เมื่อวานได้ไปเยี่ยมเยี่ยนบล็อกของสมาชิกเก่าแก่ของเอ็กซ์ทีนท่านหนึ่ง ท่านเขียนบ่นว่า น้องสาวของท่าน ไปลุ่มหลงกับธุรกิจขายตรง หรือ MLM หรือที่ชื่อเต็ม ๆ ว่า Multi-leveled marketing อย่างโงหัวไม่ขึ้น ประกาศหาใครที่ทำธุรกิจประเภทนี้แล้ว ได้ดิบได้ดี ให้เอามาแบ่งปันกัน

ที่ข้าพเจ้านำเรื่องธุรกิจ MLM มาเขียนนี้ ใช่ว่าข้าพเจ้าจะเป็นผู้ประสบความสำเร็จจากธุรกิจนี้ หรือมีทัศนคติที่ดีงาม ต่อธุรกิจน่ารักน่าชังนี้แต่อย่างใด แต่เขียนด้วยความที่อายุอานามปาไปขนาดนี้ ย่อมต้องมีประสบการณ์ตรง กับธุรกิจเหล่านี้มาบ้าง ไม่มากก็น้อย เลยอยากนำมาแบ่งปัน

เท่าที่จำได้ธุรกิจประเภทนี้เข้ามาในชีวิตของข้าพเจ้า ผ่านคุณแม่ ตั้งแต่สมัยเครื่องสำอางโพลา หรือเครื่องครัวรีน่าแวร์ ทัพเพอร์แวร์ ซึ่งโบมาก ๆ ไม่ค่อยได้สนใจอะไร เพราะไม่เกี่ยวอะไรกับข้าพเจ้า มาจนถึงวันที่มันเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิต เก่าแก่ที่สุดที่จำได้ ได้แก่ บีพอลเลน ที่ว่ามีบทบาทก็คือ ได้รับอานิสงส์จากการทำธุรกิจตัวนี้ของคุณแม่ อานิสงส์นั้นไม่ใช่ได้ค่าขนมเพิ่มขึ้น แต่จู่ ๆ ก็โดนจับยัดเยียด ให้กินนมผึ้งมากสรรพคุณ

จากบีพอลเลน ก็ยังมีสินค้าอีกหลากหลายมากมาย ทะยอยมาให้ได้กินเป็นระยะ ๆ ทั้งสาหร่ายสบายรูสิท่า อัลฟาฟ่า และพาราเซตตามอล (เฮ้ย... อันหลังไม่ใช่)

ข้าพเจ้าก็ไม่ได้รับรู้ว่า คุณแม่ฉิบหายขายตัวไปกับธุรกิจประเภทนี้ สักกี่มากน้อย ด้วยความที่ยังเด็ก มองสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว แต่นับวัน มันก็ใกล้ตัวเข้ามาเรื่อย ๆ ที่สุด ก็เจอเข้ากับตัวเอง

เพื่อนกันเองนี่แหละ เชื้อเชิญไปเข้าห้องดับจิต ในบ้านของเขาเอง เขาแนะนำสินค้าของบริษัท "เป็น อยู่ คือ ทาง" ยาสีฟันที่ใช้เพียงเล็กน้อย เท่าเม็ดถั่วเขียว แต่พลังซักฟอกฟัน และเหงือก เกินบรรยาย ด้วยการสาธิตอันน่าศรัทธา นำยาสีฟันปริมาณเท่าเม็ดก๋วยจี๊ ถูลงบนกระดาษหนังสือพิมพ์ โอ้พระเจ้าจอร์จ หมึกพิมพ์หายวับไปกับตา แล้วก็เอายาสีฟันยี่ห้ออื่น ปริมาณมากกว่ามาก ถูลงเช่นกัน โอ้ซาร่ายาแก้หวัด เธอเกิดมาเพื่อถูหนังสือพิมพ์จริง ๆ ถูเท่าไหร่หมึกพิมพ์ ก็ไม่หายไป

มันก็ดูน่าสนใจดีนะ แต่เมื่อทราบว่า ราคา ๑ หลอด เท่ากับยาสีฟันธรรมดา ๒๐ หลอด ข้าพเจ้าก็ปลอบใจตัวเองว่า ฟันกรูไม่ใช่หนังสือพิมพ์ ไม่ต้องสะอาดขนาดนั้นก็ได้ และพอข้าพเจ้าไม่สนใจแล้ว ข้าพเจ้าก็เริ่มออกแนวกวนตีน จนเพื่อนที่น่ารัก ล่าถอยไป

ต่อมา ก็ได้เวียนมาพบพาน กับธุรกิจแนวนี้ด้วยตัวเองอีกครั้ง ในชีวิตมหาลัย โดยเพื่อนที่รักกันมากเช่นกัน คราวนี้พาไปห้องดับจิตขนาดใหญ่ มีสไลด์มัลติวิชั่น พรีเซ้นท์งานกันอลังการ แต่ก็นั่นแหละ ข้าพเจ้าไป เพราะอยากรู้ว่า ธุรกิจนี้ มีกลไกการทำงานอย่างไร ไม่ใช่ปฏิเสธเสียแต่แรก อาจจะพลาดอะไรเด็ด ๆ ในชีวิตไป ข้าพเจ้าถือหลักว่า รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม ยังไม่รู้ ก็อย่าเพ่ออคติ ไปดูเสียก่อน

ผู้บรรยาย เป็นเภสัชกรครับ เริ่มจับธุรกิจตัวนี้มาได้ห้าปี ปัจจุบัน(เวลานั้น) เป็นระดับไดมอนด์ และเลิกทำร้านขายยา หรืองานที่เป็นเภสัชกรโดยตรงไปแล้ว เกษียณแล้ว ว่างั้นเฮอะ นั่งกินนอนกิน ก็มีเงินไหลเข้ากระเป๋าเอง เพราะเขาเป็น "ต้นสาย" หรือ "คนที่เข้ามาในธุรกิจก่อน"

หลังจากฟังบรรยายไปสักพักหนึ่ง ข้าพเจ้าก็เริ่มจับไต๋ได้ว่า ทำไมธุรกิจนี้ ถึงฟูฟ่อง ขยายตัวอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก ตัวเนื้อธุรกิจ เป็นสิ่งที่ดีครับ ทำของมีคุณภาพ ไม่เน้นแพ็คเกจจิ้งที่สวยงาม นำค่าการตลาดมหาศาล ที่ต้องไปทุ่มเทโฆษณาทางทีวี หนังสือพิมพ์ นิตยสาร มาจ่ายให้ผู้ทำงานให้เครือข่ายแทน

