ใครว่า พระไตรปิฎกน่าเบื่อ - นิทานอิงธรรมบท เรื่องพระนางสามาวดี ตอนที่ ๒๐
posted on 31 Jul 2008 15:53 by akkarakitt in Dharmaเนื่องด้วยมีผู้ติงเข้ามาว่า ผู้เขียนไม่ควรเอาพระไตรปิฎกมาล้อเล่น ผู้เขียนขออนุญาต เปลี่ยนชื่อเอ็นทรี่ใหม่ เนื่องจากเกรงว่า จะมีผู้เข้าใจผิดคิดว่า พระไตรปิฎกเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ผู้เขียนเองอาจได้ลาพักร้อน ไปนอนตีพุงแช่แข็งในโลกันตมหานรก นรกติดแอร์นอกจักรวาลนั่น ทรงจำไว้ด้วยนะครับว่า นี่คือ "นิทาน" นิท๊าน....นิทาน
ก่อนอื่นขอขมาพระรัตนตรัยกันไว้ก่อน
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง ฯ
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต ฯ
ความตอนที่แล้ว มาถึงตอนที่สาวน้อยสามา ได้นามกรใหม่ว่า สามาวดี เพราะไปทำรั้วให้โรงทาน ของโฆสกะเศรษฐี ชื่อเหมือนนิทานเรื่องนี้เลย
"แล้วเทือกเขาเหล่ากอของเธอเป็นใครละนี่ ดูเธอมีสกุลรุนชาติ ใช่กระยาจก" โฆสกะเศรษฐีถาม
"คุณพ่อเป็นเศรษฐี ชื่อภัทราวดี เจ้าค่ะ" สามาวดีตอบ
"เอ....ชื่อคุ้น ๆ อีกแล้ว...." โฆสกะเศรษฐีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "อ๋อ!!!....ท่านเศรษฐีภัทราวดี เจ้าของภัทราวดีเธียเตอร์นั่นใช่ไหม เราเคยส่งบรรณาการ หากันและกันอยู่... เอ๊ะ...แล้วนี่เจ้าไม่รู้หรือว่า พ่อของเจ้า เป็นสหายของเรา"
"ทราบเจ้าค่ะ แต่คุณพ่อมีความเห็นว่า เราพลัดเมืองมา ทรัพย์ติดตัวสักแดงเดียวก็ไม่มี ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง เนื้อตัวสกปรกมอมแมม อดอยากหิวโซมา จะให้เข้าไปหาท่านเลยนั้น ไม่ควร ควรเร่งขุนให้ตนฟื้นสภาพเสียก่อน แล้วค่อยเข้าไปหา จะเหมาะสมกว่า จึงไปพักอยู่ที่ชั้น ๖ อาศัยโรงทานของท่าน ฟื้นกำลังก่อนเจ้าค่ะ" สามาวดีตอบอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
