ใครว่า พระไตรปิฎกน่าเบื่อ - นิทานอิงธรรมบท เรื่องพระนางสามาวดี ตอนที่ ๑๕
posted on 19 Jul 2008 17:11 by akkarakitt in Dharmaเนื่องด้วยมีผู้ติงเข้ามาว่า ผู้เขียนไม่ควรเอาพระไตรปิฎกมาล้อเล่น ผู้เขียนขออนุญาต เปลี่ยนชื่อเอ็นทรี่ใหม่ เนื่องจากเกรงว่า จะมีผู้เข้าใจผิดคิดว่า พระไตรปิฎกเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ผู้เขียนเองอาจได้ลาพักร้อน ไปนอนตีพุงแช่แข็งในโลกันตมหานรก นรกติดแอร์นอกจักรวาลนั่น
ก่อนอื่นขอขมาพระรัตนตรัยกันไว้ก่อน
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง ฯ
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต ฯ
ความตอนที่แล้ว ผู้อ่านได้ให้คินดะอิจิ เป็นผู้มาไขปริศนาแผนการณ์ของลอร์ดโวลเดอมอร์ คินดะอิจิจะค่อย ๆ เฉลยปริศนาทีละขั้น โดยทำเป็นตัวสีน้ำเงิน
เช้าวันหนึ่ง มีชุดเสื้อเชิ้ต และกางเกงมันปลาบ มาวางรออยู่หน้าห้องที่โฆสกะพักอยู่ มีโน้ตทิ้งไว้ว่า "สำหรับคุณหนูโฆสกะ ใส่วันนี้" เด็กหนุ่มลองใส่แล้ว พอดีเด๊ะ แล้วไปนั่งเล่นเกมออนไลน์ต่อ
"กิ๊งก๊อง" คุณหนูโฆสกะผละจากวีดีโอเกมส์ ที่กำลังเล่นเพลิน ๆ ไปเปิดประตู แง้มดูเห็นชาย ๒ คน ใส่สูทสีดำ อย่างกับภาพยนตร์เรื่อง เมนอินแบล็ค ใส่แว่นดำ ท่าทางไม่น่าไว้ใจ จึงพยายามปิดประตูทันที แต่สายไปเสียแล้ว ชายคนหนึ่งเอารองเท้ายื่นเข้ามาคั่นประตูไว้ ปิดไม่ได้ อีกคนก็ผลักประตูเข้ามา
ภาพยนตร์เรื่อง men in black
"ขอโทษครับคุณหนู แต่มันถึงเวลาแล้ว" ชายคนหนึ่งตรงเข้ามายึดแขนเด็กหนุ่มไว้ โฆสกะตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ชายอีกคน เอาผ้ามาผูกตาหนุ่มน้อยไว้ "เงียบ ๆ นะครับ อย่าส่งเสียง มิฉะนั้น จะหาว่าผมไม่เตือน" ชายคนหนึ่งกระซิบเตือนด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แล้วพาคุณหนูออกไปที่ระเบียง โฆสกะไม่กล้าขัดขืน ไม่กล้าโวยวาย ยอมคนทั้งสองอย่างว่าง่าย
โฆสกะรู้สึกเหมือนเขาเอาอะไรมามัดที่ขาทั้งสอง กระดุกกระดิกไม่ได้ ฉับพลันชายคนหนึ่งก็ดึงผ้าผูกตาออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้า นอกหน้าต่างที่ถูกผ้าใบคลุมมาหลายวัน มีเรือสำราญลำมหึมา ข้างลำเขียนว่า "ไททานิค" ลอยคออยู่ในทะเล มีลวดสลิงเส้นหนึ่ง โยงจากอาคารเหนือศีรษะของเด็กหนุ่ม