เนื่องด้วยมีผู้ติงเข้ามาว่า ผู้เขียนไม่ควรเอาพระไตรปิฎกมาล้อเล่น ผู้เขียนขออนุญาต เปลี่ยนชื่อเอ็นทรี่ใหม่ เนื่องจากเกรงว่า จะมีผู้เข้าใจผิดคิดว่า พระไตรปิฎกเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ผู้เขียนเองอาจได้ลาพักร้อน ไปนอนตีพุงแช่แข็งในโลกันตมหานรก นรกติดแอร์นอกจักรวาลนั่น ทรงจำไว้ด้วยนะครับว่า นี่คือ "นิทาน" นิท๊าน....นิทาน

ก่อนอื่นขอขมาพระรัตนตรัยกันไว้ก่อน 

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง ฯ

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต ฯ

ความตอนที่แล้ว มาถึงตอนที่มิตสึโอะกุฎุมพี กำลังด่าสาดเสียเทเสียอยู่ เพราะเข้าใจว่า ลูกสาวเศรษฐีมาขอข้าวกินทั้งที่ไม่ได้ยากจน

"พี่คะ....ฮัก ๆ...." ต่อมน้ำตาสาวน้อยเริ่มแตกอีกรอบ หลังจากพักยกไปนานพอสมควร

".....หนูไม่ได้ขอข้าวไปกินคนเดียวนะคะ.....ฮัก ๆ.....คือหนูตามคุณพ่อ กับคุณแม่มาจากเมืองภัทราวดีเธียเตอร์ รอนแรมมากลางป่า ทาสี ทาสา รับใช้สักคนเดียวก็ไม่มี ฮัก ๆ พอมาได้กลางทาง เสบียงก็หมดลง ฮัก ๆ ต้องอดอยากปากแห้ง เข้าคอร์ส สลิมมิ่ง เซนเตอร์ โดยไม่ได้ตั้งใจ ต้องเดินตั้งแต่เช้า จรดเย็น กว่าจะมาถึงชั้น ๖ มาบุญครองนครนี้ เหนื่อยแทบขาดใจ พอมาถึงก็ว่าจะพักเอาแรงเสียหน่อย แล้วค่อยเข้าไปหาสหายของคุณพ่อ หนูถึงไปขอข้าว ๓ จาน สำหรับคุณพ่อ และคุณแม่ด้วย คืนนั้นคุณพ่อ ก็เสียชีวิต เช้ามาหนูเลยมาขอแค่ ๒ จาน เมื่อคืน คุณแม่ก็มาเสียชีวิตอีก วันนี้หนูเลยมาขอข้าวแค่จานเดียว...ฮัก ๆ....แล้วคุณพี่ ก็มาด่าหนูอีก.....ฮือ ๆ ๆ ๆ" สาวน้อยปล่อยโฮออกมากลางโรงทาน

ตุ๊ดควาย ยืนฟังอยู่ ตั้งแต่ทรงพระกริ้ว ค่อย ๆ จืดลง ๆ จนกลายเป็นละห้อยละเหี่ย ฟังชีวิตแสนเศร้าของสาวน้อยแล้ว รันทดยิ่งกว่า นางเอกละครช่อง ๓ ยิ่งกว่าดาวพระศุกร์ บวก ชายน้อยแห่งบ้านทรายทอง เขื่อนน้ำตาสาวล่ำเริ่มแตกบ้าง "โธ่...แม่สาวน้อย ทำไมถึงได้อาภัพขนาดนี้ แล้วคุณพ่อเธอเป็นใครกันเล่า"

"ฮือ ๆ....ภัทราวดีเศรษฐีเจ้าค่ะ" สาวน้อยตอบทั้งน้ำตา

"เอาละ ก็ในเมื่อภัทราวดีเศรษฐีไม่อยู่เสียแล้ว เธอจงมาเป็นธิดาของชั้นเถิด" ว่าแล้วมิตสึโอะกุฏุมพีก็จุ๊บ ๆ ที่ศีรษะสาวน้อย แล้วรับเธอเป็นธิดาคนโต แต่นั้น

วันรุ่งขึ้น สาวน้อยตื่นขึ้นมาในชุดนอนซีทรู ไม่เอ็กซ์เลยเพราะเธอเป็นประเภทกระดานโต้คลื่น กลับมาเป็นคุณหนูไฮโซเช่นเดิม แม้ไม่เท่าสมัยป๊า มี๊ ยังอยู่ ได้ยินเสียง เอะอะมะเทิ่ง ตุ๊งแช่ ๆ อยู่ใกล้ ๆ จึงถามปะป๊าใหม่ว่า "นั่นเสียงอะไรคะ"

