไม่ได้ทำให้ใครในที่นี้เสียประโยชน์ แต่จงถ่ายทอด "โทษ" ที่คนทั่วไปมักนึกไม่ถึงนี้ย้อนกลับไปสู่ต้นตอของจดหมายลูกโซ่นี้จะดีกว่า

เจริญธรรม ฯ

หนึ่งดอกนั้นก็เอวังด้วยประการฉะนี้ ฯ

 
 
 

edit @ 10 Jun 2014 19:08:37 by Dhammasarokikku

๑.
 
แม้ภาพท่ี่ปรากฏเบื้องหน้า ให้ความรู้สึกร้อนระอุเพียงไร แต่อาแปะเตี๋ยว กลับรู้สึกเย็นไปถึงไขกระดูกสันหลัง มืออาแปะกำแน่นชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ
 
บุรุษสูงใหญ่ท่าทางสง่างามเปลี่ยนจากอิริยาบถพิงเก้าอี้สบาย ๆ กลางโถงใหญ่ มาทำท่าสนใจผู้มาเยือนรายใหม่  
 
"เธอเคยทำความดีกระไรมาบ้าง?" เอ่ยถามน้ำเสียงเรียบ ๆ ทว่ามีอำนาจ
แม้จะเป็นประโยคคลาสสิกที่ต้องถามซ้ำซาก แต่ดูเหมือนผู้เป็นใหญ่ในห้องนี้ ไม่เคยเบื่อจะถามเลย
 
อาแปะเตี๋ยวก้มหน้านิ่งไม่ปริปาก หูอื้อปากสั่น ในหัวตื้อไปหมดคิดอะไรไม่ออก มองซ้ายมองขวา ก็เห็นแต่คนหน้าซีดคอตกไม่ต่างจากตน
 
"ว่าไงท่านเตี๋ยว... ท่านเคยเคารพผู้ใหญ่ไหม?... ท่านเคยให้ทานไหม?... ท่าน...??? " บุรุษร่างสูงใหญ่ถามไปเรื่อย ๆ ด้วยน้ำเสียงเปี่ยมเมตตา ดังที่เคยปฏิบัติเป็นประจำ
 
อันที่จริง อาแปะเตี๋ยวก็เคยทำความดีมาบ้าง เล็ก ๆ น้อย ๆ ไหว้พ่อไหว้แม่ แต่นาทีนี้ความรู้สึกผิดมันกลบเสียงคำถามเหล่านั้นทั้งหมด คิดวนเวียนถีึงแต่กรรมชั่วที่ตนทำเป็นประจำนั่นคือ "แทงคอหมู"
 
นั่งนึกเสียใจ ทามมายอั๊วะคิกม่ายล่ายก่องหน้านี้นะ ทามมายไค ๆ พูก อั๊วะก็ม่ายเชื่อ อั๊วะน่าจะ... น่าจะ... น่าจะ...
 
"ว่าไงท่านเตี๋ยว... " เสียงเปี่ยมอำนาจกระชากอาแปะเตี๋ยวออกจากห้วงความคิด
"ตกลงท่านนึกความดีอะไรไม่ออกเลยใช่ไหม? งั้นเราคงต้องทำไปตามหน้าที่นะ บัญชีบาปของท่านมันยาวเป็นหางว่าวทีเดียว"
 
"อ่า...อาเฮีย...อาเฮีย... อั๊วะเสียจาย" เสียงอาแปะเตี๋๋ยวเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ
 
"หา... ว่าไงนะ... ท่านนึกความดีกระไรออกหรือ?" เสียงผู้เป็นใหญ่กระตือรือร้น แฝงด้วยความเอื้ออารี
 
"คือ... อั๊วะเสียจายกะสิ่งที่อั๊วะทามโลงปาย อั๊วะจะม่ายทามมานอีก" สำเนียงไทยปนจีนของอาแปะสั่นเครือด้วยความหวาดการลงโทษอันน่าสพรึงกลัว
 
"อืม... แล้วเวลาใคร ๆ บอก ทำไมไม่เชื่อเล่า นี่แถมยังด่าทอเขาอีก เขาอุตส่าห์หวังดี" ผู้เป็นใหญ่ทำหน้าเหนื่อยหน่าย เป็นอีกครั้งที่งานช่วยเหลือคนเยี่ยงโพธิสัตว์ไม่ให้ตกนรกของท่านพระยายมราชทำท่าจะล้มเหลว
 
"ไหนเอาบัญชีมาดู... โอ้โห... จัดมาเยอะนี่เรา ฆ่าสัตว์เป็นวัตร ด่าทอภิกษุสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ...ฯลฯ...  ที่ว่ามานี่จริงไหม?"
 
