ยารักษาโรคเอดส์ แผนโบราณ และโ ก ร๊ ก อ ร์ โ ม น
posted on 19 Sep 2008 11:31 by akkarakitt in Experienceคัดมาจากหนังสือ กระโถนข้างธรรมาสน์ ฉบับที่ ๕๕ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ถาม : ท่าน (หลวงปู่ชีวกฯ) ให้บอกตัวยา
ตอบ : ว่ามา อะไรบ้าง ? ทีละอย่าง
ถาม : รักษาโรคเลือดเจ้าค่ะ
ตอบ : โรคเลือด โรคเลือดนี่รักษาเอดส์ได้ด้วย อะไรบ้าง ?
ถาม : หญ้าหนวดแมว ๓ บาท ทองพันชั่ง ๓ บาท ตะไคร้ ๑๐ บาท ขิง ๑ บาท เอาต้มรวมกัน ใส่น้ำไป ๑ ลิตร ต้มเคี่ยวจนเหลือ ๑ แก้ว ทานให้ติดต่อกัน ๗ วัน วันละ ๑ แก้ว ก่อนนอน
ตอบ : ตัวยาต้องเปลี่ยนไหม ? หรือว่าทั้ง ๗ วัน ใช้ตัวยาชุดเดียว?
ถาม : ใส่ตัวยาใหม่ตลอด อย่าซ้ำของเดิม ทานไปอาการจะทุเลาลง
ตอบ : แก้โรคเลือดนี่ แก้เอดส์ได้ด้วยนะ เพราะว่าเอดส์นี่เลือดมันเป็นพิษ ... อาการจะดีขึ้น... คำว่าดีขึ้น ไม่ได้แปลว่า ไม่ตายนะจ๊ะ.... แล้วทำบุญอะไรก็ตั้งใจนึกถึงปู่บ้างนะ ท่านถึงจะไปนิพพานแล้ว ก็ยังเป็นห่วงพวกเราอยู่ สมัยนี้เป็นเอดส์กันเยอะ.... เวลาต้มนี่ให้ใช้หม้อดินจะดีกว่า เพราะว่าโลหะบางทีทำให้ธาตุยาเสียไป กินก่อนนอนทุกวัน ๗ วันติดต่อกัน พอรุ่งขึ้นก็เปลี่ยนยาใหม่ ๆ เลยนะ ยานี่ใช้ได้ทีเดียว ๗ วัน อาการต่าง ๆ จะดีขึ้น อย่าไปคิดว่าไม่ตายนะ... ดีขึ้น คนดี ๆ ยังตาย คนป่วยจะรอดไปนานได้อย่างไร แต่ว่าอย่างน้อย ๆ ก็บรรเทาอาการเวทนาได้ ปู่หมอชีวกโกมารภัจ บอก...เป็นวิทยาทาน ปู่ท่านถนัดภาษาสันสกฤตมากกว่า น้ำนี่ถ้าได้น้ำฝนยิ่งดีนะ ตัวยานี้ถ้าหาทั่วไปไม่ได้ให้ไปที่ร้านเจ้ากรมเป๋อ อยู่ที่จักรวรรดิ ของง่าย ๆ อย่างนี้หาง่ายอยู่แล้วล่ะ
ถาม : อันนี้เป็นของสดหรือของแห้ง ?
ตอบ : ของสด
ถาม : เจ้ากรมเป๋อไม่มีของสด
ตอบ : เจ้ากรมเป๋อไม่มีสดใช่ไหม ? ถ้าอย่างนั้นหาเองเลย ก็ไม่ยากนี่ ที่จะยากนิดก็ทองพันชั่ง แต่ทองพันชั่งนี่ ถ้าเจอ เจอเป็นดงเลย เพราะมันขึ้นง่าย ถ้าหาไม่ได้โน่น ไปที่ศูนย์ต้นน้ำทองผาภูมิ มีเป็นปี๊บ
ถาม : หลวงปู่ยังบอกไม่หมดเจ้าค่ะ (หลวงปู่ชีวกฯ)
ตอบ : มีอะไรจ๊ะ ?
ถาม : คนที่เป็นความดันห้ามกินเจ้าค่ะ
ตอบ : อันตรายเหมือนกันจ้ะ ความดันสูงหรือต่ำจ๊ะ ?
