เคยบ้างไหม เราแสนจะชอบคนคนนี้ แต่เขาดันไม่ชอบเรา
ไอ้ทีคนที่เราเฉย ๆ กับเขา เขาดันมาตามตื้อจีบแทบเป็นแทบตาย พอเราสลัดรัก ก็แทบจะไปโดดตึกตาย

แล้วที่เขาว่า คู่แท้(ไม่ใช่ซิมฮัทช์นะ), เนื้อคู่, soulmate มันมีจริงหรือ 

ในทางธรรมแล้ว ถ้ายึดเอาตามหลักการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร เป็นแสน เป็นล้าน เป็นแสนล้าน เป็นล้านล้านล้าน ครั้ง คู่เรามีเพียบเลยครับ น่าจะเกินแสนคน ที่เคยเป็นภรรยา เป็นสามีเรา

แต่ทำไมเราหาเขาเหล่านั้นไม่เจอ

นั่นเป็นเพราะ เราทำบุญบารมีมาไม่เสมอกันครับ

สังเกตุไหมครับว่า พี่น้องกัน จะมีลักษณะนิสัยบางอย่างคล้าย ๆ กัน บางอย่างก็ต่างกันสุดขั้ว ฝาแฝดบางคนเกิดมาเหมือนกันอย่างกับแกะ ทั้งนิสัยใจคอ และรูปร่างหน้าตา บางคู่ ก็เหมือนแค่รูปร่างหน้าตา แต่นิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว ลูกบางคนเกิดมาปุ๊บ พ่อแม่ร่ำรวยขึ้นทันตาเห็น บางคนเกิดมาแล้ว พ่อแม่จนลงจนเข็ญใจ เหล่านี้ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักทางวิทยาศาสตร์ แต่อธิบายได้ด้วยหลักบุญทำกรรมแต่งครับ

เคยสงสัยไหมว่า ถ้าทำการโคลนนิ่งมนุษย์ เพื่อนำมาใช้เป็นอวัยวะสำรอง และมนุษย์โคลนนิ่ง จะมีชีวิตจิตใจหรือไม่ ทำเช่นนั้น จะเป็นการท้าทายพระเจ้าหรือเปล่า และผิดศีลธรรมไหม

ถ้าตามหลักพุทธแล้ว จิตที่ลงมาจุติ จะเป็นจิตคนละดวง กับต้นแบบครับ จิตหรือดวงวิญญาณทั้งหลายในจักรวาลนี้ ท่านเปรียบว่า มนุษย์บนโลกหกพันล้านคนนี่เหมือนหัวไม้ขีด ปริมาณจิตที่รอการเกิดนั้น เหมือนดวงอาทิตย์ ฉะนั้น เมื่อมีสภาพที่เหมาะสมกับการจุติ(เช่นการโคลนนิ่ง) ข้าพเจ้าเชื่อว่า จะมีจิตเข้าไปจับจองกายสังขารใหม่นั้น และเขาก็จะกลายเป็นคนอีกคนหนึ่ง คนละคนกับต้นแบบ ฉะนั้นถามว่า ผิดไหมที่เอาอวัยวะของโคลนมาใส่ตัวจริง ก็ต้องตัดสินเอาตามว่า ถ้าเอาอวัยวะของอีกคนหนึ่งที่มีชีวิตจิตใจมา ผิดไหม

เอ๊ะ...จะคุยเรื่องคู่แท้ ไหงโผล่มาเรื่องโคลนนิ่งได้หว่า

จากหลักการเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวัฎสงสารดังกล่าว พอจะอนุมานได้ว่า ไอ้คนที่มาปิ๊งเรา หรือ คนที่เราปิ๊ง เป็นคนที่เราเคยตุนาหงันกันมาในอดีตชาติ คำว่า ตุนาหงันนี่ อาจจะไม่ใช่แค่สามี ภรรยานะ อาจเป็นพี่ เป็นน้อง เป็นป้า เป็นน้า เป็นอา เป็นเพื่อน เป็นได้ทั้งนั้น แค่เคยมีปฏิสัมพันธ์กันมา แต่ชาติปางก่อน

พอมาถึงชาตินี้ ไอ้ความสัมพันธ์เดิม ๆ ก็ลืมหมด รู้แต่ว่า คนนี้เห็นแล้วสบายใจ คนนี้คุยด้วยแล้วถูกใจ คนนี้อยู่ด้วยแล้วรู้สึกคุ้นเคย ทั้งที่ชาติที่แล้ว อาจจะเคยเป็นลูก เป็นพ่อ เป็นแม่ กันมา

มาชาตินี้มาจีบกันเฉยเลย

การที่เขามาปิ๊งเรา แต่เราไม่ปิ๊งเขา หรือเราปิ๊งเขา แต่เขาไม่ปิ๊งเรา เกิดจากบุญบารมีไม่เสมอกัน เสียเป็นส่วนใหญ่ กล่าวคือ ไอ้ที่เขามาปิ๊งเรา เราไม่ปิ๊งเขา ก็เพราะบุญบารมีเขาน้อยกว่าเรา ส่วนไอ้ที่เราปิ๊งเขา แต่เขาไม่ปิ๊งเรา ก็เพราะบุญบารมีเขามากกว่าเรา ซึ่งความจริงก็ดีแล้วครับ การไม่มีคู่ เป็นลาภอันประเสริฐ เพราะทุกข์สุดแสนเที่ยวแดนเนรมิต รออยู่ครับ