ไปยังเรือลำนั้น ไม่ทันที่หนุ่มน้อยโฆสกะจะได้จะได้ปริปากร้องอุทานว่า "โอ้โห" ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ชิงกล่าวขึ้นว่า "ขอโทษจริง ๆ ครับคุณหนู แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของบริการ" ว่าแล้วก็ผลักคุณหนูโฆสกะละลิ่วลงมาจากชั้นสูงสุดของโอเชี่ยนทาวเวอร์
เรือลำนี้แล มาจอดที่พัทยา
"อ๊า..........." โฆสกะร้องสุดเสียงอย่างหวาดกลัวที่สุดในชีวิต เมื่อร่วงลงมาจากตึกโดยไม่คาดฝัน ปักหัวดิ่งลงมา ร่างกายแหวกผ่านอากาศไปอย่างรวดเร็ว และยาวนานดูเหมือนไม่สิ้นสุด โฆสกะมึนงงไปหมดกับภาพที่เห็น เขาเห็นภาพตัวเขาค่อย ๆ ห่างออกมาจากตัวอาคาร ขณะเดียวกันก็ดิ่งลงสู่พื้นเบื้องล่างด้วยความเร็วสูง ความรู้สึกของการร่วงลงมา เสียวสุดใจ น่ากลัวสุดขั้ว สยองสุดจะกล่าว ราวกับหัวใจจะหยุดเต้น มือพยายามแหวกว่ายอากาศ ราวกับการแหวกว่าย จะช่วยให้ถึงพื้นช้าลง พยายามขยับขา แต่มันถูกมัดไว้แน่นทีเดียว ความเร็วของการร่วงค่อย ๆ ช้าลง ๆ ภาพรอบตัวเขาเริ่มชัดเจนขึ้น สายยางรัดที่ขาของเขา ค่อย ๆ ดึงตัวเขาขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วร่วง แล้วดึงขึ้น แล้วร่วง สลับกันไป จนมาหยุดสนิทที่เรือสำราญ
"และในวันมหามงคลสมรสนี้ ข้าพเจ้าผู้ดำเนินรายการ ขอแนะนำ คุณหนูโฆสกะ เจ้าบ่าวของเรา........" เสียงประกาศดังกึกก้องไปทั่วบริเวณสำทับด้วยภาษาประกิตว่า "Ladies and gentlemen, I proudly present..... Mr.Kosaka, the bridegroom......" ตามด้วยเสียงปรบมือดังสนั่น
โฆสกะยังมึนงงอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น นี่เขาฝันไปหรือเปล่า ชายอีกสี่คนก็เข้ามาประคองเขา ถอดอุปกรณ์กระโดดบันจี้จัมพ์ออก จัดการสวมชุดทักซิโด้สีขาวให้เด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว เท่ไม่หยอก
"เศรษฐีเมืองมาบุญครองซิตี้ พ่อของชายหนุ่มโฆสกะนี้ ได้มอบหมายให้ข้าพเจ้า ลอร์ดโวล์เดอมอร์ จัดงานแต่งงานให้กับลูกชายเขา กับ ลูกสาวของเศรษฐีทิดไต้ แห่งบ้านทรายทอง ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง"
"ห๊ะ....อะไรนะ แต่งงาน.....นี่คุณพ่อท่านแอบวางแผนจัดงานแต่งงานให้เราหรือนี่" โฆสกะคิดในใจ
