นิทานรักชาติ ตอนที่ ๕

posted on 21 Oct 2008 15:06 by akkarakitt in Experience

อะฮ่าม...แค๊ก...แค๊ก... ไอ กระแอม อมวิคส์ (ซอลพิงค์) แหม... หลานเอ๋ย หลวงตาว่าจะไปเอนหลังสักหน่อย ไปลากหลวงตามาเล่นนิทานต่อซะแล้ว ให้หลวงตาอัพวันละ ๒ เอ็นถี่ ไม่ปวดลูกตากันบ้างหรือไง ไม่เป็นไร อู๊พซ์แค่นี้ ไม่ได้ใช้พลังงานอะไรมากมาย อู๊พซ์สักวันละเจ็ดแปดเอ็นถี่ก็ได้ ที่ไม่กล้าอู๊พซ์ เพราะกลัวหลาน ๆ ตาบอดซะมากกว่า เรื่องราวตอนที่แล้วถ้าไม่เท้าความว่า ไม่ใช่เหตุการณ์การเมืองปัจจุบัน เห็นจะเข้าใจผิดไปกันแน่ เพราะมันช่างเหมือนกันราวกับแกะ เป็นหลักฐานยืนยันว่า เรื่องของนักการเมืองสันดานขี้โกงนั่น ลงเล่นการเมืองเมื่อไหร่ ตัวเอง และพรรคพวก จะรวยขึ้นมาทันตาเห็น มันมีมาแต่ไหน ๆ แล้ว สิ่งที่น่าสนใจ คือ เหลือบฝูงใหม่ ที่อยากนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีฯ ตัวซี้ตัวสั่นน่ะซี ทำให้ประชาชนตาดำ ๆ ต้องคิดให้จงหนักว่า จะหนีเสือ ไปปะทีเร็กซ์ หรือเปล่า

อ๊อด...... พาดพิงอีกแล้วครับทั่นประธาน....

อุ๊ย.... ลืมตัว อย่าว่าหลวงตาแก่ ๆ เลยนะ แก่แล้วก็หลง ๆ ลืม ๆ ลืมไปว่า เขาไม่ให้พูดพาดพิง มาเล่านิทานประวัติศาสตร์ ฉบับนอกตำราเรียนของเรา กันต่อดีกว่า ก่อนอ่านไปฟังนิทานของท่านจิตโตกัน เผื่ออารมณ์จะเย็น ๆ กันบ้าง


ตอนนี้ พระเจ้าพังคราชไม่เคยแต่งตัวเป็นกษัตริย์ เคยแต่นุ่งกางเกงดำอย่างเดียว บางครั้งก็ใส่เสื้อ บางครั้งก็ไม่มีเสื้อ แต่ความจริง รูปร่างท่านสวยสดงดงามมาก ผิวพรรณดีลงร่อนทองคำกับเขา และทำทุกอย่าง เช้าขึ้น ตื่นแต่เช้าในฐานะผู้นำ ช่วยกันร่อนทองได้ ๒๐ ชั่ง ก็เก็บไว้ส่งส่วยขอม ต่อไปก็ร่อนเพื่อขาย เพื่อความเป็นอยู่ของประชาชน เมื่อทุกคนได้ทองมาแล้ว ก็มารวมที่พระราชา ท่านก็ขายทองเหล่านั้น เอาเงินซื้อของ มาแบ่งปันกันกิน การแบ่งปันก็เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม

ตั้งหัวหมู่นายกองที่ดี ที่มีความยุติธรรม ให้มารับส่วนแบ่งปัน ไปแบ่งกัน แต่ทว่าตอนนั้น ก็ยังมีกินบ้าง ไม่มีกินบ้าง

