ใครว่า พระไตรปิฎกน่าเบื่อ - นิทานอิงธรรมบท เรื่องพระนางสามาวดี ตอนที่ ๒๑
posted on 13 Aug 2008 16:54 by akkarakitt in Dharma
เนื่องด้วยมีผู้ติงเข้ามาว่า ผู้เขียนไม่ควรเอาพระไตรปิฎกมาล้อเล่น ผู้เขียนขออนุญาต เปลี่ยนชื่อเอ็นทรี่ใหม่ ทรงจำไว้ด้วยนะครับว่า นี่คือ "นิทาน" นิท๊าน....นิทาน และขอประทานอภัย หากมันออกจะโปกฮา เกินวิสัยสมณวิสัยไปสักหน่อย เพื่อไม่ให้เบื่อเลิกอ่านไปก่อนครับ ไม่ใช่เพื่อเหตุอื่นใด หากชื่อของตัวละครจะไปพ้องกับผู้ใด ข้าพเจ้าขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย เชื่อเถอะครับว่า มันเป็นเรื่องบังเอิญ บังเอิ๊ญ....บังเอิญ
ก่อนอื่นขอขมาพระรัตนตรัยกันไว้ก่อน
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง ฯ
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต ฯ
ห่างหายกันไปนานทีเดียวจนอาจจะลืมกันไปแล้ว ความตอนที่แล้วสาวน้อยสามาวดี ได้ถูกอัพเกรดขึ้นเป็นพระอัครมเหสี มีสาวใช้ในคอนโทรลตั้ง ๕๐๐ ใครคิดว่าเรื่องของเธอจบแค่นี้ ยังก่อน นี่เพิ่งอารัมภบท เนื้อหาชีวิตของเธอเข้มข้นยิ่งนัก สมดังที่ท่านจัดให้เรื่องราวของเธอมาอยู่ในวรรคที่ชื่อว่า อัปปมาทวรรค อันแปลว่า "วรรคที่ว่าด้วยเรื่อง ความไม่ประมาท"
ครั้งนั้น ยังมีกษัตริย์อีกพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า พระเจ้าจัณฑปัชโชต จำยากอีกแล้ว ต้องขอแปลงให้วิบัติสักเล็กน้อย ให้ชื่อว่า พระเจ้าจันทร์หุ่นบำเพ็ญ (ชื่อโรงเรียนหนึ่งในสังกัด กทม.) ครองราชย์อยู่ในเมืองอุชเชนี อะให้เกียรติพี่ป๊อดสักหน่อย ให้ชื่อว่า เมืองอุชชิน(นามสกุลพี่ป๊อด วงโมเดิร์นด๊อก) วันหนึ่งเดินเล่นอยู่ในอุทยาน ทอดพระเนตรทรัพย์สินศฤงคารของพระองค์แล้ว ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "เฮ้อ...เรานี่ช่างร่ำรวยแท้น๊อ....จะมีแมวที่ไหน มีทรัพย์สินอลังการเกินหน้าเราไหมหนอ ฮึ...คงไม่มี"
วาบ แสงสว่างแผ่ไปทั่วบริเวณอุทยาน แล้วมีเทพธิดาสวยสดงดงามโผล่ขึ้นมาจากสระกลางอุทยานนั้น "ขออภัย นี่ท่านทำขวานไม้ หรือขวานทอง ตกน้ำเพคะ" (
เฮ้ย....ผิดเรื่องป่าวฟะ) เทพธิดาถาม พร้อมยืนขวานไม้ กับขวานทองให้เลือก
"เอ่อ....เจ้าเป็นใคร มาที่นี่ได้อย่างไร" พระเจ้าจันทร์หุ่นเป็นงง
