มีคนบอกให้ข้าพเจ้า เขียนเรื่องมุมมองต่อเรื่องทั่ว ๆ ไป อาจจะได้เห็นมุมมองที่แปลกไป ข้าพเจ้าเลยลองเขียนดู 

เผอิญช่วงนี้ ถูกโลกธรรมเล่นงานหนักไปหน่อย เลยรู้สึกเซ็ง ๆ ครูบาอาจารย์ท่านว่า ใครเขาด่าเรา คิดเสียว่า เขาด่าขันธ์ ๕ ของเรา ขันธ์ ๕ ไม่ใช่เรา เราไม่ใช่ขันธ์ ๕ เพราะมีขันธ์ ๕ นั่นแหละ เลยทำให้เป็นทุกข์ คิดก็คิดได้ จำก็จำได้ แต่มันก็ยังเซ็งไม่หาย ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร เลยเอาซีรี่ย์เกาหลีขึ้นมาดูแก้เซ็ง ดูแล้วก็ติดครับ อย่างไรแล้ว เลยตัดปลิโพธิด้วยการดูรวดเดียวจบเลย ใช้เวลา ๓ วัน

ระหว่างการดู ก็กำหนดรู้ลมหายใจไปด้วย ดูอารมณ์ใจไปด้วย พิจารณาไปด้วย ที่หลวงพ่อปราโมทย์ว่า เดี๋ยวนี้สิ่งยั่วกิเลสมันแรง จริงเลยครับ ประการแรกคือ ดูแล้วติด ติดในอารมณ์ ติดที่อยากรู้เรื่องตอนต่อไป ประการที่สอง เขาช่างทำละครได้แนบเนียนมาก หลอกให้คนเราไปติดในกามคุณ ๕ ได้อย่างยอดเยี่ยม

ยอมรับเลยว่า สติสัมปชัญญะเรายังไม่เข้มแข็งพอที่จะรับมือกับสื่อความบันเทิงสมัยใหม่ ที่มีทั้งภาพ และเสียง

ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมครับว่า ทำละครได้สมจริงสมจัง นักแสดงแสดงได้ "ถึง" อารมณ์ ข้าพเจ้าชอบชมการแสดงอารมณ์ของนักแสดงมากกว่าเนื้อเรื่อง (แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สนพล็อตเรื่องนะ) เกาหลีนี่เขาเก่งจริง ๆ นะ เมื่อ ๑๐ ปีก่อน เขาวางแผนยุทธศาสตร์ระดับเป็นวาระแห่งชาติ ขอขึ้นเป็นอันดับ ๑ ในเอเชีย แทนประเทศญี่ปุ่น แล้วเขาก็ทำได้จริง ๆ

เมื่อได้รับชมแล้ว ก็รู้สึกเหมือนดูหนังซ้ำ ที่แตกต่างในรายละเอียด นางเอกช่างละม้ายคล้ายนางเอกเรื่องแดจังกึม คือ ช่างเป็นผู้หญิงที่เป็นคนดีเว่อร์ ๆ (ซึ่งไม่น่ามีจริงในยุคปัจจุบัน) นางรองช่างละม้ายคล้ายนางรองในเรื่องฟูลเฮ้าส์ คือประกอบอาชีพที่ดูเท่ห์ เป็นอาชีพในฝันของผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง และดูมีเสน่ห์ ที่สำคัญ พระเอกต้องรวยครับ ส่วนองค์ประกอบอื่นคงไปซ้ำกับอีกหลายเรื่อง พอดีมีโอกาสได้ดูแค่ ๒ เรื่องนี้

สิ่งที่น่าชื่นชมเป็นพวกอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนทำหนังเขาเอามาทำให้ละครกิ๊บเก๋มาก ๆ เช่น การที่พระเอกชอบเล่นตุ๊กตาจำลอง ซึ่งเชื่อว่า สมัยเราเป็นเด็ก ทุกคนก็ต้องมีสักครั้ง ที่เล่นคนเดียว อยู่ในโลกจินตนาการของตัวเอง จนคิดไปถึงว่า ผู้สร้างเองน่าจะเคยเป็นเด็กที่เติบโตมาอย่างโดดเดี่ยว (มิเช่นนั้น ไม่น่าจะสื่อถึงอารมณ์ได้ขนาดนั้น)