เขาอธิบายถึงว่า ทำไมถึงมีค่าตอบแทน กลับมายังผู้ที่เข้ามาร่วมธุรกิจมากมายนัก เทียบกับธุรกิจทั่วไป ที่ต้องกันเงินค่าการตลาดไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อทำสินค้าให้เป็นที่รู้จัก ทำให้สินค้าเป็นที่ยอมรับ ติดตาผู้บริโภค ผู้บริโภคนำไปใช้ และผู้บริโภค กลับมาซื้อซ้ำ บริษัทของเขา นำเงินในส่วนนี้ แทนที่จะจ่ายในเอเยนซี่โฆษณา มาจ่ายให้ผู้บริโภค หรือผู้ที่เข้ามาร่วมธุรกิจกับเขาแทน ครับ

ฟังดูก็เข้าทีครับ ทว่าอีตอนจูงใจให้เข้ามาร่วมงานกับเขานี่ซี ที่ข้าพเจ้าไม่ชอบใจ เนื้อแท้ของการโอ้โลม ปฏิโลม ว่า ทำแล้วดีอย่างนั้น ได้ไปเที่ยวอย่างนี้ ได้เงินปันผลเท่านั้น ทำถึงจุดหนึ่งแล้วไม่ต้องทำต่ออย่างนี้ มันคือ การเล่นกับ "ความโลภ" ของคนครับ

ฟังคอนเซ็ปท์ทั้งหมดแล้ว ข้าพเจ้ายิ่งรู้สึกขยะแขยงธุรกิจประเภทนี้ขึ้นมาเป็นกำลัง เพราะมันเห็นได้ชัดว่า คนที่โลภ จะโดนหลอกอยู่ร่ำไป ที่ข้าพเจ้ารังเกียจเพราะ "ความโลภ" ของคน มันมีที่สิ้นสุดที่ไหน และใครบ้าง ไม่โลภ ครับ นี่เขาเอาความโลภของคน มาทำธุรกิจ มันไม่สำคัญเลยครับว่า สินค้าจะเป็นอะไร จะเป็นขี้ หรือเป็นเยี่ยว ก็ขายได้ครับ เพราะแก่นของธุรกิจ เขาไม่ได้ซื้อขายสินค้า เขาซื้อขาย "ความโลภ" ของคน

วิธีการโอ้โลมของเขา จะซ้ำ ๆ ซาก ๆ เหมือนกันแทบทุกยี่ห้อ คือ พุ่งเป้าไปที่จุดหมายปลายทางสุดท้่ายของคน ได้แก่ การเกษียณตัวเอง มีเงินใช้โดยไม่ต้องทำงาน และในรายละเอียดปลีกย่อย ก็จะมีว่า ทำได้เท่านั้น จะได้ปันผลเท่านี้ ตีความโลภให้ฟุ้งกระจาย

หลายอย่างที่ผู้ฟังพึงพิจารณา เช่น ผู้บรรยายก่อนเข้ามาในธุรกิจนี้ ทำอาชีพอะไรมา บุคลิกนักขายของผู้บรรยาย ขั้นตอนการทำธุรกิจที่แท้จริง และที่สำคัญที่สุด คือ การเป็น "ต้นสาย" ของผู้บรรยาย กลับถูกเพิกเฉย หลงลืม ไปหมด ด้วยบรรยากาศในห้องดับจิต ที่อบอวลไปด้วยความโลภ ความโล๊ภมันทำให้ตาบอดจนหมด ไม่เหลือความจริง (ฺBODYSLAM) ครับ รู้สึกตัวอีกที ก็ควักเงินหลายพัน จ่ายค่าลงทุนเริ่มต้น เอาสินค้าที่ตัวเองไม่ได้ใช้ กลับมานอนกอดที่บ้านแล้วครับ

สินค้ายี่ห้อนี้ชื่อ "จำเป็น ผิว" ครับ หลังจากข้าพเจ้าฟังบรรยายกระตุ้นความโลภจบแล้ว ข้าพเจ้าก็เดินยิ้มกร่างเข้าไปประชุมกลุ่มครับ อยากทราบนักว่า เขาจะเล่นกับความโลภได้สักแค่ไหน ประเดิมคำถามแรกด้วย "แล้วถ้าผมทำยอด ได้สู๊งงง... ยิ่งกว่าผู้บรรยาย ผมจะได้ระดับไหนครับ"

"เป็นคำถามที่ดีมากครับ" ผู้บรรยายกล่าว (ผู้บรรยายก็พ่อเพื่อนเองนั่นแหละ) "ถ้าเหนือระดับไดมอนด์ขึ้นไป ทำยอดได้ที่ระดับสิบล้าน จะได้เป็นระดับ บลูไดมอนด์ ครับ จะได้สิทธิอย่างงี้ ๆ บลา ๆ ๆ"

"บ๊ะ....แมร่งเหนือไดมอนด์ยังเจือกมีแอดว๊านซ์ขึ้นไปอีก" ข้าพเจ้าคิดในใจ "แล้วถ้าผมทำยอดเหนือระดับบลูไดมอนด์ขึ้นไปอีกเล่าครับ" ข้าพเจ้าถาม พร้อมทำตาเป็นประกาย เหมือนวิญญาณความโลภเข้าสิงสู่เต็มหัวใจ

"โอ้... ยอดเยี่ยมมากครับ เหนือระดับบลูไดมอนด์ขึ้นไป จะเป็นระดับฮาวาเอี้ยน บลูไดมอนด์ ครับ"