เริ่มตั้งแต่ตอนยังไม่เป็นแฟนกัน ก็ต้องคอยพยายามเอาอกเอาใจ ประคับประคอง สุดฤทธิ์สุดเดช เรียกว่า ถ้าถวายชีวิตให้ได้ คงทำไปแล้ว พอได้เป็นแฟนกัน ก็มานั่งกังวลอีก เขาจะรักเราไหมน๊า เขาจะไปมีคนอื่น แอบนอกใจเราไหมน๊า ครั้นพอแต่งงานกันไป คราวนี้ทุกข์เพิ่มขึ้นหลายเท่าครับ เพราะส่วนใหญ่ การแต่งงาน ไม่ใช่เรื่องของคน แค่ ๒ คน แต่หมายถึง ๒ ครอบครัว มาดองกัน คราวนี้ละมันส์กว่าเดิมอีก แทนที่จะเอาอกเอาใจแค่คนเดียว ต้องเอาอกเอาใจทีนึงทั้งบ้านเลย แต่งกันได้สักพัก มีลูก โอ้โห....ทุกข์เสียยิ่งกว่าอะไร เมื่อก่อน ว่าเมียเราผัวเรา ดูแลยากแล้วนะ พอเจอลูกเข้าไปนี่ ความทุกข์มันแอดว้านซ์ยิ่งกว่า จีเอสเอ็ม สองวัตต์ (ไปนึกภาพต่อกันเอาเอง) แต่เชื่อไหมว่า คนเราก็พยายามวิ่งเข้าหาทุกข์ที่กล่าวมานี่แหละ

ถ้าตาซิกมุนด์ ฟรอยด์ เขาก็บอกว่า เกิดจาก sexual drive หรือ แรงขับดันทางเพศ แต่ถ้าเป็นพระพุทธเจ้าท่านทรงบอกว่า เพราะสัตว์โลก ประกอบด้วย อวิชชา-ความไม่รู้ หรือความโง่ ครอบงำ

เห็นทุกข์ก็บอกว่า เป็นความสุข เพื่อนข้าพเจ้าคนหนึ่ง พอชวนให้เขามาทางธรรม เขาบอกว่า มันยังสุขอยู่เลย เวลากอดลูกแล้ว มันสุขอย่างบอกไม่ถูก นั่นละ ทุกข์อิ๊บอ๋ายเลย ก็เห็นเป็นความสุข นั่นละ ที่ท่านเรียกว่า "อวิชชา" คนทั่วไป มักคิดว่า ความสุข ก็เป็นอย่างหนึ่ง ความทุกข์ก็เป็นอย่างหนึ่ง ถ้าเราหาเงินไปมาก ๆ เงินก็จะซื้อความสุขได้ แล้วทุกข์ก็ไม่มี แต่พระพุทธองค์ทรงบอกว่า แม้พระองค์เอง ก่อนจะตรัสรู้ ก็เคยคิดเช่นนี้เหมือนกัน ครั้นพอตรัสรู้แล้ว จึงทราบว่า สุข กับ ทุกข์ มันอยู่ติดกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ หมายถึงว่า ถ้ายังมีสุขอยู่ ทุกข์ก็ยังมีเหมือนกัน และถ้าเราละสุขเสีย ทุกข์ก็ไม่ต้องละ หายไปเอง

ยกตัวอย่างเช่น การกอดลูกแล้วมีความสุขนั้น สุขอยู่กี่นาทีครับ แลกกับการที่ต้องประคบประหงม เลี้ยงดูปูเสื่อ อย่างดี เป็นสิบ ๆ ปี นี่ละครับที่ท่านว่า สุขกับทุกข์มันอยู่ติดกัน สุขทางโลก เป็นสุขที่เจือด้วยทุกข์

อะ...แต่ถ้าไม่เห็นด้วย อย่างไรแล้ว ฉันก็จะหา "คู่แท้" หรือ soulmate ของฉันให้เจอ (ให้สมกับหัวเอ็นทรี่) ขอแนะนำให้ไปทำบุญครับ มีตัวอย่างมากมายหลายกรณีมาก จะยกให้ดูสักหนึ่งกรณี เพื่อนข้าพเจ้าคนหนึ่ง เคยปิ๊งสาวคนหนึ่งมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย แต่เขาไม่ปิ๊งกลับ แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย นานมาก ช่วงหลัง ๆ มาเพื่อนข้าพเจ้าคนนี้ ก็หันมาสนใจธรรมะ ฝักใฝ่ธรรมมากขึ้น ปฏิบัติธรรมบ้างถ้ามีโอกาส ปรากฏว่า จู่ ๆ สาวคนนี้บินกลับมาจากเมืองนอก นัดเจอเพื่อนเก่า ๆ พอพบกันอีกที เหมือนบุพเพอาละวาดครับ เขาเกิดมาปิ๊งเพื่อนของข้าพเจ้า ทั้งเพื่อน ๆ ของเขา ก็เชียร์กันยกใหญ่ แหม....ไม่อยากจะเซด เพื่อนข้าพเจ้าก็โทรมาเล่าให้ฟังว่า ไม่น่าเชื่อเลย เธอดูสูงส่งเกินเอื้อมมาก และเมื่อคุยกันไป ก็พบว่า เธอสนใจปฏิบัติธรรมเหมือนกัน ข้าพเจ้าก็เลยแนะให้ไปทำบุญร่วมกันเสียเลย ชวนเขาไปเที่ยว ก็ชวนไปเที่ยววัด ไปทำบุญ ชวนไปปฏิบัติธรรม ทำสมาธิด้วยกัน แล้วก็บอกเขาอย่างที่เขียนมานี่ละ มันเหมือนบุญบารมีเราเริ่มไล่ตามเขาทันแล้ว แต่น่าเสียดาย เพื่อนข้าพเจ้า ไม่ได้เชื่อสิ่งที่ข้าพเจ้าแนะ สุดท้ายความสัมพันธ์ก็พังพินาศ ข้าพเจ้าก็ได้แต่ปลอบใจเขาว่า "เฮ้ย...ไม่รู้หรือว่า การไม่มีคู่ เป็นลาภอันประเสริฐ"

ที่นี้ทำบุญอย่างไรดีหนอ ถึงจะไล่ตามเขา(คนที่เราหมายปอง)ทัน เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย ไอ้เราเพิ่งมาเริ่มทำบุญ เขาทำบุญมาแต่ไก่โห่แล้ว บางทีอาจตุนมาแต่ชาติก่อน ๆ และธรรมดาคนที่มีจิตเป็นกุศล งดงาม ก็มักจะชอบทำบุญเป็นวัตรอยู่แล้ว ไอ้เราก็เบี้ยน้อยหอยน้อย ขืนทำมาก ก็ไปเบียนเบียนตัวเองเอาเสียอีก เป็นอันไม่ได้บุญ

