ใครว่า พระไตรปิฎกน่าเบื่อ - นิทานอิงธรรมบท เรื่องพระนางสามาวดี ตอนที่ ๑๐
posted on 13 Jul 2008 18:10 by akkarakitt in Dharmaมาพิสูจน์กันครับว่า พระไตรปิฎกน่าเบื่อหรือไม่
ก่อนอื่นขอขมาพระรัตนตรัยกันไว้ก่อน
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง ฯ
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต ฯ
ความตอนที่แล้วมาถึงตอนที่เศรษฐีวางแผนให้โฆสกะตกจากที่สูง หลังจากทารกโฆสกะรอดตายมา ๔ ครั้ง เสียเงินไป ๔,๐๐๐ กหาปนะ และเสียตังค์อัพเกรดให้กระจกวิเศษ
"ตื๊ด ๆ ๆ ๆ" นาฬิกาปลุกบอกเวลา ๑๐ นาฬิกาเช้าของวันที่ ๑๑ กันยายน นางกาลิยืนตระหง่านอยู่บนดาดฟ้าตึกเวิร์ดเทรดเซนเตอร์ แสยะยิ้มอย่างเลือดเย็น เมื่อพิจารณาคนแวดล้อมแล้วไม่มีใครสังเกตุ ก็จัดการโยนเด็กน้อยโฆสกะละลิ่วลงมาจากดาดฟ้าตึก ทันใดนั้นเครื่องบินลำบะละเฮิ่มก็โฉบเข้ามาที่ตึกพาเด็กน้อยลอยไหลไปตามปีก ไปติดอยู่ที่หางเสืออย่างอัศจรรย์ ....รอดตายอีกแล้ว (รู้แล้วใช่ไหมละว่า ทำไมเครื่องบินถึงบินชนตึก)
สถานที่นางกาลิโยนเด็กน้อยโฆสกะลงมา
"ข้าบอกท่านแล้ว...." กระจกวิเศษรำพันกับเศรษฐีที่กำลังยืนเท้าแขนคอตก "เออ...รู้แล้วน่า.... เอ็งอยู่เงียบ ๆ สักพักได้ไม๊วะ" เศรษฐีกล่าวอย่างหมดอาลัยตายอยาก ควักเงินให้นางกาลิ อีก ๑,๐๐๐ กหาปนะ ไปซื้อเด็กกลับมา
แทนที่เศรษฐีจะรู้สึกสำนึกในบาปกรรมที่ตนได้ทำลงไป แลกริ่งเกรงต่ออำนาจแห่งฉัพพรรณรังสี กลับเพิ่มความเคียดแค้นต่อเด็กน้อย คิดฆ่าอยู่ตลอด เวลาเห็นเด็กชายโฆสกะวิ่งเล่นอยู่ มิได้มีความสุขเลยแม้แต่เพลาเดียว แต่ก็ไม่กล้าทำอะไร ต้องรับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมไปโดยปริยาย จนเด็กน้อยเติบใหญ่ขึ้น
อยู่มาวันหนึ่งเศรษฐีกลับคิดขึ้นมาได้ว่า "อืม...เป็นไปได้ว่า ที่เราฆ่าเด็กโฆสกะ ไม่สำเร็จ เป็นเพราะเราไปไว้ใจนางกาลิ ให้มันจัดการอยู่ร่ำไป เห็นทีต้องลองจัดการเองดูสักคราว" ว่าแล้วเศรษฐีก็ไปหาเพื่อนเก่า เป็นพระเอกฮอลลีวู๊ดแสดงเรื่องโกสต์ หลังเลิกถ่ายหนังแล้ว มาประกอบอาชีพปั้นหม้ออยู่ "ไงเกลอเก่า" เศรษฐีทักทายเพื่อนเก่าอย่างอารมณ์ดี "โอ้ท่านเศรษฐี ลมอะไรหอบมานี่" แพททริคทักทายอย่างกันเอง "ลมตดมั๊ง" เศรษฐีพูดติดตลก แล้วหัวเราะขึ้นพร้อมกัน
"เออนี่...ข้ามีเรื่องอย่างนึงอยากจะไหว้วานท่านสักหน่อย" เศรษฐีเริ่มเข้าเรื่อง
"โธ่ท่าน มีอะไรให้รับใช้บอกมาเลยขอรับ นี่ถ้าไม่ได้ท่านช่วยเป็นสปอนโง่ โปรโมทหนังเรื่องโกสต์จนดังเป็นพลุแล้ว ผมยังคงเป็นนักแสดงกิ๊กก๊อก ไม่ได้เกษียณออกมาทำหม้อดินแบรนด์เนม ส่งร้านจิ้มจุ่มเช่นนี้หรอกขอรับ" แพททริคกล่าวอย่างถ่อมตัว แต่ในใจยังแค้นไม่หาย ที่ตาเศรษฐีทุ่มทุนไม่อั้นในคราวนั้น ก็เพื่อซื้อตัวนางเอก ชารอน มัวร์ ผู้โด่งดัง มาทำภรรยาน้อย