ตอนนี้ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ เป็นเรื่องของธรรมศาสตร์ คือว่า ท่านท้าวโกสีสักกะเทวราช คือพระอินทร์ ทนดูคนดี ต้องรับความลำบาก ไม่ไหว ที่คนไทย มีความเคารพในพระพุทธศาสนา ต้องมาลำบาก ตอนนี้หลาน ๆ ต้องนึกภาพ กราบทูลถามพระองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้านะ อย่านึกเอาเองมันจะผิด ขอดูภาพ ท้าวโกสีสักกะเทวราชมองดูความลำบากของพระเจ้าพังคราช มาประมาณ ๔ เดือน คือว่า มันเป็นกฎของกรรมอย่างหนึ่ง ในสมัยก่อนอดีตชาติ ท่านเคยทำให้เขาพลัดพรากจากกัน ชาติไหนก็ไม่ทราบ กรรมมันตามทัน และคนไทยพวกนี้ก็อาศัยกรรม จากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ฆ่าปลาตัวหนึ่ง ก็อย่าลืมว่า ปลามันก็มีผัว มีเมีย มีพ่อ มีแม่ โทษจากการทำลายชีวิตเขา การพลัดพรากจากของรัก ของชอบใจ พลัดพ่อ พลัดแม่ มันก็เป็นกรรมตามสนอง ส่วนหนึ่ง ที่ต้องเสียทรัพย์สินไป ก็เพราะโทษทำอทินนาทาน การลักการขโมย การยื้อแย่งทรัพย์สินบุคคลอื่นเขา ที่ต้องเสียผัว เสียเมียให้แก่ขอม เพราะโทษกาเมสุมิฉาจาร และที่เราขอร้องให้ขอมเมตตาเราว่า จะเป็นทาสก็ไม่ว่า ขออยู่ที่เดิม  ขอมก็ไม่ยอม นี่เป็นโทษมุสาวาท บางคนถึงกลับคลุ้มคลั่งไป บ้างถึงกับเสียอกเสียใจ เพราะผัวตาย ลูกตายในสนามรบ ก็เป็นโทษของการดื่มสุรา และเมรัย เป็นอันว่ากรรมเก่าทั้งหลายเหล่านี้ มันมาสนอง แต่ความดีก็มีอยู่มาก

ฉะนั้นท้าวโกสีสักกะเทวราช คือพระอินทร์ เห็นพระเจ้าพังคราชกับบรรดาประชาชนชาวไทยอดอยากมานาน เพราะกรรมเก่ามันลงโทษ และเห็นว่าบุคคลคณะนี้ แม้ว่าจะเป็นทาสเขา เขาจะไล่ เขาจะตี แต่การไหว้พระ การภาวนา การเจริญพระกรรมฐาน ยังคงเป็นไปตามปกติ และทุกคนยังมีจิตเผื่อแผ่ สงเคราะห์กัน ในด้านสังคหวัตถุ  คือมีอะไรก็ให้กัน มีวาจาไพเราะเป็นที่รักซึ่งกันและกัน ช่วยกันทำงานทุกอย่าง ไม่ถือตัวถือตน คนดีอย่างพระเจ้าพังคราช หรืออำมาตย์ราชวงศ์ต่าง ๆ ไม่ถือตัวว่าเป็นเจ้า ทำตนเสมอกัน แต่งตัวเสมอกัน ไม่มีใครดีใครเด่นกว่ากัน ทรัพย์สินที่มีอยู่ ก็ปันส่วนกัน รวบรวมกำลังกัน ไม่อิจฉาริษยาซึ่งกันและกันทั้งหมด

เห็นไหมเขาดี คนมีศีล มีธรรม และกรรมเก่าที่ให้ผลสลายตัวไปแล้ว ก็ทำให้พระอินทร์ทรงทราบว่า เวลานี้พระเจ้าพังคราช และคนไทยที่เป็นนักบุญ กำลังลำบากมาก จึงแปลงกายเป็นเด็กน้อย อายุประมาณ ๑๒ ปี ออกมาจากป่า ใช้ใบไม้นุ่งเป็นผ้า เป็นเสื้อแทน ทำเงอะงะ เซอะซะ เข้าไปหาพระเจ้าพังคราช ทีแรกบรรดาประชาชนทั้งหลายเขากันไว้ แต่พระเจ้าพังคราชบอก อย่ากัน จะเป็นใคร มาจากไหนก็ตาม เราถือว่า เป็นคนเหมือนกัน เราจะต้องอยู่ร่วมกันได้

