ความสุข...อยู่หนใด

posted on 23 Aug 2008 15:09 by akkarakitt  in Dharma

เคยฟังเทศน์มาจากหลวงพ่อปราโมทย์ ปราโมชฺโช ท่านเทศน์ได้สะอึกดี

สมัยเป็นเด็ก เคยคิดว่า ผู้ใหญ่นี่ดีนะ การบ้านก็ไม่มี นอนดึกก็ได้ เล่นเกมนานแค่ไหน ก็ไม่มีใครว่า หรือนึกอยากจะไปเที่ยวไหน ก็ไปได้ มีรถขับ ขับได้เอง จะกลับบ้านดึกดื่นค่อนคืนแค่ไหน ก็ไม่มีใครโทรตาม สูบบุหรี่ก็ได้ กินเหล้าก็ได้ บ๊ะ...อิสระเสรีจริงเทียว ที่สำคัญ ไม่มีการสอบ อะไรมันจะยอดเยี่ยมขนาดนั้น เมื่อไหร่ฉันจะเป็นผู้ใหญ่เสียทีนะ

นึกว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะเป็นสุข

สมัยเป็นเด็กประถม ก็ถูกห้ามทำไอ้โน่น ห้ามทำไอ้นี่ ห้ามนอนดึก ห้ามไว้ผมยาว ห้ามกลับบ้านเกินหนึ่งทุ่ม ถามว่า ทำไม ก็เรายังเด็ก ไว้ขึ้นมัธยมค่อยทำ

ก็นึกว่า พอขึ้นมัธยมแล้ว จะเป็นสุข

พอขึ้นมัธยมต้น ยังต้องทำการบ้าน นอนดึกขึ้นได้นิดหน่อย แต่ก็ถูกห้ามบางอย่างอีก ห้ามไว้ผมยาว ห้ามนุ่งกางเกงสั้น ห้ามเล่นเกมตู้ แต่เด็กม.ปลายทำได้

ก็นึกว่า พอขึ้นม.ปลายแล้ว จะเป็นสุข

ครั้นพอขึ้นม.ปลายแล้ว ต้องเรียนอย่างหนัก เพื่อเตรียมเข้ามหาลัย ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามกินเหล้า ห้ามเที่ยวกลางคืน ห้าม ห้าม ห้าม เอาละ คราวนี้  ถ้าเข้ามหาลัยได้แล้ว จะเป็นอิสระเสียที ไม่ต้องมาทำการบ้าน ไม่ต้องมาเรียนพิเศษ ใส่ชุดไปรเวทไปเรียนได้ อิสระเสรีทุกอย่าง

ก็นึกว่า เข้ามหาลัย แล้วจะเป็นสุข

ครั้นพอเข้ามหาลัยแล้ว เฮ้ย...แม่งเรียนหนักยิ่งกว่าไปเรียนพิเศษกับติวเตอร์เสียอีก การบ้านไม่มีก็จริง แต่ดันมีโปรเจ็ค ยุ่งยากกว่าการบ้านอีก ไหนจะกิจกรรม ไหนจะหาแฟน เอาใจแฟน ไปเที่ยวกับเพื่อน อาจารย์ก็แสนโหด โอ๊ะ...ยังต้องสอบอีกเหมือนเดิม อ่านหนังสือสอบมันแสนจะทรมาน ไม่เอาละ รีบ ๆ เรียนให้จบดีกว่า ไปทำงานตามออฟฟิส ไม่มีการสอบ สบายแน่ ๆ

ก็นึกว่า เรียนจบแล้วจะเป็นสุขซะที

แต่พอจบแล้ว ก็ไม่มีงานทำ ก็นึกว่า มีงานทำแล้วจะเป็นสุข

พอมีงานทำแล้ว เหงาอะ ไม่มีแฟน ก็คิดว่า แต่งงานแล้วจะเป็นสุข

ครั้นพอแต่งงานแล้ว ไม่มีบ้าน อยู่กับพ่อกับแม่ แสนจะอึดอัด ถ้าเรามีบ้านคงจะมีความสุข

พอมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ไม่มีลูกไว้โม้กับเพื่อน ก็คิดว่า มีลูกแล้ว คงจะเป็นสุข

ครั้นมีลูก อ๊ะ...ยังขาดรถสปอร์ต มือถือพีดีเอ โทรทัศน์แอลซีดี โฮมเทียเตอร์ เครื่องซักผ้า เครื่องครัว แล้วก็คิดว่า ถ้ามีทั้งหมดนั่นแล้ว จะมีความสุข

พอมีทั้งหมดนั่นแล้ว เริ่มแก่ แหม...ถ้าเรากลับไปเป็นหนุ่มอีก คงมีความสุข

แต่การกลับไปเป็นหนุ่มมันเป็นไปไม่ได้ หันหน้าเข้าวัดดีกว่า ชาตินี้มันลุ่ม ๆ ดอน ๆ กิจการของตัวเองก็ไม่มี เป็นมนุษย์เงินเดือน ไม่ได้เป็นเศรษฐีเจ็ดหมื่นล้าน เร่งทำบุญสร้างกุศลไว้ดีกว่า เดี๋ยวชาติหน้าคงมีความสุข

ครั้นพอเกิดใหม่แล้ว ก็ไปเริ่มต้นเป็นเด็กใหม่ เริ่มคิดถึงความไม่เท่าเทียมกัน ระหว่างเด็ก กับผู้ใหญ่ใหม่ เริ่มเรียน ประถมใหม่ เรียนมัธยมใหม่ เรียนมหาลัยใหม่ ทำงานใหม่ แต่งงานใหม่ มีลูกใหม่ มีบ้านใหม่ มีเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ แล้วก็แก่ แล้วก็ตาย วนเวียน ๆ อยู่อย่างนี้ ความสุขอยู่ที่ไหนครับ

สรุปแล้ว เราเกิดมา เราก็คิดว่า เดี๋ยวมันคงจะเป็นสุขไปตลอดชีวิตเลยครับ

ถ้าคิดไม่ได้ว่า ความสุขมันอยู่กับปัจจุบัน ที่เป็นอยู่นี่แหละ

อาการสะอึก ก็เอวังด้วยประการฉะนี้ ฯ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Hot! แม่นค่ะ *-*

#1 By Rinna ♥ on 2008-08-23 16:36

นี่ขนาดแค่มนุษย์ที่มีชีวิตปกตินะครับ...

ยังไม่ได้นับมนุษย์ที่ยากจน พิกลพิการ หรือถูกกดขี่ข่มเหง หรือเกิดในประเทศอดอยากแร้นแค้นเต็มไปด้วยสงคราม

และยิ่งไม่ได้รวมถึงการเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เปรต อสูรกาย หรือเกิดเป็นสัตว์นรกซึ่งยากกว่าการเป็นมนุษย์หลายเท่า

สังสารวัฏน่ากลัวเช่นนี้แล

#2 By Gow27 on 2008-08-24 00:58

อึ๊ก..อึ๋ก..อึ๊ก....อะเริ่มสะอึกอีกแล้ว

สงสัยต้องแก้ด้วยการเขียนเอ็นทรี่ใหม่...เอิ๊ก

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#3 By Dhammasarokikku on 2008-08-24 08:43

ปลงได้เยอะ เช่นนี้ -0-

ูู^^
confused smile

#4 By on 2008-08-30 15:48