อย่าแปลกใจว่า ทำไมแต่งนิยายธรรมะอยู่ดี ๆ ก็กระโดดไปแจกแนวข้อสอบสนามหลวงนักธรรมตรีเสียแล้ว (อย่าเพิ่งอารมณ์ค้างละ) งานนี้สืบเนื่องมาจาก บินเดี่ยว Episode III เมื่อปีที่แล้ว ดังจะได้ยกมาดังนี้

๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๐

เจริญพร, 

๓ เดือนในพรรษาที่ต้องปักหลักอยู่ที่เดียวนี่ สำหรับพระสันทนาการอย่างข้าพเจ้าแล้ว ประดุจถูกขังคุกเทียว ทั้งยังต้องเรียนหนังสือเหมือนสมัยปฐมวัยอีก ยังความน่าเบื่อเป็นล้นพ้น ทว่าที่สุดก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี แม้จะถูกขังคุกอยู่ก็ไม่สามารถระงับความซนของข้าพเจ้าได้เลย

หลายฉบับที่ผ่านมาถ้าญาติโยมสังเกตุก็จะพบว่า ภาษาที่ใช้พยายามลดความห่ามลง ให้สมกับสมณะเพศ ที่ล่าสุดก็ถูกเบรกหัวทิ่มมาอีกวาระ ว่าหลวงพี่รู้จักคำว่า สัมมาวาจา ในมรรคมีองค์ ๘ ไหมค่ะ โอ้โห... รู้สึกชา ๆ เหมือนถูกจับเอาขามัดท้ายมอเตอร์ไซด์ แล้วเอาหน้าลากถูไปตามพื้นซีเมนต์ทีเดียว อุเหม่...โลกธรรม ๘ เล่นงานเอาอีกแล้ว ก็ได้ ๆ ไหนลองเขียนแบบเครียด ๆ ดูเสียฉบับหนึ่งเป็นไร

