เราควรไหว้พระสงฆ์ไหม
posted on 05 Sep 2008 08:51 by akkarakitt in Dharmaพอดีไปโต๋เต๋ที่เอ็นทรี่หนึ่งในฮอตโพสต์ ได้พบข้อความเม้นท์มาอันหนึ่ง น่าสนใจดี เลยคลิ๊ก ขออนุญาตเอามาขึ้นเอ็นทรี่ใหม่ (ขอขอบคุณ เจ้าของเม้นท์ จุดประกาย) เม้นท์ดังกล่าวหน้าตาเป็นอย่างนี้ครับ
เฮ้อ..บ่นไำปเหมือนว่าเราเป็นพวกนอกรีตเลย
เห็นแล้วก็คันนิ้ว อยากเม้นท์ตอบเขาเหมือนกัน แต่คิดแล้ว มันคงยาวมาก และคงไปสร้างความรำคาญให้กับเจ้าของเอ็นทรี่ เลยเอามาเขียนในพื้นที่ส่วนตัวดีกว่า
ความจริง ตั้งแต่ข้าพเจ้าบวชมา ข้าพเจ้าไม่เคยชื่นชอบให้ใครมาไหว้เลยครับ เพราะข้าพเจ้าบวชเพื่อแสวงหาทางหลุดพ้น มิใช่บวชมาเพื่อให้คนมาสรรเสริญบูชา หรือกราบไหว้
ยิ่งพอได้ศึกษา พระพุทธศาสนา มากเข้า ก็ยิ่งรู้สึกสยองกับการถูกไหว้ เพราะพระนี่ตกนรก ก็ตอนเขากราบไหว้นี่แล ฉะนั้น ถ้ามีใครมากราบข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะกำหนดจิต นึกตั้งพระพุทธรูปไว้บนหัว แล้วคิดเสียว่า เขากราบพระพุทธรูปบนหัวข้าพเจ้า หรือไม่ก็กราบเครื่องแบบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนา
ไอ้พระนอกรีตอย่างข้าพเจ้า ยังไม่สมควรแก่การกราบไหว้
ประการแรก น่าชื่นชมกับเจ้าของเม้นท์ครับ ท่านมาถูกทางแล้ว ถ้าท่านมีโอกาสได้เรียนธรรมศึกษา จะพบคำสอนนี้ครับ สมบัติของอุบาสก อุบาสิกา มี ๕ ประการ ได้แก่
๑. เป็นผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา
๒. ถึงพร้อมด้วยศีล รักษาศีลสม่ำเสมอตามสถานะของตน
๓. เชื่อกฎแห่งกรรม ไม่ตื่นมงคล (ไม่ตื่นมงคล หมายความว่า ถ้าเกิดได้ยินว่า พระที่โน่นศักดิ์สิทธิ์ หมอดูที่นั่นแม่น ทำบุญตรงนี้ซี ได้บุญมหาศาล เราก็ไม่ฮือฮา ตื่นเต้นไปกับเขา)
๔. ไม่ขวนขวายแสวงหาบุญนอกเขตพระพุทธศาสนา (อันนี้ไม่ใช่ห้ามทำบุญนอกเขตพระพุทธศาสนานะ แต่ถ้ามีโอกาสให้ทำบุญในเขตพระพุทธศาสนาก่อน)
๕. หมั่นทำบุญในเขตพระพุทธศาสนา
ดังนั้นจึงน่าเชื่อว่า ท่านที่เขียนเม้นท์นี้ คงจะมีจริยวัตรที่งดงาม มีคุณสมบัติของอุบาสก ครบถ้วนทุกประการ โดยเฉพาะในข้อ ๒ ท่านคงไม่ฆ่าสัตว์ ท่านคงไม่โกงทรัพย์ชาวบ้่าน หรือเอาของใคร ท่านคงไม่ผิดลูกผิดเมียใคร ท่านคงพูดแต่ความจริง และที่สุด ท่านคงไม่พิศวาสของมึนเมา
ประการที่สอง เมื่อศีลท่านบริสุทธิ์ดีแล้ว ท่านคงมองต่อไปว่า พระบางรูป ยังรักษาศีลได้ ไม่เสมอท่านเลย ยังโกหกหลอกลวงชาวบ้าน ยังมีข่าวพระนอนกับสีกา พระเสพยาบ้า ท่านจึงไม่เห็นด้วย กับการไหว้พระสงฆ์ ซึ่งก็ถูกต้อง ข้าพเจ้าก็เห็นด้วยครับ ที่ไม่ควรไปไหว้พระเหล่านั้น เพราะจะยิ่งทำให้เขาเหล่านั้น ตกนรกลึกมากขึ้น นานมากขึ้น ยิ่งถ้าตัวท่านเอง บรรลุธรรมขั้นต้น เป็นพระโสดาบัน หรือ สูงสุดของฆราวาส เป็นพระอนาคามีแล้วไซร้ ไปไหว้พระเหล่านั้น โทษของเขายิ่งหนักเท่าทวี
แต่ถูกโดยส่วนเดียว
ส่วนอื่นยังมีอยู่อีก
เมื่อท่านคิดเห็นเช่นนั้น ท่านก็จัดการไปนำศีล ๒๒๗ ข้อของพระมาศึกษา อย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วก็พบว่า ไม่เห็นจะมีสาระอะไรเลย จึงสรุปว่า ทำไมเราต้องไหว้พระสงฆ์เพียงเพราะเขาถือศีลมากกว่าเราแค่นั้นนะหรือ เพราะคนที่จะมีความเห็นเช่นนี้ได้ ย่อมต้องเห็นว่า ศีลไม่มีความสำคัญ