"ซี๊ด....อ๊าห์...." ข้าพเจ้าซาบซึ้งอยู่ในใจ จนแทบสำเร็จความใคร่กลางห้องประชุมนั้น ไม่คิดว่า แมร่งจะมีอะไรรองรับความโลภได้มากมายขนาดนั้น(อย่าลืมนะัครับว่า ก่อนถึงระดับไดมอนด์ มีระดับซัฟไฟร์ บลูซัฟไฟร์ บ้าบอคอแตกอีกตั้งหลายขั้น) ทำหน้ายอมรับ แบบไม่มีอะไรสงสัยอีก จากนั้นผู้บรรยาย ก็เริ่มยัดเยียดให้นำสินค้าไปทดลองขาย ชุดสตาร์ทเตอร์คิท ราคา ๗,๕๐๐ บาทเท่านั้น ถูกมาก ๆ (ถูกกับผีนะสิ) ไม่พอใจ สามารถคืนได้ (อ๊ะ... คืนได้ น่าสนดีเหมือนกัน) ผู้บรรยายหันมาเพ่งที่ข้าพเจ้า  เพราะดูเหมือนข้าพเจ้า จะโลภที่สุดในกลุ่ม ให้รับไปสักสองชุด แต่ข้าพเจ้าปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ครั้นถูกยื้อยุดฉุดกระชากลากถูมากเข้า ก็จำใจรับไปหนึ่งชุด เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจ กระนั้นก็ยังมีกั๊กว่า ไม่ได้เอาตังค์มา ขอเอาของไปก่อน จากนั้นอีกสามวัน ก็ส่งของคืน (อ้าว... ก็คืนได้ไม่ใช่เรอะ) จากนั้นไม่นาน ก็ได้ข่าวถึงประสบการณ์อันเลวร้าย ของเพื่อนที่ชักชวนข้าพเจ้าไปร่วมสัมมนา ชนิดที่ว่า อย่าเอาสินค้ายี่ห้อนี้ หรือที่มีวิธีการขายแบบนี้ มาให้เขาเห็นอีกเลย

หลังจากทราบคอนเซ็พท์ของธุรกิจประเภทนี้ ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ย่างกราย เฉียดเข้าไปสัมมนาอะไรกับเขาอีกเลย ทว่าเสด็จแม่ไปทุกช่อต และโดนทุกช่อต หลัง ๆ ข้าพเจ้าก็มักเห่าใส่เสด็จแม่ว่า สรุปทำแล้วได้อะไร ซึ่งท่านก็ให้คำตอบ น่ารัก ๆ มาว่า "ได้กิน" (เพราะทุกรอบไม่ขาดทุนป่นปี้ ก็จะมีของหน้าตาแปลก ๆ มาวางไว้ในบ้าน ยัดเยียดให้ลูก ๆ กินสม่ำเสมอ) ซึ่งก็เกิดคำถามต่อมาว่า ถ้าเรากินอาหารครบ ๕ หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะไม่ดีกว่าหรือ ไม่ต้องเสียเงินเสียทอง และกลายเป็นที่รังเกียจของเพื่อนฝูง ญาติมิตร

เสด็จแม่ไม่สะทกสะท้าน กับคำปรามาสทั้งหลายแม้แต่น้อย ไม่แม้แต่จะฉุกคิดอะไรได้บ้าง กลับมาชวนข้าพเจ้าไปร่วมวงเสวนาด้วยอีกแน่ะ ข้าพเจ้าก็สุดจะทัดทาน สุดท้ายก็ยื่นมาตรการขั้นเด็ดขาด อยากจะทำอะไร ไปสัมมนาอะไร ไปเลยครับ แต่ขออย่างเดียว อย่าลงทุน อย่าจ่ายเงินแม้แต่แดงเดียว อย่าสต็อคของใดใดทั้งสิ้น ไม่ว่า มันจะดีแค่ไหน ถูกแค่ไหน ขายได้ขวดหนึ่ง ก็ไปซื้อมาขวดหนึ่ง หลัง ๆ เลยเริ่มดีขึ้นหน่อย

เพื่อไม่ให้ขัดใจเด็จแม่ ข้าพเจ้าก็เดินต้อย ๆ ตามเด็จแม่ เข้าร่วมสัมมนา ไปเมียง ๆ มอง ๆ อย่างนั้นเองแหละ อยากรู้ว่า จากวันนั้น ถึงวันนี้ ธุรกิจประเภทนี้ มันพัฒนาไปถึงไหนแล้ว บ๊ะ... แมร่ง แอดว๊านซ์ขึ้นจริง ๆ

มันมีระบบใหม่ที่เรียกว่า ระบบไบนารี่ แต่ละคน หาขาให้ได้แค่ ๒ ขา หรือ ๒ คน แล้วก็ไม่ต้องทำอะไรอีก แหม... ง่ายยิ่งกว่าปอกไข่ใส่กล้วย แต่ไม่ว่ามันจะพัฒนาระบบขึ้นมากแค่ไหน หากพิจารณาด้วยปัญญาแล้ว มันก็เหมือนเดิมครับ คือ กระตุ้นความโลภในเบื้องแรก พอความโลภฟูฟ่องแล้ว ปัญญาก็จะตีบตัน งง ๆ เอ๋อ ๆ ตาจะเบลอ ๆ เริ่มมองอะไรไม่ชัดเจน เสร็จแล้วก็เอาแผนการตลาด อันน่าเชื่อถือ มีการคำนวณสลับซับซ้อน ยากแก่การเข้้าใจ แต่สรุปออกมาง่าย ๆ ว่า คุณจะได้เงิน เท่านั้น เท่านี้ เมื่อหาคนมาได้หนึ่งคน หรือสองคน เสียบเข้าทะลุกลางใจคนโลภ คราวนี้ก็ง่ายละ ให้เซ็นอะไรก็เซ็น ให้ซื้ออะไรก็ซื้อ

แมร่งก็สับขาหลอกเท่านั้นแหละ เพียงแต่เขาปรับปรุงลีลาสับขาหลอกทำให้มันดูง่ายยิ่งขึ้น ดูเหมือนเข้าไปทำงานแค่นิดเดียว ก็ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ

ข้าพเจ้าไม่ได้ดูถูกว่า ธุรกิจนี้ไม่ดีหรอกนะ มันขึ้นกับคนที่เข้าไปทำด้วย ถ้าเข้าไปด้วยความโลภ และไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้มาก ก็เสร็จเขา แต่ถ้าเข้าไปด้วยความตั้งใจจริง พิจารณาอย่างถ้วนถี่ โอกาสสำเร็จมันก็มีอยู่ คนที่ทำธุรกิจแบบนี้ รวยแล้วรวยอีก ก็มีตั้งหลายคน แต่ส่วนใหญ่ก็หน้าเดิม ๆ นั่นแหละ