มีบุญอยู่ชนิดหนึ่งครับ ไม่ต้องใช้ตังค์ ทำได้ทุกเวลาด้วย บุญนั้นอยู่ที่ลมหายใจเรานั่นแล หายใจเข้า รู้อยู่ว่า หายใจเข้า หายใจออก รู้อยู่ว่าหายใจออก ทำจนสามารถระงับ นิวรณ์ ๕ ประการ*ได้ บุญหนักยิ่งกว่า สร้างโบสถ์ร้อยหลัง ถ้าคู่ปรับเรา เขาเอาแต่ทำทาน เราอ้อมไปดักหน้าเขาเลยครับ ด้วยการเจริญสติ เจริญสมาธิ (แต่ขอโทษทีครับ ถ้าปฏิบัติ เพราะคิดหวังแอ้มเธอ ไม่ได้บุญนะครับ ต้องทำด้วยปราศจากความอยากครับ ไม่ใช่ไม่ให้อยากเสียเลยนะครับ ไม่อยากเลยนั่นเป็นพระอรหันต์ไปแล้ว แต่หมายถึง ช่วงที่เราปฏิบัติอยู่ ให้ระงับความอยากเสียชั่วคราว)

*นิวรณ์ ๕ ประการ ได้แก่ ๑. กามฉันทะ-ความพอใจในรูปสวย กลิ่นหอม เสียงเพราะ รสอร่อย สัมผัสระหว่างเพศ ๒. ปฏิฆะ-ความชัง ความโกรธ ความแค้น ๓. ถีนมิทธะ-ความง่วงเหงาหาวนอน ความหดหู่ ๔. อุทธัจจะ กุกกุจจะ-ความฟุ้งซ่าน รำคาญ ๕. วิจิกิจฉา-ความลังเลสงสัย ในผลของการปฏิบัติ 

หรือถ้ากลัวไล่เธอไม่ทัน ไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมเสียเลยครับ นั่นดูลมหายใจกันแทบตลอดเวลา ยกเว้นตอนหลับ ก็จะช่วยให้ไล่ตามเธอได้เร็วขึ้น

ถ้ามาดแม้นไล่ตามเธอไม่ทันจริง ๆ ก็จะมีคนมาชอบเรามากขึ้น จากที่เคยมีแต่ หมู เห็ด เป็ด ไก่ มาชอบเรา ก็จะเริ่มมี นางฟ้า เทพบุตร ตกสวรรค์ มาชอบเราบ้าง คราวนี้กลายเป็น บุญเยอะ เลือกได้ ครับ

ถ้าจนแล้วจนรอด ก็ยังมีแต่ หมู เห็ด เป็ด ไก่ มาชอบเราอยู่ดี ไม่ถูกเป็คเลยสักคนเดียว บวชไปเลยครับ สิ้นเรื่องสิ้นราว เขาว่า กลิ่นอะไรก็ไม่หอมเท่า กลิ่นพรหมจรรย์ครับ กลิ่นศีลนี้หอมทวนลมนะครับ คราวนี้ พอบวช ๆ ไป พอใกล้จะข้ามโอฆะ ใกล้หลุดออกจากสังสารวัฎ มารจะเข้ามาทดลองใจครับ ส่งหนุ่มหล่อ ๆ สาวสวย ๆ มาล่อ เสร็จเราเลยครับ เราก็รีบลาสิกขา ออกมามีแฟนทันใด อิ อิ พญามารเห็นแล้ว เอาตีนก่ายหน้าผากเลยครับ เสียรู้ให้เราเสียแล้ว เหอ....เหอ....

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ ฯ

ปล.ลืมให้เครดิต ไม่นึกว่า คนจะอ่านกันเยอะขนาดนี้ คอนเซ็ปท์เรื่องเนื้อคู่นี้ มาจากหนังสือของดังตฤณครับ ผู้เขียนช๊อบชอบครับ เขาใช้ภาษาได้สละสลวย ไม่ห่าม เถื่อน เหมือนข้าพเจ้า ลองแวะไปอ่านกันได้ที่ http://www.dungtrin.com/watha_love/index2.html#4

Comment

Comment:

Tweet

#82 By (114.109.101.133|114.109.101.133) on 2015-08-08 07:14

เพิ่งมาอ่านคะ เขียนได้น่าสนใจมากคะ เอาคำสอนพี่ตุลย์มาปรับ ให้ขำๆ น่ารัก ไม่เครียดดีคะ^^

#81 By bree (1.0.226.117) on 2013-07-17 23:03

อ่านแล้วทำให้เกิดปัญญาดีค่ะ สาธุ

#80 By คุณนายโฮ (103.7.57.18|124.120.158.75) on 2013-05-23 13:55

สาธุ มีประโยชน์มากๆเลยครับ ใช้ธรรมะในการหาคู่
นอกจากจะหาเนื้อคู่ที่ดีได้แล้ว ยังได้บุญมากอีกด้วยbig smile

#79 By jojo (103.7.57.18|115.87.117.220) on 2013-03-18 13:57

That's sound great. จับใจมาก

#78 By พระ สิริวัฑฒะโน (49.230.244.57) on 2012-01-13 18:07

ขอบพระคุณหลวงพี่มากๆเลยค่ะ เข้าใจแล้วว่าทุกสิ่งเกิดแต่กรรม ถ้าจะดับที่เหตุ ก็ต้องแก้ที่ตัวเรา ไม่ใช่ไปแก้ที่คนอื่น ดิฉันเป็นลูกศิษย์ลูกพ่อฤาษีลิงดำค่ะ คนที่อ้างว่าปรารถนาพุทธภูมิ ก็บอกว่าเค้าเป็นศิษย์เช่นกัน แต่เราจะไม่ไปยุ่งกับเขาอีก เขาจะไปทัวร์นรกหรือสวรรค์ก็เรื่องของเรา ส่วนเราขอไปพระนิพพานในชาติปัจจุบันดีที่สุด
\"ผลบุญใดที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ ขอถวายกุศลเหล่านี้แด่หลวงพี่ให้มีความสุขในโลกแห่งพระธรรม ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานเทอญ\"

