ถุย หรือ แถกย้อนอดีตมาจนถึงรอบรองชนะเลิศ ศึกแบนตั้มเวท ชิงลูกโลกทองแดง ระหว่างนิสิตปี ๑ ทุกคณะ ระหว่าง มุมแดง เชอรี่ ส. สถาปูด กับมุมน้ำเงิน ยักษ์ปักหลั่น ศิษย์หอพัก วันนี้จะชกกัน ๓ ยก ยกที่ ๑ เริ่มได้ แก๊งงง....

เสียงระฆังดังแล้ว หัวใจหนุ่มทรหด ย่างออกจากมุมแดง อย่างไม่เร่งรีบ เพราะไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้กับเขา เสียงเชียร์ดังสนั่นจากทั้งสองฝ่าย แต่ในหูชายหนุ่มกลับเงียบงัน เดินหน้าเข้าแลกหมัด ทั้งที่กล้ามเนื้อยังไม่คลายความเจ็บปวด ไม่มีฟุตเวิร์ค ไม่มีโยกหลบ ไม่มีศิลปะในการต่อสู้ใดใด มีแต่หัวใจพองคับอก และก้าวย่างที่มั่นคง

 

ทำไมหรือ?

 

เพราะวันนี้ นอกจากเขาเดินหน้าเข้าแลกหมัดคู่ต่อสู้ เพื่อชื่อเสียงของคณะแล้ว เขายังพกเอากำลังใจเกินร้อย M-150 มาด้วย

สมัยหนึ่ง ชายหนุ่มเดินเข้ามาในคณะอย่างเอ๋ออ๋า ไม่รู้ต้องทำอย่างไรบ้าง เพราะเขารับน้องกันไปหลายรอบแล้ว รุ่นพี่มาช่วยปูโต๊ะกันสวยงาม ก็มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ที่นั่งใกล้กัน คอยดูแล เอาใจใส่ แนะนำประการต่าง ๆ ให้ แล้วเลยหลงชอบเธอเข้า โดยไม่ได้ตั้งใจ วันนี้ชายหนุ่มให้คำมั่นอย่างอาจหาญโดยไม่เจียมสังขารว่า จะเอาเหรียญอะไรก็ตามที่ไ้ด้จากชัยชนะ มากำนัลฝากเธอให้จงได้ จากที่เคยขึ้นสังเวียนผ้าใบเพียงเพื่อคณะ อย่างไร้จุดหมาย วันนี้จึงมีกำลังใจเต็มเปี่ยม

ทั้งที่ร่างกายมันไม่ไหวแล้ว แต่เดินหน้าสู้สุดใจขาดดิ้น ไม่เกรงแม้ต้องแลกหมัดกับคู่ต่อสู้ที่สูงกว่า สมบูรณ์กว่า ช่วงชกยาวกว่า ว่องไวกว่า ชกไป บางทีก็วืดลม (เพราะแขนสั้น) เวลาชกวืดนี่ มันเสียพลังงานเสียยิ่งกว่า ออกหมัดฮุ๊คเสียอีก และตอนนี้ กำลังก็เหลืออยู่ไม่มาก คู่ต่อสู้ออกหมัดทีไรก็โดนทุกที เพราะไม่คิดจะหลบ มองอะไรก็ไม่เห็น จะไปหลบได้อย่างไร ชายหนุ่มผ่านยกแรกไปอย่างยากเย็น

กลับเข้ามาที่มุมอย่างเหนื่อยล้า อาการเจ็บกล้ามเนื้อทวีขึ้นจนเกือบทนไม่ได้ ยกแขนแทบไม่ขึ้น ๑ นาทีแห่งการพัก ผ่านไปอย่างรวดเร็ว การที่รุ่นพี่มาช่วยกันเฟ้นนวด บอกคำแนะนำต่าง ๆ ยกการ์ดให้สูง ให้เข้าคลุกวงใน ให้ชกลำตัว อะไรต่าง ๆ มันไม่มีประโยชน์เอาเสียเลย เพราะแค่จะยกแขนยังแทบไม่มีแรง