ไอ้คนหน้านี้มันทำโสมรวย พอไปจับกิฟซ่า มันก็รวยอีก จับตัวไหนก็รวย เพราะเขาผ่าน "ช่วงทำงาน" มาแล้ว ตอนนี้เป็นช่วง "กอบโกย" คนเราไปมองว่า ดูสิ...เขากำลัง "กอบโกย" อย่างเมามัน และง่ายดาย น่าไปเข้าร่วมงานกับเขา เพื่อจะได้ "กอบโกย" ง่าย ๆ เหมือนเขา จะได้รวยง่าย ๆ เหมือนเขา แต่ไม่มองว่า เขาทำอย่างไร จึงได้ "กอบโกย"

พวกที่อยู่ในธุรกิจนี้มานาน เขามี "ฐานลูกค้า" ครับ ฉะันั้นไม่ว่าสินค้าจะเปลี่ยนไปสักเท่าไหร่ เขาก็ขายได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นไม้จิ้มฟัน หรือเรือรบ พวกแมงหวี่ แมงเม่า มีอะไรเป็น "ฐานลูกค้า" ครับ นอกจากเพื่อน กับญาติ

พวกเก๋าเกมบางคน ที่รู้ตื้นลึกหนาบางของธุรกิจนี้เป็นอย่างดี บางทียังสามารถสวนกระแส โกงบริษัทแม่เข้าให้ ได้อีกครับ อย่านึกว่า บริษัทแม่ มีแต่รวยลูกเดียว เจอพวกเขี้ยวลากอเวจี (ดินมันสูงไป) โกงระดับเทพ พวกนี้เข้าไป ยังหงอยเป็นหอยป่วยได้

เทคนิคพวกนี้ ถึงรู้ไป ถ้าไม่มีตังค์ก็ทำไม่ได้ ครับ ต้องถึงพร้อมด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ข้าพเจ้าจักไม่นำมาบรรยาย เพราะจักเป็นการชี้โพรงให้กระรอก เป็นการสนับสนุนอทินนาทานทางอ้อม

ก่อนที่จะไปถึงธุรกิจนี้ขั้นต่อไป ย้อนมาดูการวิเคราะห์ผู้บรรยายสินค้า "จำเป็น ผิว" สักนิดหนึ่งก่อนครับว่า เบื้องหลังที่เขาประสบความสำเร็จ มีปัจจัยอะไรเกื้อหนุนบ้าง (คนและแนวกับที่เขาพรีเซ้นท์ หรือ โม้ ให้ฟังดูเพลิดเพลิน ง่ายดายเหมือนลิงกินกล้วย อย่างสิ้นเชิง)

อันดับหนึ่ง สำคัญมาก กล่าวไปแล้ว คือ เขาเข้าสู่ธุรกิจนี้ก่อน กลายเป็น "ต้นสาย" ไป

อันดับสอง อาชีพเดิมเขาเป็นเภสัชกร ก็น้อง ๆ หมอนั่นละครับ พูดจาอะไรก็ดูน่าเชื่อถือ และเขาไม่ใช่เภสัชกรเพิ่งจบนะครับ มีอายุพอสมควรแล้ว ก็เก๋าเกมในวงการยาแล้วครับ พวกงานรีเทลยานี่ ว่ากันว่า มันโคตรของโคตรเขี้ยว เลยครับ ไปเร่ขายยานี่ กลับมาเจ้านาย หรือซุป จะถามว่า ในจังหวัดนี้ มีโรงพยาบาลกี่โรง โรงพยาบาลนั้น มีใครเป็นผู้มีอำนาจเลือกสั่งยา ผู้มีอำนาจสั่งซื้อยา ชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ จบจากที่ไหน มีเพื่อนฝูงจบสถาบันเดียวกัน อยู่ที่ไหนบ้าง ภรรยาหมอชื่ออะไร มีลูกกี่คน ลูกคนโต ชอบกินอะไร ชอบเล่นอะไร โอ้โห.... ลงดีเทลกันขนาดนั้น ถ้าแอ๊บแบ๊วไม่ทำงาน ไปขับรถเล่น ไม่มีทางตอบคำถามเหล่านี้ได้

ฉะนั้นแล้ว ทักษะในการขายของของท่านเภสัชกร ย่อมไม่ธรรมดา คนที่ไปนั่งฟังบรรยาย คิดถึงตรงนี้กันบ้างหรือเปล่า หรือเบลอ มึน ไปกับผลประโยชน์อู้ฟู่ และเพ้อเจ้อที่จะได้รับ หลังจากทำงานไปเล็กน้อย

อันดับสาม อาชีพเดิมของเขา แสนจะเอื้ออำนวยต่อสินค้า "จำเป็น ผิว" ครับ เพราะสินค้า เป็นสินค้าประเภท ประเทืองผิว ใกล้เคียง กับความรู้ในสายวิชาชีพของเขา และเขาก็มี "ความพอใจ" ในการขายสินค้านี้ ทำให้คนฟังก็เคลิ้มเอาได้ง่าย ๆ ครับ ยังจำได้เลยว่า เขาสาธิตว่า เขาทดลองด้วยตัวเอง เอาเซรั่ม (ขวดละพันกว่าเกือบสองพัน) ทาหน้าของเขาครึ่งหน้า อีกครึ่งหน้าทิ้งไว้เฉย ๆ รุ่งเช้าเมียเขาตกใจครับ เห็นหน้าแบ่งเป็นครึ่งหนึ่ง แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างกับตัวร้ายในแบ็ทแมน ครึ่งหนึ่งเหี่ยว อีกครึ่งหนึ่งตึง พอทดลองได้ผล เขาก็ทิ้งงานปัจจุบันของเขา เข้ามาจับธุรกิจตัวนี้ เต็มตัว คนฟังยังไม่ทันได้ลองตามที่เขาโม้ ก็เชื่อไปแล้วเก้าสิบเปอร์เซนต์ ครับ

อันดับสี่ เขามีความตั้งใจจริง หรือความเพียร ครับ ร้อยละร้อยของผู้ที่บาดเจ็บจากธุรกิจนี้ เป็นเพราะไม่มีความตั้งใจจริง หรือปราศจากความเพียร ครับ ก็คิดดูสิครับ เริ่มมาก็เริ่มด้วยความคิดว่า เงินจะหามาได้ง่าย ๆ ไม่ต้องทำอะไรมาก นอนกระดิกตีนอยู่ที่บ้าน ก็มีเงินไหลเข้าบัญชี มันผิดตั้งแต่ความคิดแรกแล้วครับ และสุดท้ายเขาก็จะออกจากธุรกิจไปด้วยความคิดแรกนั้น ใดใดในโลก เริ่มต้นอย่างไร มักจะลงเอยอย่างนั้นครับ ความรักที่เริ่มด้วยความเมา ก็จบเพราะความเมา เริ่มด้วยการเสแสร้ง ก็เลิกกันด้วยความเสแสร้ง เริ่มด้วยความไม่ถูกต้อง ก็ร้่างลากันด้วยความไม่ถูกต้อง