ถาม : ความดันสูงเจ้าค่ะ
ตอบ : ความดันสูงห้ามกิน เพราะว่ามันอาจจะไปเพิ่มความดัน เพื่อให้เลือดมันวิ่งเร็วขึ้น การฟอกเลือดจะได้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าหากความดันสูงห้ามกินนะ ระวังด้วย
บทสนทนาต่อจากนี้ ว่าโดยสรุป ท่านก็แนะนำว่า ให้ใช้ของสด ดีกว่าของแห้ง และโรคนี่ ยาบรรเทาได้แค่ไม่เกินกฎของกรรมเท่านั้น
ส่วนของโกร๊กฮอร์โมน อยู่ในบทสนทนาที่ได้จากการถอดเทปตอนหนึ่ง ดังนี้
ถาม : ผมลองทำดูแล้ว ปรากฏว่าก็ไม่เห็น... คืออาจจะเป็นเพราะ...(ไม่ชัด)...ผมเข้าใจว่าได้น้ำเยอะ แล้วแบ่ง ๓ ถ้วย
ตอบ : ไม่ใช่ ครั้งละถ้วย กำมือหนึ่งกับขมิ้นเท่าหัวแม่มือนะ คั้นถ้วยเดียว... หญ้าแพรกหนึ่งกำมือ ขมิ้นชันเทาหัวแม่มือ โขลกให้ละเอียด ละลายด้วยน้ำปูนใส คั้นให้ได้หนึ่งถ้วยชา กินก่อนอาหารเช้า อย่างน้อย ๓๐ นาที ถ้ารักษาโรคมะเร็ง ต้องไม่เกินนระยะที่สอง ให้กิน ๓ วัน เช้าละถ้วย ถ้าหากรักษาโรคเบาหวานให้กิน ๓ วัน เว้น ๗ วัน แล้วกินอีก ๓ วัน เว้น ๗ วัน กินอีก ๓ วัน เว้น ๗ วัน รวมแล้ว ๙ วัน กิน ๓ ครั้ง ๙ วัน ระหว่างที่กินอยู่ ก็เท่ากับเดือนหนึ่ง ๓ เว้น ๗ มันก็ ๑๐ ใช่ไหม ? ก็เท่ากับระหว่างที่กินเดือนหนึ่ง เขาห้ามกินของหวานกับกะปิ เพราะฉะนั้นจะรักษาโรคเบาหวานนี่ลำบากหน่อย ถ้าเป็นโรคอักเสบภายในประเภท ตับอักเสบ กระเพาะอักเสบ ลำไส้อักเสบ อะไรพวกนี้ รักษาได้ทั้งนั้น กินลักษณะเดียวกับมะเร็ง ก็คือว่า กิน ๓ วันเท่านั้น
ถาม : แล้วจะมีอาการบอกไหมว่า กินถ้่วยแรกแล้ว จะมีอาการอะไรขึ้นมาแล้วมีสิทธิ์จะหาย
ตอบ : ไม่มี อาตมาเคยกินเข้าไป หวานเจี๊ยบเลย ยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่า ตัวเองเป็นโรคอะไร มันหวานเหมือนยังกับใส่น้ำตาลเลย ลองทำกินดู เพราะเห็นว่า ยามันไม่มีอันตรายอะไร กินเปล่า ๆ ก็ได้
ถาม : ทีนี้หญ้าแพรก กลัวว่าจะสกปรก ก็เลยเอาน้ำร้อนลวกหน่อย อย่างนี้เป็นอะไรไหมครับ ?
