เออแน่ะ...ตกลงพระพุทธศาสนาหน้าตาเป็นกระไรแน่ ศาสนาพุทธที่ข้าพเจ้าเคยรู้มา ไม่ใช่อย่างที่ในบล็อกนี้เขียนเลย ซักกะติ๊ด บล็อกนี้เป็นพุทธศาสนาจากดาวอังคารหรือไร

ไม่แปลกเลยครับ ถ้าท่านจะเกิดคำถามข้างต้นขึ้น เพราะธรรมะเป็นเรื่องที่หนัก ลึกซึ้ง และบางคนว่า น่าเบื่อ หนังสือธรรมะหรือ ก็อ่านเวลาที่ไม่มีอะไรในโลกจะทำแล้ว หรือไม่ก็เวลาทุกข์หนัก ๆ มันกระแทกเข้ามา ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ก็พึ่งหนังสือธรรมะ เว็บธรรมะ ได้ข้อคิดพอหายเศร้า คลายโศก แล้วก็เลิกสนใจ ไปอ่านนิตยสารบันเทิง อ่านการ์ตูน ดูหนัง ดูละคร เพลินกว่าเยอะ

หรือแม้กระทั่งคนที่สนใจศีกษาธรรมะเอง ก็มีสิทธิ์เกิดคำถามเช่นนี้ได้ครับ ถ้าเขามีใจไม่เปิดกว้างพอ

ข้าพเจ้ามีวิธีมองศาสนาพุทธอย่างนี้ครับ

ข้าพเจ้านิยามศาสนาพุทธว่า เป็นช้างครับ ช้าง ๆ ๆ ๆ ๆ เป็ดอาบน้ำในคลอง ตาก็จ้องแลมอง เพราะในคลองมีหอยปูปลา มีตำหนิอยู่ที่ไหน มีไฝอยู่ที่หน้า มีอะไรบอกมา มีหู มีตา หางยาว<---ไม่ใช่ละ

เคยได้ยินไหมครับสำนวนว่า "ตาบอด คลำช้าง"

ตาบอดคนแรก คลำไปเจองวง ก็บอกช้างหน้าตาคล้ายท่อใหญ่ ๆ

ตาบอดคนสอง คลำไปเจอท้อง ก็บอกว่า ช้างเป็นแผ่นใหญ่ ๆ เหมือนกำแพง

ตาบอดคนสาม คลำไปเจอขา ก็ว่าช้างนั้นเป็นทรงกระบอก เหมือนเสาบ้าน

ตาบอดคนสี่ คลำไปเจอหาง ก็ว่าช้างหน้าตาเป็นพุ่ม ๆ มีขน เหมือนเชือก

คนเราที่เริ่มเข้ามาศึกษาพระศาสนานี่ ก็ประหนึ่งคนตาบอดละครับ และช้างก็ตัวหย่าญมาากกกกก

คลำไปเจอการทำบุญ ก็เข้าใจว่า ศาสนาพุทธ คือ การทำบุญ

คลำไปเจอการนั่งสมาธิ ก็เข้าใจว่า ศาสนาพุทธ คือ การนั่งสมาธิ

<