พอเด็กนั้น เข้ามาหาพระเจ้าพังคราช แล้วก็แนะนำว่า “แร่เพรียงไฟ มีอยู่ตรงโน้น ในป่าลึกเลยกว๊านพะเยาไปนิดหน่อย อยู่บนยอดเขา ดีบุก มีอยู่ที่นั่น แร่ทองแดงอยู่ตรงนี้ สารปากนกแก้ว มีอยู่ที่นั่น” แล้วเด็กคนนั้นก็พาไปดู ให้ขุดลงไป พบแล้วก็ชี้ว่า นี่เขาเรียกแร่เพรียงไฟ อันนี้เรียกดีบุก นี่เรียกทองแดง นี่เรียกสารปากนกแก้ว เอาส่วนต่าง ๆ มาผสมกัน

สารปากนกแก้วใช้ ๑ ใน ๔ ของแร่เพรียงไฟ ดีบุก แร่ทองแดง ซึ่งใช้อย่างละเท่า ๆ กัน หลอมในเตาธรรมดา ๆ หลอมให้ดู ทำอุปกรณ์แบบย่อม ๆ ให้ดูว่า ทำแบบนี้ หลอมแบบนี้ เมื่อหลอมแร่เพรียงไฟ ดีบุก แร่ทองแดง อย่างละเท่า ๆ กันดีแล้ว ก็เอาสารปากนกแก้ว ๑ ใน ๔ ของแต่ละอย่าง ใส่ลงไป ได้เป็นทองคำ ๑๐๐% เด็กนั้นทำให้ดู ทุกคนยิ้มหน้าใส ตั้งกระทะใบใหญ่ ๆ เป็นกลุ่ม ๆ ทำกันมาก ๆ ตามโคนต้นไม้ แต่ว่าเด็กน้อยนั้นบอกว่า ต้องไปทำตามถ้ำ ตามป่า หลบไปทำ อย่าให้ขอมดำมันเห็น เป็นอันขาด มิฉะนั้นจะเสียผล ทุกคนก็ปฏิบัติตามนั้น

คราวนี้ ทองคำอุ่นหนาฝาคั่ง ทองคำ ๒๐ ชั่ง ทำเสร็จภายใน ๑ เดือน นอกนั้นเอาไปขาย เดินไปขายกันยันประเทศอินเดียโน่น สายใต้ก็เดินไปขาย เป็นอันว่า ความอุดมสมบูรณ์เกิดขึ้นสำหรับคนไทย เพราะอาศัยความดีที่มีศีล ๕ บริสุทธิ์ เพราะเด็กคนนั้นบอกว่า ต้องมีศีล ๕ บริสุทธิ์ จึงจะทำทองได้ พวกร่อนก็ร่อนไป พวกทำ ก็ทำไป ทั้งผู้หญิงผู้ชาย