"อ๋อ เสียงผู้คนเขาแย่งอาหารกันในโรงทานหน่ะจ๊ะ คนดี หนวกหูหน่อยนะ มันเป็นอย่างนี้ทุกวันแล" ปะป๊าคนใหม่เฉลย

"อ้าว แล้วคุณปะป๊า ไม่ จุ๊ ๆ ให้เขาเงียบ ๆ กันละคะ อย่างนี้หนวกหูจะตาย" สาวน้อยพ้อ

"แหม นี่คุณลูกขา อย่าเรียกม๊ะ ว่าป๊ะอย่างงั้นเลย มันหยาบคายรู้ไม๊ คุณม๊ะ ของคุณลูก สวยออกขนาดนี้ ยังใจจืดใจดำเรียกคุณม๊ะ ว่า คุณป๊ะ อีกหรือคะ ช่วยเรียกคุณม๊ะให้ชื่นใจหน่อยเถอะ นะคะคุณลูกขา" สาวล่ำ ที่คิดว่าตัวเองสวยระดับมิสทิฟฟานี่ ตัดพ้อมั่ง

"ก็ ได้ค่ะ คุณแม่" สาวสวยตามใจคุณม๊ะคนใหม่

"อู๊ยยยยย......ชื่นใจ๊...ชื่นใจ.... คุณลูกคนดีของคุณแม่ คืองี้นะคุณลูกขา ไอ้โรงทานนี้หน่ะ คุณแม่ของคุณลูก ดูแลมัน ตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ไม่เค้ย...ไม่เคย สักวันเดียว ที่เสียงนกกระจอกแตกรังนี้ มันจะเงียบเลยค่ะ คุณลูกขา" คุณม๊ะมือใหม่ระริกระรี้ที่ได้เป็นแม่คนกับเขาเสียที

"แล้วทำไม คุณแม่ ไม่ให้เขาเข้าคิว ละคะ ตามทฤษฏี คิวอิ้งเทียวรี่นะคะ ถ้าเราให้เขาเข้าคิวกันแบบ มัลติเปิ้ล ชาแนล คิวอิง ค่าการรอคอย จะลดลงเหลือแค่สแควร์รูทของ......" สาวน้อยโชว์พาว ว่าวทฤษฏีการเข้าคิวที่เคยเรียนมา อย่างแคล่วคล่อง

"ยู๊ดดด.....สต็อปปุ คุณลูกขา ไม่ต้องว่าทฤษฎีให้มากความหรอกค่ะ คุณหม่อมแม่ลองมาหมดแล้ว ไม่สำเร็จ" คุณแม่สองเพศรีบเบรคสาวน้อยตัวโก่ง เพราะฟังไม่รู้เรื่อง แต่ต้องไว้ฟอร์ม

"จริงหรือคะ คุณหม่อมแม่" คุณลูกทำหน้าฉงน

"จริงสิคะ คุณลูกขา หม่อมแม่ลองหมดทุกวิธี พอให้เข้าคิวแล้ว คิวจะพิสดารแค่ไหม เขาก็แซงคิวกันหมด" คุณแม่ฟอร์มจัด รีบเก๊ก บลัฟคุณลูกสาว ด้วยประสบการณ์ของตน

"แล้วคุณแม่เคยลองล้อมรั้วไหมคะ" คุณลูกเสนอ

".........."

"เนี่ยะนะคะ ถ้าล้อมรั้วแล้ว ให้คนเข้าประตูหนึ่ง ออกประตูหนึ่งอย่างนี้นะคะ การเข้าคิวจะเป็นไปแบบ ซิงเกิ้ล ชาแนล คิวอิ้ง ค่าการรอคอยจะเท่ากับ....." สาวน้อยเริ่มโชว์พาวอีกครั้ง

"ยู๊ดดดดดดด....สต๊อปปุ ไม่ต้องสาธยายต่อแล้ว ความจริงคุณหม่อมแม่ ก็ยังไม่เคยล้อมรั้วดูเหมือนกัน ดูเข้าทีเหมือนกันนะ เอาละ คุณลูกไปพักผ่อนเถิด เดี๋ยวคุณหม่อมแม่จะลองเอาทฤษฎีฝนคิวของคุณลูกไปลองใช้ดู" ว่าแล้วคุณหม่อมแม่ก็สะบัดตูด เด้งซ้ายที ขวาที อย่างกับเดินบนแค็ทวอร์ค ไปจัดการตามที่คุณลูกแนะนำ

