เนื่องด้วยมีผู้ติงเข้ามาว่า ผู้เขียนไม่ควรเอาพระไตรปิฎกมาล้อเล่น ผู้เขียนขออนุญาต เปลี่ยนชื่อหัวบล็อกใหม่ เนื่องจากเกรงว่า จะมีผู้เข้าใจผิดคิดว่า พระไตรปิฎกเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ผู้เขียนเองอาจได้ลาพักร้อน ไปแช่แข็งในโลกันตมหานรก นรกติดแอร์นอกจักรวาลนั่น

ก่อนอื่นขอขมาพระรัตนตรัยกันไว้ก่อน 

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง ฯ

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต ฯ

ความตอนที่แล้วมาถึงตอนที่ลอร์ดโวลเดอมอร์ผุดลุกผุดนั่ง โทรสั่งของวุ่นวาย

ครั้นแล้ว ลอร์ดโวลเดอมอร์ ก็เรียกประชุมพนักงานทั้งหมด สักพักบริกรหน้าโหด เคราครึ้ม หน้าเหมือนฆาตกรหั่นมาแล้วร้อยศพ ก็เดินรี่เข้ามาหาเด็กหนุ่มโฆสกะ "คุณหนูครับ เชิญทางนี้ครับ"

บริกรหนุ่มหน้าเหี้ยมพาเด็กน้อยเข้าไปในห้อง ๆ หนึ่ง ใกล้ห้องครัว มีโต๊ะ เก้าอี้ชุดเดียว วางอยู่กลางห้อง ด้านข้างมีกระจกบานใหญ่คล้ายกระจกที่มองทะลุข้างเดียว แบบที่ตำรวจใช้ในห้องสอบสวน ติดแอร์เย็นยะเยือก

"นั่งรอตรงนี้นะครับ อย่าไปไหนนะครับ คอนโดกว้างมาก เดี๋ยวจะหลง นี่วิทยุวอร์คกี้ ทอล์คกี้ ถ้าต้องการอะไร กดปุ่มนี้ครับ แล้วพูดลงไป พอปล่อยปุ่มแล้ว จะได้ยินเสียงของผมครับ ขอย้ำครับ อย่าออกไปเดินเพ่นพ่านนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน" บริกรหนุ่มทำหน้าโหดยิ่งกว่าเดิมแทนการปราม หนุ่มโฆสกะนั่งลงอย่างว่าง่าย ทำหน้าแอ๊บแบ๊วเช่นเคย บริกรหน้าโหดว่าดังนั้นแล้วก็หลีกไป

พักใหญ่ ๆ ก็มีเสียงโลหะถูกันดังขึ้นในห้อง เสียงมันช่างน่าหวาดเสียว เหมือนอะไรคม ๆ ถูกัน เด็กน้อยโฆสกะนึกว่าเฟรดดี้ คูรเกอร์ บุก รีบวอไปหาบริกรหน้าโหด "พี่ครับ ในห้องมีเสียงอะไรก็ไม่รู้ครับ เหมือนโลหะเสียดสีกัน"

 

เฟรดดี้ คูรเกอร์

"อ๋อ เสียงลับมีดหน่ะครับ พอดีใบมีดเครื่องสไลซ์เนื้อมันทื่อแล้ว เพราะไม่ได้ใช้เสียนาน ข้างห้องที่คุณหนูอยู่ เป็นห้องครัวครับ เสียงมันเลยอาจจะลอดมา" บริกรหนุ่มตอบ เสียงเย็นเฉียบ

"พี่ครับ ผมต้องรออีกนานไหมครับ" โฆสกะเริ่มกังวล

"อ๋อ ไม่นานครับ อีกประมาณครึ่งชั่วโมง ผมจะไปหา พร้อมข้าวกลางวันครับ" บริกรตอบ

พอได้ยินคำว่า "ข้าว" ท้องหนุ่มโฆสกะก็แสบขึ้นมาทันใด "เหรอ...ดีเลย กำลังหิว" พอรู้ว่าจะได้กินข้าว เรื่องกังวลทั้งหลายก็ถูกลืมหมด นั่งทำหน้าแอ๊บแบ๊วต่อไป

ครึ่งชั่วโมงถัดมา บริกรหน้าโหดคนเก่า เปิดประตูเข้ามาพร้อมรถเข็นสแตนเลสใบใหญ่ปิดทึบ อย่างกับรถเก็บศพ ด้านข้างของรถเข็น มีมีดหน้าตาแปลก ๆ อยู่หลายเล่ม แขวนอยู่ "เชิญทางนี้ครับ เดินตามผมมาเลย" บริกรหนุ่มพาเด็กน้อยไปขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นบนสุด พาเข้าไปในห้องสวีทใหญ่โตโอฬาร ผนังเป็นกระจกทั้งหมด มองเห็นทะเลไกลสุดลูกหูลูกตา

