ใครว่า พระไตรปิฎกน่าเบื่อ - นิทานอิงธรรมบท เรื่องพระนางสามาวดี ตอนที่ ๑๓
posted on 16 Jul 2008 11:10 by akkarakitt in Dharmaเนื่องด้วยมีผู้ติงเข้ามาว่า ผู้เขียนไม่ควรเอาพระไตรปิฎกมาล้อเล่น ผู้เขียนขออนุญาต เปลี่ยนชื่อหัวบล็อกใหม่ เนื่องจากเกรงว่า จะมีผู้เข้าใจผิดคิดว่า พระไตรปิฎกเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ผู้เขียนเองอาจได้ลาพักร้อน ไปแช่แข็งในโลกันตมหานรก นอกจักรวาลนั่น
ก่อนอื่นขอขมาพระรัตนตรัยกันไว้ก่อน
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง ฯ
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต ฯ
ความตอนที่แล้วมาถึงตอนที่สาวน้อยกุ๊งกิ๊ง แอบกระซิบกระซาบ กับกระจกวิเศษ วางแผนอะไรกันก็ไม่ทราบ
สาวน้อยเดินออกมาจากห้องยิมส่วนตัว ร้องเรียกสาวใช้คู่ใจ "หนูหื่น ๆ มานี่ซิ"
"ขาเจ้านาย หนูหื่นอยู่นี่แล้วเจ้าค่ะ" หนูหื่นกลับมาเสียงใสเช่นเดิม
"อะนี่...เอาจดหมายไปคืนเขา คืนเงียบ ๆ นะ อย่าให้เขารู้ตัว" สาวน้อยยื่นจดหมายให้ "ได้เลยเจ้าค่ะ" หนูหื่นอินเตอร์ จัดการทุกอย่างเรียบร้อย
คืนนั้นในงานปาร์ตี้แห่งหนึ่ง
"นี่คุณ...." คุณนายพจมานในชุดราตรีสโมสร เรียกคุณผู้ชายแห่งบ้านทรายทอง "คุณเห็นเด็กน้อยโฆสกะหรือยัง"
"อืม....เห็นแล้ว น่ารักดีนี่" คุณผู้ชายทิดไต้ตอบเหมือนกำลังสนใจบทสนทนา แต่สายตากลับไปจับจ้องอยู่ที่กระโปรงสั้นจุ๊ดจู่ของสาวโคโยตี้ ที่ส่งสายตายั่วยวนลงมาจากบนเวที
"นี่ลูกสาวเรา ก็โตแล้วนะ น่าจะหาสามีได้แล้ว" คุณหญิงเอื้อนเปรย โยนหินถามทาง
"ห๊ะ....นั่นแกเพิ่งจะอายุสิบหกเอง จะรีบไปหาผัวให้แกทำไม ไว้สามสิบโน่น ค่อยแต่ง" เศรษฐีทิดไต้เพ้ย เป็นธรรมดาของพ่อที่มีลูกสาวสวย
"โธ่...คุณพี่ขา ใครเขาจะรอกันจนสามสิบละคะ นั่นมันเข้าวัยทองกันหมดแล้วค่ะ เดี๋ยวพอดีมีหลานไม่ทันใช้" คุณผู้หญิงเริ่มหว่านล้อมตามสไตล์ที่ตัวเองถนัด
"อีกอย่างนะคะ พวกเราก็พยายามกันแทบเป็นแทบตาย ยังไม่ได้ลูกชายสมใจสักคนเลย" คุณหญิงตัดพ้อ
เศรษฐีขมวดคิ้ว เหมือนถูกด่าว่า ไม่มีน้ำยา