#77 By นิพพานเป็นสุขยิ่ง (203.155.74.82) on 2012-01-13 17:01

#71

มาถูกทางแว้ว

#72-#74

สาธุ ๆ

#75

วิบากกรรมยังอยู่ครับ ต้องอดทนรับไป หลักกฎแห่งกรรมนี้ประมาณเอาง่าย ๆ (แต่ไม่ใช่จะถูกต้อง ๑๐๐% นะ) คือ "ทำอย่างไรได้อย่างนั้น" กรณีนี้คือเราเคยล่วงศีลข้อกาเมสุมิจฉาจาร เคยเกิดเป็นผู้ชายแล้วมิได้รักเดียวใจเดียว แอบมีบ้านเล็กบ้านน้อย วิบากที่ไปทำให้ผู้หญิงรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเป็นจำนวนมาก บีบให้เราต้องพบแต่คนที่มีเจ้าของแล้ว

วิธีเบี่ยงกรรมไม่ให้วิบากสนองเต็มที่ คือให้สมาทานรักษาศีล ๕ ไปตลอดชีวิต สร้างพระพุทธรูป แล้วอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ขอขมาพระรัตนตรัยเป็นประจำ เป็นต้น

เรื่องการปรารถนาพุทธภูมิ มิใช่สิ่งวิเศษกระไรเลย มองกันจริง ๆ เป็นสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อมรรคผลนิพพานด้วยซ้ำ ครูบาอาจารย์หลายท่านบำเพ็ญบารมีมาจนเข้าขั้นปรมัตถ์ก็ยังมาลาในชาติสุดท้าย เช่น หลวงปู่มั่น หรือหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ

พวกปรารถนาพุทธภูมิบารมีต้น ๆ นี่ยิ่งแล้วใหญ่ ลงนรกกันไปไม่รู้เท่าไหร่เลย (ส่วนใหญ่พวกที่ศีล ๕ ยังไม่ครบแต่ป่าวประกาศปาว ๆ ว่า ข้านี้ปรารถนาพุทธภูมินี่ ข้านี้ประเสริฐเสียเหลือเกินนี่ ส่วนใหญ่เป็นสัตว์นรกมาอวดอ้างทั้งสิ้น)

ที่ได้ยินมา เป็นมิจฉาชีพเสียก็มาก มาอ้างว่าระลึกชาติได้ เธอเคยเป็นเมียฉัน ต้องมาช่วยฉันสร้างบารมีกระไรเทือกนั้น โกหกทั้งเพครับ จะสาวกภูมิหรือพุทธภูมิ มี "ศีล" เป็นตัววัดความเป็นมนุษย์เท่ากันทั้งสิ้น

ชื่อว่า "ดี" ต้องได้อย่างน้อยพระโสดาบันครับ พวกพุทธภูมินี่แม้ได้อภิญญาห้า ในอภิญญาหก แสดงฤทธิ์ได้ทุกอย่าง ก็ยังอยู่ที่ขอบเหวนรก ดูพระเทวทัต เป็นตัวอย่าง

เจริญธรรม ฯ

#76 By Dhammasarokikku on 2012-01-13 16:04

เขียนได้ดีมากเลยค่ะ สงสัยเรื่องนี้มานานแล้ว แต่ที่สงสัยอีกประการหนึ่ง คือ ทำไมเราถึงเจอแต่คนที่มีคู่แล้วหรือมีแฟนแล้วแต่เขาก็ยังไม่พอใจในคู่เขา พยายามจะมาข้องเกี่ยวกับเรา ส่วนคนโสดที่ดีไม่เห็นเข้ามาสนใจเสียที แสดงว่าเรายังมีกรรมอยู่เยอะใช่มั้ยคะ แล้วมันเป็นกรรมอะไรหรือคะ มีวิธีแก้ไขมั้ยคะ

คนล่าสุดนี่บอกว่าปรารถนาพุทธภูมิเสียด้วย แฟนก็มีแล้ว พอเราไปเตือนเค้า ก็โดนหาว่าเราไปดึงเค้าลงมาเสียอีก ตกลงบาปมันอยู่ที่เราหรือเปล่าคะ ไม่เคยไปยั่วยวนอะไรเขาเลยนะคะ เราก็อยู่ของเราเฉยๆ ไม่เคยพบหน้ากันด้วยซ้ำ รู้จักกันใน FB ธรรมะ ไม่นึกเลยว่าจะเจอแบบนี้ น่าเบื่อมากเลยค่ะ ถ้าไม่ติดว่ายังต้องทำงาน มีแม่ที่ต้องดูแล มีห่วงหลายอย่าง ก็อยากออกบวชเพื่อตัดตรงเข้าสู่พระนิพพานเหมือนกันค่ะ

#75 By พระนิพพานเป็นสุขยิ่ง (203.155.74.82) on 2012-01-12 10:13

สาธุ /l\ เก๋ค่ะอ่านไม่เบื่อเลย ได้คำตอบด้วย ว่าแล้วตอนนั้นกับตอนนี้ชีวิตค่อนฃ้างต่างกัน เจอแต่สิ่งดีๆ ไม่นานก็หายไป ฃอบคุณที่เตือนสตินะคะ

#74 By Pampero (124.121.12.179) on 2011-08-25 00:03

ยังไม่เคยมีแฟน
เคยแต่มีประสบการณ์แค่
แอบชอบเขา แต่เขาก็ดูท่าทางจะไม่สนใจเรา
จากนั้นก็เหมือนรู้สึกว่าแทบไม่อยากสนใจเรื่องนี้อีกละ
เดี๋ยวถึงเวลามีก็คงมีเองแหละ
บุญบารมีแต่ละคนคงไม่เท่ากันละซินะ

ดูจากตอนนี้ก็เห็นด้วยเลยยครับ
"ไม่มีแฟนคืลาภอันประเสริฐ"
ยังไม่ต้องมีละ ดีละ จะได้มีเวลาไปทุ่มเทกับการงานแทน

อนุโมทนา ด้วยนะครับบ

#73 By xxvorachaixx on 2011-08-18 23:09

Hot! Hot!

