งานเข้าครับ คุณรินนา เจ้าแม่แมวเหมียวฝากเม้นท์กระชากใจไว้ ๑ เม้นท์ กำลังแบล็งค์เรื่องธรรมะอยู่พอดี ดังนี้ครับ

หลวงพี่คะ

อยู่ๆเจาก็คิดขึ้นมาอันนึงค่ะ

คือเวลาคนทำบุญ แล้วเราโมทนาบุญ เราก็ได้บุุญ ตามกำลังใจของเราใช่มั๊ยคะ ^_^

ทีนี้ในมุมกลับกัน ถ้ามีคนทำบาป แล้วเรายินดี สนับสนุน ด้วย กาย วาจา ใจ ให้แก่บาปอันนั้น ผู้โมทนาบาปนั้น ก็ย่อมจะได้รับบาปนั้น ตามกำลังใจของการโมทนาด้วยเช่นกัน ชิมิคะ?

อันนี้ถ้าทฤษฎีมุมกลับมันจริง... คนที่สะใจ เวลาที่มีคนโดนฆ่า โดนทำร้ายนี่... ก็ได้ผลร้าย พอๆกับคนที่ลงมือทำ ตามกำลังใจความสะใจของเค้าด้วย ใช่มั๊ยคะ?

ไม่อยากจะอะไรกับการเมืองนะคะ ขอละประเด็นเหตุผลที่เกิดขึ้น ใครผิด ใครถูก เอาไว้ แต่เมื่อมีการฆ่ากัน ทำร้ายกัน แล้วมีคนยินดีสะใจ เจาคิดว่า ในฐานะที่เราเตือนได้ เราน่าจะตักเตือน ไม่ให้ผู้ที่โมทนาบาปนั้น ได้กระทำบาปมากยิ่งขึ้นน่ะค่ะ เลยลองถามดู

ใครไม่รู้จักการโมทนาบุญ ขอแนะนำเอ็นทรี่ ตูข้า... ขอโมทนาแหลก - ความลับที่ซ่อนเร้น เสียก่อน ไม่อยากฉายหนังซ้ำ ว่าโดยย่อ คือ เวลาเราเห็นคนอื่นเขาทำบุญกัน ถ้าเรามีใจยินดีในบุญนั้น ก็ได้บุญเสมือนได้ทำเองทีเดียว แต่ทีนี้กระจกไม่ได้มีด้านเดียวครับ มีด้านสว่าง ก็มีด้านมืด เมื่อบุญนั้น โมทนาได้ ทำไมบาปจึงจะโมทนาไม่ได้

ตามที่คุณรินนาเขียนคำถามมา เธอเข้าใจได้ถูกต้องทีเดียวครับ การไปสะใจ ที่เห็นผู้อื่นถูกทำร้ายนั้น เสมอด้วยการไปทำร้ายเขาเองทีเดียว หากไปยินดีกับการฆ่า ก็ได้บาปเสมอด้วยท่านได้ฆ่าเอง หากไปยินดีกับการทะเลาะเบาะแว้ง ก็เหมือนท่านขัดเกลาปลูกฝังจิตใจด้วยกิเลสโทสะ นั่นละครับ

อาจมีคนแย้งว่า องค์ของปาณาติบาต<