อันดับห้า เขามีใจจดจ่อ และมีจิตใคร่ครวญในงานที่ทำครับ

สรุปแล้ว เขามีครบครับ ทั้งโชค และอิทธิบาท ๔ (ฉันทะ-ความพอใจในงานที่ทำ, วิริยะ-ความเพียร, จิตตะ-มีใจจดจ่อ, วิมังสา-มีจิตใคร่ครวญในงานที่ทำ) อิทธิบาท ๔ นี้ ท่านว่า เป็นคุณธรรมที่ทำให้ถึงความสำเร็จครับ ถ้ามีในผู้ใด จะทำอะไรก็สำเร็จครับ โชค คือโชคดี ได้เจอธุรกิจตัวนี้ก่อนใคร

ทีนี้ย้อนมาดูตัวเราครับ เรามีอะไรเหมือนอย่างเขาบ้าง ถ้ามีครบทุกอย่างนี้แล้ว ลุยไปเลยครับ ไม่รวยให้มันรู้ไป และถ้าท่านมีคุณสมบัติครบทุกประการข้างต้น จะทำอะไรก็รวยครับ ไม่จำต้องมาทำสินค้า MLM กินน้ำใต้ศอกใคร

เอาละ เดินหน้ากันต่อไป ลึกไปกว่าการทำตลาดแบบไบนารี่แล้ว ยังมีธุรกิจแฝงมาอีก ครับ อันนี้เป็นเทคนิค หลอกแดกตังค์ง่าย ๆ ที่ใช้ได้ผล อย่างแรก คือ ค่าสมัครสมาชิก ครับ โอ้ย... ยังไม่ทันทำอะไรเลย เจอค่าแรกเข้าไปแล้ว ร้อยสองร้อย หรือห้าร้อย  (ถ้าบริษัทตั้งมานาน) โดยเขาจะบอกว่า ถือเป็นการลงทุน หรือจะได้ส่วนลดมหาศาล ต่อไปในภายภาคหน้า สำหรับเราอาจจะเป็นจำนวนเงินไม่มากนัก แต่ลองคูณด้วยจำนวนคนที่หลงโง่ เข้าไปในธุรกิจนี้สิครับ จะเป็นเงินไม่ใช่น้อย

อย่างสองที่เคยพบมา จะเป็นวัตถุธาตุที่ใช้งานร่วมกับอาหารเสริม หรือ ยาอายุวัฒนะ ทั้งหลายแหล่ที่นำมาอวดอ้างสรรพคุณนั่นละครับ บางทีจะเจอหลอกโดยไม่รู้ตัว เพราะราคามันไม่กี่สตางค์ เทียบกับอาหารเสริมราคาโคตรแพงนั้น เช่น แก้วเชค สำหรับเขย่าให้ตัวยา ผสมเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ โอ้... ถ้าเป็นแก้วน้ำพลาสติกมีฝาธรรมดา ราคาไม่เกิน ๑๕ บาท ถูกไหมครับ แต่พอนำมาขายรวมกับอาหารเสริม ราคาเฉียดพัน หรือกว่าพัน แก้วเชคที่แพงระยำตับห่าน แก้วละร้อย หรือร้อยห้าสิบ ก็กลายเป็นของถูก ที่ซื้อไปโดยไม่ต้องคิดได้เชียวละ ทั้งที่มาคิดคำนวณดู มันล่อกำไรไปกี่เปอร์เซนต์ ๑,๐๐๐ เปอร์เซนต์นะครับนั่น

อย่างสามที่เคยพบมา ยอมรับว่า ตอนได้ยินครั้งแรก อุทานได้คำเดียวครับว่า "เชี้ยกินหัวแล้วเมิง" คือ ไอ้ระบบเสือไบนี่ มันลามเข้าไปในวัดครับ แมร่งเอาธุรกิจ ไปผสมกับบุญครับ นี่เราช่วยกันทำนะ ได้บุญได้กุศลด้วย บุญกุศลนี้ จะส่งผลให้เรารวยกันยกแก๊งค์ เฮ้ย... อะไรมันจะบัดซบขนาดนี้วะ

และจากธุรกิจที่ล่อหลอกความโลภ ชนิดที่ไม่ไ้ด้หลอกลวง แต่เมิงคิดทันหรือเปล่า ก็ก้าวสู่ธุรกิจหลอกลวงเต็มสตรีม ทั้งล่อให้โลภ และลวงให้เสียทรัพย์ มันคือธุรกิจเก็งราคาทั้งหลายแหล่ครับ สารพัดจะนำมาเก็ง เก็งราคาทองคำบ้าง ราคาพืชผลการเกษตรบ้าง ราคาสกุลเงินต่าง ๆ บ้าง พวกนี้ลีลาจะแตกต่างจาก MLM ทั่วไป คือ จะคูณผลประโยชน์ให้ดูครับ หากค่าเงินขยับขึ้นหนึ่งจุด ท่านจะได้เงินเท่านั้นเท่านี้ (แต่เขาจะไม่บอกครับว่า ถ้าลงหนึ่งจุด จะสูญเงินเท่านั้นเท่านี้ และถ้าลงไปถึงจุดหนึ่ง บัญชีจะถูกล็อค เอาเงินออกไม่ได้) พวกนี้ เอาเงินเข้าไป ร้อยบาท ก็สูญหมดทั้งร้อยบาทครับ MLM หลงโง่ซื้อไปแล้ว ยังได้สินค้ากลับมาใช้ แต่แนวนี้เกลี้ยงเลย ไม่เหลือสักบาท