#72 By honey on 2011-02-14 08:04

สบายใจจัง ยังไม่มีแฟนbig smile มีความสุขมั๊กกกกquestion question

#71 By ฟาง (124.120.85.154) on 2010-12-26 13:04

สวัสดี ฉันชื่อ www. Topsonghit.com
(-/\-)

#69 By PureM (124.121.112.109) on 2010-02-11 10:27

ยาวมั่กๆ ..แต่แอบโดนค่ะ เคยมีคนบอกมาเหมือนกัน

big smile big smile big smile

#68 By ~*recipe*~ on 2010-01-31 17:41

ขอบคุณนะคะ

#67 By (222.123.114.253) on 2009-11-04 18:12

#65

สาธุ ๆ

#66 By Dhammasarokikku on 2009-10-31 20:57

เราแสนจะชอบคนนี้แต่เขาไม่ชอบเรา
คนๆนั้นแส๊นจะรักเรา หลงเรา แต่เราไม่ชอบเขา
อันนี้เป็นอะไรที่ธรรมดาโลกมากเลยค่ะ ตัวเองก็เป็นหมาหมดเหอๆ
อ่านแล้วเกิดดวงตาเห็นธรรม เพราะเคยร้องไห้ฟูมฟายไปกับคนๆหนึ่ง
แต่เขาก็ไม่เคยใยดี แต่พอเราเริ่มเข้าทางธรรม
จุ่ๆเขาก็มาสนใจเรา มากจนเกินคาดเลยค่ะ
อืม...บุญบารมีไม่เท่ากันนี่เองนะคะ open-mounthed smile open-mounthed smile

เห็นด้วยหลายประการเลยทีเดียว แถมยังมีประโยคโดนใจ
"การไม่มีคู่ เป็นลาภอันประเสริฐ" ป้าดดด ฮ่าๆๆ โดนมากๆค่ะ
จริงๆสินะคะ ตอนที่เข้าทางธรรม ใจกำลังใฝ่ไปในทางธรรม
พญามารก็มาในทันที แหม่ ...ตัวอย่างโดนๆทั้งนั้นค่ะ open-mounthed smile Hot!

เชื่อจริงๆและเห็นด้วยมากๆค่ะ ว่าไม่มีคู่เป็นลาภอันประเสริฐ
เพราะเจอมากับตัวเอง มีแต่เรื่องทุกข์ร้อนใจ ยึดติดในอัตตา
คิดว่าตัวเป็นเจ้าของเขา โอ้ววว หลากหลายความทุกข์ค่ะ
พออยู่คนเดียวแบบนี้ มันทำให้ใจเราไม่ฟุ้งซ่านบ้าบอด้วยค่ะ

อนุโมทนาสาธุ ธรรมะโดนใจอีหลี confused smile Hot!

#65 By สส.eVeZaa on 2009-10-30 18:26

การไม่มีคู่ เป็นลาภอันประเสริฐ Hot!

#64 By แม่พุดจีบ on 2009-01-28 15:21

ตอบความเห็น ๖๑

ขออนุญาต เอาไปขึ้นเอ็นทรี่ใหม่ครับ

#63 By Dhammasarokikku on 2008-09-30 10:15

กะลังสงสัยอยู่เลยค่ะ อยากจะหาอีเมล์ของหลวงพี่ส่งไปถามพอดี คือว่าตั้งใจไว้แล้ว่าจะอยู่ช่วยพ่อแม่จนท่านลาโลกนี้ไปแล้ว แล้วก็จะไปอยู่วัด แต่ในอดีตเคยมีพระรูปหนึ่งเคยบอกแม่ประมาณว่าดิฉันจะได้เป็นคุณนาย เคยไปดูหมอตอนเอ็นหมอก็ทักว่าจะได้เป็นคุณนาย ซึ่งมันก็หมายความประมาณว่า ดิฉันจะได้แต่งงานกะคนมียศ มีศักดิ์หนะคะ แต่ชีวิตเท่าที่ผ่านมาเหมือนกะที่ท่านพูดเลยคะว่ามีแต่ที่ไม่ใช่เข้ามา และก็ยังคิดเรื่งความทุกข์เกี่ยวกะการมีคู่ครองเหมือนที่ท่านเขียนหมดทุกอย่างเลย คิดมาก่อนที่จะได้อ่านหัวข้อนี้ด้วย เหมือนบุญช่วยเพราะกะลังพยายามหาคำตอบเกี่ยวกะเรื่องนี้อยู่พอดี เลยอยากจะถามท่านว่า ถ้าเกิดพระท่านที่ทำนายให้นั้นท่านเห็นอนาคตจริง ดิฉันจะเปลี่ยนแปลงได้ไหมคะ เพราะใจก็รู้อยู่ว่าการมีคู่ ถ้ามีแล้วมันเป็นทุกข์ ถ้าสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้ ดิฉันจะได้ตั้งใจมุ่งมั่นในการปฎิบัติธรรม ไม่ต้องระวังตัวมาก เพราะว่าได้ไปอ่านงานเขียนของท่านดังตฤณเรื่อง ทางนฤพาน แล้วอยากให้ชาตินี้อย่างน้อยก็ได้เหมือนตัวละครที่ชื่อมติ แต่ถ้าเปลี่ยนไม่ได้ก็จะพยายามฝืนดูคะ จะทำใจให้มันเข้มแข็งที่จะไม่ไปข้องแวะกะเรื่องอย่างนี้ เพราะของอย่างนี้พอเจอเข้าจริงๆมันก็อาจจะลืมที่ตั้งใจไว้ได้เหมือนกัน ถ้าอย่างไรหลวงพี่ช่วยตอบให้หายสงสัยหน่อยนะคะ ขอบพระคุณมากคะ