เมื่อมีทรัพย์สินอุดมสมบูรณ์แล้ว ก็เริ่มปลูกบ้าน พวกทำทอง ก็ทำไป ปลูกบ้านอยู่กัน เป็นกลุ่ม ๆ มีหัวหน้ากลุ่มที่เรียกว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สำหรับพระเจ้าพังคราช ประชาชนเขาก็บังคับว่า ให้ตั้งตัวเป็นกษัตริย์ ห้ามไปยุ่งกับงานของชาวบ้าน พระองค์ก็บอกว่า ท่านทั้งหลาย เราจนด้วยกัน เราลำบากด้วยกัน ทำไมมากีดกันแบบนี้ แต่เอาละ เมื่อทุกคนต้องการให้ฉันเป็นกษัตริย์ ฉันก็จะเป็น แต่ต้องเป็นกษัตริย์แบบพ่อคน พี่คน หรือน้องคน ไม่ใช่กษัตริย์แบบนายคน เอาเปรียบคน อันนี้ไม่เป็น และต้องมีอิสระไปไหนไปได้ ช่วยทำอะไรก็ช่วยได้ บรรดาประชาชนทั้งหลายเขามีความดี เขายอมรับ แต่เขาก็มีกฎบังคับว่า ถ้าพระองค์จะลงไปร่อนทอง หรือทำทองต้องได้รับอนุญาตจากประชาชนก่อน นี่เห็นจะเป็นประชาธิปไตยแท้ ไม่งั้นท่านทำงานเรื่อย บางทีหนาว ๆ ทองอยู่ในน้ำ ท่านก็กระโดดลงไปก่อน นำคน นี่เป็นผู้นำแท้ ตอนนี้ทำทองได้แล้ว เด็กที่มาแนะนำก็หายไปแล้ว การแบ่งของกันก็ให้เสมอกัน คนเอาทองไปขาย ก็ไม่มีค่าจ้างรางวัล คนร่อนทอง นำทองทั้งหมดเอาของมารวมกัน แล้วแบ่งปันเสมอกัน นี่ลูกรักคนไทยสมัยนั้นนะ

พระเจ้าพังคราชก็เริ่มอยู่บ้านใหญ่ มีห้องโถงกว้าง แต่ไม่ถึงกับท้องพระโรง ประชาชนเขาปลูกให้ ทำด้วยไม้ เป็นที่ประชุมกัน พระองค์ออกตรวจตอนเช้า กลางคืน บางทีดึก ๆ ก็ออกตรวจตามหมู่บ้านต่าง ๆ มีอำมาตย์ ข้าราชบริวาร ถืออาวุธตามไปด้วย พร้อมที่จะห้ำหั่นใครก็ตาม ที่มาโกงคนไทย เพราะเจ้าขอมดำ เข้ามาโกงบ่อย ๆ ดีไม่ดี มันขึ้นไปค้นบ้าน เจอะอะไรมันก็เอา ถ้าขอมมาน้อยก็แสดงว่า ขอมหายไปเลย เก็บเงียบ ถ้าของมามาก ในเขตไทย ก็ไม่มีใครทำอันตรายขอม

แต่พอเข้าเขตขอม ลึกเข้าไปสัก ๒-๓ กิโลเมตร จะถูกธนูอาบยางน่องตาย (ยางน่องเป็นยางไม้ชนิดหนึ่ง ใช้ทาปลายธนู หน้าไม้ ถ้ายิงไปถูกแล้ว มีเลือดออกนิดเดียวก็ตาย) การลิดรอนกำลังของขอมดำ ทำแบบนี้เป็นปกติ ถ้ามา ๙–๑๐ คน นั่นขอมหายไปเลย เป็นปุ๋ยต้นไม้ นี่การปราบเขา ปราบกันแบบนี้ สำหรับคนไทยที่ไม่ดี ที่ประจบสอพลอ ก็ต้องหายไปเลยเหมือนกัน นี่วิธีการแบบนี้ ยังใช้ได้ตลอดกาลตลอดสมัย ในเมื่อโลกยังตั้งอยู่ ถ้าเรารักความเป็นไทละ ก็ต้องทำแบบนี้ จะมาปล่อยให้พูดปาว ๆ แล้วก็ยอมกลัวเขาหงอ ไม่ทันจะตีเลย ยอมแพ้แล้ว เรื่องการรบไม่จำเป็นว่า กำลังมากจะชนะกำลังน้อย ดูตัวอย่างสงครามอินโดจีน เรามีกำลังน้อย อาวุธน้อย เราก็ชนะอินโดจีนได้