เอาละ ข้าพเจ้าไม่ใช่นักวิจารณ์หนัง และวิจารณ์ไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร มาโยงหนังเข้าเรื่องธรรมะกันเลยดีกว่า อันดับแรกเลย เห็นทุกข์ของชีวิตครับ นางเอกชีวิตรันทด ปากกัดตีนถีบ นี่ยังดีนะครับที่เป็นละครเกาหลี ถ้าเป็นละครไทยชีวิตจะรันทดมากกว่านี้อีก และในชีวิตจริง ก็มีคนที่รันทดยิ่งกว่าในละคร เพียงแต่ไม่สวยเหมือนนางเอก

อันดับสอง เห็นทุกข์ของชีวิตครับ นางเอกเกาหลีบางคน ที่บนจอแก้ว โนเน๊ะ อินโนเซ้นท์ แต่บินมานอนกับผู้ชาย ในเมืองไทยครับ นั่นแสดงให้เห็นว่า อยู่ในประเทศเขา เขาไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ครับ

อันดับสาม เห็นทุกข์ของชีวิตครับ พวกดารานักแสดง เจ้าบทบาททั้งหลาย สามารถกลั่นน้ำตา ฉีกยิ้ม ฝืนหัวเราะ ได้ตลอดเวลา นั่นแสดงว่า เขาเหล่านั้น ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี จนบางที ชีวิตจริง กับชีวิตในโลกละครแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ และนั่นแสดงให้เห็นว่า เขาผ่านความทุกข์มาเท่าไหร่ครับ กว่าจะได้มายืนแถวหน้า เป็นพระเอกนางเอก 

อันดับสี่ เห็นทุกข์ของชีวิตครับ เห็นความยากลำบากของการพยายามมีชีวิตคู่ครับ จนบางครั้ง ดู ๆ ไป ต้องอุทานออกมาว่า ปิยะโต ชายะเต โสโก ปิยะโต ชายะเต ภะยัง ความเศร้าโศกเสียใจ เกิดขึ้นเพราะความรัก ภัยอันตรายทั้งหลาย เกิดขึ้นเพราะความรัก (หรือที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีภัย) ปิยะโต วิปปะมุตตัสสะ นัตถิ โสโก กุโต ภะยัง เมื่อไม่มีความรักเสียแล้ว ความเศร้าโศกเสียใจ และภัย ก็ไม่มี (ประโยคหลังนี่ จำไม่ได้หรอก พอดีไปตรวจความถูกต้องของบาลี แล้วพบว่า ยังมีท่อนต่ออีก ไพเราะดี เลยเอามารวมด้วย) ข้าพเจ้าเองก็เคยมีความรักมาก่อน ไม่ค่อยแตกต่างจากในละครเท่าไหร่ครับ คือทุกข์เหมือนกัน

อันดับห้า เห็นทุกข์ของชีวิตครับ แม้เมื่อได้รักกันแล้ว ก็ยังเป็นทุกข์ครับ ต้องทะเลาะกันบ้าง ประคับประคองกันบ้าง พอมีลูก ก็ยิ่งทุกข์หนักเลยครับ รู้สึกผู้หญิงจะเป็นทุกข์มากกว่าผู้ชาย ไม่รู้กี่ร้อยล้านเท่า แต่เขาบอกว่า เขาเป็นสุขครับ ที่ได้เลี้ยงลูก ความรักมันทำให้คนตาบอดจริง ๆ ครับ ทุกข์อยู่ตรงหน้าตัวเองแท้ ๆ ยังเห็นเป็นความสุข

