ความจริงวันนี้ ตั้งใจจะเขียนเอ็นทรี่นี้แล พอดีมีคำถามมาแทรก เลยตอบคำถามเสียก่อน และความจริงของความจริงอีกที ก็มีเอ็นทรี่ที่เตรียมไว้แต่เมื่อวาน เตรียมจะเอาขึ้นวันนี้ ทว่าระหว่างการเดินบิณฑบาตเมื่อเช้า ก็คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา

มีใครสะกิดใจ กับคำว่า "พอ" ในความต้องการขั้นที่ ๕ ของมาสโลว์ หรือไม่

ก่อนจะเข้าสู่ประเ็ด็นหลักของวันนี้ ขอโอกาสแนะภาษาอังกฤษวันละนิดสักหน่อย

ในพีระมิดความต้องการของ มาสโลว์ ขั้นสุดท้าย ชื่อประกิตว่า self-actualization ถ้าแปลกันตามศัพท์ actual แปลว่า จริง, actually แปลว่า จริง ๆ แล้ว และมีอีกหลายคำที่แปลเหมือนกัน เช่น virtually, really, truly เป็นต้น ดังนั้น คำว่า actualization น่าจะแปลว่า ทำให้เป็นจริง self-actualization needs จึงนำมาแปลว่า ความต้องการบรรลุเป้าหมายของชีวิต แต่อาจมีความหมายในอีกแง่หนึ่ง ทำนองเดียวกับที่ realize แปลเหมือนกับ actualize ซึ่งแปลว่า ตระหนักอย่างแท้จริง โดยนัยนี้ ความหมายกลับกลายเป็นว่า ได้ตระหนักอย่างแท้จริงว่า ตัวเองต้องการอะไร เมื่อตระหนักแล้ว รู้แล้ว ว่าตัวเองต้องการอะไร นั่นก็คือ "ความพอ" 

ลองคิดดูซิครับว่า คนเราต้องผ่านพีระมิดของมาสโลว์ตั้งกี่ขั้น กว่าจะรู้จักคำว่า "พอ" บางทีไปรู้เอาตอนแก่จะลงโลงโน่นแน่ะ หรือบางทีจนแก่จะลงโลง ก็ยังไม่รู้จักคำว่า "พอ"

พอจะเดากันได้หรือยังครับว่า ข้าพเจ้ากำลังจะเขียนเรื่องอะไร

ถูกต้องแล้วคร๊าบ.... คำว่า "พอ" ในพีระมิดของมาสโลว์ ไปกระตุกให้นึกถึง ปรัชญา "พอเพียง" ของพ่อของพวกเรา

ปรัชญาพอเพียงนั้น เป็นปรัชญาง่าย ๆ ใคร ๆ ก็ทราบกัน เพราะพูดถึงกันทั้งเมือง แต่วันนี้ จะลองมาพิเคราะห์ในแง่ "ธรรม" กันบ้าง

ใครเคยได้ยินวลีนี้บ้างครับ

คนจนที่รู้จักพอ คนนั้นก็รวยล้นฟ้า

คนรวยที่ไม่รู้จักพอ คนนั้นก็จนติดดิน

 

คอนเซ็ปท์ตรงนี้ ผนวกกับ ธรรมของพระพุทธองค์ และเสริมด้วยพีระมิดของมาสโลว์ สังเคราะห์ออกมาเป็น ปรัชญาพอเพียง นี่ละอัจฉริยภาพของพ่อของพวกเรา

ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น มีมากมาย ครอบคลุมทุกหมวดหมู่แขนงธรรม การทรงจำให้ครบทุกหมวดหมู่นั้น ก็เป็นเรื่องยากแล้ว ทว่าผู้ที่ทรงจำได้ทั้งหมด บางทีก็ยังไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้อะไรได้มากมาย ผิดกับพ่อหลวงของพวกเรา นอกจากจะแตกฉานสรรพวิชาทั้งไทยเทศแล้ว ยังแตกฉานในธรรมะของพระพุทธองค์ ถึงขนาดสามารถสังเคราะห์ขึ้นเป็น ปรัชญาพอเพียง ที่นำไปให้ชาวบ้านตาดำ ๆ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตตัวเอง ให้มีความสุขได้ ไม่เรียกว่า อัจฉริยะ แล้วจะเรียกว่าอะไร

ก่อนจะเข้าสู่การพิเคราะห์ทางธรรม ขออ้างไดอะแกรม ปรัชญาพอเพียง ที่นำมาจากเว็บ วิกิพีเดีย ก่อน