บินเดี่ยว Episode III - หวนคืนสู่ห้องเรียน

โดยตัวข้าพเจ้า อาจขนานนามตามพระ สุภทฺทวุฑฺฒบรรพชิต ผู้กล่าวจ้วงจาบพระธรรมวินัยจนเป็นเหตุให้พระมหากัสสปะต้องเป็นผู้ริเริ่มทำปฐมสังคายนาพระไตรปิฎก ได้ว่า ธมฺมสโรวุฑฺฒบรรพชิต เนื่องจากบวชเมื่อแก่ สังขารย่อมมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา กระนั้นข้าพเจ้าก็ยังกริ่งเกรงว่าหากข้าพเจ้าไม่ศึกษาหาความรู้เสียแต่พรรษาแรก เมื่อชราภาพลงมากกว่านี้ คงได้รับความยากลำบากกว่านี้มาก หากมีเหตุให้จำต้องเรียนหนังสือเอาเมื่อพรรษาแก่ ๆ หูก็ฝ้า ตาก็ฟาง ไม่เป็นเรื่องแน่ จึงต้องมาเรียนนักธรรมเสียแต่เนิ่น ๆ ทั้งที่เคยคิดว่าชาตินี้จะไม่ขอเหยียบเข้าห้องเรียนอีกเลย จากการที่ห่างเหินการอ่านท่องจำหนังสือมานาน ใช้เวลาในชีวิตไปกับแสงสีลุ่มหลงมัวมาเซลสมองก็เสื่อมผุไปไม่มีประมาณ จะคงความสดเช่นเยาว์วัยก็หามิได้แม้กระผีก เมื่อมาเรียนทางธรรม ความรู้ทางโลกก็ต้องกองไว้ตรงนั้น(เจ)พร้อมกับเสื้อผ้าเมื่อวันเข้าโบสถ์ขออุปสมบท เริ่มนับ ก. ไก่ ใหม่ ก็พบว่า เนื้อหาในการเรียนนักธรรมนั้นเป็นการท่องจำเสียกว่าร้อยละ ๙๐ มันช่างสวนทางกับศักยภาพสมอง และความวิริยะอุตสาหะที่เสื่อมถอยลงทุกวัน ทั้งยังแตกต่างจากข้อสอบปรนัย (มีตัวเลือกให้กา) ที่ทำมาตลอดครึ่งค่อนชีวิต จะท่องบ่นก็ขี้เกียจ จะอ่านก็ไม่จำ แล้วจะทำอย่างไรดี ข้าพเจ้าจึงใช้วิธีเขียนลอกเนื้อหาสรุปลงกระดาษ ซึ่งก็เมื่อยมือเป็นล้นพ้น และเสียเวลามาก อย่ากระนั้นเลย ข้าพเจ้าจึงใช้วิธีใหม่ พิมพ์สรุปเนื้อหาลงคอมพิวเตอร์ไปเลย เพราะความเร็วในการเขียน กับการพิมพ์ก็พอ ๆ กัน ทั้งยังพริ้นต์เอ้าท์ออกมาอ่านซ้ำได้ เมื่อใกล้สอบ ขณะพิมพ์ไปก็เหมือนได้อ่านท่องไปในตัว ครั้นทำไปจนเสร็จโดยตั้งใจไว้ทีแรกว่าจะเอาไว้อ่านเอง ก็บังเกิดไอเดียว่า เพื่อนนักเรียนแก่ ๆ แบบเรานี่ ก็คงประสบปัญหาคล้าย ๆ เรา พวกน้องเณรหัวไบรท์ ๆ หน่ะ เขาเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว การพิมพ์ออกมาจากเครื่องคอมฯ ก็เสียสตางค์ไม่กี่บาท เลยพิมพ์สรุปเนื้อหาแจกเพื่อนพระเณรในวัด เป็นลำดับแรก ต่อมาก็พบว่าวัดที่ข้าพเจ้าจำพรรษาอยู่นี่เป็นสนามสอบสนามหลวงด้วย นี่แสดงว่าพระจากทุกวัดในเขตนี้ต้องมาสอบที่นี่ งั้นก็ทำแจกเป็นธรรมทานเสียเลย ได้บุญด้วย ทำแจกไป ๑๐๐ ชุด เป็นเงินทั้งสิ้น ๖๖๕ บาท เป็นลำดับที่สอง ปรากฏว่า เหลือ เพราะมีผู้เข้าสอบไม่ถึงร้อย เลยเอาที่เหลือประมาณ ๓๐ ชุด ไปแจกที่ศูนย์สอบวัดประยูรฯ เป็นลำดับสุดท้าย ก็ขอญาติโยมโมทนา

หลังสอบเสร็จแล้วก็รู้สึกว่า เสียงตอบรับค่อนข้างดี มีเสียงมาว่า อ่านเข้าใจง่ายดี นี่ถ้าได้มาก่อนหน้านี้คงดีไม่น้อย (อันนี้แอบไปนั่งฟังในวงสนทนา โดยที่เขาไม่รู้ว่าข้าพเจ้าเป็นผู้เรียบเรียง) จึงมีความคิดว่า ถ้าเอกสารชุดนี้ได้พิมพ์แจกออกไปคงดีไม่น้อย สมัยหนึ่งที่ข้าพเจ้าออกตระเวนยุทธภพไปตามวัดต่าง ๆ ได้พบพระรูปหนึ่ง ท่านให้นิยามคำว่า อานิสงส์ ไว้น่าสนใจว่า อานิสงส์ คือ ประโยชน์ ยิ่งประโยชน์มาก ยิ่งอานิสงส์มาก แม้จะไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์เสียทีเดียว แต่ก็เป็นเรื่องน่าคิดมิใช่น้อย อย่างเช่น การทำหนังสือสวดมนต์เป็นธรรมทาน ถามว่าการลงทุนพิมพ์หนังสือแจกนั้น เพียงพอหรือไม่ อานิสงส์สมกับที่พระพุทธองค์ตรัสว่า สัพพทานัง ธัมมทานัง ชินาติ การให้ธรรมเป็นทาน ชนะทานทั้งปวง หรือไม่ อะไรเป็นปัจจัยให้เกิดอานิสงส์ ถ้าเอานิยามข้างต้นเป็นเกณฑ์ ก็จะพบว่า ไม่พอ เพราะบางที คนเขารับหนังสือสวดมนต์ไปบูชาก็มี คือเอาไปวางไว้บนหิ้งพระ เอาไปทิ้งขว้างก็มี ประโยชน์ก็จะเกิดเพียงเป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับโต๊ะหมู่บูชา หรือเป็นน้ำหนักที่เพิ่มขี้นบนกิโลของซาเล้งรับชื้อเศษกระดาษ จะหาอานิสงส์ได้ที่ไหน ถ้าจะประเมินตามพระพุทธพจน์ดังกล่าว การให้ธรรมเป็นทาน สมัยก่อน น่าจะหมายถึง การแสดงธรรม เป็นเพราะสมัยก่อนมิได้มีการพิมพ์หนังสือเช่นทุกวันนี้ ฉะนั้นเมื่อมาปรับใช้กับยุคปัจจุบัน ก็อาจใช้วิธีง่าย ๆ ด้วยการพิมพ์หนังสือแจก แต่อานิสงส์นั้นเกิดตอนที่ผู้รับเอาหนังสือไปสวดมนต์ มิใช่เอาไปกองไว้ที่บ้าน เช่นนั้นหนังสือสวดมนต์จะมีอะไรต่างจากอามิสทาน (ทานที่เป็นสิ่งของ)