ข้าพเจ้าอยากเรียนเจ้าของเม้นท์ด้วยความเคารพในความเห็นส่วนบุคคลว่า พระพุทธองค์เปรียบพระธรรมวินัย เปรียบเสมือน "รากแก้ว" ของพระศาสนาครับ
แม้ในตอนใกล้ปรินิพพาน พระอานนท์ร่ำไห้ทูลถามพระองค์ว่า เมื่อศาสดาล่วงไปแล้ว ข้าพเจ้าจะพึ่งใครได้
สมเด็จพระจอมไตรฯบรมศาสดา ตรัสตอบว่า อานันทะ ดูก่อน อานนท์ พระธรรมและพระวินัยนั่นแล จะเป็นศาสดาของเธอต่อไป
ในความหมายนี้ ก็มีคนนำไปตีความว่า พระธรรมและพระวินัย เสมอด้วย พระศาสดา หรือ อีกนัยหนึ่ง พระพุทธ เท่ากับ พระธรรมและพระวินัย
ส่วนพระสงฆ์ ก็คือผู้ที่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย และสืบพระศาสนา จนมาถึงทุกวันนี้ ทั้งสามจึงจัดเป็น รัตนะ ๓พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ คือ
รัตนะ ก็คือ อัญมณีนั่นแล ในความหมายของ สิ่งซึ่งหาได้ยาก มีคุณค่ามาก
เอ๊...พระธรรมวินัย หรือ ศีลของพระ ๒๒๗ ข้อ ควรค่าแก่การบูชาขึ้นมาบ้างหรือยังหนอ ?
ประการที่สาม ที่ว่าส่วนอื่นยังมีอยู่อีก ก็คือ พระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ยังมีอยู่อีก และที่น่ากลัวที่สุด พระอริยสงฆ์ ก็ยังมีอยู่
ถ้าพระภิกษุสงฆ์เลวกันหมด เชื่อขนมกินได้เลยว่า พระศาสนาคงไม่อยู่มาถึงทุกวันนี้
การคิดแบบเหมารวมว่า พระสมัยนี้ไม่มีดีหรอก เช่นนั้น ก็ดูจะหยาบเกินไป มีโทษมากเกินไป เพราะนั่นคือการกล่าวหาภิกษุสงฆ์ทั้งคณะ ไล่ตั้งแต่สมเด็จพระสังฆราชฯ ลงมาจนถึงพระสมมุติสงฆ์ปุถุชนที่เพิ่งบวชวันนี้ รวมไปถึงภิกษุสงฆ์ในต่างประเทศด้วย
ด้วยความเคารพในความเห็นส่วนบุคคลอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าคงไม่ไปห้ามไม่ให้ท่านคิดเช่นนั้น คนเราย่อมมีกรรมเป็นของตน แต่อยากเรียนขออนุญาตเืตือนสักนิดว่า การคิดเช่นนั้น เป็นโทษมหันต์
หรือแม้การคิดดูถูกพระรูปใดรูปหนึ่ง ที่มีจริยวัตรไม่เรียบร้อย ไม่สมกับที่ห่มผ้าเหลือง ก็คงไม่มีโทษอะไร ถ้าโชคดี มาคิด กับพระนอกคอกอย่างข้าพเจ้า แต่อาจโชคร้ายได้แจ็คพ็อตมะลิแจกโชคสองชั้น ซวย(รวยบาป)เป็นล้าน(เท่า)ได้ ถ้าซวยไปคิดกับพระอริยเจ้าเข้า เพราะจริยวัตรภายนอก มิได้บ่งบอกคุณธรรมภายใน
แก่นการปฏิบัติของพระศาสนาง่าย ๆ สั้น ๆ เพียงประโยคเดียวครับว่า "จงอย่าประมาท"
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วครับ เป็นปัจฉิมโอวาท ก่อนปรินิพพาน
ฉะนั้น ถ้าปวารณาตัวว่า เป็นคนพุทธแท้ พึงระลึกถึง "แก่น" การปฏิบัติของพระศาสนาไว้เนือง ๆ ด้วยครับ
ด้วยความเคารพในความเห็นส่วนบุคคลอย่างยิ่ง,
เจริญยิ่งในธรรม ฯ
ปล. ครูบาอาจารย์ท่านแนะไว้ครับว่า ให้เติมคำว่า "อริย" เข้าไปด้วย เป็น พระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ เพราะพระสงฆ์ทั่วไปนั้น ไว้ใจไม่ได้ ถ้าเป็นพระอริยะแล้ว ไว้ใจได้ครับ
edit @ 25 Dec 2008 13:11:03 by Dhammasarokikku
ราวๆ ว่า สนในหาอ่าน ศึกษา แต่ไม่ค่อยปฏิบัติ (อ้าว) เพื่อนๆ ก็ไม่ค่อยสนใจ จะคุยด้วย ก็ไม่รู้จะคุยกับใคร



ติดตามอ่านมานานแล้ว แต่เพิ่งมาโพสคอมเมนท์เป็นครั้งแรก ^^
#1 By Minpanda on 2008-09-05 10:49