ได้คำถามนี้มาจากคุณไอ้แป้นผู้โด่งดังใน exteen อ่านทีแรก งงไปเลยว่า การเม้นท์ตอบ ไม่เม้นท์ตอบ มันเป็นกิเลสด้วยหรือ เลยให้แนวทางไปคิดกันเอาเองว่า มันเป็นกิเลสหรือเปล่า กิเลส แปลว่า ความเศร้าหมองของจิต ซึ่งคนทั่วไป คงมองว่า ไม่ใช่กิเลส เช่นเดียวกับที่ข้าพเจ้ารู้สึกทีแรก แต่ครั้นคิดไปคิดมา เอ๊อะ...ถ้าจิตผ่องใส เขาคงไม่เก็บมาถามข้าพเจ้าหรอก นี่แสดงว่า จิตเขาหมองไปติ๊ดหนึ่งสิ เขาถึงค้างคาใจ เอามาถามข้าพเจ้า

ถ้าจิตหมองแล้วไซร้ มันก็ย่อมเป็นกิเลสซี ข้าพเจ้าก็ไปนึกทบทวน อ๊ะ...ความโลภ คงไม่ใช่แน่ ความโกรธ ก็คงไม่ใช่อีก แน่นอนเลยมันเหลืออยู่ตัวเดียว โมหะ-ความหลงแน่ ๆ

ทีนี้มันหลงกันอย่างไรล่ะ ความหลง คือ เห็นผิดจากทำนองคลองธรรม แต่ลึกลงไปแล้ว คือ เห็นค้านกับไตรลักษณ์ ละเอียดลงไปอีก ก็เห็นผิดไปจากอริยสัจ ๔

ข้าพเจ้าคงจะไม่ลงไปถึงอริยสัจ มันจะเว่อร์เกินไป แค่ตอบเม้นท์ ไม่ตอบเม้นท์ แค่เนี้ยะ ไล่ไปถึงอริยสัจ เชียว (แต่ความจริงก็ไล่ไปให้ถึงได้นะ)

พิเคราะห์ดูเหตุแห่งทุกข์นั้น น่าจะมาจาก พรหมวิหาร ๔ ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คงพอทราบกันดีอยู่ ทีนี้มาดูลักษณะของคุณไอ้แป้น คุณไอ้แป้นเป็นคนที่เจริญเมตตาพรหมวิหารธรรม หรือ ความรักในเพื่อนมนุษย์ อยากให้เขามีความสุข เป็นปกติ

ดูจากการ์ตูนที่คุณไอ้แป้นวาด โดยเอาตัวเอง เป็นตัวเดินเรื่อง เอานิสัยเสีย ๆ ของตัวเองมาแฉ เขียนเป็นการ์ตูนตลกโปกฮา นั่นเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า คุณไอ้แป้นลงทุนเอาตัวเอง เป็นตัวตลก เพื่อต้องการเห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ผ่านทางคอมเม้นท์ ของเพื่อน ๆ ชาว exteen และผู้แวะเวียนมาเยี่ยมเยียน จากที่อื่น ๆ

ในเมตตาพรหมวิหารนั้น มีสิ่งหนึ่งแฝงมาอย่างแนบเนียน และเบาบาง จนแทบไม่รู้สึก และมองไม่ออก สิ่งนั้นคือ สักกายทิฏฐิ-ความรู้สึกว่าเป็นเรา เป็นของเรา อ่านแล้วอาจจะงงว่า อะไรคือความรู้สึกว่าเป็นเรา เป็นของเรา ถ้าเปลี่ยนคำแปลเป็น ความรู้สึกว่ามีตัวตน จะเข้าใจง่ายกว่าไหม สักกายทิฏฐินั้น แนบแน่นกับเรา เหมือนเงาตามตัว ไม่ว่า เราจะทำตัวเช่นไร มันก็ติดตามเราไปได้เสมอ

สักกายทิฏฐิของคุณไอ้แป้น จะแปลกกว่าชาวบ้านสักหน่อย ชาวบ้านเขาพยายามทำตัวเองให้ดูดี มีคุณค่า น่านั