"นี่คุณพี่เห็นข่าวไหมคะ เดี๋ยวนี้เด็ก ๆ เค้าท้องไม่มีพ่อกันตั้งแต่ ๑๑ ขวบ แล้วเดี๋ยวเราต้องส่งลูกไปเรียน ฮ๊อควอร์ด แล้ว เกิดลูกเราไปทำบัดสีเข้า เราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนละคะ"
เศรษฐีทำหน้ายุ่งกว่าเดิม
"เฮ้ย.....ลูกเราห้าวยิ่งกว่ามะพร้าวแก่ ผู้ชายดี ๆ ที่ไหนเขาจะมาจีบ ไม่มีหรอก ไว้สามสิบโน่น" เศรษฐียืนกระต่ายขาเดียว
"ไม่จริงหรอกค่ะคุณพี่ขา คุณพี่ไม่ได้ดูละครซีรี่ย์เกาหลีสมัยนี้เหรอค่ะ นางเอกทั้งห้าวทั้งกวนทั้งแก่นทั้งไม่เรียบร้อยทั้งมูมมาม อย่างในเรื่องรักวุ่นวายของเจ้าชายกาแฟนั่น เขายังมีเศรษฐีหนุ่มหล่อมาตกหลุมรักเลย ทีนี้วัยรุ่นสมัยใหม่อินละครจัด เลยพากันทำตัวห้าว กินข้าวมูมมาม เอาอย่างหนังเกาหลีกันทั่วเมือง กลายเป็นเทรนด์ไปแล้ว ฉะนั้นการที่ลูกสาวเราห้าวโดยธรรมชาติ เหมือนนางเอกเรื่อง ขอโทษครับ!เมียผมเป็นยากูซ่า เลยกลายเป็นสาวเสน่ห์แรงยิ่งกว่าอารียาบวกหยาดทิพย์ไปแล้วตอนนี้ คุณพี่ไม่รู้หรือค่ะว่า น้องต้องสั่งดรายเออร์แบบเจ็ต สองใบพัด ทวินเทอร์โบ จากอิตาลี มาเป่าหัวกระไดปราสาท เพราะเช็ดแล้วมันแห้งไม่ทัน"
ภาพยนตร์เรื่อง ขอโทษครับ!เมียผมเป็นยากูซ่า
เศรษฐีย่นหน้าผากจนคิ้วติดกัน
"นี่หมายความว่า เธอจะยกลูกสาวเรา ให้ไอ้เจ้าเศรษฐีขี้งก เมืองมาบุญครองซิตี้(โกสัมพี)งั้นสิ" เศรษฐีจนแต้ม เริ่มออกเสียงรวน
"ไม่มีทางเลยนะ พี่ไม่มีวันยกลูกสาวเราให้เจ้าเศรษฐีขี้งกนั่นเป็นอันขาด คราวก่อนพี่ขอสโมสรแมนเชสเตอร์ฯ มันยังต่อรองให้มาแค่สโมสรนครชายหนุ่ม แล้วดูซิ มาตอนนี้ฟอร์มตกจนแทบไม่มีราคา นี่ถ้าตอนนั้นได้สโมสรผู้ชายไก่ย่างมานะ รับรองตอนนี้ชนะสโมสรเคเอ็ฟซีไปแล้ว" เศรษฐีค้านสุดลิ่ม
"แต่คุณพี่ไปคุมเองไม่ใช่หรือคะ"
"จึก" คุณหญิงแทงใจดำเสียบทะลุปอด
"เฮ้ย...เดี๋ยวพี่กลับก่อน วันนี้พี่มีนัด" เศรษฐีตัดบท ทำท่าดูนาฬิกา แล้วรีบเดินหนี
"แหม....มีนัดกับยัยนักร้องนั่นละสิ...ฮึ่ม...อย่าให้จับได้ละกัน" คุณหญิงคำรามในลำคออย่างรู้ทัน
