พระโสดาบันนั้นดีไฉน

สืบเนื่องมาจากไปอ่านบล็อกของรุ่นน้องคนหนึ่ง เห็นเขาอธิษฐานให้ไปเกิดทันพระศรีอาริยเมตไตรย พระพุทธเจ้าองค์ต่อไป เลยคันนิ้วขึ้นมา เอาคีย์บอร์ดมาเกา พิมพ์เม้นท์เสียยาวเหยียด ถ้าเป็นเรื่องธรรมะนี่ น้ำไหลไฟดับทีเดียว ไหน ๆ ก็เสียเวลาเกาไปหลายชั่วโมง เห็นว่า ผลพลอยได้จากการเกานิ้วด้วยคีย์บอร์ดนี้ จะไปฝังตัวอยู่ในบล็อกคนอื่น ก็ดูจะมีประโยชน์น้อยไปหน่อย เอามาขึ้นเป็นเอนทรี่ใหม่เลยดีกว่า

เมื่อพูดถึง พระโสดาบัน หรือพระอริยเจ้า คนทั่วไปที่ห่างไกลวัด ห่างไกลธรรมะ ไม่มีเวลาศึกษา จะจินตนาการถึง อุบาสก อุบาสิกา นุ่งขาว ห่มขาว จริยาวัตรเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ ละแล้วซึ่งกิเลสทั้งปวง ไม่ฝักใฝ่ในกามารมณ์ ไม่แต่งหน้า ทาปาก หรือการแต่งตัว หรือไม่ก็เป็นพวกพระห่มเหลือง ที่บำเพ็ญเพียรได้ขั้นหนึ่ง จนสำเร็จธรรมขั้นต้น

เป็นความเข้าใจที่ห่างไกลความจริงมากพอควร

การปฏิบัติเพื่อเข้าถึงความเป็นพระโสดาบัน หรือที่เรียกว่า อริยบุคคล ก็คงยากเย็นแสนเข็ญ ต้องไปวัด ต้องสวดมนต์ ต้องไปนั่งหลับตาปี๋ ขัดสมาธิ เดินจงกรม เป็นชั่วโมง ๆ ต่อเนื่อง เป็นเดือน เป็นปี ต้องฝึกกรรมฐานอย่างโน้น อย่างนี้ วุ่นวายตายเลย ไม่มีเวลาไปนั่งทำสมาธิเช่นนั้นหรอก

นั่นก็ยังห่างไกลความเป็นจริง

ก่อนจะเข้าถึงหน้าตาของพระโสดาบัน หรือพระอริยบุคคล เบื้องต้นในพระพุทธศาสนา ขอเกริ่นนำถึงข้อดีของการเป็นพระโสดาบันก่อนดีกว่า ขอโค้ดเม้นท์ที่ไปพิมพ์ไว้เลยละกัน

ความจริงแล้ว ตามเนื้อความในหนังสือเรื่อง ๗ เดือนบรรลุธรรม ของดังตฤณ เขาแนะว่า โอกาสเกิดเป็นมนุษย์ช่างยากลำบากนัก โอกาสนี้ ที่เกิดมาทันได้รับฟังพระธรรมของพระพุทธเจ้า ศาสนายังไม่ได้เสื่อมสูญไป พระไตรปิฎกยังอยู่ครบ มิได้หาได้ง่ายนัก เกิดคราวหน้า อาจจะโผล่ไปเจอช่วงที่ว่างจากพระศาสนาก็ได้ อาจจะไปเกิดในประเทศซูดานก็ได้ อาจจะไปเกิดในครอบครัวที่เป็นมิจฉาทิฏฐิก็ได้ หรืออาจจะไปเกิดเป็นแมว หมา ฟังธรรมไม่รู้เรื่องก็ได้ ฉะนั้นแล้ว ควรทำชาตินี้ให้ดีที่สุดครับ อย่าไปหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจะไปเกิดทันยุคพระศรีอาริยเมตไตรยเลยครับ ถ้าคิดเช่นนั้นวันนี้ วันหน้าไปเจอพระศรีอาริย์ก็จะอธิษฐานอย่างเดียวกันนี้อีกครับ ว่าขอให้ไปเกิดทันพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป หรือขอให้ข้าพเจ้าเข้าสู่พระนิพพานในอนาคตกาล .... โน้น

เอาอย่างนี้ครับ อธิษฐานคราวหน้า ขอให้ถึงพระนิพพานชาตินี้เลยครับ
อย่าไปคิดเลยครับว่า