ปรากฏว่า แต่นั้น โรงทานเงียบเป็นเป่าสาก คนเข้าคิวกันเข้ารับอาหารอย่างเป็นระเบียบ

ท่านโฆสะชินกิ บัดนี้ เป็นเศรษฐีใหญ่ เจ้าของโรงทานนั้น เห็นเสียงโรงทานเงียบไปหลายวัน นึกสงสัยอยู่ จึงเรียก มิตสึโอะกุฎุมพีมาถามว่า "นี่ท่านยกเลิกการให้ทานของเราเสียแล้วรึ ไฉนถึงไม่ได้ยินเสียงโรงทานมาหลายวันแล้ว"

"หามิได้เจ้าค่ะ ความจริงคือ คุณลูกสาวของอะฮั้น เขาค้นคิดวิธีเข้าด้ายเข้าคิวขึ้นมาใหม่เจ้าค่ะ เสียงเลยเอะอะมะเทิ่ง เพราะการแย่งอาหารกัน เลยหายไป" มิตสึโอะรีบแก้ความ

"ห่ะ นี่เจ๊ไปมีลูกสาวตั้งแต่เมื่อไหร่ เดี๋ยวนี้การแปลงเพศมันก้าวไกลขนาดนั้นแล้วเรอะ" โฆสะชินกิทำตาโต

"หามิได้เจ้าค่ะ ความจริงคือ......." มิตสึโอะกุฎุมพีสาธยายจนสิ้นความ

"จริงหรือนี่....แล้วเธอชื่อกระไรเล่า" เศรษฐีทำท่าสนใจ

"เออจริง อะฮั้นก็ลืมถาม เดี๋ยวอะฮั้นไปตามคุณลูกสาวมาก่อนนะเจ้าค่ะ" สาวล่ำว่าแล้ว รีบไปตามตัวลูกสาวมา

สาวน้อยมาถึงบ้านโฆสกะเศรษฐีแล้ว เศรษฐีพิจารณาลักษณะแล้ว ดูเป็นผู้ดี๊ผู้ดี จึงถามว่า "นี่ แม่ ชื่อกระไรหนอ"

"ชื่อสามาเจ้าค่ะ" สาวสวยตอบอย่างฉะฉาน

"เอ๊ะ....ชื่อคุ้น ๆ..... เหมือนเคยได้อ่านเจอที่ไหนมาก่อน......นึกไม่ออกแฮะ.....เออ...แล้วนี่แม่เป็นไงมาไงละเนี่ยะ ไหนเล่าให้ฟังซิ" โฆสกะทำท่าครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วชวนคุยต่อ

"บลา ๆ ๆ" สาวน้อยอรรถาธิบาย

"อืม....เข้าท่านะ สร้างรั้วให้เขาเข้าคิวกัน อืม....ดีละ....เอางี้ แม่รู้ใช่ไหมว่า 'วดี' นี่แปลว่า รั้ว งั้นฉันให้ชื่อแม่ใหม่ว่า สามาวดี ซึ่งแปลว่า สาวน้อยสามาผู้ทำรั้ว ละกัน"

เตรง เตรง เตร่ง เตร๊ง เตรง เตร่ง เตร๊ง เตรง เตรง ......ลิเกหลงโรง.....อุ๊ย.....นางเอกโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่นี่ ไม่รู้ตัวเลย ปาไปตั้ง ๑๙ ตอนแล้ว นางเอกเพิ่งโผล่ อยากทราบความตอนต่อไป ติดตามได้เร็ว ๆ นี้

จบตอน ๑๙

อุทาหรณ์สอนใจให้รู้ว่า ไม่พึงด่วนตัดสินคน แต่ภายนอกเลย

ปล. ที่ไม่สามารถเขียนนิยายแบบหกคะเมนตีลังกาเหมือนที่ผ่านมาได้ ก็เพราะนางเอกกำลังจะโผล่นี่ละ เดี๋ยวเสียเนื้อความ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อิอิ แวะมาอ่านนิทานก่อนนอนค่ะ ไปละ คร่อก

#1 By Rinna ♥ on 2008-07-31 02:55

โห...นอนเกือบเช้า สงสัยจะเป็นแค็ทวูเม่น

#2 By Dhammasarokikku on 2008-07-31 17:34

โห 19 ตอน กว่านางเอกจะปรากฏตัว เรื่องนี้ท่าทางจะอีกยาว

#3 By bcalendar on 2008-08-15 12:23

โฮะ ๆ ต้นฉบับมี ๙๖ หน้า ตอนนางเอกโผล่มา ล้อมรั้วจนได้ฉายาดังกล่าวนี้ อยู่ที่หน้า ๔๐ เกือบครึ่งนึงละ

สู้เค้า ทาเคชิ.... โอ๊ทส์ ฯ

#4 By Dhammasarokikku on 2008-08-15 13:31