เมื่อพิจารณาดังนี้แล้ว ข้าพเจ้าจึงเห็นว่า อานิสงส์ของสรุปแนวข้อสอบนักธรรมตรีที่ข้าพเจ้าทำขึ้น น่าจะมีอานิสงส์ไม่มากก็น้อย เพราะนอกจากพระเณรในกรุงเทพฯ จะได้ใช้เตรียมตัวสอบแล้ว ถ้าส่งไปถึง สำนักเรียนในต่างจังหวัดห่างไกลความเจริญ ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์มาก ข้าพเจ้าได้ทำการย่นย่อจากหนังสือไม่ต่ำกว่า ๓ เล่ม มูลค่าถ้าจะซื้อถวายพระเณรเป็นธรรมทานไม่ต่ำกว่า ๑๓๕ บาท ขณะที่ค่าถ่ายเอกสารสรุปที่ข้าพเจ้าทำขึ้น จะเหลืออยู่ชุดละไม่ถึง ๑๐ บาท ก็น่าจะมีความเข้มข้นของบุญสูง เพราะทำบุญด้วยเงินเพียงเล็กน้อย แต่ได้ประโยชน์มาก ข้าพเจ้าเองอยู่ในกรุงเทพฯ ค่าหนังสือเรียนอยู่ในหลักหลายร้อยบาท ก็ยังหาได้ลำบาก ถ้าเป็นต่างจังหวัดก็นับเป็นจำนวนเงินมิใช่น้อยเลย ข้าพเจ้าเองมีกำลังในการเผยแพร่เอกสารนี้ออกไปจำกัด จึงต้องขอพึ่งกำลังของพวกท่านทั้งหลาย ที่เล็งเห็นประโยชน์ของเอกสารฉบับนี้ ช่วยกันทำแจกเป็นธรรมทาน ให้วัดใกล้บ้าน หรือ วัดในต่างจังหวัด สืบไป ฯ (จะให้ดีไปถวายช่วงใกล้ ๆ เปิดเทอม ก่อนเข้าพรรษา ปีหน้า จะดีกว่า ถวายตั้งแต่เดี๋ยวนี้ สงสัยจะหายหมด)