"ข้าน้อย เป็นเทพธิดาปกป้องดูแลสระโบกขรณี และอุทยานนี้ เมื่อกี้ข้าน้อยได้ยินท่านพูดถึง อะไรแมว ๆ ที่ไหนรวย ได้ยินไม่ถนัด ข้าน้อยจึงขึ้นมาถามว่า ท่านทำขวานไม้ หรือขวานทองตกน้ำ ข้าน้อยจะคืนให้เพคะ" เทพธิดากล่าว
"บ้าเรอะ ข้าพูดถึงแมว แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับขวานฟระ เจ้านี่หูไม่ดีแล้ว สมองยังเลอะเลือนอีกต่างหาก แมวไปเกี่ยวอะไรกับขวานได้" พระเจ้าหุ่นขมวดคิ้ว
"อ้าว...อย่างนั้นหรือเพคะ ข้าน้อยนึกว่าท่านพูดถึงแมว ว่าแมวเขามีทรัพย์สินศฤงคารมากกว่าท่าน เบาะ ๆ แค่ที่เขารายงานกันก็ปาไปเจ็ดแปดหมื่นล้าน และยังมีซุกซ่อนหมกเม็ดไว้อีกมากมาย ทรัพย์สินศฤงคารของท่านหน่ะ ไม่ได้ขี้เล็บของท่านแมวเลย และตอนที่ท่านแมวลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ ท่านก็เผลอทำขวานทองชื่อสุวรรณภูมิตกน้ำไว้ ข้าน้อยจึงนำมาให้ท่านเลือกว่า ท่านสนใจจะรับประทาน เอ้ย สัมปทานขวานทองอันนี้ต่อหรือไม่ หรือท่านชอบใจ ขวานไม้ผุ ๆ อันนี้ ขวานทองอันนี้แม้ใครได้ครอบครอง จึงจะได้ชื่อว่า ร่ำรวยจริง รวยกว่าใครในโลกนี้ แม้ร่ำรวยแล้ว จะไม่มีแผ่นดินให้อยู่ก็เถอะ" เทพธิดายิ้มอยู่
"ขวานทอง....ขวานทอง ได้แล้วรวย" พระเจ้าจันทร์หุ่นใช้ความคิด "แต่เอ๊ะ...นั่นทำไมด้ามขวานมันถึงเลอะ ๆ เลือน ๆ อย่างนั้นเล่า นี่เป็นทองเก๊ซีเนี่ยะ"
"หามิได้เพคะ หากท่านสัมปทานขวานทองนี้ แล้วสร้างความสมัครสมานสามัคคีขึ้นในหมู่คณะ ด้ามขวานก็จะหวนคืนมาสุกปลั่งสดใสดังเดิม นี่ทองเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้า เลยนะเพคะ" เทพธิดาอธิบาย
"อืม...แล้วเจ้า จะให้ข้าฟรี ๆ รึ หรือมีข้อแลกเปลี่ยนอันใด" พระเจ้าจันทร์สงสัย
"ท่านนี่ รอบคอบจริง ๆ ถูกแล้ว ข้าน้อยคงจะไม่ได้ให้ท่านฟรี ๆ ก็บอกแล้วว่าให้สัมปทาน มีข้อแลกเปลี่ยนเล็กน้อย ซึ่งคาดว่า คงไม่เกินความสามารถของท่านพระราชาผู้เก่งกาจ" เทพธิดาเฉลยความในพร้อมยกยอปอปั้นเล็ก ๆ
"ไหนว่ามาซิ" พระเจ้าจันทร์กล่าวด้วยอยากครอบครองขวานทองตะหงิด ๆ
"ในนครมาบุญครองซิตี้(โกสัมพี) แหล่งรวมอารยธรรมเทคโนโลยีไร้สายต่าง ๆ มีกษัตริย์ผู้ยังทรงพระเยาว์อยู่พระองค์หนึ่ง ชื่อพระเจ้าอุเทนถวาย เป็นอริกับพี่ชายของข้าน้อยที่ชื่อว่า ช่างกลปทุมวัน มาแสนนาน บัดนี้พระบาทท้าวเธอได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ ครองเศวตฉัตรอยู่ พี่ชายของข้าน้อย มิอาจยกพวกไปตีพระองค์ เช่นกาลก่อน ทั้งนี้ก็เพราะพระองค์ทรงรู้ศิลปะหนึ่งชื่อ หัสดีกันต์ เป็นมนต์บังคับช้างได้ดังใจ ทำให้ไม่มีใครทำอันตรายพระองค์ได้ ข้าน้อยอยากได้มนต์นั้นมา เพื่อช่วยพี่ชาย ข้าน้อยจะได้ไปเชียร์การยกพวกไปตีกันข้างสนาม ให้สนุกสนานเช่นเคยมา แต่กาลก่อน" เทพธิดาพูดพลาง เล่นเวฟพลาง
