ความหมายของ "ถุย" แสดงไว้ในเอ็นทรี่ tag อ่านว่า ถาก ตั่งหัก

ค่อนข้างเป็นคนสับสนในชีวิตพอควรว่า เฮ้ย...ตูอยากเรียนอะไรกันแน่ฟระ เลยเรียนแมร่ง ๔ คณะรวดไปเรยยยย....(แถมเรียน รด. ปี ๕ อีกตั่งหัก)

ถามว่า ได้อะไรบ้าง จากการเรียนหลายคณะ ก็ขอตอบว่า ได้การลงทะเบียนเรียนที่อัศจรรย์ เหลือที่จะกล่าว วิชาความรู้ ไม่ค่อยได้อะไรร๊อก... อ๋อ...อีกอย่าง ได้เพื่อนหง่ะ (เพื่อนนี่ สำคัญเสียยิ่งกว่า วิชาใด ๆ ในโลกนี้เสียอีก)

กระดาษปะผนัง วอลล์เปเปอร์ ที่ชื่อว่า ปริญญาบัตร ข้าพเจ้าไม่เคยศรัทธามันเลย พับเผื่อยสิ สำหรับข้าพเจ้า มันเป็นแค่กระดาษใบหนึ่ง เอาไปเบิกทางที่คนทั่วไปในสังคมเขายอมรับ เพื่อจักได้มีโอกาสโชว์ศักยภาพที่แท้จริง มากกว่า (หากไม่มีกระดาษใบนี้่ แค่โอกาสยังไม่มีเลยครับ) ข้าพเจ้าเชื่อในสัญชาตญาณมากกว่า คนจะเป็นนักธุรกิจ มันก็มีแววมาตั้งแต่ประถม มัธยม แล้ว ไม่ใช่มาสร้างกันได้ด้วยทฤษฎีการทำธุรกิจ จากเท็กซ์บุ๊ค ซึ่งก็มาจากการศึกษาแนวความคิด ของผู้ที่มีสัญชาตญาณในการทำธุรกิจ แล้วประสบความสำเร็จ หลาย ๆ ท่านในอดีต

อย่าง SWOT Analysis (Strength, Weakness, Opportunities, Threats) นี่ พวกอากง อาม่า ที่ประสบความสำเร็จก็ทำอยู่แล้วครับ ไม่ต้องเรียน เพียงแต่การวิเคราะห์พวกนี้ ท่านได้มันมาจาก การทำงานอย่างหนักเป็นเวลานาน หากเราไม่ต้องการทำงานหนักเช่นนั้นแล้วมาได้ทฤษฎีเอาตอนแก่ ๆ ก็ควรเอาประสบการณ์อันยาวนานของท่านทั้งหลาย ที่เขารวบรวมไว้แล้วในหนังสือเรียน มาเรียนไว้เป็นพื้นฐานครับ ส่วนของจริง ก็ต้องได้มาจากการทำงานนั่นแล

สิ่งสำคัญเลยหากจะเลียนแบบการเรียนหลายคณะของข้าพเจ้า ท่านต้องมี "ความบ้า" เต็มพิกัด มิฉะนั้นจะท้อไปเสียก่อน

แต่ความจริง เป็นสิ่งที่ไม่ควรลอกเลียนแบบมั่ก ๆ เลยครับ เพราะจะถูกจับข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ และไม่ค่อยมีประโยชน์อะไร สู้เอาเวลาไปทำกิจกรรม หรือฝึกงานไม่ได้ (แต่สำหรับข้าพเจ้า เรียนเอามันครับ ได้ประโยชน์หรือไม่ ไม่ค่อยได้ใส่ใจ)

อุปกรณ์สำคัญที่ต้องมีในการเรียนหลายคณะ คือ "รถ" ครับ (หรือหาเรียนมหาลัยที่อยู่ใกล้ ๆ กัน) รถยนต์นะครับ ไม่ใช่รถจักรยาน ข้าพเจ้าเคยปั่นจักรยานจากสามย่าน ไป ถ.รามคำแหง ประมาณ ๓๐ กม. ต่อวัน ทำได้อยู่เดือนเดียวครับ ก็ต้องยอมแพ้

ตอนนั้นต้องพกชุดนักศึกษา และอุปก