คินดะอิจิ "ที่ลอร์ดโวลเดอมอร์ โทรหาเรือ คือ ต้องการเช่าเรือมาจัดงานแต่งงาน, ชุดทักซิโด้ในวันงาน ได้มาจากการวัดตัว และเลือกแบบในวันแรก, การมอบหมายให้ลอร์ดโวลเดอมอร์ซึ่งเป็นเพียงคนดูแลผลประโยชน์ จัดงานแต่งงานให้ลูกชายเศรษฐี ถือเป็นการให้เกียรติแบบสุด ๆ "
"และเจ้าสาวผู้เลอโฉมในวันนี้ ได้แก่ นางสาวกุ๊งกิ๊ง แห่งบ้านทรายทองครับ ขอแขกผู้มีเกียรติ ปรบมือต้อนรับด้วยครับ" เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั้งดาดฟ้าเรือสำราญ พร้อมการปรากฏกายของหญิงสาวผู้งดงามเกินเปรียบ ในชุดวิวาห์รังสรรค์โดย ต้นรัก สตูดิโอ
คินดะอิจิ "สาวน้อยกุ๊งกิ๊ง ได้จัดการแปลงสาส์นในจดหมายใหม่ว่า 'ลูกชายของข้าพเจ้านี้ ชื่อเจ้าโฆสกะ เจ้าจงนำค่าเช่าคอนโดทั้งร้อยหลัง มาทำงานวิวาห์มงคลสมรส กับบุตรสาวเศรษฐีในชนบทนี้ ให้ปลูกเรือนให้ใหม่ด้วย และให้ทำการรักษาอย่างแข็งแรง ครั้นงานสำเร็จแล้ว จงส่งคนมาบอกข้าพเจ้าด้วย' แล้วให้ หนูหื่น นำกลับไปไว้ที่ชายผ้าเช่นเดิม, เสียงบทสนทนาที่บ้านทรายทอง คือ เสียงคุณหญิงพจมานขอให้ คุณผู้ชายทิดไต้ ตอบรับการสู่ขอ ของเศรษฐีมาบุญครองนคร(โกสัมพี) โดยมีลอร์ดโวลเดอร์มอร์ เป็นผู้สู่ขอแทน"
งานวิวาห์ถูกจัดขึ้นอย่างอลังการ เชิญคนทั้งเมือง รวมทั้งชาวมาบุญครองนครมาร่วมงานด้วย และเมื่อมองไปทางคอนโดโอเชี่ยน ทาวเวอร์ ก็จะเห็นเรือนหอขนาดใหญ่ เพิ่งสร้างเสร็จ อยู่เหนือห้องสวีท
คินดะอิจิ "เสียงดังรอบห้องที่โฆสกะพักอยู่ คือ เสียงก่อสร้างเรือนหอใหม่ และติดตั้งลวดสลิง, งานพาเหรดที่เมืองมาบุญครองซิตี้ คือ ชาวบ้านได้รับบัตรเชิญไปร่วมงานมงคลสมรส แห่ขบวนงานมายังพัทยา, ที่ลอร์ดโวลเดอมอร์สั่งปูน และถังมา ก็เพื่อนำมาสร้างเรือนหอใหม่"
เมื่อประกอบพิธีทางศาสนาเสร็จสิ้น ชายสองคนในชุดดำเข้ามาหาเจ้าบ่าวอีก "คุณหนูครับ เชิญทางนี้" แล้วพาหนุ่มน้อยโฆสกะหายไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ด้านล่างของเรือ
หนุ่มโฆสกะปรากฏกายอีกครั้ง ในชุดเว็ตสุท เท่ยิ่งกว่า เจ เจตริน บวก เจ จินไต "คุณหนูครับ นี่เป็นเจ็ทสกีรุ่นล่าสุด น้ำหนักเบาพิเศษเพราะทำจากไม้จำปาครับ เดี๋ยวคุณหนูขี่ขึ้นฝั่งไปเลยครับ มีปาร์ตี้แสดงความยินดี รออยู่ที่ชายหาดโน้น" สองหนุ่มเมนอินแบล็คชี้นิ้ว