ตอบ : ล้างน้ำเปล่าก็พอ ไอ้ลวกน้ำร้อนนี่ วิตามินในผักในหญ้ามันยังไปซะหมดเลย
ถาม : ...มาโทษผมว่า แทนที่จะรักษาโรคมะเร็ง กลายเป็นเพิ่มท้องเสีย
ตอบ : ถ้าคนประเภทกลัวท้องเสียมากกว่ามะเร็ง ปล่อยมันตายไปซะดีกว่า เมื่อไม่นานนี้เอง ฝรั่งเพิ่งทำวิจัยว่า ขมิ้นชันชะลอความแก่ได้ หลวงพ่อท่านก็บอก ถ้าไม่มีโรคอะไร ๓ เดือนทำกินครั้ง ๆ จะแก่ช้า ฝรั่งมันเพิ่งจะวิจัยเจอ ประกาศออกทางอินเตอร์เน็ตกันครึกโครมเลย
เรื่องโกร็ธฮอร์โมนนี่ มหาโอ๊ต เขียนไว้แล้วใน ว่าด้วยเรื่อง spam โกร๊ทฮอร์โมน และโรคแก่ ไปหาอ่านกันได้ แต่ถ้าคิดว่า รู้อยู่แล ว่ามันแก่แน่ ๆ แต่ขอแก่ช้า ๆ ลงอีกสักนิดได้ไหม ขอแบบไม่แพงด้วยนะ บ่จี๊ เงินเดือนไม่ค่อยพอใช้หง่ะ บัตรเครดิตก็เต็มทุกเดือน ชักหน้าไม่ถึงหลัง เอาแบบไม่เสียตังค์เลยได้ยิ่งดี พวกยาก็ไม่อยากกิน เปลือง เสียเวลาทำมาหากิน ยาทาก็ไม่เอา (วุ้ย...เรื่องมากจริง ๆ)
เอาไปเลยครับ ยาชะลอแก่ แจกฟรีไปเลย
ตำนานคาถาพระอรหันต์
ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระท่านเข้าไปธุดงค์ในรัฐกะเหรี่ยง ท่านได้ไปปักกลดอยู่ที่ชายป่า ไม่ไกลจากหมู่บ้านเล็ก ๆ หมู่หนึ่ง รุ่งเช้าได้มีอุบาสิกาคนหนึ่งจากหมู่บ้านนั้น ได้มาถวายอาหารบิณฑบาต ท่านได้อยู่ที่นั่น สองสามวัน
วันที่ท่านจะเดินทางต่อ หลังจากได้รับอาหารบิณฑบาตจากโยมอุบาสิกาคนนั้นอีกครั้งหนึ่ง ท่านจึงได้กล่าวปฏิสันถาร พูดคุยกับอุบาสิกานั้น ถามถึงว่า อยู่สุขสบายดีหรือ อายุเท่าไหร่ แล้วทำมาหากินอะไร เป็นต้น
อุบาสิกาคนนั้นก็ตอบว่า "อยู่สบายดีเจ้าค่ะ ที่หมู่บ้านนี้ก็อยู่กันอย่างสงบ ๆ ตามประสาบ้านนอก ช่ยเหลือเจือจานกันตามฐานะ ส่วนอายุนั้นดิฉันไม่ได้นับมานานแล้วเจ้าค่ะ ไม่ทราบเดี๋ยวนี้ เท่าไหร่แล้ว สามีดิฉันอายุร้อยกว่า เสียไปนานแล้ว"
คำพูดของอุบาสิกา ซึ่งดูแล้วอายุประมาณสัก ๔๐ - ๕๐ ปีเท่านั้น กลับบอกว่าอายุเท่าไรจำไม่ได้แล้ว ทำให้พระสนใจ จึงถามว่า "คุณโยม มีของดีอะไรหรือ จึงได้มีอายุยืน ?"
"มีเจ้าค่ะ" อุบาสิกาเรียนถวาย "ดิฉันเองก็อยากถวายท่าน เพื่อท่านจะได้ไปบอกคนอื่น ๆ เป็นธรรมทาน หากเขามีศรัทธานำไปปฏิบัติ ก็อาจได้รับผลอย่างที่ดิฉัน ได้รับอยู่ก็ได้"
"เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อตอนที่ดิฉันเป็นสาว ในวันที่แต่งงานได้นิมนต์พระมาในงานพิธี พระองค์ที่เป็นประธานสงฆ์ ซึ่งชาวบ้านส่วนมากเลื่อมใส ศรัทธาท่านว่า เป็นพระอรหันต์ ท่านได้เมตตาให้พระคาถาไว้สวดมนต์ ภาวนา จึงขอเรียกพระคาถานี้ว่า พระคาถาพระอรหันต์ โดยให้สวดจำนวนจบเท่าอายุทุกวัน ดิฉันมีความเลื่อมใสจึงได้ท่องบ่นภาวนาทุก ๆ วัน ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ ก็สวดอยู่เสมอ เป็นประจำ ไม่ขาด อานิสงส์ที่ได้ก็เท่าที่เห็นนี่แหละเจ้าค่ะ ดิฉันมีสุขภาพดี อายุมากแล้ว ก็ยังแข็งแรง สามีของดิฉัน เขาไม่ค่อยเชื่อ สวดบ้าง ไม่สวดบ้าง ตอนนี้เสียชีวิตไปนานแล้ว ตอนที่เสียชีวิต อายุร้อยปีเศษ"
"แล้วคุณโยมทำมาหากินอะไรเล่า"
"ขายข้าวสารเจ้าค่ะ" อุบาสิกาตอบ "ที่บ้านขายข้าวสาร โอ่งข้าวสารของดิฉัน พอตักขายแล้ว มันก็กลับเต็มขึ้นมาอีกทุกครั้ง ดิฉันก็ได้อาศัยรายได้จากการขายข้าวสารนี่แหละเจ้าค่ำ กินบ้าง ใช้บ้าง ทำบุญบ้าง นี่ก็เป็นอานิสงส์จากากรที่ดิฉัน ได้สวดมนต์ภาวนาคาถาพระอรหันต์นี้เป็นประจำ จึงขอถวายพระคาถานี้ แด่พระคุณเจ้า เพื่อที่จะนำไปบอกกล่าว แก่ผู้ที่สนใจ มีศรัทธาในการสวดมนต์ภาวนาต่อไป"
