ใครว่า พระไตรปิฎกน่าเบื่อ - นิทานอิงธรรมบท เรื่องพระนางสามาวดี ตอนที่ ๗
posted on 12 Jul 2008 09:23 by akkarakitt in Dharmaมาพิสูจน์กันครับว่า พระไตรปิฎกน่าเบื่อหรือไม่
ก่อนอื่นขอขมาพระรัตนตรัยกันไว้ก่อน
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง ฯ
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต ฯ
ตอนที่แล้ว มาถึงตอนที่ทารกโฆสกะ ถูกนำไปทิ้งเป็นครั้งที่ ๒ ผู้อ่านก็เบื่อซะแล้ว ซื้อไปซื้อมาอยู่ได้ ยังครับ อำนาจแห่งอกุศลกรรมยังไม่สิ้นสุด อ่านแล้วดูไว้เป็นอุทาหรณ์ว่า อกุศลกรรมนั้น ให้ผลแรงขนาดไหน (ขออำภัยครับ มีผู้ที่เคยอ่านเนื้อเรื่องฉบับดั้งเดิมแล้ว คอยติดตามอ่านอยู่ เห็นจะต้องแปรรูปเนื้อความใหม่ อาจจะเพี้ยน ๆ ไปสักเล็กน้อย ถึงปานกลาง)
เศรษฐีครุ่นคิดวิธีกำจัดทารกน้อยอยู่นาน ที่สุดก็ได้ไอเดียบรรเจิด เรียกนางกาลิเลโอ(กาลี)เข้ามาสั่งว่า "เจ้ารู้ใช่ไหม ที่อาร์ซีเอ มีสนามแข่งรถโกคาร์ทในร่ม PTT Speed way อยู่ด้านบนเปิด ๒๔ ขั่วโมง เจ้าจงนำเด็กนี่ไป วางไว้ในสนามแข่ง ในสนามแข่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ไม่มีทางที่ใครจะได้ยินเสียงเด็กร้องได้ เจ้าจงนำมันไปเวลาใกล้รุ่ง ทำทีเป็นลงไปดูสภาพรถ แล้วแอบวางมันไว้ ล้อรถโกคาร์ทจะบดขยี้มันเป็นชิ้น ๆ หาหลักฐานไม่ได้ เจ้าดูให้แน่ใจแล้ว รีบมารายงาน" นางกาลิเลโอกุลีกุจอไปทำตามที่นายสั่ง นางกาลิวางเด็กน้อยลงอย่างเนียนที่สุด ขณะที่พนักงานดูแลสถานที่ หันไปสนใจอย่างอื่นกันหมด แล้วไปแอบซุ้มดูเหตุการณ์อยู่ ครั้นแล้วก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น แต่นางกาลิไม่ได้สนใจ เพ่งอยู่แต่เมื่อไหร่ รถโกคาร์ทจะมาเหยียบทารกเสียที เสียงนั้นดังว่า "วันนี้ ทางทีมงานได้ พาคุณมาชม การแข่งขันโกคาร์ทของ พัดชา ปุยฝ้าย และมิวสิค...." และแล้วการแข่งขันก็เริ่มขึ้นนางสาวพัดชาเร่งขึ้นหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทว่าพอรถเข้ามาใกล้ทารกโฆสกะ เครื่องยนต์ก็ดับเอาดื้อ ๆ สร้างความมึนงงให้นักร้องสาวเป็นอันมาก "เฮ้ย...มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ยะ" นักร้องสาวบ่นกระปอดกระแปด ลุกขึ้นจากบัคเก็ตซีทอย่างเสียไม่ได้ "เฮ้ยย....ใครเอาเด็กมาทิ้งไว้นี่วะเนี่ยะ" นักร้องสาวโวยวาย "แต่อุ๊ย....ดีเลย หมาที่บ้านตายพอดี เอาเก็บกลับบ้านไปเลี้ยงดีกว่า" ว่าแล้วนักร้องสาวเสียงใส ก็มองซ้ายขวา ไม่มีใครสังเกตุแล้ว เก็บเด็กน้อยกลับบ้าน อุทานว่า "เราได้ลูกชายแล้ว...อะจึ๋ย"