คินดะอิจิ "เนื้อไม้ที่ชาย ๒ คน นำมาให้โฆสกะเลือก คือ เนื้อไม้ใช้ทำเจ็ทสกี"
"บรื๊นส์...." โฆสกะเร่งเครื่องยนต์อย่างชำนาญ โบกมือทักทายแขกเหรื่อทั้งบนดาดฟ้าเรือสำราญ และชายหาด โชว์ท่าผาดโผนเล็กน้อย แล้วพาเจ็ทสกีขึ้นฝั่ง
คินดะอิจิ "เด็กน้อยได้รับการฝึกฝนการขับเจ็ทสกี จาก เจ เจตริน"
"สนุกไหมจ๊ะที่รัก" เจ้าสาวคนใหม่ ทักทายหนุ่มหน้ามนเจ้าบ่าวสุดเลิฟ แล้วยื่นผ้าเช็ดตัวให้
"สนุกสุด ๆ เลยจ๊ะ ไม่คิดเลยว่า คุณพ่อจะรักผมขนาดนี้ อุตส่าห์จัดงานฉลองแต่งงานให้ เสียยิ่งใหญ่ อลังการ ปกติเห็นท่านจะรักน้องชายมากกว่ามาก และที่สำคัญ...." เด็กหนุ่มในชุดเว็ตสุทหน้าเหมือนนักร้องนำวงดงบังชินกิ หยุดนิดหนึ่ง "เจ้าสาวของผมก็สวยมาก"
"ปรี๊ด" ถ้าหน้าของเจ้าสาวเป็นปรอดวัดไข้ คงระเบิดเสียแล้ว เลือดลมฉีดพล่านไปหมด หน้าแดงเป็นลูกตำลึง คิดในใจว่า "โธ่ พ่อโฆสกะยอดรักของฉัน แค่รูปร่างหน้าตาเธอ ก็บาดหัวใจฉันเป็นเสี่ยง ๆ แลนี่ยังจะปากหวานอีก เดี๋ยวปั๊ด....." แล้วก็เอาศอกกระทุ้งเจ้าบ่าวแรง ๆ ทีหนึ่ง แล้วว่า "ไม่พูดด้วยแล้ว" แล้วแก้เขินหันไปต้อนรับแขกต่อไป
ครั้นท่านลอร์ดได้จัดงานสำเร็จแล้ว จึงส่งคนให้ไปบอกเศรษฐีว่า งานที่ท่านให้ทำสำเร็จแล้ว
เศรษฐีได้ทราบความ ถึงกับช็อค โรคกระเพาะกำเริบ อาเจียนเป็นเลือด เหมือนตอนจิวยี่ ถูกขงเบ้งซ้อนกล ยังไงยังงั้น ต้องล้มหมอนนอนเสื่อ รำพันว่า "งานใดที่สั่งไป ก็ไม่สำเร็จ งานที่ไม่ได้สั่ง ก็กลับสำเร็จ" แล้วก็ไอค๊อก ๆ กระอักเลือดเล็กน้อย เหมือนหนังจีนเวลาตัวละครใกล้ตาย
แม้จะนอนซมอยู่กับเตียง แต่ความแค้นก็ยังสุมทรวงต่อไป คิดอยู่ว่า "แม้เราก็ต้องมาป่วยเสียแล้ว หากคราวนี้ไม่รอด ทรัพย์ของเราก็จะต้องตกไปอยู่กับมันเป็นแน่แท้ เราต้องรีบเรียกมันกลับมา จักได้ประกาศเสียว่า มันจะไม่ได้ทรัพย์สมบัติของเราเลย แม้สตางค์แดงเดียว" ครั้นแล้วจึงให้คนไปตามตัวโฆสกะกลับมา
ความอาฆาตแค้นของเศรษฐี จะลงเอยเช่นไร เด็กชายโฆสกะจะรอดพ้นแรงพยาบาทนี้หรือไม่ ติดตามได้ตอนหน้า
จบตอน ๑๕
อุทาหรณ์สอนใจให้รู้ว่า ทุกขัง สะยะติ โกธะโน คนมักโกรธ ย่อมอยู่เป็นทุกข์
เนื่องจากในเวบบอร์ดคุณครูสมศรี
มีกระทู้ถึงท่านค่ะ
เลยนำลิงค์มาฝากค่ะ
http://www.kru-somsri.ac.th/board/index.php?topic=3738.0
#1 By PiM (58.9.191.185) on 2008-07-21 23:14