นี่เป็นอันว่า เรื่องอุปาทานแห่งการแพ้น่ะ อย่าให้มีในใจหลานนะ ถ้าเรากลัวเมื่อไร เราแพ้ แต่ถ้าเราไม่กลัวซะอย่างเดียว และใช้ปัญญา ความสามารถ ใช้ความไม่ประมาท คำว่าแพ้จะไม่มี ดูสมัยพระนเรศวรชนะพม่าซิ เรามีกำลังพลเท่าไร และพระเจ้าตากสินสามารถกู้ชาติไทยไว้ได้ มีกำลังพลแค่ ๕ พันคน พม่าเขามีกำลังพลเท่าไร ทำไมเราจึงกู้ชาติของเราได้ แล้วทำไมต้องไปกลัวญวน เวลานี้ คนไทยที่รักชาติมี ๔๐ ล้านคนเศษ คนไทยขายชาติ ทำลายชาติ มีไม่กี่คน วิธีปราบ ก็ต้องปราบแบบพระเจ้าพังคราชปราบขอมดำ หรือปราบคนไทยทรยศ ตามที่กล่าวมา คือ ปล่อยเขาไปเมืองผีซะ เก็บเงียบ เก็บเล็กเก็บน้อยแบบนี้ ทำไมเขาทำกันไม่ได้น่ะ นี่หลวงตาไม่ได้หมายความว่า ยุให้เขาฆ่ากันนะ พูดถึงวิธีการเป็นนักรบ เป็นคนรักชาติ “ถ้าเรารักชาติ ทำไมต้องไปกลัวคนเลวมันจะตาย”

ความตอนนี้ ชาวไทยเริ่มจะลืมตาอ้าปากได้แล้ว ในที่น้อย ๆ แสนกว่าไร่ที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ ทั้งยังต้องเสียค่าปฏิกรรมสงครามเป็นทอง จำนวน ๒๐ ชั่ง หากชาวไทยไม่ได้เป็นคนดี คงฟื้นตัวยาก ก็ประหนึ่งเหตุการณ์บ้านเมืองในเวลานี้ ท่านว่า เป็นกฏแห่งกรรม อย่างไรเราก็เลี่ยงไม่ได้ เพียงแต่เราจะผ่านพ้นไปได้ เร็วช้า ขึ้นกับการทำความดีของเรา หากเราละซึ่งศีล ๕ โอ้ย... เครียดการเมือง ไปเมาดีกว่า เมาแล้วฆ่ากันดีกว่า ทำร้ายกันดีกว่า เศรษฐกิจไม่ดี ลักทรัพย์กันดีกว่า โกงกันดีกว่า หากินง่ายกว่าเยอะ ผิดลูกผิดผัวผิดเมียเขากันดีกว่า ดาราเขายังทำกันเลย ข่มขืนกันดีกว่า ลูกเขา เมียใคร ผัวใครไม่สนใจ เอาความพอใจเป็นหลัก ใคร ๆ ก็มีกิ๊กกัน ไม่เห็นจะแปลก เรื่องตอแหล สตรอเบอรี่ มันเป็นเรื่องปกติของยุคนี้ ยุคไซเบอร์ ยุคเอ็ม ยุคเกมออนไลน์ ยุคแคมฟร็อก ยุคฮิห้า จะยุคไหน ศีลก็มีแค่ ๕ ข้อเท่านั้น ไม่เคยเปลี่ยน ไม่เคยมากขึ้น หรือน้อยลง ไม่เคยล้าสมัย หรือตกยุค ทันสมัยตลอดเวลา ถ้าท่านทั้งหลาย อยากให้กรรมของประเทศชาติ ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ก็มาช่วยกันทำความดี รักษาศีล ๕ เป็นปกติ รักษากรรมบถ ๑๐ สงเคราะห์กันด้วยสังคหวัตถุ ๔ เจริญพรหมวิหาร ๔ เจริญพระกรรมฐานเท่าที่เราจะทำได้ แค่นี้ เหตุการณ์เลวร้ายของบ้านเมือง ก็จะผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว

แต่หากยังยั่วโทสะกันอยู่ สงเคราะห์กันด้วยคำหยาบคาย ถือตัวถือตน พวกเขาพวกเรา ไม่ช่วยเหลือกัน สาดโคลนใส่กัน ใส่ร้ายป้ายสีกัน ทะเลาะกันไม่เว้นแต่วันเช่นนี้ พระผู้ใหญ่ท่านหนึ่งบอกว่า อีก ๕ ปี กับ ๒ เดือนครับ เหตุการณ์ถึงจะคลี่คลาย

ใครอยากทะเลาะ ให้เขาทะเลาะกันไปครับ เราก็สร้างความดีของเราไป ไม่ไปออกความเห็นเชิงยั่วยุโทสะ ไม่เขียนเอ็นทรี่ชวนทะเลาะเบาะแว้ง หรือเขียนด้วยความโกรธแค้น เดี๋ยวเขาเหนื่อย ไม่มีใครเอากับเขาด้วย เขาก็ต้องเลิกไปเองละครับ

 

พึงชนะคนตระหนี่ ด้วยการให้

พึงชนะความโกรธ ด้วยความไม่โกรธ

พึงชนะคนพูดโกหก ด้วยสัจจะ

พึงชนะคนชั่ว ด้วยความดี

พึงชนะอธรรม ด้วยธรรม

 

มาสร้างความดีให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ถวายในหลวงกันดีกว่า ครับ ฯ

โปรดติดตามตอนต่อไป

จบตอน ๕

edit @ 30 Oct 2008 18:48:11 by Dhammasarokikku

Comment

Comment:

Tweet

สุดบรรยาย
อ่านเพลินเลย

แต่ก็ตาลายหน่อยๆ เพราะตัวหนังสือมติดกันมากค่ะHot!

#8 By พริ้วไหว on 2008-10-22 23:43

ไฟล์เสียงฟังได้ประโยค -2ประโยคก็หายไปซะงั้นค่ะหลวงตา สงสัยต้องลองเช็คนิสนึงง

#7 By Rinna ♥ on 2008-10-22 15:07

ต่อ ครับ กำลังมันเลยHot!

#6 By mahaoath on 2008-10-22 12:05

สาธุ..

ตัวอย่างดีก็มี ตัวอย่างเลวก็ไม่น้อย..
จะเลือกอันไหนให้คุณธรรมในใจเรานำทาง
เน้..

#5 By on 2008-10-22 01:12

สาธุ..

ตัวอย่างดีก็มี ตัวอย่างเลวก็ไม่น้อย..
จะเลือกอันไหนให้คุณธรรมในใจเรานำทพเน้..

#4 By on 2008-10-22 01:12

สาธุ ในที่สุดก็มีพระอินทร์มาช่วย... big smile

พยายามทำทั้งสามอย่างเลยค่ะ แต่ไม่ได้ดีซะกะอย่าง sad smile

ยิ่งอย่างหลังนี่ ทำไม่เคยได้เลย อาจจะเพราะไม่ได้ตั้งใจจริงแน่ๆเลย cry

#3 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-10-21 21:24

ชอบจัง วันนี้เข้ามาอ่านแล้วรุ้สึกดีมากเลย

"พึงชนะคนตระหนี่ ด้วยการให้
พึงชนะความโกรธ ด้วยความไม่โกรธ
พึงชนะคนพูดโกหก ด้วยสัจจะ
พึงชนะคนชั่ว ด้วยความดี
พึงชนะอธรรม ด้วยธรรม"

ขอบคุณมากค่ะHot!
นมัสการ..

โมทนา สาตุ๊....ให้ประเทศสารขัณฑ์...


sad smile

Dhammasarokikku View my profile