"ท่านพูดเช่นนั้น ก็เกินไป คืองี้ ข้ามีลูกชายแสนชั่วช้าอยู่คนหนึ่ง ส่งให้มันเรียน มันก็ไม่ยอมเรียน เกกมะเหรกเกเรแถมยังติดการพนันเป็นวรรคเป็นเวร นี่เดี๋ยวข้าจะต้องไปไถ่รถเฟอร์รารี่ FXX คันงามที่มันขโมยไปตึ๊ง คืนมาจากบ่อนอีก มันช่างเป็นลูกล้างลูกผลาญจริง ๆ" เศรษฐีแกล้งบ่น
รถเฟอร์รารี่ FXX ของเศรษฐี
"แล้วจะให้ผมทำอะไรขอรับ" แพททริคถาม
"เจ้าจะติดเตาเผาเมื่อไหร่" เศรษฐีกล่าว
"พรุ่งนี้ขอรับ" เศรษฐีได้รับคำตอบแล้วยิ้มอยู่
"พรุ่งนี้ ข้าจะให้มันมาหาท่าน ท่านจัดการเอามีดวิคตอริน็อคซ์ เจื๋อนมันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ใส่ตุ่ม แล้วจัดการเผาอย่าให้เหลือซาก ท่านจะได้เงินรางวัล ๑,๐๐๐ นี้ไว้"
มีดวิคตอริน็อคซ์
แพททริกตาโต ไม่คิดฝันว่า เศรษฐีผู้แสนงกนี่ จะตกรางวัลให้เขามากมายถึงเพียงนี้ พอดีช่วงนี้น้ำมันแพง ข้าวแพง คนไม่ออกมากินข้าวนอกบ้านกัน ยอดขายหม้อดินของเขาตกฮวบ ขณะที่ต้นทุนเผาหม้อกลับแพงขึ้นสามเท่าตัว นี่อีก ๒ วันต้องจ่ายค่าบัตรเครดิตอีกแล้ว ยังชักหน้าไม่ถึงหลังเลย "ได้ขอรับ" ช่างหม้อตอบอย่างไม่ลังเล
"ชะเอิงเอย...ๆ" เศรษฐีฮัมเพลงในคอ กลับบ้านอย่างมีความสุข หลายปีแล้วที่เศรษฐีไม่ได้เริงร่าเช่นนี้ เพราะมีเด็กชายโฆสกะ เป็นหอกข้างแคร่ทิ่มแทงใจ
"โฆสกะลูกรัก มาหาพ่อหน่อย" เศรษฐีร้องเรียกอย่างอารมณ์ดี ธรรมดาอัธยาศัยแปรเปลี่ยนเช่นนี้ เด็กชายโฆสกะน่าจะสังเกตุเห็นโดยง่าย แต่เด็กชายโฆสกะปัญญาค่อนข้างทึบ และไม่ได้เรียนหนังสือ ถูกเลี้ยงดูเยี่ยงคนรับใช้ จึงไม่ทันสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลง เข้ามาหาพ่อเศรษฐีโดยปราศจากความระแวง "มีอะไรครับคุณพ่อ"
"เมื่อวานฉันได้สั่งงานอย่างหนึ่งกับช่างปั้นหม้อไว้ เจ้าจงไปยังสำนักเขา บอกเขาอย่างนี้ว่า 'คุณพ่อให้มาบอกว่า ขอให้คุณลุงทำงานที่คุณพ่อสั่งให้สำเร็จเถิด' แล้วเจ้าก็จงทำตามที่เขาสั่ง" เศรษฐียื่นสาส์นแห่งความตายให้เด็กน้อยถือความไปบอกเอง เด็กชายโฆสกะ พาซื่อเดินออกจากเรือนไปอย่างว่าง่าย
"พี่ ๆ" เสียงเรียกมาจากข้างหลัง "พี่จะไปไหน" เด็กชายโฆสกะหันขวับมาเจอน้องชาย ซึ่งเป็นลูกแท้ ๆ ของเศรษฐี "พี่จะเอาข่าวของคุณพ่อ ไปบอกนายช่างหม้อ" เด็กชายโฆสกะบอก "พี่เอางี้นะ เดี๋ยวผมจะไปแทนพี่เอง พี่ช่วยเล่นป๊อกเด้งแทนผมที นี่ผมเสียเฟอร์รารี่ไปอีกคันแล้วเนี่ยะ (ความจริงผู้ที่ติดการพนันคือลูกของเศรษฐีเอง) ถ้าพ่อรู้ ผมซี้แหงแก๋แน่ ๆ เลย ผมรู้พี่ดวงดีกว่าผม" แล้วยื่นไพ่แสนห่วยในมือให้ "พี่ต้องเล่นให้ชนะนะ ไม่งั้นที่ผมเสียไปแล้ว พี่ก็ต้องรับผิดชอบด้วย" น้องชายผู้น่ารักจัดการยัดเยียดหนี้สินให้พี่ชายหน้าตาเฉย "โอเคนะพี่นะ ผมไปก่อน" ว่าแล้วน้องชายแสนดีก็วิ่งไปไม่หันมามองอีกเลย โฆสกะยืนงงอยู่พักหนึ่ง แล้วนั่งลง เริ่มจั่วไพ่...
