นิทานรักชาติ ตอนที่ ๒

posted on 19 Oct 2008 12:54 by akkarakitt in Experience

เอ้าหลาน ๆ ทั้งหลาย ได้เวลาเล่านิทานอีกแล้ว ล้อมวงกันเข้ามา วันนี้หลวงตาก็จะเล่านิทานรักชาติ ต่อจากเมื่อวานอะนะ ตอนที่แล้ว ว่ามาถึงรัชกาลที่ ๒๑ แห่งเชียงแสน หรือโยนกนคร เราไปต่อกันที่รัชกาลที่ ๒๒ เลยนะ

เวลาหลวงตาเล่านิทานไป หลาน ๆ ก็ทำใจให้สงบ แล้วนึกภาพตามไปด้วยนะ การนึกภาพตามไปด้วย มันก็เป็นการทำสมาธิชนิดหนึ่งนั่นละ หากเราจดจ่ออยู่กับการอ่าน นึกภาพตามโดยจิตไม่ไปวอกแว่กคิดเรื่องอื่น นั่นก็ถือว่าจิตตั้งมั่น สมาธินั่นแปลว่าจิตตั้งมั่นนะหลานเอ้ย... การทำสมาธินั้น เราทำให้ได้ทุกเวลานะ จะเป็นเฉพาะเวลาค่ำ เวลาเช้ามืด เวลาสงัดนั้นไม่ได้ ต้องใช้ให้ได้ทุกขณะจิต ทุกอิริยาบท ทุกอาการ และทุกสิ่งแวดล้อม ที่เข้ามาล้อมเราอยู่

ให้ดูตัวอย่าง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัสกับพราหมณ์ ซึ่งพราหมณ์มาถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า "พระอริยะนี่ต้องการสถานที่สงัด คือ ป่าช้า และป่าชัฏใช่ไหม เพราะที่นั่นเป็นที่สงัด" แต่องค์สมเด็จพระทรงสวัสดิโสภาคย์ ได้ทรงมีพระพุทธฎีกาตรัสว่า "พราหมณะ ดูก่อน พราหมณ์ สำหรับพระอริยเจ้านี่อยู่ที่ไหนก็สงัด เพราะว่าอารมณ์จิตของท่านสงัดแล้ว อยู่ในป่าท่านก็สงัด อยู่ในป่าช้าก็สงัด อยู่ในบ้านร้างก็สงัด อยู่ในบ้านซึ่งมีคนก็สงัด อยู่ในเมืองก็สงัด เพราะจิตสงัดจากกิเลส"

ฉะนั้น เวลานี้แม้จะมีเสียงดนตรี หรือเสียงบรรยายธรรมะ แทรกขึ้นมา หากหลาน ๆ ทำสมาธิจดจ่ออยู่กับการอ่านและนึกภาพตามได้ เสียงดนตรี หรือเสียงธรรมะ จักไม่สามารถรบกวนหลาน ๆ ได้เลย สมาธิแบบนี้ ต้องฝึกนะ ใช่ว่า อยู่ ๆ จะทำได้เลย สมัยก่อนที่หลวงตายังเด็กอยู่ เวลาจะใช้สมาธิ ก็พยายามอยู่ในที่สงัด เพื่อให้จิตเป็นสมาธิได้ง่าย ครั้นหลวงตามาพบครูบาอาจารย์ ท่านทำถึงขนาดเอาวิทยุเปิดจ่อหู แล้วฝึกเข้าฌาน ๔ หากยังได้ยินเสียงวิทยุอยู่ ก็ยังใช้ไม่ได้ เห็นครูบาอาจารย์ทำกันขนาดนั้น หลวงตาเลยเอาใหม่ เจอเสียงอึกทึก ก็สู้กับมัน อย่าให้มันมาเป็นเจ้าของใจเราได้ ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใด ใจเราต้องสงัดให้ได้

ดูกษัตริย์ต่าง ๆ ที่หลวงตาเล่ามาทั้งหลายเหล่านี้ ท่านตายแล้วท่านไปไหนตามท่านไปดูนะหลานนะ

ต่อไปนี้ หลวงตาขอพูดถึงพระราชาองค์ที่ ๒๒ ทรงพระนามว่า “พระองค์สมตน” ซึ่งเป็นพระราชโอรสขอ