คนเราก็แปลก ตอนมีชีวิตอยู่เพลาทำความชั่วกระไร สักพักก็ลืม จำอยู่ไม่นาน แต่เพลานี้ สมองอาแปะเตี๋ยวกลับจำสิ่งที่เคยทำมาได้ชัดเจน ราวกับทุกเหตุการณ์เพิ่งเกิดเมื่อชั่วโมงก่อน ฉายเป็นฉาก ๆ สมจริงดั่งกำลังนั่งดูทีวีสามมิติจอแบน โซนี่บราเวีย ๖๐"
 
จะโกหกว่า "ไม่ได้ทำ" เหมือนสมัยอยู่เมืองมนุษย์ก็ทำไม่ได้ ได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ
 
"ทำความชั่วมากขนาดนี้ คงต้องเอาไปลงโทษให้หลาบจำ เอ้า... เอาตัวไปโรรุวนรก"
 
เหมือนฟ้าผ่าลงกลางกระหม่อม อาแปะเตียวเสียววาบเย็นไปทั้งกาย เหมือนได้รับประกาศคำสั่งศาลประหารชีวิต แค่ประหารชีวิตหน่ะทนเจ็บประเดี๋ยวเดียวก็พ้นไปแล้ว แต่การลงโทษที่รออาแปะอยู่เบื้องหน้าขณะนี้มันกินเวลาเนิ่นนานชั่วกัปป์ชั่วกัลป์ ร่างที่เคยสลดหดหู่สำนึกบาป บัดนี้เริ่มพยายามออกแรงขัดขืนไม่ยอมรับคำพิพากษา แต่บุรุษร่างกำยำผิวคล้ำจนมองหน้าแทบไม่เห็น โพกผ้าสีแดง ยืนอยู่เบื้องหลังทั้งสองดูจะไม่อนุญาตให้อาแปะขยับตัวเท่าไรนัก ไม่สามารถแม้จะกระดิกปลายก้อย ตัวอาแปะเริ่มลอยไปสู่นรกแผดเผาอยู่เบื้องหน้า
 
"อาเฮีย อาเฮีย อั๊วะทามโลงปายม่ายรู้จินจิน อาเฮียอย่าทามอั๊วะเลย เดี๋ยวอั๊วะจาให้เงิงอาเฮียนะ อั๊วะมีเงิงฝังไว้ที่บ้างเยอะเลย อาเฮียจะอาวท่าวไหร่ อั๊วะจากลับปายอาวมาให้ อย่าลงโทกอั๊วะเลย" อาแปะต่อรองครั้งสุดท้าย
 
"อุวะ..." น้ำเสียงเรียบเย็นกลายเป็นเกรี้ยวกราดขึ้นมาแวบนึง แล้วกลับเป็นน้ำเสียงเนิบ ๆ แต่เข้มขึ้นเล็กน้อย "เธอไม่รู้หรือว่า เงินทองที่นี่ไม่มีความหมาย เราอุตส่าห์ช่วยเธอเต็มที่แล้ว ยังจะมาติดสินบนทำความผิดเพิ่มอีกกระทง โรรุวะคงยังไม่พอให้เธอหลาบจำ พ้นไปได้ก็ยังต้องเวียนกลับลงมาอีก ปะพาไปอยู่ขุมสุดท้ายนะ คนต่อไป" ท่านผู้เป็นใหญ่ระงับบทสนทนา เรียกคนที่รออยู่เข้ามาพิจารณาต่อไป 
 
"ม่ายยยย อย่าลงโทกอั๊วะเลยยยย อั๊วะสำนึกเลี้ยววววว อาเตี่ยอาม่าอากงอาซิ้มเหลาเจก ช่วยอั๊วะล้วยยย" เสียงอาแปะโวยวายลั่น แต่ตัวอาแปะก็ยังเลื่อนไปข้างหน้าไม่หยุด
 