ฉบับนี้มิได้มีเหตุการณ์ตื่นเต้นผจญภัยมาฝากกัน แต่เดี๋ยวออกพรรษาแล้ว พระสันทนาการก็จะออกลุยบู๊ตึ๊งอีกครา จับพลัดจับผลูก็อาจจะได้ไปเดินรุกขมูลสมใจอยาก ใกล้จะเข้าสู่เหมันตฤดูอีกแล้ว นี่ขนาดกรุงเทพฯ ยังเย็นขนาดนี้ บนดอยคงไม่ต้องพูดถึง เวลานี้ก็เพิ่งจะรวมของบริจาคได้ลังกว่า ๆ เท่านั้น เหลือเวลาอีกราว ๒ เดือนที่จะรวบรวมของ ยกพลขึ้นดอยไปแจกด้วยตนเอง ถ้าใครมีของบริจาคเพิ่ม ก็เชิญได้ที่กุฏิ ข้าพเจ้าเองก็สิ้นปัญญาจะบอกบุญแล้ว เพื่อนฝูงสมัยเรียน ก็บอกไปครบทุกสถาบันแล้ว ต้องไปอาศัยลูกศิษย์ลูกหาของหลวงพี่สมปอง กับหลวงพี่เล็ก ในการหาเสื้อกันหนาว ข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค ต่อไป ทั้งนี้ ถ้าใครมีทำเลเหมาะ ในการตั้งกล่องรับของบริจาค ข้าพเจ้าก็มีกล่องรับบริจาคดีไซน์ล่าสุดจากห้องเสื้อชื่อดังจากอีตารี่ "อัคระจิโอ เอามานี่" ทำจากกระดาษรีไซเคิ้ลขนาดกว้าง x ยาว x สูง = ๓๘๐ x ๖๓๕ x ๑,๑๘๕ มม. ดังในภาพ ยินดีอย่างยิ่งจะนำไปวางให้ และขอโมทนาบุญล่วงหน้าด้วย บุญกิริยาวัตถุอันสำเร็จด้วยการขวนขวายในงานบุญ ชื่อว่า เวยยาวัจจมัย (โห... ดูเป็นผู้มีทฤษฎี) ได้บุญมิแพ้ทำเองเลย ท่านบ่อก!

จบ Episode III

นั่นเป็นจดหมายบอกข่าวบุญที่เขียนเมื่อปีที่แล้ว ได้ส่งเอกสารไปให้ญาติโยมช่วยกันถ่ายเอกสารคนละไม้คนละมือ

มาในปีนี้ ฝีไม้ลายมือประสบการณ์เพิ่มขึ้นตามวันเวลา จึงนำสรุปอันเดิมนั่นละ มาทำรูปเล่มใหม่ ส่งโรงพิมพ์แล้ว ราคาถูกกว่าถ่ายเอกสารเสียอีก แถมยังเป็นรูปเล่มสวยงาม และยังอาจสามารถส่งต่อให้รุ่นน้องได้ใช้ด้วย ไม่เหมือนนำไปถ่ายเอกสาร สอบเสร็จแล้วบางทีก็ทิ้งไว้หน้าห้องสอบนั่นละ กลายเป็นขยะไปทันที เสียอย่างเดียวที่ต้องพิมพ์ทีละปริมาณมาก ซึ่งคราวนี้ก็พิมพ์ไป จำนวน ๕,๐๐๐ เล่ม

ทีแรกก็ลังเลอยู่นานว่า จะทำดีหรือไม่ทำดี ถ้าทำก็ต้องไปวุ่นวายหาทุนทำอีก เกือบจะไม่ได้ทำเสียแล้ว พอดีหลวงลุงสุพล (ที่แม่ฮ่องสอน) แวะมาเยี่ยม ท่านเห็นเข้าโดยบังเอิญ (พอดีวางไว้ที่โต๊ะหมู่บูชา) ท่านบอกดีมาก ๆ เลยนะเนี่ยะ อ่านเข้าใจง่าย แล้วพกพาสะดวก พกเล่มเดียว เอาขึ้นดอย สอนได้ครบทั้งหลักสูตรเลย ฟังแล้วเลยมีกำลังใจทำขึ้นมาอีกครั้ง (ต้องรีบทำช่วงนี้แล ออกพรรษาแล้ว สรุปพวกนี้ก็หมดประโยชน์)