#61 By ซี (125.25.104.49) on 2008-09-29 21:22

ตอบความเห็นที่ ๕๙

ความจริงเรื่องเนื้อคู่นี่ ใช่ว่าจะไม่มีเสียทีเดียวนะครับ
บางทีเจอกันบ่อย ๆ ก็มี ด้วยแรงอธิษฐาน
เช่น พระนางพิมพา ศรีภริยาเจ้าชายสิทธัตถะไงครับ
พระนางเกิดมาคู่กับมหาบุรุษแทบทุกชาติ มหาบุรุษทำอะไร เธอโมทนาแหลก คือ ไม่ได้ทำบุญด้วยตนเอง แต่สามีทำอะไร ยินดีกับสามีด้วย

พอมาในชาติสุดท้าย สามีสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า เธอก็เลยสำเร็จตาม มีข้อแม้ว่า ต้องเป็นเจ้าของบุญที่เธอโมทนา เป็นคนไปโปรดเท่านั้น

งานนี้เลยมีอยู่องค์เดียว ที่จะโปรดพระนางพิมพาได้ คือ พระพุทธเจ้า ต้องเสด็จไปโปรดเอง

สังเกตุตอนเข้าไปโปรดพระนางพิมพา พระพุทธเจ้าตรัสกับพระสารีบุตรว่า สารีปุตตะ ดูก่อน สารีบุตร หากนางจะร่ำไห้คร่ำครวญ ถูกเนื้อต้องตัวเรา ท่านจงอย่าห้าม ทั้งนี้ โดยความทั่วไป พระนางพิมพา คือ เมียเก่า ไม่สมควรให้สามีเก่าเป็นคนแสดงธรรม เพราะอาจมีอาลัยรัก ต่อสามีเก่า แต่กรณีพระนางพิมพา พระพุทธเจ้าจำเป็นต้องโปรดด้วยพระองค์เอง พระนางจึงจะบรรลุมรรคผล

นี่เป็นตัวอย่างของเนื้อคู่ ด้วยเหตุแห่งแรงอธิษฐาน ส่วนกรณีอื่น ๆ ก็มีบ้าง ไม่มากนัก

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#60 By Dhammasarokikku on 2008-08-15 17:09

เอ!ถ้าเกิดคู่ของเราในแต่ละชาติ ๆ เกิดทำบุญแล้วมาจ๊ะเอ๋ ในชาติเดียวกันแล้วก์คงยุ่งเนอะ
แต่...สุดท้ายอย่าไปคิดให้เวียนหัวดีกว่า ทำความดีเยะๆ อย่าทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือทุกข์ใจน่ะbig smile

#59 By พริ้วไหว on 2008-08-15 15:43

ความรักที่มีแต่สุข ไม่มีทุกข์เจือปน ก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ในทางพระพุทธศาสนา ความรักอันบริสุทธิ์ที่จะนำชีวิตไปสู่ความสุขแท้ คือ ความรักที่ต้องอาศัยคุณธรรมสำคัญ 4 ประการคือ
เมตตา -ปราถนาให้เขามีความสุข
กรุณา -ปราถนาให้เขาพ้นทุกข์
มุทิตา -พลอยยินดีด้วยเมื่อเขาได้ดี
อุเบกขา-ทำใจเป็นกลาง วางเฉย

อ่านจากหนังสือ สาระแห่งชีวิต คือรักและเมตา ของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก

#58 By ก้านไม้ (125.24.165.16) on 2008-08-12 20:07

"การไม่มีภรรยาเป็นลาภอันประเสริฐ การไม่มีสามีเป็นลาภอันประเสริฐ"
ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เช่นนี้ ก์เพื่อเตือนว่า ชีวิตคู่มีทุกข์สุขคละเคล้ากันไป แต่เกือบทุกคู่ ทุกข์มากกว่าสุข

#57 By ก้านไม้ (125.24.165.16) on 2008-08-12 19:58

ขอให้บุญกุศลตกแก่เจ้าของบล้อคอาเมน55

#53 By ฿฿- Try -฿฿ on 2008-08-07 23:24

จอร์จ กับซาร่า sad smile ช่างเปรียบ 5555 เข้ามาตามเก็บมุข เอ๊ยสาระกลับไปอีกมากมายค่ะ

#52 By สวัสดี on 2008-08-07 14:51

ติดตามค่ะ

#51 By PooChiTa +__+ on 2008-08-07 14:31

ยอดเยี่ยมเลยครับ

ธรรมะสำหรับฆราวาสของท่านพุทธทาสภิกขุ ขอยอมรับเลยว่า ยอดเยี่ยมมาก เขียนได้อ่านง่าย และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

ภาษาก็สละสลวย มีคำกลอนไว้ให้ข้อคิดตัวเอง มากมาย ยิ่งบาลีที่ท่านแปลไว้ใน "ตามรอยพระอรหันต์" นั้น อ่านแล้วซึ้งใจมาก ต้องเก็บไว้เป็น reference ทีเดียว

ธรรมะจะครูบาอาจารย์ไหน ก็ดีทั้งนั้นละครับ

ขอให้ได้อ่านเถิดครับ

เจริญยิ่งในธรรมครับ ฯ

#49 By Dhammasarokikku on 2008-08-07 12:52

ตอนแรกกะจะอ่าน แต่พอเจอด้านธรรมะเข้าไปมากๆ กลับไม่อยากอ่านครับ รู้สึกว่ามันนำมาใช้ดำเนินชีวิตแบบคนปกติไม่ค่อยได้ ไม่เหมือนกับธรรมะสำหรับฆราวาสของท่านพุทธทาสภิกขุ

#48 By เสกเรนเจอร์ on 2008-08-07 09:46

น่าสนใจได้ความรู้ดีครับ

#47 By เพลง (58.8.118.176) on 2008-08-07 09:44

ฮาแตกอันสุดท้ายครับ = ='' คิดได้...

#46 By on 2008-08-07 00:14

ซะอย่างนั้น พญามารเสียรู้เราแล้ว

#45 By renkung on 2008-08-06 23:45

หัวกระไดไม่แห้ง ไม่รู้เราจะเลือกใครดีหว่าembarrassedembarrassedembarrassed


ไม่มีคู่แหละดีแล้ว ปวกหัวopen-mounthed smileopen-mounthed smileopen-mounthed smile

5555555555555555555555555555555555555555555555555

#44 By George Walker Bush (125.24.63.176) on 2008-08-06 22:01

คนมีคู่ไม่รุ้หรอก ใช่ไหม?