เปลวไฟร้อนแรงเบื้องหน้าใกล้เข้ามาทุกที อาแปะร้องขอความเมตตาสุดเสียง พยายามขัดขืนไม่ต่างจากเหล่าหมูที่ดิ้นรนให้พ้นจากการถูกแทงคอเท่าใดนัก
 
"อาตงงง... ช่วยเตี่ยล้วยยยย..." เสียงสุดท้ายในสำนึก ก่อนความรู้สึกอาแปะจะวูบลง
 
จบตอน ๑
 
ดัดแปลงจาก : ไฟไหนเล่า จะร้อนเท่าไฟนรก ของ ดร.สุทัสสา อ่อนค้อม
 
ปล.๑ พบหนังสือชื่อ "The Story of Old Man Tiow" ขณะปฏิบัติศาสนกิจอยู่ประเทศมาเลเซีย รู้สึกชอบใจจึงวานให้ญาติโยมโทรไปขออนุญาตดัดแปลงจากเจ้าของแล้ว
 
ปล.๒ ขออภัยมิตรรักแฟนบล็อกทุกท่านด้วย เอ็นทรี่นี้โพสต์ทันทีหลังจากได้รับอนุญาตจาก อ.สุทัสสา โดยตรงทางโทรศัพท์ อย่างไม่เป็นทางการ ภายหลังแอดมินเพจ อ.สุทัสสา อ่อนค้อม แจ้งมาว่า อ.สุทัสสา ได้อ่านแล้ว ไม่อนุญาตให้ทำการดัดแปลง
 
จึงขอเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น "แนะนำหนังสือ ไฟไหนเล่า จะร้อนเท่าไฟนรก ของ อ.สุทัสสา อ่อนค้อม" 
ขอเชิญติดตามเรื่องราวของอาแปะเตี๋ยวได้ในหนังสือเล่มดังกล่าวครับ
มีคำถามเข้ามาอีกคำถาม ดองไว้จนเค็มได้ที่ ก็ปัดฝุ่นเอาขึ้นมาตอบ คำถามมีอยู่ว่า
 

นมัสการครับ

มีเรื่องจะเรียนถามอีกแล้วครับ เรื่องแรกเลย การทำบุญโดยการเตรียมการไว้ก่อนเช่น ตั้งใจจะไปทำบุญที่โน้นที่นี่ ตระเตรียมข้าวของทุกอย่างล่วงหน้าแล้วจึงค่อยไปทำบุญ กับการทำบุญโดยไม่ได้ตระเตรียมไว้ก่อน อยู่ๆมีคนชวนหรือแบบว่าอยู่ก็ไปทำเลยเจอบุญแบบกระทันหันก็ทำแบบกระทันหัน ถ้าเจตนาดีเท่ากันทุกอย่างทั้งสองการกระทำ อย่างไหนถือว่าเป็นกุศลที่แรงกว่ากันครับ

นมัสการครับ

อยากทราบเฉยๆครับพอดีอ่านอะไรไปเรื่อยแล้วฉุกคิดขึ้นมาครับ

 

ว่าโดยจิตที่เป็นกุศลแล้ว ทั้ง ๒ แนว ได้กุศลเท่ากัน ความแรงของกุศลขึ้นกับปัจจัยอื่นมากกว่า เช่น ก่อนทำบุญมีจิตเป็นกุศลไหม? ระหว่างทำจิตเป็นอย่างไร? หลังทำแล้ว มีอาการเสียดายไหม? วัตถุทานได้มาโดยบริสุทธิ์ไหม? หรือไปโกงชาติบ้านเมืองมาทำบุญ? ผู้รับทานมีคุณธรรมขั้นใด? เป็นต้น แต่เวลากุศลวิบากกลับมาสนอง ไม่เหมือนกัน ตามเจตนาจิต

 