การรบกับกิเลสของข้าพเจ้า ไม่มีรูปแบบ แน่นอน ตายตัว ขึ้นอยู่กับเหตุ และปัจจัย อย่างเช่นในการทำหนังสือแจกในคราวนี้ ก็บุกไปข้างหน้า อย่างไร้การวางแผน อาศัยปัจจัยที่พอหยิบยืมได้ ทำงานไปก่อน ครั้นเมื่องานสำเร็จแล้ว มีผู้ปรารถนาจะร่วมบุญ ก็บริจาคเข้ามา ข้าพเจ้าก็เอาปัจจัยนี้ใช้หนี้ไป ไม่มีเงินเหลือเก็บให้เพาะความโลภ เป็นมะเร็งในอารมณ์ ของบรรพชิต อย่างที่ครูบาอาจารย์เคยแนะนำมาว่า เป็นพระไม่ควรมีเงินเหลือเก็บข้ามปีเกินพันบาท (สมัยนี้คงขึ้นไปอยู่สักห้าพันกระมัง เทียบกับค่าเงินสมัยพระอาจารย์)

มาถึงขั้นตอนการแจก ก็ยังไม่มีรูปแบบอยู่นั่นแหละ แต่มีเป้าหมายกว้าง ๆ ว่า น่าจะแจกไปยังวัดยากจนในชนบท อินเตอร์เน็ตเข้าไม่ถึง เพราะถ้าอินเตอร์เน็ตเข้าถึงแล้ว อย่าว่าแต่แนวข้อสอบเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้เลย มากกว่านี้ ดีกว่านี้ ละเอียดกว่านี้ ก็หาเอาในเน็ตได้หมด ก็ลองเข้าเน็ตไปเซิร์ชหาสำนักพระปริยัติธรรมในแต่ละจังหวัด ให้เขาเป็นธุระจัดการกระจายหนังสือให้ ท่าจะเหมาะ เพราะเขาย่อมรู้ว่า พื้นที่ใด กันดาร ยากจน และต้องการหนังสือเช่นนี้ ก็เผอิญไปเจอกับสำนักสงฆ์นี้พอดี พิจารณาแล้ว ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการพอดี เลยส่งไปให้ ๘๖ เล่ม ประเดิมล็อตแรก ของงานบุญในครั้งนี้ และแอบจิ๊กสมุดที่ตั้งใจจะเอาไปแจกชาวเขา แถมเพิ่มไปให้อีก ๒ โหล ก็ขอญาติโยมโมทนา

อย่าแปลกใจเลยว่า ทำไมจังหวัดที่ใกล้กรุงเทพฯ แค่จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงยังมีพื้นที่ยากจนเช่นนี้ ดูแค่ใกล้ ๆ บ้านเรา ในสลัม ในไซต์งานก่อสร้าง คนจนก็มีอยู่ทุกหัวระแหงครับ แล้วข้าพเจ้ามีเกณฑ์อะไรในการเลือกช่วยเหลือ ก็อย่างที่บอกไปละครับว่า ดูตามเหตุและปัจจัย อันไหนถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง แล้วจังหวะที่เข้ามาชน พอช่วยเหลือได้ก็ช่วยไปครับ 

และถ้าเกิดว่า ใครไปพบสำนักเรียนพระปริยัติธรรมไหน ยากจน อยากได้หนังสือนี้ไปแจก ก็แจ้งเข้ามาเลยครับ จะจัดการให้

สนใจร่วมสมทบทุนสร้างแนวข้อสอบนักธรรมตรี ธ.กรุงเทพ สาขาถนนประดิษฐมนูญธรรม หมายเลขบัญชี 065-0-21185-7 ชื่อบัญชี นส.พรรณสุนีย์ มาลาโรจน์ 

สำนักปริยัติธรรมที่เซิร์ชเจอในเน็ต 

ร่วมกันทำบุญแก่โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสายสามัญศึกษา

จาก FW Mail

เมื่อคืนประมาณ 1-2ทุ่ม  ข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์จากพระอาจารย์ที่นับถือท่านหนึ่ง  คือ พระมหาแผน  ท่านโทรมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวลมาก  ได้ความว่า ...