ภาพการแข่งขันโกคาร์ท
นางกาลิเลโอเห็นเหตุการณ์ดังนั้น รีบเขย่งก้าวกระโดดกลับไปฟ้องเจ้านาย เศรษฐีเดือดปุด เดินเข้าห้องอย่างหัวเสียสบถว่า "อุเหม่....ทำไมเป็นเช่นนั้นไปได้"
พลันกระจกวิเศษในห้องนั้น ก็ส่งเสียงตอบกลับมาว่า "ขออภัย...ก็ท่านนั่นแหละ ไม่หัดดูทีวงทีวีกับเขาบ้าง วันนี้ใครก็ทราบว่า เขามีการแข่งโกคาร์ทการกุศลกัน ยังเสล่อส่งนางกาลิไปได้"
เหมือนราดน้ำมันเข้ากองเพลิง "หยึ๋ย...ย ใครถามเอ็งวะ" เศรษฐีเดือดยิ่งกว่าเดิม กระจกวิเศษสวนทันควัน "ก็ท่านถามเองนี่ ไม่เชื่อย้อนกลับไปอ่านใหม่"
"หยึ๋ย....ย ถามก็ถามวะ อั๊วะพูดกับตัวเองเฟร้ย ไหน ๆ เอ็งก็เจือกไม่เข้าเรื่องแล้ว ไหนเอ็งมีวิธีดี ๆ ให้ข้ากำจัดไอ้เด็กเวลล์นี่บ้างไหม" เศรษฐีถามไปงั้น ๆ แก้เขิน
"หึ ๆ" กระจกวิเศษ หัวเราะอย่างมีเลสนัย "มีซี้...แต่ก่อนที่ข้าจะบอกท่าน ข้าว่า ท่านรีบไปซื้อเด็กนั่นกลับมาก่อนดีกว่า"
"เออจริง มัวแต่โมโห ลืมไปเลย" ว่าแล้วก็เรียกนางกาลิเข้ามา ให้เงินไปพันหนึ่ง ไปซื้อเด็กกลับมา แล้วรีบกลับมาฟังแผนการณ์ของกระจกวิเศษ "มา...มาใกล้ ๆ ข้าจะกระซิบแผนการณ์ให้ฟัง" กระจกวิเศษบอก
"เฮ้ย....จะไปกลัวใครได้ยินวะ นี่เราก็อยู่กันแค่สองคน ทำไมจะต้องกระซิบกระซาบด้วย" เศรษฐีกล่าวอย่างหัวเสีย
"เฮอะน่า....ไม่รู้หรือ มีคนอยากรู้แผนการณ์ตั้งหลายคน กำลังแอบอ่านบล็อกนี้อยู่" ว่าแล้ว ทั้งสองก็แอบไปกระซิบกระซาบกัน ฟังไม่รู้เรื่องเลย
กาลนั้นมาบุญครองนคร(โกสัมพี) เนืองแน่นไปด้วยการจราจร เนื่องเพราะคณะม็อบเคลื่อนทัพจากสะพานมัฆวานรังสรรค์ มาออกันอยู่ที่หน้าห้าง ด้วยทางห้างจัดงาน "มิดไนท์ซุปเปอร์เรนนี่สเปเชี่ยลเซล" เปิดให้ช็อปตั้งแต่เที่ยงคืนไปยันเช้า ฝ่ายตาเศรษฐีเสียเงินไป ๓ พันกหาปนะฟรี ๆ แล้ว เริ่มออกอาการหงุดหงิด เพราะไม่ได้สะสมแต้มกับบัตรเครดิต เรียกนางกาลิเลโอมาสั่งว่า "เจ้าจงเอาเสื้อผ้ายี่ห้อ ลาคอส เหล่านี้ไป ตั้งกระบะไว้หน้าห้างตอนใกล้รุ่ง ลดกระหน่ำ ๙๕ เปอร์เซนต์ เอาทารกห่อผ้าไปวางไนกระบะ พวกคุณหญิงคุณนายเกิร์ลลี่สตอเบอรี่ทั้งหลาย ต้องมาฉุดกระชากลากถูแม่หนูน้อยนี้เป็นหลุดเป็นชิ้น ๆ เป็นแน่ เจ้าดูให้แน่ใจว่า