แบบแรก ทำบุญโดยไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า อันนี้เวลากุศลกรรมให้ผล ก็จะออกแนวที่เราต้องมีการคิดวางแผนล่วงหน้า มีการศึกษา มีการทำงาน เพื่อให้ได้ลาภผลเป็นน้ำเป็นเนื้อ และยั่งยืน ไม่ค่อยมีพลิกโผ หรือหวือหวา เช่น นอกจากทำงานประจำแล้ว อาจไปลงทุนในกองทุนระยะยาวสักกองทุนหนึ่ง ซึ่งได้รับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า ให้ผลประกอบการที่น่าพอใจ ผลแห่งทานจะออกมาในรูปที่มีรายได้ที่คงที่มั่นคง แนวนี้ตอนรับผลแทบไม่รู้ตัว เพราะเหมือนกับตนเป็นผู้วางแผนเอง แต่จริงแล้ว กุศลกรรมจะวางให้ผู้ลงทุน ลงทุนในธุรกิจที่ถูกต้อง ถูกเวลา ความเสี่ยงต่ำ หรือแม้ลงทุนในธุรกิจความเสี่ยงสูง ก็ลงทุนในจังหวะที่ดี ไม่สูญเงินต้น เป็นต้น (การสูญเงินต้น เป็นวิบากของการล่วงอทินนาทาน)

 

แบบหลัง ทำบุญแบบกระทันหัน มิได้เตรียมล่วงหน้า ผลแห่งกุศลกรรม จะออกมาแนวหวือหวาหน่อย คาดเดาไม่ได้ว่า จะมาอย่างไร มาทางไหน ส่วนใหญ่จะเป็นลาภลอย ถูกหวย ถูกสลาก ได้รางวัลชิงโชคอิชิตันรวยเป็นล้าน ไอโฟน ไอแพด เป็นต้น ทำนองเดียวกับตอนทำบุญที่ไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้า ผู้ที่ได้ลาภลอย ก็มักไม่มีแผนรองรับลาภลอยเหล่านั้น มักใช้หมดไปอย่างน่าเสียดาย

 

ความจริงทั้งสองแบบนี้ สามารถสังเกตได้จากอุปนิสัยปัจจุบัน หากเราเป็นคนที่คิดแล้วคิดอีก กว่าจะทำบุญคราหนึ่ง อย่างนี้อย่าไปซื้อเลย หงหวยกระบวยสาเหร่ โดนแด๊กซ์เรียบวุฒิแน่นอน (ข้าพเจ้าพิสูจน์มาแล้วด้วยตนเอง กว่า ๒๐ ปี 555+) และลองสังเกตคนที่ถูกหวยบ่อย ๆ รับรองว่า อุปนิสัยการทำบุญของเขาจะเป็นประเภทไม่คิดมาก บอกปุ๊บทำปั๊บ กระไรเทือกนั้น แล้วลาภลอยมา ก็มักลอยไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ฉะนั้นอย่าไปน้อยเนื้อต่ำใจว่า ทำไมฉันไม่เคยมีโชคลาภกระไรกับเขาเลย? คนเรามีกรรมเป็นของตนครับ

 

ดังนี้หากอยากถูกหวยรวยเป็นล้านกับอิชิตันอย่างใครเขาบ้าง ก็ต้องหัดทำทานประเภทไม่วางแผนล่วงหน้าไว้บ้าง อย่างไรก็ดี การทำบุญด้วยหวังจะให้ถูกหวยรวยข้ามคืน ถูกรางวัลชิงโชคสะโป๊กดาร์ค ไม่โดนกินตังค์ค่า sms เสร็จตาตันฟรีนั้น มีความโลภนำหน้า กว่าจะให้ผลมักยาวนานข้ามภพข้ามชาติ ความอยากถูกหวยนั้น ถ้าอธิษฐานแรงมาก ๆ ก็ไม่ต่างกระไรจากอธิษฐานให้มาเกิดใหม่ เพื่อให้กลับมาถูกหวย ทางที่ดี ทำบุญทุกประการ มุ่งไปนิพพานจุดเดียวเลย ดีที่สุด มาตรแม้นการถูกหวยจักเป็นปัจจัยให้เราถึงซึ่งนิพพาน เราก็จะถูกเองโดยไม่ต้องอธิษฐานใดใด ฉะนี้แล ฯ

 



ฝาอิชิตันกถาก็เอวังด้วยประการฉะนี้ ฯ 

edit @ 7 Dec 2012 20:30:51 by Dhammasarokikku

Dhammasarokikku View my profile