"โอ้โห...เยี่ยมไปเลย" เด็กน้อยไม่เคยเห็นทะเลมาก่อนในชีวิต เดินเข้าไปในห้องอย่างตื่นตะลึง

"พี่ ๆ ดูนั่นสิ มีคนลอยอยู่ในน้ำด้วย" บริกรหนุ่มมองเด็กน้อยกำลังสนใจดูโน่นดูนี่ แล้วยิ้มอย่างสมเพช เดินไปที่โต๊ะอาหาร แล้วหยุดอยู่ "คุณหนูครับ เชิญทางนี้สักครู่ครับ เดี๋ยวค่อยชมต่อก็ได้ครับ เดี๋ยวเราต้องทำอะไรกันอีกเยอะ"

เด็กหนุ่มเดินผละจากผนังกระจกมา อย่างว่าง่าย แต่ตายังไม่วางจากทะเลเบื้องล่าง "เชิญนั่งตรงนี้ครับ" บริกรหนุ่มเสือกเก้าอี้เข้าไปรับเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งลง อย่างชำนาญ "พี่ครับ ไอ้แม่น้ำใหญ่ ๆ นี่เขาเรียกว่า อะไรครับ"

"เขาเรียกว่า ทะเล ครับ เดี๋ยวคุณหนูเงยหน้านิดนึง" บริกรหนุ่มจัดการผูกผ้ากันเปื้อน ที่ดูเหมือนผ้าห่อศพ ไว้ที่คอเด็กน้อยอย่างคล่องแคล่ว

"แล้วไอ้ที่ลอย ๆ อยู่บนท้องฟ้านั่นอะไรครับ" คุณหนูถามไม่หยุดปาก

"อันนั้นเขาเรียกว่า พาราเซล ครับ" บริกรหนุ่มตอบโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง แล้วคว้ามีดคมกริบขึ้นมาสองเล่ม เปิดฝาสแตนเลสออกนิดหน่อย เดินมาข้างหลังเด็กน้อย แสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม แล้วถามว่า....

 

......... 

 

"จะรับเทนเดอร์ลอยด์ หรือ ริบอาย ดีครับ"

"อะไรนะครับ อะไรลอย ๆ มีงานลอยกระทงหรือครับ" เด็กโฆสกะทำหน้างง ๆ

"ถ้าเป็นเทนเดอร์ลอยด์ จะเป็นเนื้อสันใน ส่วนริบอายจะเป็นเนื้อส่วนซี่โครงติดมันครับ รับอะไรดีครับ สำหรับมื้อกลางวัน" บริกรหนุ่มอธิบาย

"เอ่อ อะไรก็ได้ แล้วแต่พี่ละกันครับ" เด็กน้อยฟังไม่รู้เรื่อง รู้แต่เป็นของกิน แล้วตั้งหน้าตั้งตารออย่างหิวสุดขีด

 

เนื้อส่วนต่าง ๆ ที่ใช้ทำสเต็ก

บริกรหนุ่มจัดการหั่นเนื้ออย่างคล่องแคล่ว เด็กชายมองตาเป็นมัน "โอ้โห มีดนี่คมจังนะครับ"

"คมขนาดนี้ เนื้อคนก็ไม่เหลือครับ อย่างคุณหนูนี่ ผมหั่นหมดตัวเลยไม่เกินชั่วโมงครับ พอดีก่อนมาทำงานที่นี่ ผมทำงานอยู่โรงฆ่าสัตว์" บริกรหนุ่มพูดด้วยความมั่นใจ และภูมิใจ ในฝีมือการใช้มีด

หนุ่มน้อยโฆสกะ แอบกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ นึกจินตนาการเห็นตัวเองอยู่บนเขียง กำลังถูกแล่เนื้อ เหมือนที่บริกรหนุ่มกำลังทำอยู่ 

........