"แหม....พวกเจ้าคิดอย่างนั้นกัน มันก็ไม่ถูก อันโรคภัยพิบัตินั้น ใช่ว่าจงใจแกล้งทำกันเสียที่ไหน คนเราเป็นเพื่อนกัน ยามสุขก็ต้องร่วมเสพ ยามทุกข์ก็ต้องร่วมต้าน จะมาเกรงอกเกรงใจกันในภาวะเช่นนั้น ไม่ควร แต่ก็ช่างเถอะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ในเมื่อเรื่องราวมาเป็นเช่นนี้แล้ว เราเศรษฐีโฆสกะแห่งเมืองมาบุญครองนคร ขอรับเจ้าเป็นธิดา แต่บัดนี้เป็นต้นไป" ว่าแล้วโฆสกะเศรษฐีก็จุ๊บ ๆ ที่ศีรษะสาวน้อยสามาวดี ให้หญิง ๕๐๐ คนเป็นบริวาร ตั้งไว้ในตำแหน่งธิดาคนโตของตนแต่นั้น สาวน้อยเลยได้มีพ่อใหม่กว่า แทนพ่อใหม่คนเก่า
ครั้นต่อมา ธิดาเศรษฐีโตเป็นสาวสวยสพรั่ง ลีลาเธอสะโอดสะองอ้อนแอ้น เหมือนหยาดทิพย์ สมัยยังไม่ถูกหนุ่มโอ๊คทิ้ง ยังไงยังงั้น วันหนึ่ง ไปอาบน้ำกับบริวารทั้ง ๕๐๐ ที่พระลานหลวง อย่างเพลิดเพลินเจริญใจ หารู้ไม่ว่า มีสายตาคู่หนึ่ง แอบมองลงมาจากพระราชวัง
"พวกนี้เป็นนางรำของใคร" พระเจ้าอุเทนชี้ไปยังกลุ่มสาวทั้งห้าร้อยหนึ่งคน ถามมหาดเล็ก
"พระอาญามิพ้นเกล้า หญิงเหล่านี้หาใช่นางรำของใครไม่ พะยะค่ะ เธอเป็นบุตรสาวคนโตของโฆสกะเศรษฐี พะยะค่ะ" มหาดเล็กตอบอย่างรู้จริง
"ฮึ....เศรษฐีโฆสกะมีบุตรีสวยขนาดเป็นสาวเซ็กซี่แห่งปีของเอ็ฟเอชเอ็มเชียวรึนี่....น่าสนใจดี....มหาดเล็ก เจ้าจงถ่ายทอดคำสั่งของข้าไป บอกเศรษฐีโฆสกะว่า จงยกธิดาสาว ให้แก่ข้า" พระเจ้าอุเทนหลงรักรูปร่างอ้อนแอ้นของเธอเข้าให้ซะแล้ว
โฆสกะได้รับคำสั่งแล้วถึงกับอึ้ง ด้วยพระเจ้าอุเทน ก็เป็นผู้มีพระคุณ แต่งตั้งตนไว้ในตำแหน่งเศรษฐี แต่โฆสกะเศรษฐีก็อาลัยรักลูกสาวมากเช่นกัน ตัดสินใจไม่ถูกเลย หันมาปรึกษาแม่ยอดขมองอิ่ม ภรรยาสาวกุ๊งกิ๊ง เธอจึงแนะว่า "อันลูกสาวเรา สวยสดหยาดเยิ้ม ต้องใจชายทั้งหลาย สมควรแก่กษัตริย์ก็จริงอยู่แล หากแต่เธอนั้น ก็หาใช่ลูกแท้ ๆ ในไส้ของเราทั้งสองไม่ เกิดสาวเจ้า เข้าไปอยู่ในวังแล้วตกระกำลำบาก หรือไม่พอใจจะกินอยู่กับ พระเจ้าอุเทน แม้เราจากโลกนี้ไปแล้ว จะเอาหน้าที่ไหนไปพบภัทราวดีเศรษฐี พ่อของเขา สหายของพี่เล่า เขาจะหาว่า เราเลี้ยงลูกเขาทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ"
"อืม....จริง งั้นพี่จะปฏิเสธพระเจ้าอุเทนไป" โฆสกะเศรษฐีตัดสินใจเด็ดขาด
พระเจ้าอุเทนถูกตัณหาราคะ เข้าครอบงำแล้ว แม้ยามปกติท่านจะครองราชย์โดยธรรม แต่เพลานี้ความหลงในรูปโฉมโนมพรรณ กลัดหนองขึ้นในใจแล้ว ไม่อาจเปลี่ยนใจเป็นอื่นได้ "อุเหม่ เศรษฐีโฆสกะนี่ ถือดีอย่างไร มาขัดใจเรา" ครั้นแล้วจึงส่งสาส์นไปเตือนอีกรอบ ถ้ายังขัดขืน จะปลดตำแหน่งเศรษฐี ยึดทรัพย์ แลขับไล่จากเมืองไป