"ห๊ะ...บังคับช้างได้ดังใจ.....โอ้ย....แล้วข้าจะไปสู้อะไรเฮียแกได้เล่า เจ้าก็น่าจะรู้นี่ว่า เวลาไปรบกัน เขาก็ต้องขี่ช้างไปรบกันทั้งนั้น ขืนข้าออกไปรบกับคนที่สั่งช้างได้ดังใจ รบ ๆ กันอยู่ เฮียแกสั่งให้ช้างที่ข้าขี่อยู่ สะบัดข้าลงจากหลัง ก็จบเห่เท่านั้นเอง" พระเจ้าจันทร์ออกเสียงตัดพ้อ
"ของอย่างนี้มันต้องมีกลศึก แผนการณ์เป็นอย่างนี้ ..... " เทพธิดาแอบกระซิบกับพระเจ้าหุ่น
"บ๊ะ...เข้าท่า ทีแรกเห็นเจ้าหน้าโง่ ๆ นึกว่าจะเซ่อ ที่ไหนได้ ฉลาดไม่ใช่เล่น" พระเจ้าจันทร์ก็แอบยิ้มเล็ก ๆ
"ท่านก็ชมเกินไป เอ๊ะ...หรือว่าด่ากันวะเนี่ยะ อะ...ช่างเถอะ ท่านรีบไปทำตามที่ข้าน้อยแนะนำเถิด ข้าน้อยอยากได้มนต์นี้เต็มแก่แล้ว จะได้ออกไปยืดเส้นยืดสาย เชียร์กีฬาโอลิมปิก ตบหัวเข็มขัด ฟาดด้วยไม้ทีบ้าง บรึ๋ยยย...พูดแล้วขนลุก อยู่เฉย ๆ นาน ๆ เส้นมันจะยึด ท่านเองก็จะได้ครองขวานทองสมใจอยากด้วยเพคะ" เทพธิดายิ้มอย่างมันเขี้ยว แล้วควักธงโอลิมปิกขึ้นมาโบกเล่น อยากเชียร์กีฬาโอลิมปิก "ตีกันให้บรรลัย" เต็มแก่
พระเจ้าจันทร์หุ่นจัดแจงโทรไปเมืองทรอย "ฮัลโหล นั่นโรงงานม้าไม้เมืองทรอยใช่ไหม ข้าอยากได้จ๊างน้อยของชินจัง* ทำด้วยไม้ เจ้าจะทำให้ข้าได้บ้างไหม"
*ชินจังจอมแก่น ส่วนจ๊างน้อยของเธอ
ไปค้นคว้าหาอ่านเอาเอง ไม่อยากอธิบาย
"ห๊ะ...โอ้ย ไม่ต้องห่วงหรอก ข้าไม่โง่พอ จะเอาจ๊างน้อยของชินจัง ไปตีเมืองทรอยหรอก นั่นคุณแบร๊ด พิทท์**เขาไปตีมาเรียบร้อยโรงเรียนฮอลลีวู๊ดแล้ว"
**แบร๊ด พิทท์สุดหล่อ....กรี๊ด....เท่มั่กค่ะ....อ้าวลืมตัว
"งั้นรึ ดี เอาแบบจุคนได้สัก ๖๐ คนนะ เอาเนื้อเนียน ๆ ให้ดูเหมือนช้างจริงด้วยล่ะ แล้วกี่วันสำเร็จกันละนี่ รับบัตรวีซ่าด้วยใช่มะ โอเค ๆ แค่นี้ละ.... กริ๊ก"
พระเจ้าจันทร์หุ่นบำเพ็ญสั่งจ๊างน้อยชินจัง มาทำอิหยัง ติดตามได้ตอนต่อไป
จบตอน ๒๑
อุทาหรณ์สอนใจให้รู้ว่า ขวานทองนั้นกินไม่ได้ แต่เท่
ข้อควรระวัง : กินแล้วมักไม่มีที่ซุกหัวนอน
....อร๊าง.....



#1 By Rinna ♥ on 2008-08-13 22:58