และการเก็งกำไรจากค่าเงิน มันมีอยู่จริงนะครับ แต่เงินลงทุนเริ่มต้น เขาคิดเป็นหน่วย ถ้าจำไม่ผิด จะ ๖๒,๕๐๐ หน่วย หรืออย่างไรไม่ทราบ ซึ่งคำนวณเป็นเงินแล้ว ก็ประมาณ ๑ ล้านบาท นั่นละครับ พวกบริษัทผีพวกนี้ จะให้ลงทุนไม่ถึงล้านบาทหรอก เท่าไหร่เขาก็รับ แต่รับแล้วไม่คืนนะ รับไปแล้ว พอจะไปถอน เขาก็จะอ้างโน่น อ้างนี่ ไปเรื่อย รอจนค่าเงินตก เพียงไม่กี่จุดเท่านั้น บัญชีของเราก็จะถูกล็อค ถอนเงินไม่ได้ทันที

ยิ่งไปกว่านั้น บางทีเงินที่เราให้เขาไปลงทุน เขาไม่ได้เอาไปลงทุนหรอกครับ เขาตั้งบริษัท สร้างฉาก เอาคอมพิวเตอร์มาวางไว้เยอะ ๆ สร้างโปรแกรมหลอกลวงขึ้นมาโปรแกรมหนึ่ง พูดง่าย ๆ ก็เหมือนโต๊ะบอล รับแทงบอล นั่นละครับ แต่เป็นโต๊ะบอล ที่ไม่ได้นำเงินส่งเจ้ามือ เอ้า... แทงเข้ามา ๆ อั๊วะกิบรวบ ค่าเงินจะขึ้น หรือลง อั๊วะกินหมด ทั้งต้น ทั้งดอกผล

พอมีเหยื่อมือหนัก ๆ ลงสักล้าน หรือ สิบล้าน เข้ามาสักเจ้า เขาก็ปิดบริษัทเลยครับ หายจ้อย

บริษัทพวกนี้ จะมีเงินเดือน หรือค่าคอมมิสชั่น ให้นายหน้าที่หาลูกค้า หรือ หมูตัวใหม่ ๆ มาให้เจื๋อนได้ สูงมากครับ และเวลาบริษัทปิดตัวหนีไป พวกเซลล์นายหน้าพวกนี้แหละ "ซวยไม่รู้จบ" เพราะมักจะไปพาคนรู้จัก ญาติสนิท มิตรสหาย มาลงทุน ทั้งที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ มาทำงานด้วยบริสุทธิ์ใจ แต่ก็มีไม่น้อย ที่รู้เห็นเป็นใจ

นอกจากนี้ยังมีการเก็งราคาข้าว ราคาน้ำมัน ราคาบ้า ราคาบอ อะไรอีก สารพัดจะหาวิธีการมาหลอกลวง หรือพวกแชร์ข้าว แชร์น้ำมัน แชร์ลูกโซ่ ก็ใช่ ล่าสุดที่ได้ทราบมา มีการลงทุนจากบริษัทต่างชาติของการวางระบบโทรคมนาคมแบบ 4G โอ้พระเจ้าจอร์จ 3G ยังไม่สามารถให้บริการได้เลย แม่ล่อ 4G เลย เข้ามาทำทีว่า เป็นบริษัทรุ่นบุกเบิก จะหาผู้ร่วมทุน เพื่อวางโครงข่าย ทำกันลับ ๆ รู้กันไม่กี่คน ผลตอบแทนนั่น อื้อหือ อย่าให้เซด และเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก จึงไม่ค่อยมีคนทราบ แถมเขายังมีเว็บไซต์ให้ตรวจสอบอีกแน่ะ แต่เว็บเป็นเว็บภาษาอังกฤษนะครับ เวลาเขาหลอก เขาไปหลอกคนตามต่างจังหวัดครับ ใครจะไปอ่านออกละครับ

โดยสรุปแล้ว หากเราไม่โลภเสียตัวเดียว พอเพียง และเพียงพอ กับชีวิต กับอาชีพ กับธุรกิจของเรา เขาจะสรรค์สร้างวิธีลวงให้พิสดารพันลึกแค่ไหน เราก็ไม่ไปติดกับดัก ความโลภในหัวใจ ของยัยแมงโม้ ครับ หากคิดเข้าร่วมกับธุรกิจนี้จริง ๆ ต้องมีความมุ่งมั่นอย่างยิ่ง ครับ อย่าคิดฝันหวานว่า ฉันเริ่มทำธุรกิจนี้ เพราะงานสบาย รายได้ดี มันก็ไม่ต่างจากงานทั่วไปหรอกครับ ต้องมีช่วงของการทำงานอย่างหนัก แต่อาจจะเกษียณ เร็วกว่าอาชีพอื่นนิดหนึ่ง ต้องรู้จักตัวเองให้ดี มองโลกตามความเป็นจริงว่า เรามีวิญญาณนักขายหรือเปล่า อย่าเพิ่งไปดูว่า ผลตอบแทนเท่าไหร่ บริษัทพวกนี้ ผลตอบแทนสูง ๆ ทั้งนั้นละครับ ดูแล้วมันตาโต ต้องดูว่า เราขายมันได้ไหม มากกว่า เห็นสินค้าแล้ว มีลูกค้าผุดขึ้นในสมองกี่ราย ถ้าน้อยกว่า ๑๐ ราย ม้วนเสื่อกลับบ้านไปอยู่เฉย ๆ ดีกว่า ครับ เดี๋ยวจะเสียเงินฟรี ที่สำคัญ ต้องอย่าให้ความโลภมาบังตาเราครับ

ความโลภ บรรเทาได้ด้วยการให้ทาน ครับ มาให้ทานกันกับ เทศกาลคริสตมาส มาแว้ว - แจกรูปโป๊ กันดีกว่าครับ (อ้าว... โฆษณาเฉยเลย)

เอวังก็ย่อมมีด้วยประการฉะนี้ ฯ

edit @ 25 Oct 2008 15:55:48 by Dhammasarokikku

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมเป็นคนหนึ่งที่เชื่อเรื่องของกฎแห่งกรรมครับ
ทุกวันนี้ การกระทำของแต่ละคน มันจะส่งผลกลับมาหาตัวคนนั้น
แทบจะเรียกว่าเร็วมาก
จะหนักจะเบา สิ่งที่เราได้รับมันก็คือผลกรรมทั้งนั้น
ทุกวันนี้แม้ผมจะทำดีไม่ได้ทุกเวลา แต่ก็พยายามทำดีให้มากที่สุด
โดยสุจริตใจครับ

#1 By นิเกะ on 2008-10-24 11:56

เหอๆๆ ทุกสังคมมันก็มีคนดีและไม่ดีและครับ
ธุรกิจที่เอาเปรียบชาวบ้าน ก็ไม่มีทางอยู่ได้เกิน 10 ปีหรอก
ผมคิดว่าบางคนที่หลงเข้าไป คิดว่าจะได้เงินแบบง่ายๆ หรือโลภครับ ทำให้ไม่ทันได้สนใจมองว่าเหมาะกับธุรกิจแบบนี้หรือไม่

Hot!