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile
555+ เลิกเหอะหวะ กลับบ้านวะconfused smile confused smile

#42 By George Walker Bush (125.24.63.176) on 2008-08-06 21:56

#41 By IRON MAN (125.24.63.176) on 2008-08-06 21:44

ไม่คิดจะมีเลยค่ะแฟนsad smile

#40 By saya chan on 2008-08-06 21:33

confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed

#39 By (125.24.63.176) on 2008-08-06 21:28

เซ็งว่ะ

#38 By (118.174.154.224) on 2008-08-06 19:38

รู้สึก concept นี้ค่อนข้างจะตรงเหมือนกันนะครับ Hot!

มีช่วงนึงที่ผมทำตัวเป็นคนดีมากๆ ทำตัวอย่างกับแม่พระ ให้อภัยแม้แต่อริเก่าที่บาดหมางกันมานาน ช่วงนั้นมีคนหน้าตาดีๆเข้ามาในชีวิตหลายคนเลยครับ

แต่ตอนนี้เริ่มทำตัวแย่ลง คนหล่อๆที่เคยเข้ามาก็เริ่มห่างหายไป

ท่าจะต้องพยายามทำตัวให้กลับไปดีเหมือนตอนนั้นสินะ

#37 By dawnbringerz on 2008-08-06 19:31

คู่แท้ คู่กรรม surprised smile

#36 By chockcolate_am on 2008-08-06 18:37

อิ อิ

มีคนรู้ทันเราอีกแล้ว

อย่ารีบไปเฉลยกลศึกสิครับ ให้เขาบวชเข้ามาเสียก่อน

หลวงพ่อท่านสมัยบวช ก็เพราะอยากได้เมียเป็นนางฟ้าครับ

พอบวชแล้ว ทีนี้ยกนางฟ้ามาหมดสวรรค์ ท่านก็ไม่เอาครับ

อิ อิ

เจริญในธรรมครับ ฯ

#35 By Dhammasarokikku on 2008-08-06 18:19

5555 พญามารก่ายหน้าผาก

เป็นความพยายามที่มีเจตนาแฝงเลยนะนี่

แต่พอปฏิบัติธรรมถึงขั้นหนึ่ง เราก็คงหมดความสนใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ไปเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ และเมื่อนั้นต่อให้คนหล่อคนสวยเข้ามาในชีวิตเท่าไหร่ เราก็คงไม่คิดอยากเอาตัวไปข้องเกี่ยวซะแล้วล่ะมั้ง

Hot!

#34 By ++ r o s i f i x ++ on 2008-08-06 18:08

อิ อิ อิ
3 บรรทัดสุดท้ายนี่.....
confused smile

#33 By mochikaka on 2008-08-06 17:50

เสียดายจัง ทำไมเพิ่งมาเปิดเจอ blog นี้เนี่ย
น่าจะเจอกันตั้งนานแล้วนะคะนี่
สงสัยทำบุญมาไม่เสมอกัน เลยเพิ่งเจอกัน
เมื่อเช้าเพิ่งตักบาตรไป สงสัยบุญเพิ่ม เลยได้เจอ blog นี้
surprised smile ไว้จะแวะมาติดตามตอนต่อไปนะคะ

#32 By คนหน้าหมี on 2008-08-06 17:43

ตอบความเห็นที่ ๒๙

ให้ทางเลือกหง่ะ ถ้าให้แนะนำ ขอแนะนำอย่ามีคู่เลย การไม่มีแฟน เป็นลาภอันประเสริฐ (จริง ๆ นะ)

แต่ถ้ามันอดรนทนไม่ได้จริง ๆ ก็ลองมีดู มีแล้วอย่าลืมทบทวนว่า มันตรงกับสิ่งที่ข้าพเจ้าเขียนมาหรือไม่ ถึงเวลานั้น อาจทุกข์จนนึกไม่ออกแล้ว ว่าเคยอ่านเอ็นทรี่นี้ ในบล็อกนี้ อาจกำลังท้องโย้ อุ้ยอ้ายเหลือกำลัง หรือกำลังเปลี่ยนผ้าอ้อม อาจกำลังตื่นขึ้นมากลางดึกให้นมลูก เป็นวันที่ ๗ ของสัปดาห์ แล้วคิดว่า ทำไมมันทุกข์ขนาดนี้วะ แล้วก็คิดถึงพ่อ ถึงแม่ ที่เคยเลี้ยงดู อุ้มชูเรามา รู้สึกอยากไปกอดท่าน หอมแก้มท่านให้ชื่นใจ ถ้าท่านยังอยู่ ก็เป็นโชคดีครับ ที่ระลึกได้ทัน ไม่ใช่ไปคร่ำครวญอยู่หน้าหลุมศพ
แต่พอความทุกข์นั้นผ่านไป เห็นลูกยิ้มทีเดียว ก็ลืมความทุกข์เสียสิ้น นี่ละครับ ทำไมวัฏสงสารมันถึงหนียากนัก เพราะคนเราชอบปลอบใจตัวเองด้วยความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วก็พยายามลืมทุกข์ที่มีอยู่จนชิน ฯ

ตอบความเห็นที่ ๓๐

ในทางโลกนั้น ความเห็นเหล่านี้ อาจดูงดงาม ทำให้มีความหวัง แต่ความเห็นเหล่านี้ มันไม่จริงครับ และการจะเห็นได้ว่า มันไม่จริงนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