อย่างที่เกริ่นนำไปละครับว่า คนเราต้องมีทรัพย์สินทางกายภาพ ความปลอดภัย ความต้องการทางสังคม การยอมรับ แล้วสุดท้ายถึงจะรู้จักคำว่า "พอ" แต่พ่อหลวงของพวกเรา จัดการนำพีระมิดของมาสโลว์มาผ่าตัด แปลงพันธุกรรมใหม่ ลดความสำคัญของความต้องการของมนุษย์ขั้นพื้นฐาน ลัดตรงไปสู่ความต้องการสุดท้ายของชีวิตเลย คือคำ่ว่า "พอ" และไม่ใช่ "พอ" ธรรมดาเสียด้วย เพราะถ้า "พอ" ธรรมดา คนเรายังไม่เติมเต็มความต้องการทางกายภาพของตัวเอง ไฉนเลยจะพอได้ง่าย ๆ เลยต้องเพิ่มเติมธรรม เติมแนวปฏิบัติเข้าไปด้วยจนกลายเป็นคำว่า "พอเพียง" ซึ่งก็หมายความว่า พอใจในสิ่งที่ตนมี นำมาเป็นเป้าหมายหลักของชีวิต จากนั้นค่อยไปหา ความต้องการด้านอื่น ๆ ซึ่งเป็นเรื่องรอง

การจะบรรลุไปถึงจุดนั้นได้ ไม่ใช่นั่งอยู่เฉย ๆ แล้วก็บอกว่า ฉันพอแล้ว ฉันไม่ทำอะไรอีกแล้ว ก็ฉันเพียงพอแล้ว นั่นมั่นพอ ของคนขี้เกียจครับ คำว่าพอเพียงนั้น บรรจุไปด้วยความมีเหตุผลด้วยครับ ถ้าเป็นหัวหน้าครอบครัว มีลูกกำลังเรียน ๓ คน แล้วมาบอกว่า วันนี้ฉันพอใจในชีวิตฉันละ ฉันจะเลิกทำงาน ไปอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ขวนขายอะไรแล้ว นั่นมันพอแบบ "ไร้เหตุผล" ครับ

ความพอเพียงนั้น เป็นเป้าหมายเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น ส่วนต่อไปคือ มีภูมิคุ้มกัน ซึ่งพิเคราะห์แล้ว ก็คือ ปัจฉิมโอวาท ของพระพุทธเจ้าว่า อัปปมาเทนะ สัมปาเทถะ ท่านทั้งหลาย จงยังความไ่ม่ประมาทให้ึถึงพร้อม ใช่หรือไ่ม่

ส่วนสุดท้าย คือ มีเหตุมีผล ซึ่งก็คือ อริยสัจ ๔ ซึ่งไ้ด้กล่าวไปส่วนหนึ่งแล้วในเอ็นทรี 

แล้วถ้าอยากให้เม้นท์ แต่เขาไม่เม้นท์ กลับเกิดความเศร้าหมอง จะทำอย่างไรดีคะ

ทั้งสามส่วนประกอบนี้ ทำงานร่วมกันโดยใช้หลักการมัชฌิมาปฏิปทา หรือ ทางสายกลาง โอ้โห...ถอดสมการองค์ประกอบหลักธรรมของศาสนาพุทธมาล้วน ๆ นำมาปรับแต่งดีเอ็นเอใหม่ เสียจำแทบไม่ได้ ใครไม่ได้ศึกษาหลักธรรมของพุทธศาสนามา ดูไม่ออกหรอกครับ

เพื่อบรรลุเป้าหมาย คือ การพัฒนาชีวิต / เศรษฐกิจ / สังคม อย่างสมดุล มั่นคง และยั่งยืน ผ่านเงื่อนไข ๒ ประการ นั่นคือ รอบรู้ คู่คุณธรรม เมียง ๆ มอง ๆ แล้ว หน้าตาเหมือน อริยทรัพย์ ๗ ประการ นั่นคือ สัทธา สีล หิริ โอตตัปปะ พาหุสัจจะ จาคะ ปัญญา ผสม ฆราวาสธรรม (รายละเอียดไว้อธิบายวันหลัง)

พ่อหลวงของเรา จัดการอินทรีเกรต ถอดสแควร์รูท ดิฟเฟอร์เรนเชียล ธรรมะที่ฟังดูเหมือนต้องปีนกระไดขึ้นไปฟัง กลายเป็นธรรมะที่ ตาสี ตาสา ฟังรู้เรื่อง นำไปใช้ได้ และใช้ได้ผล ครับ