#3 By SkyKiD on 2008-10-24 12:19

Hot! แจ่มเลย :D ต้องให้ดราก้อนบอลซักลูก

#4 By Detonator on 2008-10-24 12:58

ฟังแล้วดูน่ากลัวเหลือเกิน
ผมเองก็เคยโดนเพื่อนชวนให้ทำแบบไบนารี่ครับ
แต่...เสียใจ ไม่มีทางหรอก...!!!
แต่เขาโฆษณาดีมากๆเลยนะ ฟังดูน่าเคลิบเคลิ้ม
แต่...พอผมถามว่า เงินน่ะ เอาไปลงทุนอะไร สร้างอะไรขึ้นมา ถึงกลายเป็นเม็ดเงินงอกออกมา...??

เขาตอบไม่ได้

แค่นั้นแหละ ทางใครทางมัน...

สรุปว่า ความโลภ ทำให้เกิด ความโง่
ถ้าไม่โลภ ก็จะไม่โง่ง่ายๆHot!

#5 By ซับบาธ... on 2008-10-24 13:00

Hot! สาธุค่ะ

ปล.ไม่ได้ว่าเค้ากระแหนะกระแหนค่ะ sad smile รู้อยู่เต็มอกพออัพเรื่องปุ๊บ ลิงค์ที่ติดทั้งหมดจะแปรผันตามเนื้อหาที่เขียนค่ะ

#6 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-10-24 13:19

อยู่อย่างธรรมชาติ พอเพียง และ ปลอดภัยกว่าเย้อ..open-mounthed smile

#7 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-10-24 13:26

ิฮิฮิ เคยโดนไปเหมือนกันค่ะ โดนหลอกให้ถ่อไปล๊อบบี้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง วิธีปฏิเสธของเจาก็คือว่า

ขอโทษค่ะ ไม่ศรัทธาวิธีทำธุรกิจแบบนี้จริงๆ
ขอโทษค่ะ ไม่ศรัทธาวิธีทำธุรกิจแบบนี้
จริงๆ
ขอโทษค่ะ ไม่ศรัทธาวิธีทำธุรกิจแบบนี้จริงๆ
ขอโทษค่ะ ไม่ศรัทธาวิธีทำธุรกิจแบบนี้จริงๆ
ขอโทษค่ะ ไม่ศรัทธาวิธีทำธุรกิจแบบนี้จริงๆ
ขอโทษค่ะ ไม่ศรัทธาวิธีทำธุรกิจแบบนี้จริงๆ

จนเค้าเลิกไปเอง และไม่เคยมีมาย่างกรายอีกเลย

Hot! Hot! Hot!

#8 By Rinna ♥ on 2008-10-24 14:36

หากินจากความโลภ....
ใช้เงินจากอนาคต....
คือ วิถีชีวิตคนทันสมัย....



กัมมุนา วัตฎี โลโก (กุ๊ก กุ๊ก)
question
เอาเรื่อง แชร์มาแจมครับ เคยเขียนไว้พักนึงแล้ว


http://house.exteen.com/20080326/hyip-internet

#10 By house on 2008-10-24 15:29

กว่าจะอ่านจบconfused smile

#11 By deerfreedom on 2008-10-24 15:34

ที่บ้านแอ๋วก็หลงไปพักหนึ่งค่ะ แล้วก็หลุดออกมา ดีที่ไม่เคยสนใจจะทำ เพราะรู้สึกว่า มันง่ายเกินไปที่จะได้เงิน สู้ทำงานหนักแล้วได้เงินดีกว่านะคะ

#12 By มายเดียร์ on 2008-10-24 16:03

เอาไปเลยท่าน โดนใจมาก Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#13 By Johny - Co on 2008-10-24 19:37

เคยทราบเรื่องแบบนี้เหมือนกันค่ะ
ไม่ชอบเลย...

sad smile

#14 By MomMom on 2008-10-24 20:34

ถ้าจะเห็นต่างจากท่านก็ไม่ผิดอะไรใช่ไหมคะ

ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับมุมมองของของแต่ละคน
และการกระทำมันก็เกิดขึ้นจากความคิดของแต่ละคน

คนคิดโลภก็ไปไหนไม่ได้ไกลหรอก
แต่คนคิดดีก็มีเหมือนกัน

ธุรกิจ MLM จริงๆ ก็เหมือนธุรกิจทั่วๆไป
ที่มีทั้งคนดีทำและคนไม่ดีทำนะคะ
และมีทั้งคนขี้ตื๊อกับคนที่เข้าใจคนอื่นทำนะคะ

#15 By Mika on 2008-10-24 21:48

ตอบความเห็นที่ ๑๕

แสดงได้เลยจ๊ะ เรื่องประสบการณ์นี่ เป็นเรื่องสาธารณะ ที่ข้าพเจ้านำมาแบ่งปัน จากประสบการณ์จริงในชีวิต จะมีความเห็นต่าง เป็นเรื่องไม่แปลก ครับ

ข้าพเจ้าก็ว่า มันเป็นธุรกิจที่ดีตัวหนึ่งเลยหล่ะ (ถ้าทำได้เหมือนโฆษณานะ) มันก็เหมือนกับการขายประกันนั่นแหละ แต่ที่ข้าพเจ้าไม่ชอบใจ คือ ตอนเขาวางหมากให้คนไปติดกับความโลภ ของตัวเอง นั่นแหละ

คิดถึงคนที่ต้องร่วมชะตา กับคุณแม่แล้ว เลยชอบไม่ลงอะ

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#16 By Dhammasarokikku on 2008-10-24 22:16

ขอบคุณครับสำหรับบทความดีๆ

#17 By ฟังเพลง (202.176.98.15) on 2008-10-24 22:47

ลาขาดค่ะ mlm เปลี่ยนเพื่อนนู๋ไปเป็นคนละคน...ขายความโลภ หากินกะความฝันแท้ๆsad smile

