สมควรแก่เวลาแล้ว ก็ขอกราบลาพระอาจารย์ ท่านยังมีเมตตา ให้เช็คของขวัญมูลค่า ๕๐๐.- บาท ไว้เพื่อเป็นค่ารถกลับวัดเมื่อสิ้นการธุดงค์ด้วย ไม่อยากขัดศรัทธาท่านเล้ย เพราะจริงแล้วการธุดงค์ ก็จะสิ้นสุดในวันนี้นั่นแล จะปฏิเสธก็กลัวเสียกำลังใจ ด้วยท่านอุตส่าห์ไม่ให้เป็นเงิน ไปแลกเป็นตั๋วเงิน ซึ่งพระธุดงค์รับได้ ก็เลยรับมา แล้วออกเดินไป ตามทางหลวงหมายเลข ๑ ได้ประมาณ ๗ กม. ก็มีรถตู้มารับอีก พาไปอีก ๑๔ กม. ก็ปล่อยลง เดินไปอีกเล็กน้อย โยมจากกรุงเทพฯ ก็มารับ ขึ้นไปเชียงราย

 

ขากลับกรุงเทพฯ รู้สึกยังไม่อยากกลับเท่าไหร่ แวะไปหาหลวงตาพวงก่อนดีกว่า เพราะท่านก็อายุมากแล้ว ตาก็ใกล้บอด อยู่วัดกันเพียง ๒ รูป กับหลวงพี่ตือ ไม่มีโยมอุปัฏฐาก อาตมานี่ พอเปิดเรียน ก็ไปไหนไม่ได้แล้ว เดือนหน้าก็จะไปแจกของ ช่วยชาวเขาที่แม่ฮ่องสอน จะได้มากราบอีก เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทราบจากหลวงพี่เอว่า หลวงพี่ตือท่านอยากจะไป หาพระอาจารย์ ที่กำแพงเพชร ก็เลยกะว่าจะไปเยี่ยม และอยู่บิณฑบาต เลี้ยงหลวงตา แทนหลวงพี่ตือสัก ๑๐ วัน และเพื่อให้เช็คของขวัญนั้น ได้อานิสงส์เต็มที่ อาตมาก็จะเดินจากทางแยกเข้าอุทัยธานี ไปหาหลวงตาที่ ต.สมเด็จเจริญ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี ระยะทางราว ๆ ๒๐๐ กม.ได้ คงไม่ยาก เพราะที่ผ่านมาวันเดียว ก็ถึงลำปางจริงไหม เมื่อเล็งหาทำเลเหมาะได้แล้ว เป็นที่พักสายตรวจร้าง ระหว่างทางเข้าตัวเมืองอุทัยฯ อาตมาก็ขอลงรถ ไปกางเต้นท์ (โยมเอาเต้นท์มาให้ จากกรุงเทพฯ) ในที่พักสายตรวจนั้น เวลาประมาณ ๓ ทุ่ม หมาก็เห่าไปตามเรื่อง ของมัน สีฟันแล้ว ก็กะจะทำวัตรเข้านอน ทันใดนั้นเอง สิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!!! ร่างดำทะมึน ๘ ร่าง ปรากฏตัวขึ้นในที่พักร้าง อย่างไม่คาดฝัน!!! ผ..ผ..ผ..ผีผีผี... ขนเตรียมจะลุก ผมเตรียมจะชี้ ขาเตรียมจะโกย แต่เอ๊ะ!!!... ผีอะไร แต่งตัวคล้ายผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ที่ไหนได้ สายตรวจนำกำลังตำรวจ พร้อมปืนเอ็ม-๑๖ เข้าขอตรวจค้น เพราะไม่แน่ใจว่า เป็นพระจริงหรือเปล่า (โถ...หน้าอาตมามัน ผิดระเบียบใช่ไหมนี่) เขาก็มาตรวจค้น ยาเสพติดตามหน้าที่ เพราะมันผิดสังเกตุ ที่พระลงจากรถเก๋ง แล้วก็มากางเต้นท์ในที่พักสายตรวจ ตอน ๓ ทุ่ม อาตมาก็ให้การ มีพิรุธ เพราะมันตื่นเต้น เขาเลยค้น อย่างละเอียด แล้วเขาก็เจอ ซองบรรจุผง คล้ายยาเสพติด นี่คืออะไร ตำรวจถามเสียงเข้ม เอ่อคือ... เก๊กฮวยผงจ๊ะโยม (ฮา)