ตอนนี้สามเณรที่ท่านดูแลอยู่ 90 รูป กำลังจะลำบาก  เพราะอาหารที่มีอยู่กำลังจะหมดไป  ของใหม่ก็ไม่มีมาเพราะอยู่ห่างไกลจากชุมชน  ข้าพเจ้าเคยค่อนท่านหลายครั้งว่า ทำไมต้องเอาลูกเค้ามาเลี้ยง  ท่านก็ตอบเหมือนๆกันทุกครั้งไปว่า  เด็กๆ พวกนี้เป็นคนยากจน พ่อไปทาง แม่ไปทาง เป็นโจรไปก็มี  ท่านว่าฉันเอาเค้ามาเลี้ยงอย่างน้อยๆ  ก็สั่งสอนเค้าให้เป็นคนดีในสังคมได้  เหลือท่าเด็กมันมีบุญ วาสนา  ก็จะได้เป็นเนื้อนาบุญ สืบต่อพระศาสนาต่อไป ข้าพเจ้าก็จนแต้มอีกตามเคย

มีอยู่ครั้งหนึ่ง  พระอาจารย์ท่านเล่าให้ฟังว่า ท่านได้เรียกประชุมเณร  เพราะท่านหมดกำลังที่จะดูแลเณรน้อยทั้งหลายต่อไป  ท่านทั้งหลาย  ทราบหรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น?

สามเณรน้อยพร้อมใจกันกราบแทบเท้าท่านแล้วพูดว่า  หลวงพ่อกินเกลือ  พวกผมก็กินเกลือ  แต่ถ้าท่านอด พวกผมก็ยอมอด  ข้าพเจ้าฟังแล้วน้ำตาไหล

มีเด็กจำนวนหนึ่ง  ข้าพเจ้าได้เป็นเจ้าภาพ  บวชให้ จำได้ว่า มีเด็กอยู่คนหนึ่ง อายุ 10-11 ขวบ  ไม่ได้แจ้งข้าพเจ้ามาก่อนว่าต้องการบวช  เธออุตส่าห์ โกนหัวมาเสร็จสรรพ มาแต่เช้าตรู่  เธอหลบอยู่ใต้ถุนศาลา  พอเห็นข้าพเจ้าก็ตรงมากราบเท้าข้าพเจ้า แล้วบอกว่า คุณน้าผมอยากเป็นคนดี   คุณน้าช่วยผมด้วย 

ในที่สุดก็เป็นเจ้าภาพบวชให้เธอ

ข้าพเจ้ามานั่งคิดๆ ว่าถ้าอาหารหมดทีก็หาให้ที  มันจะเป็นเหมือนเบี้ยต่อไส้  เลยอยากจะตั้งกองทุนเพื่อ  อาหารพระเณรขึ้นมาสักกอง  จะได้เป็นทุนสำรองต่อไป

วันนี้ข้าพเจ้าได้ให้พี่สาว  ไปเปิดบัญชีไว้และได้  กราบเรียนท่านพระอาจารย์  ท่านดีใจใหญ่และได้ซื้อ ข้าวสาร 50ถุง  น้ำปลา 2ลัง  ขนมปัง 6ปีบ  น้ำ
แดง 1ลัง  น้ำมัน 1ลัง  น้ำตาล 10ถุง  เกลือ 10ถุง  มาม่า 4กล่อง ไว้ใช้ก่อนชั่วคราว

จึงขอเรียนเชิญทุกท่านผู้ใจบุญทั้งหลาย มาช่วยกันก่อตั้งกองทุนในครั้งนี้ เพื่อสืบต่ออายุพระสงฆ์ สามเณร และ พระพุทธศาสนา

ท้ายสุดนี้ ขอกราบอารธนาบารมี  พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์  พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์  พระธรรม และพระอริยสงฆ์  ทั้งหลาย ขอให้ทุกท่านผู้เป็นกำลังใหญ่ในการสืบทอดอายุบวรพระพุทธสาสนา จงมีความสุข สวัสดี  ตลอดตราบเท่า เข้าสู่นิพพานเถิด สาธุ สาธุ สาธุ