#18 By (^_^)/nana on 2008-10-25 01:03

เคยโดนหลอกไปฟังพวกนี้เหมือนกันค่ะ พอมาคิดดูว่าเขาจะได้กำไรจากเราไปเท่าไหร่ เท่านั้นแหละ เลิกคิดเลย เขาได้ไปเยอะมากๆๆๆๆ จากค่าสมัคร cry

เรื่องกรรมตามทันนี่ เคยได้ยินเพื่อนเล่ามาว่า เพื่อนของเขาโกงค่ารถมอเตอร์ไซด์ไม่กี่บาท (มอเตอร์ไซด์ไม่เคยไปส่งแถวนั้น เลยไม่รู้ว่าราคาเท่าไหร่) พอผลคะแนนสอบเอ็นทรานซ์ออกมา ปรากฏว่า คะแนนที่หายไปจากคณะที่หวังไว้ มันหายไปเท่ากับค่ารถที่โกงเขาเด๊ะๆ เลย wink

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ กฎแห่งกรรมนี่
ผมมองเจ้าของธุรกิจMLMเป็นเหมือนเจ้าลัทธินะ

ขนาดคนจบหมอ จบด็อกเตอร์ ยังชักจูงมาทำงานเลย

ประหนึ่งเหมือนเล่าปีที่ไม่ได้เก่งกาจ แต่สามารถควบคุมคนเก่งๆรอบตัวได้

ป.ล. MLMกับรับติดตั้งโฆษณาหน้าบล็อกมันไม่เหมือนกันนะ อย่าสับสน
โมทนาสาธุด้วยครับ เรื่องพรรค์อย่างนี้เล่นกับความโลภคน ถ้าตั้งมั่นในความไม่โลภมากเสียอย่างก็ทำอะไรไม่ได้

แต่ที่เห็นมา ผลกรรมตามสนองมันน่ากลัวจริงๆ
ธุรกิจของคนที่กำลังจะเสียญาติมิตร เพราะจะซื้อของแค่ชิ้นแรก เพราะความเกรงใจ และจะจากไปตลอดกาล...Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#22 By jeab_jay on 2008-10-25 12:43

จริงๆแล้วต้องบอกว่าไม่ใช่ตัวธุรกิจไม่ดีนะครับ แต่เป็นผู้ทำธุรกิจต่างหากที่ทำให้ธุรกิจดูไม่ดี ในต่างชาติธุรกิจนี้ได้รับการตอบรับดีกว่าเมืองไทยนะครับ เพราะว่าที่เมืองไทยของเรามีหลายคนที่ดำเนินธุรกิจแบบผิดๆ หลอกเพื่อนมาบ้าง โน้มนาวจูงใจ สรรหาวิธีต่างๆนาๆ เรียกได้ว่าแทบจะมัดมือชกให้สมัคร แถมยังมีการยัดเยียดสินค้าให้อีกครับ ดังนั้นจึงทำให้คนไทยหลายคนมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อธุรกิจนี้

#23 By iteen on 2008-10-25 21:19

^
เห็นด้วยครับ

#24 By Dhammasarokikku on 2008-10-25 21:22

พี่ชายหนูเข้าร่วมวงจรนี้ไปแล้วง่ะsad smile

#25 By saya chan on 2008-10-25 23:44

Hot!

จริงๆ ที่ของราคามันแพงอย่างยาสีฟัน มันราคาเท่ากับเมืองนอกครับ ไม่ได้ว่าคุณภาพดีหรอก สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าขายของราคาเมืองนอกให้คนไทย โดยโอ้อวดว่า ทำหนังสือพิมพ์สะอาดได้ 555

และที่สำคัญกว่านั้นคือ คนเมืองนอกไม่มีใครเขาใช้กันนี่ซิ แปลกดีแท้ แต่ขายเมืองไทยขายได้ขายดี sad smile

#26 By manop on 2008-10-26 09:48

ผมพึ่งจะลองเ้ข้ามาทำ mlm เลยงะ -_-'

#27 By mwp (118.174.5.151) on 2009-04-26 12:00

ตอบความเห็นที่ ๒๗

ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีไปเสียทั้งหมด เพียงแต่ต้องรู้จักตัวเองให้มาก

ทำ SWOT Analysis สำหรับตัวเองไปเลยเป็นไง

Strengths/Weaknesses หรือ จุดแข็ง/จุดอ่อน เป็นปัจจัยภายใน เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ ต้องพิเคราะห์ให้ถ่องแท้ เรามีอะไรเหนือชาวบ้าน หรือด้อยกว่าชาวบ้่าน เอาจุดเด่นของเราออกมาใช้ แก้ไขจุดด้อยของเรา

Opportunities/Threats หรือ โอกาส/ภัยคุกคาม เป็นปัจจัยภายนอก เป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ พึงพิจารณาให้รอบคอบ โอกาสมักไม่ค่อยเป็นปัญหา เพราะเขาวิเคราะห์มาให้เราเสร็จหมดแล้ว ส่วนที่คนคิดไม่ค่อยถึง คือ ภัยคุกคาม หรือ ข้อเสียของมัน ธุรกิจมีคู่แข่งไหม ลูกค้าเป็นอย่างไร คิดให้รอบคอบ คิดวางแผนสำรองไว้ล่วงหน้า

วิเคราะห์ให้ดีก่อนทำ จักได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ ครับ

เจริญยิ่งในสติปัฏฐาน ฯ

#28 By Dhammasarokikku on 2009-04-26 18:57

ผมก็ได้เข้าไปลองดูเหมือนกัน สมัครแล้ว ไปสัมนา ไปฟังที่ต่างจังหวัดด้วยเค้าบอกว่าไปแล้วจะได้เข้าใจมากขึ้น แต่ไปแล้ว มันก็ยังอึดอัดครับ แต่ผมยังไม่เคลีย์กับตัวเองว่าที่รู้สึกเป็นเพราะอะไร ขี้เกี้ยจหรือไม่กล้าเปลี่ยนแปลงไปสู่ชิวิตที่ดีกว่าอย่างที่เค้าว่า ไปหาคำตอบในลานธรรมคับ เค้าส่งลิงค์มาให้อ่านที่นี่ รู้สึกเข้าใจขึ้น ขอบคุณนะครับ

#29 By add (125.24.97.154) on 2009-10-01 16:34

Favourites