รุ่งเช้าเด็กชายโฆสกะกินข้าวเช้าแล้ว ออกเดินทาง แต่เช้าตรู่ "เดินทางปลอดภัยนะจ๊ะ ขากลับก็มาแวะอีกนะจ๊ะ" คุณผู้หญิงอวยพร แลทอดอาลัย ไม่อยากให้หนุ่มน้อยจากไปเลย ส่วนคุณผู้ชาย แม้จะไม่ใคร่ชอบใจพ่อของเขา แต่ก็อดปลื้มในความน่ารักของเด็กน้อยไม่ได้ ครั้นไหว้ขอบคุณ ร่ำลา คุณผู้หญิง คุณผู้ชาย แห่งบ้านทรายทองเรียบร้อยแล้ว ก็ออกเดิน พอผ่านประตู ใกล้ปราสาท พลันเกิดเย็นสันหลังวาบขึ้นมา หันกลับมามอง ไม่เห็นใคร จึงทำหน้างง ๆ แล้วเดินต่อไป
หากหนุ่มน้อยโฆสกะเงยหน้าขึ้นไปหน่อย จะเห็นนักพรตหญิงกำลังเจริญกสิณเพ่งอยู่ ภาวนาว่า หนุ่มเกาหลี กสิณัง ๆ อยู่บนชั้น ๗ แอบเผลอน้ำลายหกบ้างบางคราว ซื๊ดน้ำลายกันไม่ทัน
ครั้นมาถึงสถานที่เก็บ RC ที่สอง โอเชี่ยนทาวเวอร์ หนุ่มน้อยก็ตรงเข้าไปที่เค้าท์เตอร์ทันที "สวัสดีครับ ผมมาหา ลอร์ดโวลเดอร์มอร์ ผู้ดูแลผลประโยชน์ให้ เศรษฐีเมืองมาบุญครองนครครับ" หนุ่มน้อยกล่าวฉะฉาน
"เอ้อ...ชั้นเอง" ชายกลางคนรุ่นราวคราวเดียวกับด็อกเตอร์เซมเบ้ เงยหน้า มองเด็กน้อยผ่านแว่นสายตายาว ทรงร่วมสมัย "แล้วเธอเป็นใครกันละเฮ้อะ"
ด็อกเตอร์เซมเบ้
"ผมเป็นลูกชายท่านเศรษฐีครับ" พร้อมยื่นจดหมายที่คิดว่า คงจะเป็นจดหมายแนะนำตัว และสั่งงาน
"ไม่ได้การ" ท่านลอร์ดผุดลุกขึ้นกระทันหัน หลังอ่านจดหมายจบ "หนูรอตรงนี้นะ" แล้วเข้าไปหลังเค้าท์เตอร์ บ่นพึมพำว่า "ไม่ได้ ๆ งานนี้ฉันทำคนเดียวไม่ได้ โอ....งานใหญ่เช่นนี้ ท่านเศรษฐีอุตส่าห์ไว้ใจให้เราทำ...โอ...ใช่ ๆ....ปูน...ปูน...เหล็ก...เหล็ก...ถัง....ต้องรีบโทรสั่งก่อน เดี๋ยวของขาด น้ำมันกำลังขึ้นราคา วัสดุก่อสร้างจะแพง....โอ...ใช่....เรือด้วย....ต้องเช่าเรือ....ไม่ได้ ๆ งานนี้ต้องใช้เรือเท่านั้น..." ท่านลอร์ดลุกลี้ลุกลน ผุดลุกผุดนั่ง โทรศัพท์วุ่นวายไม่วางมือ
เด็กหนุ่มมาดเซอร์ ดงบังชินกิ จะถึงคราวมรณาหรือไม่ ลอร์ดโวลเดอร์มอร์ สั่งปูน สั่งถัง มาทำไม จะเช่าเรือขนถังโบกปูนไปทิ้งกลางทะเลหรืออย่างไร ติดตามได้ตอนต่อไป
จบตอน ๑๓
อุทาหรณ์สอนใจให้รู้ว่า อย่ามีกิ๊กเป็นนักร้อง คนเขาจะรู้ทั่วกันหมด


อย่ามีกิ๊กเป็นนักร้อง
ดูท่าจะยาวกว่าซีรีย์เกาหลีอีกนะเนี่ย
#1 By SEsai*im อิ่มๆ on 2008-07-16 21:39