อันดับหก เห็นเรื่องโกหกครับ หนังรักส่วนใหญ่ จะแสดงให้เห็นช่วงที่มีความสุข โดยด้านเดียว เพราะเป็นสิ่งที่คนดูชอบใจ ดูแล้วมีความสุข ความจริงแล้ว ไม่ได้เป็นเช่นนั้นครับ จะหาคู่ที่อยู่ด้วยกัน แล้วมีความสุขตลอด ข้าพเจ้าว่า ไม่มีหรอกครับ และเป็นการโกหกที่เนียนมากครับ เพราะไม่ใช่แสดงให้เห็นความสุขอย่างเดียว มีทุกข์เจืออยู่บ้าง เพื่อเป็นสีสันของละคร และเพื่อความสมจริงสมจัง อย่างเรื่องนี้ ช่วงก่อนจะรักกันช่างยากเย็น ทว่าพอรักกันแล้ว โอ้ย...มีแต่ความสุข ชีวิตจริง ทุกข์มันมากกว่าสุขอีกครับ ตลอดเวลา ไม่ใช่เฉพาะตอนจีบกัน รักกัน แต่งงานกัน มีลูกด้วยกัน มีแต่ทุกข์ทั้งนั้นครับ ยกตัวอย่างเช่น เวลามีลูก เขาจะแสดงให้เห็นความน่ารักของเด็ก ความสุขที่ได้อยู่กับลูก กอดลูก แต่ตอนเช็ดขี้เช็ดเยี่ยว ไม่ได้แสดงครับ เวลาพ่อแม่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก มาให้นมลูก มาเปลี่ยนผ้าอ้อม ไม่ได้แสดงครับ เวลาป้อนข้าว แล้วเขาไม่ยอมกิน ไม่ได้แสดงครับ เวลาลงไปดิ้นกองกับพื้นจะเอาขนม จะเอาของเล่น ไม่ได้แสดงครับ เวลาพ่อแม่ไปขวนขวายหาค่าเทอมลูก ไม่ได้แสดงครับ จริงแล้ว จะว่า โกหกก็ไม่ถูกนัก เรียกว่า แสดงไม่ครบดีกว่า ฉะนั้นแล้ว ถ้าดูหนังที่แสดงไม่ครบเช่นนี้บ่อย ๆ ก็จะเข้าใจไปได้ว่า ชีวิตคู่ช่างเป็นอะไรที่น่าใฝ่ฝันหา เพราะฉะนั้น ลำบากเท่าไหร่ก็ยอม ซึ่งไม่จริงเลยครับ นี่ละครับที่บอกว่า หลอกให้ไปติดกามคุณ ๕ อย่างแนบเนียน

อันดับเจ็ด เห็นทุกข์ของชีวิตครับ พอหนังจบ ก็รู้สึกว่า ไม่น่ารีบจบเลย อยากไปขวนขวาย หาเรื่องอื่นมาดูอีก ทุกข์ไม่รู้จบครับ ต้องไปขวนขวาย หาเรื่องโกหกมาดูอีก กิเลสคนเรานี่มันชอบเรื่องโกหกนะครับ ความจริงไม่ค่อยชอบ เช่น ให้ดูว่า ร่ายกายคนเรา ประกอบด้วยอะไรบ้าง มีน้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง เอ็น กระดูก ไส้ใหญ่ ไส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่า ฯลฯ ไม่ยอมดูกันครับ ชอบดูแค่หนังกำพร้าบาง ๆ ที่หุ้มห่ออวัยวะภายใน ผ่านการขัดสีฉวีวรรณมาอย่างดี พรมด้วยน้ำหอม เติมแต้มสีสัน ปกปิดด้วยผ้าผ่อนน้อยชิ้น ของเหล่าดารานางแบบปากเผยอ ทั้งหลาย ข้าพเจ้าก็ชอบดูครับ แต่เผอิญดูมาเยอะไปหน่อย เลยรู้สึกเลี่ยน

อันดับแปด เห็นทุกข์ของอารมณ์ใจครับ ทุกขัง บาลีแปลว่า สภาวะอันทนได้ยาก เมื่อรูปมากระทบตา เสียงมากระทบหู สมองก็ปรุงแต่ง อารมณ์ใจก็ไม่สามารถทนอยู่ในอารมณ์เดิมได้ แปรเปลี่ยนไปจากอารมณ์เดิม ที่เฉย ๆ บางทีก็ยิ้ม บางทีก็หัวเราะ บางทีก็น้ำตาไหลครับ แปรปรวนเป็นอนิจจังครับ และที่สุด มันควบคุมอะไรไม่ได้เลยครับ เมื่อกี้หัวเราะอยู่ดี ๆ พอหนังจบ จะให้มันหัวเราะใหม่ นึกถึงฉากนั้นใหม่ มันก็ไม่หัวเราะครับ หรือฉากไหนน้ำตาไหล พอเลยผ่านไป จะคิดอย่างไร น้ำตามันก็ไม่ไหลครับ อารมณ์ใจไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเราครับ ช่างเป็นอนัตตาเสียนี่กระไรครับ

อันดับเก้า เห็นความไม่มีสาระอะไรครับ อีกไม่เกินร้อยปี ทั้งคนแสดง ทั้งคนสร้าง ทั้งคนดู ก็ตายหมด ความบันเทิง ไม่เห็นช่วยอะไรได้ แล้วจะโลภกันไปทำไม จะโกรธกันไปทำไม จะหลงกันไปทำไม เร่งทำความดี เผื่อแผ่น้ำใจให้กับคนรอบข้าง และมุ่งสะสมอริยทรัพย์ กันดีกว่าครับ

สรุปว่า นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ

นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรตั้งอยู่ครับ

และนอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรดับไปครับ

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ ฯ 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry