เคยบ้างไหม เราแสนจะชอบคนคนนี้ แต่เขาดันไม่ชอบเรา
ไอ้ทีคนที่เราเฉย ๆ กับเขา เขาดันมาตามตื้อจีบแทบเป็นแทบตาย พอเราสลัดรัก ก็แทบจะไปโดดตึกตาย

แล้วที่เขาว่า คู่แท้(ไม่ใช่ซิมฮัทช์นะ), เนื้อคู่, soulmate มันมีจริงหรือ 

ในทางธรรมแล้ว ถ้ายึดเอาตามหลักการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร เป็นแสน เป็นล้าน เป็นแสนล้าน เป็นล้านล้านล้าน ครั้ง คู่เรามีเพียบเลยครับ น่าจะเกินแสนคน ที่เคยเป็นภรรยา เป็นสามีเรา

แต่ทำไมเราหาเขาเหล่านั้นไม่เจอ

นั่นเป็นเพราะ เราทำบุญบารมีมาไม่เสมอกันครับ

สังเกตุไหมครับว่า พี่น้องกัน จะมีลักษณะนิสัยบางอย่างคล้าย ๆ กัน บางอย่างก็ต่างกันสุดขั้ว ฝาแฝดบางคนเกิดมาเหมือนกันอย่างกับแกะ ทั้งนิสัยใจคอ และรูปร่างหน้าตา บางคู่ ก็เหมือนแค่รูปร่างหน้าตา แต่นิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว ลูกบางคนเกิดมาปุ๊บ พ่อแม่ร่ำรวยขึ้นทันตาเห็น บางคนเกิดมาแล้ว พ่อแม่จนลงจนเข็ญใจ เหล่านี้ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักทางวิทยาศาสตร์ แต่อธิบายได้ด้วยหลักบุญทำกรรมแต่งครับ

เคยสงสัยไหมว่า ถ้าทำการโคลนนิ่งมนุษย์ เพื่อนำมาใช้เป็นอวัยวะสำรอง และมนุษย์โคลนนิ่ง จะมีชีวิตจิตใจหรือไม่ ทำเช่นนั้น จะเป็นการท้าทายพระเจ้าหรือเปล่า และผิดศีลธรรมไหม

ถ้าตามหลักพุทธแล้ว จิตที่ลงมาจุติ จะเป็นจิตคนละดวง กับต้นแบบครับ จิตหรือดวงวิญญาณทั้งหลายในจักรวาลนี้ ท่านเปรียบว่า มนุษย์บนโลกหกพันล้านคนนี่เหมือนหัวไม้ขีด ปริมาณจิตที่รอการเกิดนั้น เหมือนดวงอาทิตย์ ฉะนั้น เมื่อมีสภาพที่เหมาะสมกับการจุติ(เช่นการโคลนนิ่ง) ข้าพเจ้าเชื่อว่า จะมีจิตเข้าไปจับจองกายสังขารใหม่นั้น และเขาก็จะกลายเป็นคนอีกคนหนึ่ง คนละคนกับต้นแบบ ฉะนั้นถามว่า ผิดไหมที่เอาอวัยวะของโคลนมาใส่ตัวจริง ก็ต้องตัดสินเอาตามว่า ถ้าเอาอวัยวะของอีกคนหนึ่งที่มีชีวิตจิตใจมา ผิดไหม

เอ๊ะ...จะคุยเรื่องคู่แท้ ไหงโผล่มาเรื่องโคลนนิ่งได้หว่า

จากหลักการเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวัฎสงสารดังกล่าว พอจะอนุมานได้ว่า ไอ้คนที่มาปิ๊งเรา หรือ คนที่เราปิ๊ง เป็นคนที่เราเคยตุนาหงันกันมาในอดีตชาติ คำว่า ตุนาหงันนี่ อาจจะไม่ใช่แค่สามี ภรรยานะ อาจเป็นพี่ เป็นน้อง เป็นป้า เป็นน้า เป็นอา เป็นเพื่อน เป็นได้ทั้งนั้น แค่เคยมีปฏิสัมพันธ์กันมา แต่ชาติปางก่อน

พอมาถึงชาตินี้ ไอ้ความสัมพันธ์เดิม ๆ ก็ลืมหมด รู้แต่ว่า คนนี้เห็นแล้วสบายใจ คนนี้คุยด้วยแล้วถูกใจ คนนี้อยู่ด้วยแล้วรู้สึกคุ้นเคย ทั้งที่ชาติที่แล้ว อาจจะเคยเป็นลูก เป็นพ่อ เป็นแม่ กันมา

มาชาตินี้มาจีบกันเฉยเลย

การที่เขามาปิ๊งเรา แต่เราไม่ปิ๊งเขา หรือเราปิ๊งเขา แต่เขาไม่ปิ๊งเรา เกิดจากบุญบารมีไม่เสมอกัน เสียเป็นส่วนใหญ่ กล่าวคือ ไอ้ที่เขามาปิ๊งเรา เราไม่ปิ๊งเขา ก็เพราะบุญบารมีเขาน้อยกว่าเรา ส่วนไอ้ที่เราปิ๊งเขา แต่เขาไม่ปิ๊งเรา ก็เพราะบุญบารมีเขามากกว่าเรา ซึ่งความจริงก็ดีแล้วครับ การไม่มีคู่ เป็นลาภอันประเสริฐ เพราะทุกข์สุดแสนเที่ยวแดนเนรมิต รออยู่ครับ

เริ่มตั้งแต่ตอนยังไม่เป็นแฟนกัน ก็ต้องคอยพยายามเอาอกเอาใจ ประคับประคอง สุดฤทธิ์สุดเดช เรียกว่า ถ้าถวายชีวิตให้ได้ คงทำไปแล้ว พอได้เป็นแฟนกัน ก็มานั่งกังวลอีก เขาจะรักเราไหมน๊า เขาจะไปมีคนอื่น แอบนอกใจเราไหมน๊า ครั้นพอแต่งงานกันไป คราวนี้ทุกข์เพิ่มขึ้นหลายเท่าครับ เพราะส่วนใหญ่ การแต่งงาน ไม่ใช่เรื่องของคน แค่ ๒ คน แต่หมายถึง ๒ ครอบครัว มาดองกัน คราวนี้ละมันส์กว่าเดิมอีก แทนที่จะเอาอกเอาใจแค่คนเดียว ต้องเอาอกเอาใจทีนึงทั้งบ้านเลย แต่งกันได้สักพัก มีลูก โอ้โห....ทุกข์เสียยิ่งกว่าอะไร เมื่อก่อน ว่าเมียเราผัวเรา ดูแลยากแล้วนะ พอเจอลูกเข้าไปนี่ ความทุกข์มันแอดว้านซ์ยิ่งกว่า จีเอสเอ็ม สองวัตต์ (ไปนึกภาพต่อกันเอาเอง) แต่เชื่อไหมว่า คนเราก็พยายามวิ่งเข้าหาทุกข์ที่กล่าวมานี่แหละ

ถ้าตาซิกมุนด์ ฟรอยด์ เขาก็บอกว่า เกิดจาก sexual drive หรือ แรงขับดันทางเพศ แต่ถ้าเป็นพระพุทธเจ้าท่านทรงบอกว่า เพราะสัตว์โลก ประกอบด้วย อวิชชา-ความไม่รู้ หรือความโง่ ครอบงำ

เห็นทุกข์ก็บอกว่า เป็นความสุข เพื่อนข้าพเจ้าคนหนึ่ง พอชวนให้เขามาทางธรรม เขาบอกว่า มันยังสุขอยู่เลย เวลากอดลูกแล้ว มันสุขอย่างบอกไม่ถูก นั่นละ ทุกข์อิ๊บอ๋ายเลย ก็เห็นเป็นความสุข นั่นละ ที่ท่านเรียกว่า "อวิชชา" คนทั่วไป มักคิดว่า ความสุข ก็เป็นอย่างหนึ่ง ความทุกข์ก็เป็นอย่างหนึ่ง ถ้าเราหาเงินไปมาก ๆ เงินก็จะซื้อความสุขได้ แล้วทุกข์ก็ไม่มี แต่พระพุทธองค์ทรงบอกว่า แม้พระองค์เอง ก่อนจะตรัสรู้ ก็เคยคิดเช่นนี้เหมือนกัน ครั้นพอตรัสรู้แล้ว จึงทราบว่า สุข กับ ทุกข์ มันอยู่ติดกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ หมายถึงว่า ถ้ายังมีสุขอยู่ ทุกข์ก็ยังมีเหมือนกัน และถ้าเราละสุขเสีย ทุกข์ก็ไม่ต้องละ หายไปเอง

ยกตัวอย่างเช่น การกอดลูกแล้วมีความสุขนั้น สุขอยู่กี่นาทีครับ แลกกับการที่ต้องประคบประหงม เลี้ยงดูปูเสื่อ อย่างดี เป็นสิบ ๆ ปี นี่ละครับที่ท่านว่า สุขกับทุกข์มันอยู่ติดกัน สุขทางโลก เป็นสุขที่เจือด้วยทุกข์

อะ...แต่ถ้าไม่เห็นด้วย อย่างไรแล้ว ฉันก็จะหา "คู่แท้" หรือ soulmate ของฉันให้เจอ (ให้สมกับหัวเอ็นทรี่) ขอแนะนำให้ไปทำบุญครับ มีตัวอย่างมากมายหลายกรณีมาก จะยกให้ดูสักหนึ่งกรณี เพื่อนข้าพเจ้าคนหนึ่ง เคยปิ๊งสาวคนหนึ่งมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย แต่เขาไม่ปิ๊งกลับ แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย นานมาก ช่วงหลัง ๆ มาเพื่อนข้าพเจ้าคนนี้ ก็หันมาสนใจธรรมะ ฝักใฝ่ธรรมมากขึ้น ปฏิบัติธรรมบ้างถ้ามีโอกาส ปรากฏว่า จู่ ๆ สาวคนนี้บินกลับมาจากเมืองนอก นัดเจอเพื่อนเก่า ๆ พอพบกันอีกที เหมือนบุพเพอาละวาดครับ เขาเกิดมาปิ๊งเพื่อนของข้าพเจ้า ทั้งเพื่อน ๆ ของเขา ก็เชียร์กันยกใหญ่ แหม....ไม่อยากจะเซด เพื่อนข้าพเจ้าก็โทรมาเล่าให้ฟังว่า ไม่น่าเชื่อเลย เธอดูสูงส่งเกินเอื้อมมาก และเมื่อคุยกันไป ก็พบว่า เธอสนใจปฏิบัติธรรมเหมือนกัน ข้าพเจ้าก็เลยแนะให้ไปทำบุญร่วมกันเสียเลย ชวนเขาไปเที่ยว ก็ชวนไปเที่ยววัด ไปทำบุญ ชวนไปปฏิบัติธรรม ทำสมาธิด้วยกัน แล้วก็บอกเขาอย่างที่เขียนมานี่ละ มันเหมือนบุญบารมีเราเริ่มไล่ตามเขาทันแล้ว แต่น่าเสียดาย เพื่อนข้าพเจ้า ไม่ได้เชื่อสิ่งที่ข้าพเจ้าแนะ สุดท้ายความสัมพันธ์ก็พังพินาศ ข้าพเจ้าก็ได้แต่ปลอบใจเขาว่า "เฮ้ย...ไม่รู้หรือว่า การไม่มีคู่ เป็นลาภอันประเสริฐ"

ที่นี้ทำบุญอย่างไรดีหนอ ถึงจะไล่ตามเขา(คนที่เราหมายปอง)ทัน เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย ไอ้เราเพิ่งมาเริ่มทำบุญ เขาทำบุญมาแต่ไก่โห่แล้ว บางทีอาจตุนมาแต่ชาติก่อน ๆ และธรรมดาคนที่มีจิตเป็นกุศล งดงาม ก็มักจะชอบทำบุญเป็นวัตรอยู่แล้ว ไอ้เราก็เบี้ยน้อยหอยน้อย ขืนทำมาก ก็ไปเบียนเบียนตัวเองเอาเสียอีก เป็นอันไม่ได้บุญ

มีบุญอยู่ชนิดหนึ่งครับ ไม่ต้องใช้ตังค์ ทำได้ทุกเวลาด้วย บุญนั้นอยู่ที่ลมหายใจเรานั่นแล หายใจเข้า รู้อยู่ว่า หายใจเข้า หายใจออก รู้อยู่ว่าหายใจออก ทำจนสามารถระงับ นิวรณ์ ๕ ประการ*ได้ บุญหนักยิ่งกว่า สร้างโบสถ์ร้อยหลัง ถ้าคู่ปรับเรา เขาเอาแต่ทำทาน เราอ้อมไปดักหน้าเขาเลยครับ ด้วยการเจริญสติ เจริญสมาธิ (แต่ขอโทษทีครับ ถ้าปฏิบัติ เพราะคิดหวังแอ้มเธอ ไม่ได้บุญนะครับ ต้องทำด้วยปราศจากความอยากครับ ไม่ใช่ไม่ให้อยากเสียเลยนะครับ ไม่อยากเลยนั่นเป็นพระอรหันต์ไปแล้ว แต่หมายถึง ช่วงที่เราปฏิบัติอยู่ ให้ระงับความอยากเสียชั่วคราว)

*นิวรณ์ ๕ ประการ ได้แก่ ๑. กามฉันทะ-ความพอใจในรูปสวย กลิ่นหอม เสียงเพราะ รสอร่อย สัมผัสระหว่างเพศ ๒. ปฏิฆะ-ความชัง ความโกรธ ความแค้น ๓. ถีนมิทธะ-ความง่วงเหงาหาวนอน ความหดหู่ ๔. อุทธัจจะ กุกกุจจะ-ความฟุ้งซ่าน รำคาญ ๕. วิจิกิจฉา-ความลังเลสงสัย ในผลของการปฏิบัติ 

หรือถ้ากลัวไล่เธอไม่ทัน ไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมเสียเลยครับ นั่นดูลมหายใจกันแทบตลอดเวลา ยกเว้นตอนหลับ ก็จะช่วยให้ไล่ตามเธอได้เร็วขึ้น

ถ้ามาดแม้นไล่ตามเธอไม่ทันจริง ๆ ก็จะมีคนมาชอบเรามากขึ้น จากที่เคยมีแต่ หมู เห็ด เป็ด ไก่ มาชอบเรา ก็จะเริ่มมี นางฟ้า เทพบุตร ตกสวรรค์ มาชอบเราบ้าง คราวนี้กลายเป็น บุญเยอะ เลือกได้ ครับ

ถ้าจนแล้วจนรอด ก็ยังมีแต่ หมู เห็ด เป็ด ไก่ มาชอบเราอยู่ดี ไม่ถูกเป็คเลยสักคนเดียว บวชไปเลยครับ สิ้นเรื่องสิ้นราว เขาว่า กลิ่นอะไรก็ไม่หอมเท่า กลิ่นพรหมจรรย์ครับ กลิ่นศีลนี้หอมทวนลมนะครับ คราวนี้ พอบวช ๆ ไป พอใกล้จะข้ามโอฆะ ใกล้หลุดออกจากสังสารวัฎ มารจะเข้ามาทดลองใจครับ ส่งหนุ่มหล่อ ๆ สาวสวย ๆ มาล่อ เสร็จเราเลยครับ เราก็รีบลาสิกขา ออกมามีแฟนทันใด อิ อิ พญามารเห็นแล้ว เอาตีนก่ายหน้าผากเลยครับ เสียรู้ให้เราเสียแล้ว เหอ....เหอ....

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ ฯ

ปล.ลืมให้เครดิต ไม่นึกว่า คนจะอ่านกันเยอะขนาดนี้ คอนเซ็ปท์เรื่องเนื้อคู่นี้ มาจากหนังสือของดังตฤณครับ ผู้เขียนช๊อบชอบครับ เขาใช้ภาษาได้สละสลวย ไม่ห่าม เถื่อน เหมือนข้าพเจ้า ลองแวะไปอ่านกันได้ที่ http://www.dungtrin.com/watha_love/index2.html#4

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

กร๊ากกกกกกก อยากให้มารมาทดลองใจส่งหนุ่มหล่อๆ มาให้เรามั่งจัง ขำมั่กๆๆ 5555 Hot!

#1 By vongola10th on 2008-08-05 10:45

โอ้ ได้แนวทาง หุๆๆๆ question

มาสร้างกุศล สร้างบุญ ตามแนวทางคนเบี้ยน้อยกันต่อไป~

#2 By Detonator on 2008-08-05 12:03

55555 ฮาตอนสุดท้ายนี่แหละครับ สุดยอด confused smile

#3 By Gow27 on 2008-08-05 12:21

ที่อ่านมาแทบจะบรรลุ แต่(เจือก)มาตบะแตกอีตอนจบนี่แหละsad smile

#4 By Zheng Yu [A]ming Kung © 郑玉明 on 2008-08-05 12:28

แหมๆ หลวงพี่ เล่นชี้ช่องกันอย่างงี้ก็สบายเรา
หาหนทางมานานแล้ว
วิธีการหาแฟนหน้าตาดีๆ เนี่ย

ว่าแต่คนที่จอมมารส่งมานี่ นอกจากจะหน้าต่ดีแล้ว นิสัยจะดอเคไหมหนอ embarrassed

#5 By SLeePiNg FoReSt on 2008-08-05 12:48

เอิ๊กๆๆ Hot!
ช่วงนี้หลวงพี่ไอเดียกระฉูดมากเลยนะคะ

#6 By Rinna ♥ on 2008-08-05 12:49

ขำตรง หมู เห็ด เป็ด ไก่ อ้ะ เอิ๊กๆๆๆ

#7 By Rinna ♥ on 2008-08-05 12:50

ยอด เลยครับ ...สุดท้าย บวช นี่หล่ะครับ
แล้ว เร่งจนใกล้บรรลุ ...


แหมแต่ต้องลงทุนเยอะดีนะครับเนี่ยconfused smile

#8 By EARP (58.64.114.25) on 2008-08-05 13:00

"คนแต่ละคนมีแนวทางในการเสพย์ชีวิต
ตามเงื่อนไขและความเป็นไปของพลังปรารถนา
บ้างนิยมชมชอบกับการเสพย์ความสุขสมบูรณ์
โดยลืมสัญชาตญาณดั้งเดิมของตน
แต่บางคนกลับนิยมชมชอบ
ที่จะเสพย์สุขกับความทุกข์ยาก
จนลืมแรงกดทับอันโหดร้าย
ที่โหมกระหน่ำเข้าใส่ตนเองอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า


ในภาวะแห่งความสับสนคลุมเครือของโลกในวันนี้
มนุษย์แต่ละคนแทบจะแยกสัญชาตญาณความรู้สึกของตนเองได้ไม่ถูกว่า..
เราอยู่ในโลกแบบไหนกันแน่
หรือเราอยู่อย่างสะเปะสะปะไร้ความหมายภายใต้ร่างกายมนุษย์
แต่ทว่า จิตใจอันด้านในอันเป็นเนื้อแท้แห่งวิญญาณ
กลับได้ตายจากไปเนิ่นนานแล้ว


ชีวิตส่วนใหญ่ของผู้คน..
สับสน กดดันและอ้างว้าง
..เหมือนการล่องลอยอยู่ท่ามกลางความคลุมเครือที่มืดมน
หาความชัดเจนอะไรไม่ได้
โดยเฉพาะนิยามแห่งความปรารถนาของมนุษย์
ที่ไม่แน่ใจและรู้ว่า แท้จริงตนต้องการอะไร?
และกำลังจะก้าวย่างไปทางไหน?
ความพะว้าพะวังเกิดขึ้นอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนมนุษย์แต่ละคนไม่อาจหาทางออกของการเลือกได้พบ
...การเลือกที่จะดำรงชีวิตอยู่ในสังคมนี้ได้อย่างมีความสุข


..จงเป็นตัวของคุณเอง
โดยการลงมือทำงานแห่งชีวิตทุกๆอย่าง
แม้จะหวาดกลัวก็ตาม
จงวางใจในธรรมชาติเดิมแท้ของตน
จงระมัดระวังอิทธิพลที่เกิดจากประเพณีนิยม
และความซ้ำซากน่าเบื่อหน่ายของมัน
..ที่สำคัญ
จงเดินบนเส้นทางที่ไร้ทางเดิน
โดยซื่อสัตย์ต่อธรรมชาติเดิมแท้
และเสียงเรียกร้องจากภายในทั้งหมด
จะทำให้ทุกคนปลอดภัยและเป็นตัวของตัวเองในที่สุด

#9 By yokee (117.47.126.212) on 2008-08-05 13:31

ง่า สงสัยจาจริงนะหลวงพี่....

พอเราตัดอกตัดใจตั้งหน้าปฏิบัติธรรมแล้ว
คุงพยาบาล เอ้ยยย พญามาร ก็ส่งแบบทดสอบอย่างหนักมาเลย เอาแบบแฟนเก่าที่เรารักมากที่สุดซะด้วยดิ
คราวนี้เลยเอาตัวไม่รอด ตอนแรกก็สงสารทำไปทำมาความเมตตาที่เกิดจากสติไม่แข็งแรงพัฒนาตัวเป็นราคะเฉยเลย
ตกเหวซ้า....

เหวลึก อย่านึกว่าเหวตื้น
เหวลื่น อย่าคะนองไปลองผลัก
ตกเหวหินปีนป่ายยังง่ายนัก
ตกเหวรัก กระเสือกกระสนไปจนตาย

งือ งือ หาทางกลับทางสายเอกม่ะได้

#10 By อหิงสา..จิ๊กโก๋มีกรรม (117.47.126.212) on 2008-08-05 13:59

โห...

เผลอแผล็บเดียว มีคนมาเม้นท์เต็มเลย ครึกครื้นดีจัง

แต่ไมไม่มีคนคิดจะบวชมั่งน้อ...อิ อิconfused smile

ตอบความเห็นที่ ๕

แล้วแต่ความตั้งใจบำเพ็ญเพียรครับ ถ้าเข้าไปปฏิบัติ จึ๊กสองจึ๊ก เจอหนุ่มหน้าตาดี แล้วรีบเผ่น บางทีก็เจอ ข้างนอกสดใส ข้างในต๊ะติ๊งโหน่งครับ
แต่ถ้าตั้งใจบำเพ็ญดี ๆ พอใกล้จะข้ามพ้นวัฏสงสารละ มาเลยครับ อ๊อพชั่นเพียบ มีพระรูปหนึ่ง ต้องลาสิกขาไปเพราะเจอแฟนเก่า มาขอร้องให้ออกไปอยู่ด้วยกัน ถ้าเจ๊แกมาตัวเปล่า ก็คงคิดหนัก เพราะเป็นพระสบายกว่าเป็นไหน ๆ ทีนี้เจ๊แกดันไปแต่งกับฝรั่งแก่ ๆ แล้วฝรั่งดันมาตายคาอก ทิ้งมรดกไว้ ๑๗ ล้าน เจ๊แกเลยมาชวนให้ออกไปเสวยสุขด้วยกัน
โห...เป็นใครตบะไม่แตกบ้างครับนี่
ได้ข่าวว่าท่านอ้างว่า เป็นคู่กรรมคู่เวรเก่า ต้องออกไปชดใช้กัน (แต่ข้าพเจ้าไม่เชื่อฟ่ะ)

ตอบความเห็นที่ ๖

นั่นดิ งานเก่า ๆ ค้างเติ่งเลย ฯ

ตอบความเห็นที่ ๙

ขอความสับสนจงสถิตอยู่กับท่าน(ต่อไป)อาเมน

ตอบความเห็นที่ ๑๐

พญามารเขาฉลาด เขาเล่นตรงจุดอ่อนเรานั่นละ
พญามารนี่ เป็นเทวดาชั้นสูงสุดของกามวจรเลยนะ
ชั้นปรนิมมิตวสวัตตี ชั้น ๖ โน่นแน่ะ อย่าแปลกใจ ที่เขาจะไปลองกำลังกับพระพุทธเจ้าได้
ฉะนั้นอย่างเรา ๆ นี่เขาเขี่ยเบา ๆ ก็ร่วงผล็อย ๆ เสร็จทุกราย

มิเป็งราย มิเป็งราย มีเมียก็เป็นพระโสดาบันได้ ไม่เชื่อไปอ่านใน มาเป็นพระโสดาบันกันดีกว่า http://akkarakitt.exteen.com/20080629/entry

เจริญยิ่งในธรรมคร๊าบทุกคน ฯ

#11 By Dhammasarokikku on 2008-08-05 14:50

สาธุ ไม่เม้นต์ไม่ได้แล้ว

#12 By klu (124.121.181.243) on 2008-08-06 06:55

เขียนสนุกดีค่ะ 5555 ตอนสรุปนี่ขำเลยอ้ะ confused smile ว่าจะไม่เม้นท์แล้วเชียว เขินนะเนี่ย อ่านเอนทรีส์นี้เด๋วมีคนรู้ทันว่าจะรีบไปทำบุญ sad smile

#13 By no one on 2008-08-06 07:55

โยมอยากเป็นทุกข์ โยมอยากเป็นทุกข์ sad smile sad smile

#14 By ArchmaniaC on 2008-08-06 07:56

ปฏิบัติธรรมนี่ดีจริงๆ หนับหนุนHot!

#15 By so ทรุด so เซ on 2008-08-06 08:39

อืม...

เชื่อครับ

จะพยายามเก็บสะสมบุญบารมี

เผื่อจะได้ไม่หล่อแต่เลือกได้กะเค้ามั่ง (TAT)
Hot! big smile
ไม่มีคู่เป็นลาบ เดี๋ยวไปซื้อข้าวเหนียวมารอ
เขียนได้น่าอ่าน เนียน ซึบซาบธรรมะแบบไม่รู้ตัว double wink

#17 By ไอ้แป้น : i-phan on 2008-08-06 10:37

อิ อิ มีคนแอบรู้ทันเราด้วยแฮะ

แถมส้มตำให้ด้วยอะ

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#18 By Dhammasarokikku on 2008-08-06 10:42

ความเห็นที่ ๙

ข้อความที่ลงไปเป็นของซาเซนน่ะหลวงพี่
เห็นว่าก็พุทธศาสนานี่นา
ปรัชญาหน่อยๆ ก็เลยลงไว้ถามว่า
ธรรมชาติเดิมแท้ , จิตดั้งเดิม น่ะ
คืออะไร........ง่า
ม่ะได้สับสนสักหน่อย

#19 By yokee (222.123.20.233) on 2008-08-06 10:58

นึกถึงพระพุทธเจ้า กับ พระนันทะ ขึ้นมาทันทีครับ

ย่อหน้าสุดท้ายนี่เด็ดครับ แต่ว่าปฏิบัติไปถึงขั้นนั้นแล้ว สงสัยจะไม่สึกแล้วกระมัง ตกลงว่าพญามารโดนหลอก หรือคนอ่านโดนหลอกให้บวชกันแน่ ^^

#21 By maha-oath (125.26.6.122) on 2008-08-06 13:04

ตอบความเห็นที่ ๒๑

จุ๊ ๆ เดี๋ยวไก่ตื่นหมด

#22 By Dhammasarokikku on 2008-08-06 13:13

555+

Hot! Hot! Hot!


ฮาจริงๆนะเนี่ย เอิ๊กๆ confused smile confused smile

#23 By >t-O.y: on 2008-08-06 13:22

เหอๆ คู่แท้ช่างหายาก 555Hot! Hot!

#24 By Risuki-666 on 2008-08-06 13:55

อื้ม
เราเชื่อว่าคนทุกคน กลับมาเจอกันในชาตินี้ ก็เพราะมีกรรม มีการกระทำร่วมกันมาแต่ปางก่อน ไม่เว้นแม้แต่แฟน หรือสามีภรรยา

#25 By NiDA MAilO on 2008-08-06 14:10

อิอิ ได้แนวแระquestion

#26 By Nemo on 2008-08-06 14:22

โอ๊ะ บล๊อกนี้แปลกจัง

เขียนได้สนุกสนานดีค่ะ confused smile

#27 By Hisaki on 2008-08-06 15:05

มีจริง เชื่อสิ

#28 By การ์ตูน (125.27.114.24) on 2008-08-06 15:54

big smile ไม่ได้บอกให้ปลงใช่มั๊ยคะ

#29 By คุณบิ๋ม on 2008-08-06 15:55

เคยอ่านเจอว่าพระเจ้าสร้างคนมาเป็นคู่...
แล้วก็จะแยกกันให้แต่ละคนตามหา อีกคน..
เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป

#30 By ดอก ช บ า on 2008-08-06 16:55

ตอบความเห็นที่ ๒๙

ให้ทางเลือกหง่ะ ถ้าให้แนะนำ ขอแนะนำอย่ามีคู่เลย การไม่มีแฟน เป็นลาภอันประเสริฐ (จริง ๆ นะ)

แต่ถ้ามันอดรนทนไม่ได้จริง ๆ ก็ลองมีดู มีแล้วอย่าลืมทบทวนว่า มันตรงกับสิ่งที่ข้าพเจ้าเขียนมาหรือไม่ ถึงเวลานั้น อาจทุกข์จนนึกไม่ออกแล้ว ว่าเคยอ่านเอ็นทรี่นี้ ในบล็อกนี้ อาจกำลังท้องโย้ อุ้ยอ้ายเหลือกำลัง หรือกำลังเปลี่ยนผ้าอ้อม อาจกำลังตื่นขึ้นมากลางดึกให้นมลูก เป็นวันที่ ๗ ของสัปดาห์ แล้วคิดว่า ทำไมมันทุกข์ขนาดนี้วะ แล้วก็คิดถึงพ่อ ถึงแม่ ที่เคยเลี้ยงดู อุ้มชูเรามา รู้สึกอยากไปกอดท่าน หอมแก้มท่านให้ชื่นใจ ถ้าท่านยังอยู่ ก็เป็นโชคดีครับ ที่ระลึกได้ทัน ไม่ใช่ไปคร่ำครวญอยู่หน้าหลุมศพ
แต่พอความทุกข์นั้นผ่านไป เห็นลูกยิ้มทีเดียว ก็ลืมความทุกข์เสียสิ้น นี่ละครับ ทำไมวัฏสงสารมันถึงหนียากนัก เพราะคนเราชอบปลอบใจตัวเองด้วยความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วก็พยายามลืมทุกข์ที่มีอยู่จนชิน ฯ

ตอบความเห็นที่ ๓๐

ในทางโลกนั้น ความเห็นเหล่านี้ อาจดูงดงาม ทำให้มีความหวัง แต่ความเห็นเหล่านี้ มันไม่จริงครับ และการจะเห็นได้ว่า มันไม่จริงนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

เพราะเขาใส่กุญแจที่แข็งแรงยิ่งกว่า กุญแจ โซโล มาล็อคปัญญาของเราครับ
กุญแจที่ว่า คือ "พระเจ้า" ครับ
คอนเซ็ปท์ของพระเจ้า ทำให้เราไม่คิดจะค้นหาความจริงครับ เพราะพระเจ้า คือ หนทาง ความจริง และชีวิต
ครอบคลุมหมดทุกอิริยาบถ ทุกอย่างที่เราคิดได้ คือ พระเจ้าทำงานผ่านสมองของคุณ พระเจ้าขีดเส้นทางเดิน พระเจ้าให้ทำโน่น ทำนี่ พระเจ้ากำหนดทุกสิ่งทุกอย่างให้ เพราะฉะนั้น ก็ไม่ต้องคิดครับ เชื่อ ๆ ๆ ๆ อย่างเดียวพอ
และนั่นคือกุญแจล็อคอันยิ่งยง ไม่สามารถหาอะไรมาเทียมทานได้

อย่างคำว่า ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์
คนที่นับถือพระเจ้า สรรเสริญความรัก เทอดทูนความรัก ก็จะบอกว่า บ้านะสิ ความรักสวยสดงดงามจะตาย ถ้ามีความรัก ก็ย่อมมีความสุข ดูสิ เห็นไหม โลกทั้งใบก็กลายเป็นสีชมพูได้ เพียงเพราะความรัก
เขาไม่คิดต่อไปครับ เพราะพระศาสดายืนยันแล้วว่า ความรัก เป็นสิ่งที่ดี เพราะฉะนั้น อะไรที่ค้านกับคำสั่งสอนของพระศาสดา ก็ไม่ต้องคิดต่อ
ข้าพเจ้าก็ไม่ได้บอกว่า ความรักเป็นสิ่งไม่ดีนะครับ อย่าเข้าใจผิด
พระพุทธเจ้าก็สรรเสริญความรักครับ ถึงกับคราวหนึ่งตรัสว่า ตถาคตรักราหุล(ลูกของพระองค์สมัยเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ)เท่าใด ก็รักพระเทวทัต(ภิกษุที่กระด้างกระเดื่อง จนคิดฆ่าพระองค์)เท่านั้น แต่ความรักของพระองค์นั้น ปราศจาก"อุปาทาน"ครับ ขณะที่ ความรักที่เขาพูด ๆ กัน เขาไม่ได้แยก "อุปาทาน" ออกมาให้เห็นชัด อุปาทาน คือ อะไรครับ อุปาทาน คือ ความยึดมั่นว่า นี่เรา นี่ของเรา ยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ คือ นี่แฟน"ของเรา" พอมีคำว่า "ของเรา" พ่วงท้าย แทนที่จะมีความรักอย่างเดียว มันก็จะมีความหึง ความหวง โผล่ตามมาด้วย แล้วใครที่ไหนจะแยกอุปาทานออกได้ละครับ แหม...ฉันรักเธอจังเลย แต่ฉันไม่คิดจะครอบครองเธอ ฉันเลยเอาเธอใส่ตู้กระจกไว้กราบไหว้บูชาเฉย ๆ มีไหมครับ ความรักแบบนั้น ทุกคนที่คิดจะมีแฟน ก็คิดจะเป็นเจ้าข้าวเจ้าของทั้งนั้น พอคิดว่าเป็นเจ้าของปุ๊บ มาเลยครับ ตัวทุกข์ ท่านว่า ตัวอุปาทานนี่ละ คือ ตัวทุกข์
เป็นแฟนกันเจอกันกี่ชั่วโมงครับวันหนึ่ง ให้ ๘ ชั่วโมงเลยเอ้า รักกันมาก อีก ๑๖ ชั่วโมงที่เหลือ เกิดอะไรขึ้นครับ คิดถึงใช่ไหมครับ อาการคิดถึงนี่มันทุกข์ หรือมันสุข ครับ มีแต่พวกเพี้ยน ๆ เท่านั้นละครับ ที่บอกว่า อาการคิดถึง เป็นอาการของความสุข ความจริงแล้ว อยากอยู่กับเขา ตลอด ๒๔ ชั่วโมงเลยต่างหาก เพราะอะไรครับ เพราะคิดว่า เขาเป็น"ของเรา" ถูกไหมครับ เกิดห่างสายตาไป เขาจะกลายเป็นผัวใคร เมียใคร ไปก็ได้ถูกไหมครับ ความกังวลนี้ สุข หรือ ทุกข์ ครับ และถึงได้อยู่ด้วยกันครบ ๒๔ ชั่วโมงเลย มั่นใจหรือครับว่า จะสุขตลอด ๒๔ ชั่วโมง คนเราขนาดเป็นพี่น้องคลานตามกันมา ยังตีกันเสียแทบตาย สำมะหาอะไรกับคนที่แตกต่างกัน ทั้งเพศ ทั้งความคิด ทั้งประสบการณ์ ทั้งอื่น ๆ ฯลฯ เอ...ยาวจนตั้งเอ็นทรี่ใหม่ ได้แล้วมั๊งนี่
เอาละพอแค่นี้ดีกว่า เดี๋ยวอาจจะเอาไปตั้งเอ็นทรี่ใหม่
สรุปว่า ที่ว่าคนเรามีคู่แท้ เกิดมาเพื่อกันและกัน เหมือน จอร์จ กับ ซาร่า นั้น ข้าพเจ้าเห็นว่า เพ้อเจ้อ ครับ
มันเป็นโลกแห่งความฝัน ในการ์ตูนครับ ความเป็นจริง ไม่มีหรอก เขาบอกเพื่อให้เราขังตัวเองอยู่ในโลกแห่งความฝันตลอดไป

ออกมาจากความฝันกันเถอะครับ ฯ

#31 By Dhammasarokikku on 2008-08-06 17:43

เสียดายจัง ทำไมเพิ่งมาเปิดเจอ blog นี้เนี่ย
น่าจะเจอกันตั้งนานแล้วนะคะนี่
สงสัยทำบุญมาไม่เสมอกัน เลยเพิ่งเจอกัน
เมื่อเช้าเพิ่งตักบาตรไป สงสัยบุญเพิ่ม เลยได้เจอ blog นี้
surprised smile ไว้จะแวะมาติดตามตอนต่อไปนะคะ

#32 By DreamCatcher on 2008-08-06 17:43

อิ อิ อิ
3 บรรทัดสุดท้ายนี่.....
confused smile

#33 By mochikaka on 2008-08-06 17:50

5555 พญามารก่ายหน้าผาก

เป็นความพยายามที่มีเจตนาแฝงเลยนะนี่

แต่พอปฏิบัติธรรมถึงขั้นหนึ่ง เราก็คงหมดความสนใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ไปเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ และเมื่อนั้นต่อให้คนหล่อคนสวยเข้ามาในชีวิตเท่าไหร่ เราก็คงไม่คิดอยากเอาตัวไปข้องเกี่ยวซะแล้วล่ะมั้ง

Hot!

#34 By ++ r o s i f i x ++ on 2008-08-06 18:08

อิ อิ

มีคนรู้ทันเราอีกแล้ว

อย่ารีบไปเฉลยกลศึกสิครับ ให้เขาบวชเข้ามาเสียก่อน

หลวงพ่อท่านสมัยบวช ก็เพราะอยากได้เมียเป็นนางฟ้าครับ

พอบวชแล้ว ทีนี้ยกนางฟ้ามาหมดสวรรค์ ท่านก็ไม่เอาครับ

อิ อิ

เจริญในธรรมครับ ฯ

#35 By Dhammasarokikku on 2008-08-06 18:19

คู่แท้ คู่กรรม surprised smile

#36 By chockcolate_am on 2008-08-06 18:37

รู้สึก concept นี้ค่อนข้างจะตรงเหมือนกันนะครับ Hot!

มีช่วงนึงที่ผมทำตัวเป็นคนดีมากๆ ทำตัวอย่างกับแม่พระ ให้อภัยแม้แต่อริเก่าที่บาดหมางกันมานาน ช่วงนั้นมีคนหน้าตาดีๆเข้ามาในชีวิตหลายคนเลยครับ

แต่ตอนนี้เริ่มทำตัวแย่ลง คนหล่อๆที่เคยเข้ามาก็เริ่มห่างหายไป

ท่าจะต้องพยายามทำตัวให้กลับไปดีเหมือนตอนนั้นสินะ

#37 By Dawnbringerz on 2008-08-06 19:31

เซ็งว่ะ

#38 By (118.174.154.224) on 2008-08-06 19:38

confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed

#39 By (125.24.63.176) on 2008-08-06 21:28

ไม่คิดจะมีเลยค่ะแฟนsad smile

#40 By saya chan on 2008-08-06 21:33

#41 By IRON MAN (125.24.63.176) on 2008-08-06 21:44

555+ เลิกเหอะหวะ กลับบ้านวะconfused smile confused smile

#42 By George Walker Bush (125.24.63.176) on 2008-08-06 21:56

คนมีคู่ไม่รุ้หรอก ใช่ไหม?

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile
หัวกระไดไม่แห้ง ไม่รู้เราจะเลือกใครดีหว่าembarrassedembarrassedembarrassed


ไม่มีคู่แหละดีแล้ว ปวกหัวopen-mounthed smileopen-mounthed smileopen-mounthed smile

5555555555555555555555555555555555555555555555555

#44 By George Walker Bush (125.24.63.176) on 2008-08-06 22:01

ซะอย่างนั้น พญามารเสียรู้เราแล้ว

#45 By renkung on 2008-08-06 23:45

ฮาแตกอันสุดท้ายครับ = ='' คิดได้...

#46 By on 2008-08-07 00:14

น่าสนใจได้ความรู้ดีครับ

#47 By เพลง (58.8.118.176) on 2008-08-07 09:44

ตอนแรกกะจะอ่าน แต่พอเจอด้านธรรมะเข้าไปมากๆ กลับไม่อยากอ่านครับ รู้สึกว่ามันนำมาใช้ดำเนินชีวิตแบบคนปกติไม่ค่อยได้ ไม่เหมือนกับธรรมะสำหรับฆราวาสของท่านพุทธทาสภิกขุ

#48 By เสกเรนเจอร์ on 2008-08-07 09:46

ยอดเยี่ยมเลยครับ

ธรรมะสำหรับฆราวาสของท่านพุทธทาสภิกขุ ขอยอมรับเลยว่า ยอดเยี่ยมมาก เขียนได้อ่านง่าย และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

ภาษาก็สละสลวย มีคำกลอนไว้ให้ข้อคิดตัวเอง มากมาย ยิ่งบาลีที่ท่านแปลไว้ใน "ตามรอยพระอรหันต์" นั้น อ่านแล้วซึ้งใจมาก ต้องเก็บไว้เป็น reference ทีเดียว

ธรรมะจะครูบาอาจารย์ไหน ก็ดีทั้งนั้นละครับ

ขอให้ได้อ่านเถิดครับ

เจริญยิ่งในธรรมครับ ฯ

#49 By Dhammasarokikku on 2008-08-07 12:52

ติดตามค่ะ

#51 By PooChiTa +__+ on 2008-08-07 14:31

จอร์จ กับซาร่า sad smile ช่างเปรียบ 5555 เข้ามาตามเก็บมุข เอ๊ยสาระกลับไปอีกมากมายค่ะ

#52 By no one on 2008-08-07 14:51