 

แก๊งงงง.... ระฆังยกสองดังแล้ว

 

เดินออกจากมุมไป อย่างไร้ความหวัง ยกขาแต่ละก้าวช่างหนักหน่วง ราวกับมีโซ่หนัก ๆ ล่ามอยู่ ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ดูเหมือนเป็นภาพสโลว์โมชั่น ปั๊ก ๆ ๆ เสียงนวมของคู่ต่อสู้ กระทบเข้ากับเฮดการ์ดของชายหนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่า จนหูอื้อ แต่ชายหนุ่มไม่รู้สึกสะทกสะท้านสักเท่าไหร่ (เพราะหน้าด้านหน้าทน) เมื่อความเหน็ดเหนื่อยมันมาถึงที่สุด ก็เห็นภาพของเธอ ลอยเข้ามา โอ้... นี่เราคงไม่สามารถคว้าเหรียญใด ๆ ไปฝากเธอได้สินะ ชายหนุ่มตัดสินใจรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย ปล่อยหมัดชุดออกไป ไม่นับ (ซึ่งก็ไม่กี่หมัดหรอก คง ราว ๆ ๔-๕ หมัดได้) และเมื่อแขนหมดกำลังทั้งสิ้นแล้ว แม้อีกหมัดเดียว ก็ไม่มีแรงชก จึงผละออกแล้วหันหลังให้คู่ต่อสู้ เดินเข้ามุม คิดจะยอมแพ้ ด้วยมันถึงที่สุดของร่างกายแล้ว

ชายหนุ่มกลับไปนั่งพักที่มุม ด้วยความผิดหวัง ที่ไม่สามารถนำชื่อเสียงมาสู่คณะ ไม่อาจสนองความต้องการของรุ่นพี่ และที่แย่ที่สุด คือ ทำให้เธอผิดหวัง จากคำมั่นที่ไม่เจียมสังขารของตัวเอง

 

 

ขณะกำลังก้มหน้า ยอมรับความพ่ายแพ้ อย่างหมดรูป เสียงเชียร์กลับดังกระหึ่มขึ้น ๆ จากพี่น้องผองเพื่อนในคณะนั่นเอง

 

 

เอ๊ะ.... เกิดอะไรขึ้น

 

 

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น มองไปทางมุมน้ำเงิน เห็นเลือดสด ๆ กำลังไหลออกจากจมูกของคู่ต่อสู้ร่างยักษ์ปักหลั่นนั่น แหมะ... แหมะ

แหมะแล้วแหมะอีก ลงบนผืนผ้าใบสีครีม กระดำกระด่างนั้น

มองไปที่นวมของตัวเอง โอ... มีเลือดติดอยู่ด้วย...

.  

.

แก๊ง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ .....

.

ยุติการชก ให้คณะสถาปัตย์ชนะ RSC เฮ้ย...........................

พี่ ๆ เพื่อน ๆ เฮโลกันเข้ามาหอบเอาสังขารหมดสภาพของชายหนุ่ม ลงจากเวทีมวย

พวกพี่ ๆ ผู้ชายดีใจกันมาก แต่เพื่อนผู้หญิง เริ่มมองชายหนุ่มด้วยสายตาแปลก ๆ

กีฬาชนิดนี้ มันไม่เท่ สำหรับผู้หญิงเอาเสียเลย มันเป็นกีฬาป่าเถื่อน

ภาพพจน์แตกต่างจากชัยชนะครั้งแรกโดยสิ้นเชิง ชายหนุ่มกลายเป็นไอ้โหด เลว ดี ไปซะแล้ว ไม่มีสาว ๆ มาอาสา เอาการบ้านไปดร๊าฟให้ เช่นคราวก่อน