มันตายแน่แล้วกลับมารายงาน" เศรษฐียืนยิ้มในไอเดียแสนเริ่ดที่ได้จากกระจกวิเศษ เพราะตนเคยพาคุณศรีภรรยาของเพื่อน คุณหญิงพจมาน สว่างวงศ์ ไปช็อปหลายรอบ เธอเห็นป้ายลดราคาเมื่อไหร่ ต่อมอะดรินาลีนจะกระฉูดทันที บุกเข้าไปฉุดกระชากลากถูราวกับมีมหกรรมแจกของฟรี ทั้งที่ตัวก็มีตังค์ตั้งเยอะ ตั้งเจ็ดหมื่นล้าน นางกาลิเลโอ จัดให้ ไปทำตามนายสั่งทันที ครั้งนั้น เกิดเหตุมหัศจรรย์ กระบะลาคอส ไม่มีผู้เฉียดกรายเข้าไปแม้แต่คนเดียว พอสว่างมีชายผู้หนึ่งรูปหน้าสี่เหลี่ยมไม่ได้ใส่ใจการช็อปสักเท่าไหร่ มาเดินตามหาแฟนสาวที่หายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อตอนเที่ยงคืน (ปกติแฟนสาวจะหายตัวไปอย่างลึกลับ โทรไปก็ไม่รับ ตามตัวไม่ได้ ทุกครั้งที่มีการลดราคาตามห้าง) ได้ยินเสียงเด็กร้องอยู่ที่กระบะเสื้อผ้า จึงเดินเข้าไปดู พบเด็กหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู จึงอุ้มขึ้น อุทานว่า "เราได้ลูกชายแล้ว" พาทารกน้อยกลับบ้านไป นางกาลิเลโอ รีบเผ่นกลับบ้านไปรายงานท่านเศรษฐี
เศรษฐีได้ฟังความเป็นไปถึงกับเส้นเลือดขมองปูด "อุเหม่....ทำไมเป็นเช่นนั้นไปได้" เดินไปมาด้วยความหงุดหงิดเป็นล้นพ้นไม่เข้าใจว่า ทำไมแผนอันแยบคายของกระจกวิเศษถึงไม่สัมฤทธิ์ผล "...เอ่อคือ...พอสว่างแล้วอีชั้นถึงเห็นเจ้าค่ะ...ว่า ข้าง ๆ กระบะลาคอสนั่น มีคนเอากระบะ อะเบอครอมบี้ มาลด ๙๘.๕๐ เปอร์เซนต์เจ้าค่ะ พวกขาช็อปนี่เขาก็เก่งกันเหลือเกินนะคะ พกไฟฉายไปส่องราวกับไปเดินคลองถมคืนวันเสาร์"
"บัดซบ" เศรษฐีหายใจฟืดฟาดอย่างมีอารมณ์ "มันจะรังควาญเราไปถึงไหนนี่" สบถแล้วถอนหายใจ สั่งว่า "นางกาลิ มานี่ รู้ใช่ไหมว่า ต้องทำยังไง เอาเงินหนึ่งพันนี่ ไปซื้อมันกลับมา ให้มันห่างสายตาไม่ได้ เดี๋ยวลูกข้าจะไม่ได้เป็นเศรษฐี หยื๋ย...." พูดแล้วก็หายใจฟืดฟาด กลับเข้าห้องปิดประตูโครม นางกาลิเลโอก็ไปจัดการตามนั้น
"เฮ้ย...เป็นกระจกวิเศษภาษาอะไรวะ ไม่รู้หรือไงว่า วันนี้เสื้ออะเบอครอมบี้จะมาลดราคาใกล้ ๆ กระบะเรา"
กระจกวิเศษจะตอบว่า อย่างไร ไว้ติดตามตอนหน้า (เฮ้ย...ทิ้งท้ายเหมือนซีรีย์เกาหลีเลยหว่ะ)
จบตอน ๗
อุทาหรณ์สอนใจให้รู้ว่า ไม่ควรไปช็อปปิ้งตอนกลางคืน เพราะแฟนจะโกรธเอา....เอิ๊ก
สนุกค่ะ ตามอ่านต่อเนื่อง
#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-07-12 20:41