สิ่งของที่รับบริจาคสงเคราะห์พระภิกษุสามเณร ( 081-940 8541  พระมหาแผน )
1. ข้าวสาร อาหารแห้ง เช่น กะปิ น้ำปลา ซอส เครื่อง แกง เครื่องปรุงแต่งรสอาหาร ผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น
2. อุปกรณ์ การศึกษา เช่น สมุด ปากกา ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด เป็นต้น
3. หนังสือเรียน นักธรรม ตรี โท เอก และสายสามัญ


**โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสายสามัญศึกษา**
สำนักสงฆ์ บ่อเงินบ่อทอง ต. หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา 24120

หมายเลขบัญชี  203-0-06304-5
ธ. กรุงไทย สาขา พนมสารคาม
ชื่อบัญชี ร.ร.  ปริยัติธรรมบ่อเงินบ่อทอง


' อาตมาภาพ ขอบิณฑบาต เป็นอาหารแห้ง เช่น ข้าวสาร เครื่องปรุงรสแกงต่างๆ ตลอดถึง ผัก  ปลา หมู ไก่ เป็นต้น  เพราะเมื่อโรงเรียนย้ายที่ตั้งใหม่   ระยะการเดินทางไกล ถ้าเป็นอาหารปรุง  เสร็จแล้ว จะไม่ทันฉันเพล และอาหารแห้งสามารถเก็บไว้จัดภัตาหารเพลถวายภิกษุสามเณรในวันต่อไปได้ เพราะสถานที่ ที่ย้ายโรงเรียนไป  เป็นทุ่งนาห่างไกลตลาดที่จะจัดซื้อภัตตาหารถวายมื้อเพลได้ในปัจุบัน มีพระภิกษุสามเณรกว่า 90 รูป โยมที่ถวายอาหารแห้งได้ มีโอกาสทำบุญกับ พระเณร เป็นจำนวนมาก'


1. รูปโรงเรียนพระปริยัติธรรม


2. รูปโรงเรียนพระปริยัติธรรม


3. สามเณรช่วยกันทำงานก่อสร้างกุฏิดิน



   

   



Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สาธุค่ะ
อาจช่วยได้ไม่มาก
ปัจจัยน้อย อยู่ในวัยเรียนอยู่- -"

จะบอกบุญไปเรื่อยๆนะคะ
แล้วลิงค์มาหน้านี้แถมbig smile

#1 By SEsai*นิค ณ cubic s. on 2008-07-23 21:56

ตอบความเห็นที่ ๑

การทำบุญไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพย์ก็ได้

การโมทนาบุญ หรือเรียกว่า มีใจยินดี
ได้ฟังได้อ่านว่า เขาทำบุญอย่างงั้น อย่างงี้ ยินดีกับเขาด้วย ท่านว่า ได้บุญไม่แพ้ทำบุญเอง
มีพระบางรูปบอกว่า ได้ ๔๐-๖๐ เปอร์เซนต์ของคนที่ทำ ก็ไม่รู้เอาเกณฑ์อะไรมาวัดเหมือนกัน เพราะตามที่ทราบมานี่ ได้บุญเหมือนคนทำเลย
บุญกิริยาวัตถุชนิดนี้ เขาเรียกว่า ปัตตานุโมทนามัย

ที่เอามาทำเอ็นทรี่นี่ ก็ต้องการให้โมทนาเป็นหลัก เพราะเศรษฐกิจแย่เอามาก ๆ ทำบุญต้องอย่าให้เดือดร้อนตัวเองนะ แต่ถ้ากำลังใจอยากทำ ก็ยินดี และโมทนาด้วย

และทำบุญต้องเน้นที่เรามีใจสละออก ละออก หวังการสงเคราะห์ผู้อื่น เป็นหลัก นะถึงจะมีอานิสงส์มาก

เจริญในธรรม ฯ

#2 By Dhammasarokikku on 2008-07-23 22:17

Hot!

โอ้ โมทนาสาธุค่ะ
เดี๋ยวจะร่วมด้วยช่วยอีกแรงนึง ^__^

#3 By Rinna on 2008-07-24 02:43