หลังรับประทานอาหารแล้ว เด็กน้อยโฆสกะ ก็ถูกปล่อยให้ดูลมชมวิวอยู่ในห้องเพียงคนเดียว

"กิ๊งก่อง" เสียงออดดังขึ้น "ขอโทษครับ ขออนุญาต วัดตัวหน่อยครับ" เด็กน้อยเปิดประตูต้อนรับแขกผู้มาเยือน

ชายหนุ่ม ๒ คน ไม่ได้แต่งชุดยูนิฟอร์มแบบบริกรหนุ่ม เดินเข้ามาพร้อมสายวัด จัดการงานธุระของเขา อย่างมือโปร "ไม่ทราบว่าคุณหนูชอบไม้เนื้อแบบไหนครับ เป็นไม้จำปา หรือไม้จันทน์ดีครับ" ชายหนุ่มคนหนึ่ง เอาตัวอย่างเนื้อไม้ให้คุณหนูเลือก ส่วนอีกคนวุ่นกับการวัดขนาดตัวด้วยสายวัด "แล้วชุดใส่วันงานชอบแบบไหนครับ" ชายหนุ่มเอาแค็ทตาล็อกออกมาให้เด็กน้อยเลือก "จบงานแล้ว จะให้ฝัง หรือให้เผาดีครับ" ชายหนุ่มอีกคนจดคำตอบยิก ๆ ไม่ถึงสิบห้านาทีงานก็เรียบร้อย "เอนจอย เดอะ เซอร์วิสครับ" หนุ่มทั้งสองพูดพร้อมกับขณะโค้งตัวลา เด็กน้อยได้แต่ยืนงง ๆ พูดกับตัวเองว่า "เขามาทำอะไรกัน"

ระหว่างที่พักอยู่นั้น มีเสียงดังแปลก ๆ ดังขึ้นรอบห้องตลอดเวลา ทั้งกลางวันกลางคืน บ้างเป็นเสียงคล้ายถังโลหะ กระทบกัน บ้างเป็นเสียงผสมปูน ดังคึ่ก ๆ  ช่วงเย็นวันหนึ่ง เจ เจตริน ก็ได้มาหาที่ห้อง กล่าวว่า "คุณหนูครับ เชิญทางนี้ครับ" หนุ่มใหญ่ สไตล์แฟมิลี่แมน พาเด็กน้อยโฆสกะ ไปที่สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ในร่ม มีเจ็ตสกีจอดอยู่ ๒ ลำ "เดี๋ยวผมจะสอนคุณหนูเล่นเจ็ตสกีครับ" แล้วทั้งสองก็ติวเข้มกัน ไม่เว้นแต่ละวัน จนเด็กน้อยชำนาญ สามารถเฮฮาเล่นเจ็ตสกีคนเดียวได้ เป็นวัน ๆ

พักอยู่ราวสัปดาห์หนึ่ง เด็กชายโฆสกะเริ่มคิดถึงบ้าน เรียกถามบริกรหน้าโหดว่า "เมื่อไหร่ ผมจะได้กลับบ้านครับ"

"อีกไม่นานเกินรอครับ" เสียงบริกรหน้าโหดดังออกมาจากวิทยุวอร์คกี้ทอลค์กี้ เด็กหนุ่มก็รอต่อไปอย่างเบื่อหน่าย 

อยู่ ๆไปก็มีคนเอาผ้าใบมาปิดกระจกทั้งหมด "โห...อย่างนี้ก็ไม่เห็นทะเลสิครับ" เด็กน้อยโฆสกะบ่น

บริกรหนุ่มโผล่มาทางด้านหลังอย่างเงียบเชียบ "ไม่เป็นไรครับ ทางเรามี เพลย์สเตชั่นไฟว์ กับเกมส์ออนไลน์คาบาล ภาค ๘ ไว้ให้บริการทางนี้ครับ" เด็กน้อยตกใจนิดหนึ่ง แล้วเดินตามไปอย่างว่าง่าย

จากนั้นเวลาในห้องนั้น ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพราะเด็กน้อยติดเกมส์ ไม่มีเสียงบ่นว่า "เบื่อ" อีกเลย

........

ในเวลาเดียวกันนั้น ที่มาบุญครองนคร ก็มีการจัดงาน แห่ขบวนพาเหรดเช่นกัน เสียงเอะอะมะเทิ่งไปตลอดทั้งนคร

ใครผ่านหน้าบ้านเศรษฐี ก็ร้องทักว่า "อ้าวท่าน ไม่ไปด้วยกันหรือ"

"ยินดีด้วยครับ"

"เดี๋ยวตามไปใช่มะ"

เศรษฐีได้แต่ทำหน้าเปื้อนเครื่องหมายคำถาม ไม่คิดจะถามอะไร ใจยังคงเศร้าหมองครุ่นคิดหมกมุ่นถึงลูกชายคนโปรด จนไม่มีกระใจจะทำอะไร

.........