ยังครับ การต่อสู้มันยังไม่จบ ตอนหน้า จะเป็นรอบชิงชนะเลิศ

นิทานชีวิตเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ข้าพเจ้าไม่ควรเขียนเรื่องการเรียน เพราะมันจะไถลเถลือกออกนอกเรื่องไปไกล

edit @ 10 Oct 2008 21:26:08 by Dhammasarokikku

edit @ 11 Oct 2008 06:45:50 by Dhammasarokikku

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ก๊ากกกกกกกกกกกกก
ไปแอบปิ๊งใครมาล่ะคะหลวงพี่ ก๊ากๆๆๆๆๆ

อูยยย เผลอหัวเราะพระสงฆ์องค์เจ้า สำรวมๆๆๆๆ

#1 By Rinna ♥ on 2008-10-10 13:49

ตอบความเห็นที่ ๑

เย้ย...อดีตคือความฝัน
ปัจจุบันคือความจริง
อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน

ก็แค่อดีตอันแสนโนเน๊ะเท่านั้นแล

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

ปล.หัวเราะออกนอกหน้าไปป่าว...แกรsad smile confused smile

#2 By Dhammasarokikku on 2008-10-10 14:01

นึกถึงเรื่องเก่า ๆ ของตัวเองสมัยเรียนแล้ว หาธรรมฝ่ายดียากจริง ๆ คิดไปคิดมา พาลคิดเตลิดไปหาอบายมุขสนุก ๆ เสียอีก นี่แหละหนาท่านพ่อถึงให้อยู่กับปัจจุบัน

#3 By mahaoath on 2008-10-10 14:29

ตอบความเห็นที่ ๓

อ้าวท่าน... มีความหลังสีเทาเหมือนกันหรือขอรับนี่

นึกว่ากระผมมีอยู่คนเดียวเสียอีก

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#4 By Dhammasarokikku on 2008-10-10 14:43

เมื่อก่อนผมเคยชกมวยตามงานเหมือนกันนะครับ...
ก่อนที่คุณแฟนตอนนั้นจะขอร้องให้เลิก เพราะทนดูผมตอนรักษาแผลไม่ไหว...

แต่...มันเป็นความรู้สึกที่สุดยอดเลยนะครับ ตอนโดนต่อย แล้วความรู้สึก สติทุกอย่างดับวูบไปอย่างไม่น่าเชื่อ...
(จะว่าไป นั่นมันก็อันตรายนี่หว่า...)
แต่ก็มีคนน็อคกับหมัดผมไปหลายคน...sad smile

ว่าแต่...หลวงพี่เคยชกมวยจริงๆเหรอครับเนี่ย ถึงขั้นอึ้งไปเลย...

#5 By ซับบาธ... on 2008-10-10 20:58

เค้าว่ากันว่า ถ้านึกถึงเรื่องสมัยเด็กแสดงว่าเริ่มจะแก่แล้ว open-mounthed smile

#6 By ลูกคนโต on 2008-10-10 22:13

ตอบความเห็นที่ ๕

หนเดียวเท่านั้นแหละ (หนเดียวก็เกินพอ)

มวยวัดด้วย เดินหน้าอย่างเดียว

เอิ๊ก...

#7 By Dhammasarokikku on 2008-10-10 22:18

ตอบความเห็นที่ ๖

งั่ก ๆ ๆ ว่างัยล่ะหลานเอ้ย...

โป๊งงงงงง.....(ปี๊บลอยไปโน่นแล้ว)

เอ้อ....ปี๊บมันยังดังหว่ะ ไอ้หลานเอ้ย.....

ปู่ตั้งใจจะเขียนแนะนำคณะ ไหงมาลงเอยเป็นมวยวัดก็ไม่รู้เหมือนกัน เฮอะ ๆ ๆ ๆ คนแก่อะนะ ขี้หลง ขี้ลืม

ตั้งใจเรียนนะหลานเอ้ย.... จะได้ไม่ลงเอยเหมือนปู่

ปู่ไปละ ฯ

#9 By Dhammasarokikku on 2008-10-10 22:23