เขียนมาถึงตรงนี้ ข้าพเจ้าต้องการจะสื่ออะไร ข้าพเจ้าอยากจะสื่อว่า ข้าพเจ้ารู้สึกตัวเองโชคดีเหลือเกิน ที่ได้เกิดมาบนแ่ผ่นดินไทย และมีพ่อที่แสนประเสริฐ เป็นคิง ออฟ คิง เสียสละเป็นที่สุด และเป็นยอดอัจฉริยะเกินเปรียบ เช่นนี้ ครับ

เริ่มด้วยเรื่องของนายเม้นท์ ไหงดันมาลงท้ายถึงพ่อด้วยประการฉะนี้หว่า ฯ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

พอแล้วแบบที่เราพูดแบบปกติเป็นพอแบบคนขี้เกียจสินะsad smile
ตอบความเห็นที่ ๑

เอ๋...ทำไมเป็นเช่นนั้นละครับ

เอ...สงสัยจะสื่อสารอะไรพลาดสักอย่าง เดี๋ยวขอใช้หมองนั่งมาธิ แก้แป๊บนึง...

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#2 By Dhammasarokikku on 2008-08-28 16:11

แต่นางแมว รู้จักพอ และก้อจนติดดินด้วยอ่ะดิsad smile
หมายเหตุ: สแควร์วัน เป็นลูกหลานของสแควร์รูทที่ท่านพูดถึงเนี่ยะแหละค่ะ แต่ลึกซึ้งกว่านั้นเพราะสแควร์วันคือรูทหนึ่ง ซึ่งเท่ากับหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าไม่มีพัฒนาการนะคะ แต่แปล (ให้ดูดีได้) ว่า รักเดียวใจเดียว เหมือนเดิมนิจนิรันดร์ ชั่วนาตาปี ไม่มีเปลี่ยนค่ะ

อุเบกขาค่ะ อุเบกขา

#4 By มนตรา (58.8.236.11) on 2008-08-29 13:33

คนยุคทักกี้ชักพาอยากเป็นประธานาธิบดีนี่ มองในหลวงในแง่ลบกันมากๆ บางคนก็มองแค่ว่า ที่โรงเรียนสอนมาบอกต้องเคารพ ก็เคารพไปงั้นๆ พอมีคนเข้ามาเสี้ยม ติฉินนินทาท่าน ก็ตามน้ำไปไว กลายเป็นพลอยหาเรื่อง หาความ ทำไมกรูต้องเคารพ ไปกันใหญ่ หาเรื่องด่าทอท่านในแต่ละวัน หาเรื่องทำลายท่านไม่มีสิ้นสุด

ถ้ามองกันจริงๆ ไม่ต้องมองในแง่ว่ามีกฎหมาย มีสังคมบังคับยังไง มองในแง่ปุถุชนด้วยกัน อย่างน้อยๆเราคิดว่า เราเองยังทำความดีเท่าท่านไม่ได้ ยังใช้ชีวิตเพื่อคนอื่นเท่าท่านไม่ได้ เราก็ไม่กล้าจะติฉินนินทาท่านหรอกค่ะ ยิ่งคนที่มุ่งประทุษร้าย ผู้ที่ไม่มุ่งทำร้ายตอบและทรงอยู่ในความดีนี่... สยอง ไม่รู้ว่าจะโดนผลของกรรมนั้นตอบแทนสยองแค่ไหน บรื๋อออ

#5 By Rinna ♥ on 2008-08-29 14:36

ลืมๆ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#6 By Rinna ♥ on 2008-08-29 14:37

ตอบความเห็นที่ ๔

ต๊าย...เข้าใจผิดไปไกล นึกว่า เป็นเกมชนิดหนึ่ง ชื่อสแควร์วัน ลองเข้าไปหาในวิกิพีเดียดูนะครับว่า มันหน้าตาเป็นอย่างไร

ถ้าเป็นข้าพเจ้า ข้าพเจ้าชอบ สแควร์ไมนัสวัน มากกว่า ไม่ต้องแปลให้ดูดี ก็ซับซ้อนเหลือจะกล่าว

ลองศึกษาดู แล้วท่านจะชอบ แกนไอ หรือ i-axis

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#7 By Dhammasarokikku on 2008-08-29 16:10