บทสนทนาที่บ้านทรายทอง กลางดึก

"นะคะ คุณพี่ขา คุณพี่ยอมคุณน้องสักครั้งนะคะ นะ นะ น๊า.... จุ๊บจุ๊บ นะ นี่แน่ ให้รางวัลหนึ่งที"

"ไม่เอาน่า เหนื่อยแล้ว คุณน้องก็ มาเซ้าซี้อะไรอยู่ได้"

"แหม....คุณพี่ขา อย่าพูดตัดเยื่อใยอย่างนั้นซีคะ นะ นะ นี่คุณน้องอยากมีXXXXXมานานแล้วนะคะ คุณพี่ไม่เห็นใจคุณน้องบ้างหรือคะ เอาละ ถ้าคุณพี่ยอมคุณน้องนะคะ เดี๋ยวคุณน้องจะเปิดเมมเบ้อร์ ให้ ๑๐ เมมเบ้อร์ ที่ เอ็กโซติก้า ซอยทองหล่อ ๑๐ เมมเบ้อร์ ที่คาริบเบี้ยน แยกเหม่งจ๋าย ๑๐ เมมเบ้อร์ที่ฟอร์เต้ เปียโน และซานติก้า แถมให้อีกที่ละ ร้อย ดริ๊งค์ และให้เที่ยวได้ไม่จำกัด หนึ่งปี ตกลงไหมคะ"

"......"

"โธ่.....คุณพี่ขา.....คุณพี่อย่าทำหน้าเป็นเสือยิ้มยากอย่างนั้นซีคะ นี่ลดแลกแจกแถมสุดขีดแล้วนะคะ ร้อยวันพันปีไม่เคยเสนอให้ขนาดนี้ อะ แถมคูปองบู๊ซให้ด้วย"

"......"

"งั้นอนุญาตให้มีกิ๊กเป็นนักร้อง ๑ คน ตกลงไหมคะ"

"อืมมมมส์..................เอ้า...ก็ได้"

"อู๊ย...คุณพี่น่ารักที่สุดของคุณน้อง ขอลูกชายให้คุณน้องสักคนนะคะ......"

" XXXX......สุดจะ XXXXX......XXX โคตรจะ XXXXXXX............XXXXXXXX ยิ่งกว่า XXXXXXXXXX สุด ๆ"*

*หมายเหตุ บทสนทนาด้านบน ถูกเซนเซอร์โดยเจ้าของบล็อก เพราะติดเรท มาก ผู้อ่านอาจอายุไม่ถึง ๑๘ เจ้าของบล็อกอาจถูกจับ

ความในตอนนี้ งงวุ่นวายสับสนอลหม่าน และมีเงื่อนงำ จนผู้อ่านต้องไปถามนักสืบคินดะอิจิ

 ภาพหน้าปกหนังสือการ์ตูนเรื่องคินดะอิจิ กับ คดีฆาตกรรมปริศนา ตอนคดีฆาตกรรมโอเปร่า

คินดะอิจิ กับฆาตกรรมปริศนา

เมื่อนักสืบได้อ่านบล็อกทั้งหมด ทำหน้าเข้ม ใช้ความคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วชูสองนิ้ว พร้อมประกาศว่า "ปริศนาของลอร์ดโวลเดอมอร์ ถูกเฉลย แล้ว"

"ข้าพเจ้าขอเอาชื่อเสียงของคุณปู่เป็นเดิมพันในการไขปริศนานี้ ข้าพเจ้าจะเปิดโปงแผนการณ์ของท่านลอร์ดในตอนหน้า....."

จบตอน ๑๔

อุทาหรณ์สอนใจให้รู้ว่า รักจะมีกิ๊ก ต้องให้เมียอนุญาตก่อน

ประกาศ!

เนื่องจากใกล้เปิดเทอม
อาจไม่ได้อัพบล็อกอย่างดุเดือดเช่นเคยแล้ว

ขออภัยในความไม่สะดวก

และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การติดตามนิยายตลกฝืด ๆ อิงพระไตรปิฎก ของยอดมนุษย์เพ้อเจ้อไร้สติแมน คนนี้ มาตลอด

เจริญในธรรม ฯ

#2 By Dhammasarokikku on 2008-07-19 12:17

สับสนเล็กน้อยจริงๆด้วย ฮา
รอคินดะอิจิมาเปิดเผยopen-mounthed smile

#3 By SEsai*นิค ณ cubic s. on 2008-07-19 15:05

อ่านไปลุ้นไป ว่าจะโดนเชือดมั๊ยเนี่ยยย ^^;

#4 By Rinna on 2008-07-19 17:14

พบ blog ของท่านโดยบังเอิญค่ะ

และได้แอบนำหัวข้อ เอ็นสะท้านฯ ไปตั้งไว้ที่เวบบอร์ดครูสมศรี

กระทู้นี้ค่ะ

http://www.kru-somsri.ac.th/board/index.php?topic=3672.0

คุณครูสมศรีท่านได้ reply ไว้ด้วย

จึงนำข้อความกลับมาฝากค่ะ

#5 By (58.9.220.4) on 2008-07-20 02:03