เด็กชายโฆสกะเล่นไพ่ไปจนเย็น น่าแปลกที่เด็กชายโฆสกะดูโง่ ๆ แต่กลับมีดวงการพนัน เดินยิ้มกลับบ้าน เจอพ่อกำลังแต่งสวนอยู่ จึงยิ้มเข้าไป "คุณพ่อครับ ผมเอาเฟอร์รารี่ของคุณพ่อกลับมาได้แล้วครับ คุณพ่อไม่ต้องไปไถ่ที่บ่อนแล้ว" โฆสกะหวังใจอยู่ลึก ๆ ว่าคุณพ่อต้องดีใจกอดเราเป็นแน่ "อ้าว....แล้วงานที่พ่อให้ไปทำเล่า" เศรษฐีทำหน้าแปลก ๆ "เอ่อคือ...." เด็กชายโฆสกะจัดการเล่าเรื่องราวทั้งหลายอย่างละเอียด แทนที่จะได้รับคำชื่นชม เศรษฐีกลับทำท่าจะเป็นลม "เจ้า...เจ้า...เอ่อ...เอ่อ...ไม่...ไม่....ช่างปั้นหม้อ...ต้องไม่ทำอย่างนั้น....ไม่....ไม่.....ม่ายยยยยยยยยยยยย" เศรษฐีวิ่งอย่างคนสิ้นสมประดี วิ่งพลาง ร้องพลาง ไปยังสำนักปั้นหม้อ
แพททริคเห็นเศรษฐีวิ่งมาด้วยอาการโวยวายอย่างนั้น จึงพูดว่า "ท่าน ท่านครับ อย่าทำเสียงดังไปขอรับ งานที่ท่านให้ผมทำนั่น สำเร็จเรียบร้อยด้วยดีขอรับ" คำกล่าวของช่างหม้อประดุจฟ้าผ่าลงกลางกะบาลเศรษฐี เศรษฐีหูอื้อ ทุกอย่างเงียบงัน จนได้ยินเสียงวิ๊ง ๆ ในหู
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า*
"ผู้ประทุษร้าย ในท่านผู้ไม่ประทุษร้าย หาอาชญามิได้ ด้วยอาชญา
ย่อมพลันถึงฐานะ ๑๐ อย่างใดอย่างหนึ่งทีเดียว คือ
พึงถึงเวทนาอันหยาบ, ความเสื่อม, ความแตกแห่งสรีระ,
ความเจ็บไข้อย่างหนัก, ความฟุ้งซ่านแห่งจิต,
ความขัดข้องแต่พระราชา, ความกล่าวตู่อย่างทารุณ,
ความเสื่อมรอบแห่งหมู่ญาติ, ความย่อยยับแห่งโภคะ,
อีกประการหนึ่ง ไฟป่าย่อมไหม้เรือนของผู้นั้น,
เพราะความแตกแห่งกาย เขาผู้มีปัญญาทราม ย่อมเข้าถึงนรก."
ถอดความเป็นภาษาไทยอีกที ได้ความว่า "ผู้ทำร้าย ผู้ไม่คิดทำร้ายตอบ แลไม่มีความผิด ย่อมได้รับโทษ ๑๐ ประการ ดังนี้คือ ได้รับทุกขเวทนาทางกาย, ความเสื่อม, ร่างกายแตกสลาย, ความเจ็บป่วยอย่างหนัก, จิตฟุ้งซ่าน, ทำความเคืองแด่พระราชา, ถูกกล่าวหาอย่างทารุณ, ทั้งญาติก็พลอยเสื่อมไปด้วย, ทรัพย์ที่มีก็ฉิบหาย, ไฟป่าย่อมไหม้เรือน และเมื่อตายแล้ว ก็เข้าถึงวิบาตนรก"
เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไปติดตามได้ในตอนหน้า
จบตอน ๑๐
อุทาหรณ์สอนใจให้รู้ว่า "ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว"
*ขออภัย ส่วนที่กล่าวถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะเป็นพุทธพจน์





#1 By Rinna ♥ on 2008-07-14 15:43