เพราะเขาใส่กุญแจที่แข็งแรงยิ่งกว่า กุญแจ โซโล มาล็อคปัญญาของเราครับ
กุญแจที่ว่า คือ "พระเจ้า" ครับ
คอนเซ็ปท์ของพระเจ้า ทำให้เราไม่คิดจะค้นหาความจริงครับ เพราะพระเจ้า คือ หนทาง ความจริง และชีวิต
ครอบคลุมหมดทุกอิริยาบถ ทุกอย่างที่เราคิดได้ คือ พระเจ้าทำงานผ่านสมองของคุณ พระเจ้าขีดเส้นทางเดิน พระเจ้าให้ทำโน่น ทำนี่ พระเจ้ากำหนดทุกสิ่งทุกอย่างให้ เพราะฉะนั้น ก็ไม่ต้องคิดครับ เชื่อ ๆ ๆ ๆ อย่างเดียวพอ
และนั่นคือกุญแจล็อคอันยิ่งยง ไม่สามารถหาอะไรมาเทียมทานได้

อย่างคำว่า ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์
คนที่นับถือพระเจ้า สรรเสริญความรัก เทอดทูนความรัก ก็จะบอกว่า บ้านะสิ ความรักสวยสดงดงามจะตาย ถ้ามีความรัก ก็ย่อมมีความสุข ดูสิ เห็นไหม โลกทั้งใบก็กลายเป็นสีชมพูได้ เพียงเพราะความรัก
เขาไม่คิดต่อไปครับ เพราะพระศาสดายืนยันแล้วว่า ความรัก เป็นสิ่งที่ดี เพราะฉะนั้น อะไรที่ค้านกับคำสั่งสอนของพระศาสดา ก็ไม่ต้องคิดต่อ
ข้าพเจ้าก็ไม่ได้บอกว่า ความรักเป็นสิ่งไม่ดีนะครับ อย่าเข้าใจผิด
พระพุทธเจ้าก็สรรเสริญความรักครับ ถึงกับคราวหนึ่งตรัสว่า ตถาคตรักราหุล(ลูกของพระองค์สมัยเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ)เท่าใด ก็รักพระเทวทัต(ภิกษุที่กระด้างกระเดื่อง จนคิดฆ่าพระองค์)เท่านั้น แต่ความรักของพระองค์นั้น ปราศจาก"อุปาทาน"ครับ ขณะที่ ความรักที่เขาพูด ๆ กัน เขาไม่ได้แยก "อุปาทาน" ออกมาให้เห็นชัด อุปาทาน คือ อะไรครับ อุปาทาน คือ ความยึดมั่นว่า นี่เรา นี่ของเรา ยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ คือ นี่แฟน"ของเรา" พอมีคำว่า "ของเรา" พ่วงท้าย แทนที่จะมีความรักอย่างเดียว มันก็จะมีความหึง ความหวง โผล่ตามมาด้วย แล้วใครที่ไหนจะแยกอุปาทานออกได้ละครับ แหม...ฉันรักเธอจังเลย แต่ฉันไม่คิดจะครอบครองเธอ ฉันเลยเอาเธอใส่ตู้กระจกไว้กราบไหว้บูชาเฉย ๆ มีไหมครับ ความรักแบบนั้น ทุกคนที่คิดจะมีแฟน ก็คิดจะเป็นเจ้าข้าวเจ้าของทั้งนั้น พอคิดว่าเป็นเจ้าของปุ๊บ มาเลยครับ ตัวทุกข์ ท่านว่า ตัวอุปาทานนี่ละ คือ ตัวทุกข์
เป็นแฟนกันเจอกันกี่ชั่วโมงครับวันหนึ่ง ให้ ๘ ชั่วโมงเลยเอ้า รักกันมาก อีก ๑๖ ชั่วโมงที่เหลือ เกิดอะไรขึ้นครับ คิดถึงใช่ไหมครับ อาการคิดถึงนี่มันทุกข์ หรือมันสุข ครับ มีแต่พวกเพี้ยน ๆ เท่านั้นละครับ ที่บอกว่า อาการคิดถึง เป็นอาการของความสุข ความจริงแล้ว อยากอยู่กับเขา ตลอด ๒๔ ชั่วโมงเลยต่างหาก เพราะอะไรครับ เพราะคิดว่า เขาเป็น"ของเรา" ถูกไหมครับ เกิดห่างสายตาไป เขาจะกลายเป็นผัวใคร เมียใคร ไปก็ได้ถูกไหมครับ ความกังวลนี้ สุข หรือ ทุกข์ ครับ และถึงได้อยู่ด้วยกันครบ ๒๔ ชั่วโมงเลย มั่นใจหรือครับว่า จะสุขตลอด ๒๔ ชั่วโมง คนเราขนาดเป็นพี่น้องคลานตามกันมา ยังตีกันเสียแทบตาย สำมะหาอะไรกับคนที่แตกต่างกัน ทั้งเพศ ทั้งความคิด ทั้งประสบการณ์ ทั้งอื่น ๆ ฯลฯ เอ...ยาวจนตั้งเอ็นทรี่ใหม่ ได้แล้วมั๊งนี่
เอาละพอแค่นี้ดีกว่า เดี๋ยวอาจจะเอาไปตั้งเอ็นทรี่ใหม่
สรุปว่า ที่ว่าคนเรามีคู่แท้ เกิดมาเพื่อกันและกัน เหมือน จอร์จ กับ ซาร่า นั้น ข้าพเจ้าเห็นว่า เพ้อเจ้อ ครับ
มันเป็นโลกแห่งความฝัน ในการ์ตูนครับ ความเป็นจริง ไม่มีหรอก เขาบอกเพื่อให้เราขังตัวเองอยู่ในโลกแห่งความฝันตลอดไป

ออกมาจากความฝันกันเถอะครับ ฯ

#31 By Dhammasarokikku on 2008-08-06 17:43

เคยอ่านเจอว่าพระเจ้าสร้างคนมาเป็นคู่...
แล้วก็จะแยกกันให้แต่ละคนตามหา อีกคน..
เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป

#30 By นาย ช บ า on 2008-08-06 16:55

big smile ไม่ได้บอกให้ปลงใช่มั๊ยคะ

#29 By คุณบิ๋ม on 2008-08-06 15:55

มีจริง เชื่อสิ

#28 By การ์ตูน (125.27.114.24) on 2008-08-06 15:54

Dhammasarokikku View my profile