ครั้นสาวสวยสะเดิด กลับมาจากอาบน้ำ (อาบน้ำนานโคตร โฆสกะเศรษฐี กับพระเจ้าอุเทนทะเลาะกันไปหลายยกแล้ว) เห็นหมายศาลเตรียมจะยึดทรัพย์ แปะอยู่หน้าบ้าน จึงถามบิดาใหม่กว่าว่า "นี่อะไรจ๊ะ คุณพ่อ"
"พระเจ้าอุเทนส่งหมายศาลรัฐธรรมนูญ คดีแพ่งมาปิดที่บ้านเรา เตรียมจะยึดทรัพย์ เพราะพ่อไม่ให้เจ้าแก่พระเจ้าอุเทน อย่างไรเล่า" เศรษฐีผู้พ่อตีหน้าเศร้า เล่าความจริง
"เอ๊ะ...นี่เรื่องราวเป็นมาอย่างไรหรือคะ" สาวน้อยสามาวดีทำหน้าฉงน
"ก็พ่อบอกเจ้าแล้ว ไม่รู้กี่ครั้งกี่หน อย่าไปอาบน้ำแถวพระลานหลวง แถวนั้นคนเยอะ เกรงจะเกิดอันตราย นี่ก็ได้แจ็คพ็อตมาเลย พระราชามหากษัตริย์เกิดนิยมเจ้าขึ้นมา ภัยจึงมาถึงพ่อ แต่ลูกไม่ต้องกลัวนะ เพื่อลูกแล้ว พ่อยอมได้ทุกอย่าง ถึงพระเจ้าอุเทนจะยึดทรัพย์พ่อทั้งหมด พ่อก็ยอม" เศรษฐีโฆสกะพูดไป น้ำตาคลอเล็ก ๆ
"โธ่...พ่อ พ่อไม่ควรทำกรรมหนักอันนี้เลย ธรรมดาพระราชาส่งสาส์นมาแล้ว ไม่ควรทูลว่า 'ไม่ให้' เลย ควรทูลว่า ถ้าพระองค์เห็นสิ่งใดสมควร ข้าน้อยจะขอถวาย สิพ่อ" สามาวดีแนะนำ
"เจ้าแน่ใจหรือ เจ้าไม่คิดจะมีชายในฝันของเจ้าบ้างหรือ นี่เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของชีวิตเลยนะ เจ้าก็รู้ใช่ไหม เดี๋ยวนี้สวยเลือกได้นะ" โฆสกะไม่แน่ใจว่า สาวน้อยคิดดีหรือยัง
"แน่ใจค่ะ" สามาวดีตอบสั้น ๆ ได้ใจความ
โฆสกะคิดในใจ "ไม่นึกเลย ลูกเรา อายุเท่านี้ จะมีความคิดกล้าแกร่งขนาดนี้" แล้วว่า "ก็ในเมื่อลูกพอใจอย่างนั้น พ่อจะตามใจเจ้า"
พระราชาได้สาวเซ็กซี่แห่งปีมาครองสมปรารถนา ทรงอภิเษก ตั้งไว้ในตำแหน่งอัครมเหสีแล้ว หญิงทั้ง ๕๐๐ ก็ได้เป็นบริวารของนางเช่นเดิม
จบเรื่องที่มาของพระนางสามาวดี (แต่เรื่องของเธอยังไม่จบนะ นี่แค่ที่มา)
จบตอน ๒๐
อุทาหรณ์สอนใจให้รู้ว่า อย่าโชว์อึ๋มพร่ำเพรื่อ เดี๋ยวจะได้เป็นอัครมเหสีซะ
เอ้ย....ความกตัญญู เป็นสัญลักษณ์ของคนดี
แฮ่....มีสาระซะที


..งี้แสดงว่าพระอุเทนอายุมากกว่าสาวน้อยสามาวดีสิ?
#1 By SEsai*im อิ่มๆ on 2008-08-01 22:02