หมายเหตุ อาตมได้พระคาถานี้มาจากประเทศพม่า เมื่อคราวไปอยู่ที่นั้น ระหว่าง พ.ศ.๒๕๐๓ - ๒๕๐๖ เห็นว่า พระคาถานี้มีประวัติดี และตัวพระคาถาก็มีความหมายดี รู้คำแปลแล้ว สวดอยู่เสมอ ก็เป็นการเจริญกรรมฐานไปในตัวด้วย จึงได้นำมาเผยแผ่ ญาติโยมหลายท่านนำไปใช้ ก็บอกว่า ได้ผลดี หากท่านมีศรัทธา ก็จงท่องบ่นภาวนาสวดคาถานี้เป้นประจำเถิด
พระเมธีวรญาณ
กระผม นายประสิทธิ์ ทองนาค ได้รับแจกแผ่นพระคาถาจากการไปร่วมทำบุญใส่บาตรเลี้ยงพระ ถวายภัตตาหารเช้า ที่ศาลาลุงชิน เมืองทอง ๓ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๗ เห็นว่าเป็นประโยชน์มาก จึงขออนุญาตคัดลอกโดยไม่ได้ขออนุญาตจากท่านเจ้าของคาถา และผู้จัดพิมพ์ครั้งแรก ถ้าข้อความใดผิดพลาด ผู้คัดลอกขอรับผิดไว้แต่ผู้เดียว แต่ถ้าเห็นควรเหมาะสมก็ขอโมทนา กับทุกท่านด้วยครับ
จากต้นฉบับเดิม ที่คุณคำพัน จิวาศักดิ์อภิมาศ และครอบครัว, คุณมานพ ตันตระบัณฑิตย์ และครอบครัว
ส่วนข้าพเจ้าก็ลอกเขามาอีกที ไม่ได้ขออนุญาตเหมือนกัน 

อิ อิ
คาถาพระอรหันต์
๑. พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ นามะรูปัง ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง นามรูป
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา (ใจ - กาย) ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
ไม่ใช่ตัวตน
๒. ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ นามะรูปัง ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง นามรูป
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา (ใจ - กาย) ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
ไม่ใช่ตัวตน
๓. สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ นามะรูปัง ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง นามรูป
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา (ใจ - กาย) ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
ไม่ใช่ตัวตน
๔. พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง
นามะรูปัง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา นามรูป (ใจ - กาย) ไม่เที่ยง เป็นทุกข์
เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน
๕. อะนันตัง พะละวัง พุทธัง พระพุทธเจ้า มีพระกำลัง หาที่สุดมิได้
อะนันตัง โคจะรัง ธัมมัง พระธรรมคำสั่งสอน เป้นอารมณ์ หาที่สุดมิได้
อะนันตัง อะริยัง สังฆัง พระสงฆ์สาวก มีจำนวน หาที่สุดมิได้
อะนันตัง โพธิมุตตะมัง ฯ พระโพธิญาณอันสูงสุด ก็หาที่สุดมิได้ ฯ
(ภาวนาสวดมนต์ประจำวันละ ๓ - ๕ - ๗ จบ ภาวนาประจำ จะดีมาก)
จะทำให้ทำมาหากินคล่อง มีทรัพย์ ปราศจากโรค มีอายุยืน ไม่แก่ง่าย มีสุขภาพแข็งแรง
ใครสนใจอยากลองเอาไปท่องบ่นดูก็ได้นะ เชื่อไม่เชื่อ ลองเอาไปพิจารณาเอา ข้าพเจ้าเห็นว่า ไม่มีโทษกระไร เลยเอามาเผยแผ่ เป็นธรรมทาน ถ้าทำแล้วดี เอามาทำเป็นสแปม แข่งกะโกร๊ ก ฮอร์โมน โรคแก่ กันดีฝ่า เฮอ..เฮอ 

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ ฯ
ปล. อะแถมการปล่อยวาง ของ หลวงพ่อชา สุภทฺโท ให้ด้วย
ต้องสวดตามนี้เหรอ 

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-09-19 14:28