อ๊าาาาาาาาา....... ขณะกำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบ อย่างขะมักเขม้น ก็มีอันต้องมาแวะเปิดเอ็กซ์ทีนแป๊บหนึ่ง เห็นแว่บ ๆ ว่า คุณรินนา กลับมาอัพบล็อกอีกครั้ง หลังจากไปพยาบาล น้องแมวมี่สุดที่รักอยู่เสียนาน อ่านจบ ก็ว่าจะเจิมสักหน่อย ครับ แต่พิมพ์ไปพิมพ์มา ยาวอีกแล้วครับ ต่อจากนี้ คือเม้นท์ที่ตั้งใจจะเจิมไว้ที่ 060: ร้านหมอแมวแถวบ้านฉัน แต่เขียนไปเขียนมา...... จะสอบผ่านไม๊เนี่ยะตู

 

แหม... เข้าทางพอดีเลย


ว่าจะเขียนเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน เนื้อหาไม่พอขึ้นเป็นเอ็นถี่ใหม่ หลายเดือนก่อนมีคนนำหมา มาปล่อยที่วัดตัวหนึ่งครับ (ปกติมันก็มาของมันเรื่อย ๆ อะนะ) แต่เจ้านี่ หน้าตาเหมือนหมาประเทศนอก ครับ

ข้าพเจ้าเอง โดยธรรมชาติ เป็นคนไม่รักสัตว์เอาเสียเลยครับ รวมถึงเด็ก ๆ ด้วย (โอ๊ะ... แล้วเอาข้าวไปเลี้ยงหมา หรือ ไปเลี้ยงเด็กชาวเขา ได้ไงฟระเนี่ยะ) ก็ด้วยความโรบ็อต ของตัวเองนี่แล ถึงต้องพยายามทำตัวเป็นนางงาม หรือนางเอก รักสัตว์ค่ะ รักสัตว์ รักเด็กด้วยค่ะ (แต่ความจริง มันไม่ใคร่ดีขึ้นกว่าเดิมสักเท่าไหร่ จากการที่ไปนำลูกหมาแสนน่ารัก มาเลี้ยงสองตัวที่ห้อง แล้วก็ไม่รู้สึกรักมันเลย ผูกพันแค่เล็ก ๆ พอเอาไปส่งคืนแม่มัน หลังจากนั้น ๒ วัน ก็ลืมหมด เหมือนไม่เคยได้เลี้ยงหมามาก่อนในชีวิต)

สมัยบวชใหม่ ๆ นี่ อะไรที่ฝืนใจ ไม่เคยทำเลย สมัยเป็นฆราวาส ก็พยายามทำครับ ส้วม ไม่เคยล้าง ก็พยายามล้าง ผ้าไม่เคยซัก ก็พยายามซัก รถเมล์ไม่ค่อยได้นั่ง ก็นั่งมันทุกช่อต เรียกว่า สวนทางกับสมัยเป็นฆราวาส แทบจะตรงกันข้าม ไปทุกอย่างเลย เพราะคิดว่า สิ่งที่เราไม่เคยทำ ไม่ชอบทำนั่นแหละ คือ บารมีที่เรายังขาด

จะไปพระนิพพานได้ บารมีต้องเต็มใช่ไหมล่ะ

บารมีนั้นมี ๓๐ ทัศ เชียวนะจะบอกให้ ความจริงมันมีแค่ ๑๐ เท่านั้นแหละ แต่แบ่งเป็น ๓ เลเวล บารมีต้น-บารมีขั้นหน่อมแน้ม อุปบารมี-บารมีขั้นกลาง และปรมัตถบารมี-บารมีขั้นเทพ

บารมี ๑๐ อย่างนั่น ก็ได้แก่ ทานบารมี ๑, สีลบารมี ๑, เนกขัมมะบารมี ๑, ปัญญาบารมี ๑, วิริยะบารมี ๑, ขันติบารมี ๑, สัจจะบารมี ๑, อธิษฐานบารมี ๑, เมตตาบารมี ๑, อุเบกขาบารมี ๑ ใครไม่รู้จัก นิมนต์ไปอ่าน Episode V ลิงค์อยู่ด้านบน

แล้วกรรมฐาน ๔๐ กอง อะไรที่ทำได้ง่าย ๆ ก็ลุยทำให้หมด ไม่เคยคิดว่า จะกอดไว้แค่กองเดียว ไปจนจบกิจ ยกเว้นพวกกสิณ บ๊อท่าจริง ๆ ทีนี้มันมีกรรมฐานกองหนึ่ง มาข้องกับหมาวัด นั่นคือ พรหมวิหาร ๔ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา นั่นละ ก็เป็นเหตุแห่งการประพฤติตน อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รักสัตว์ค่ะ รักสัตว์ รักเด็กค่ะ รักเด็ก

เชื่อมั่นในสิ่งที่ครูบาอาจารย์สอนสั่ง ทาน ท่านว่า ทำไปเรื่อย ๆ ความโลภมันจะลดเอง ลองทำแล้ว ก็พบว่า "จริง" ประสบความสำเร็จหยั่งเร็งนิ

พรหมวิหารก็เหมือนกัน วันนี้ยังไม่มี ทำ ๆ ๆ ๆ มันเข้าไป เจริญ ๆ ๆ ๆ มันเข้าไป วันหนึ่ง มันก็มีขึ้นมาเอง

จึงเป็นที่มาของการเลี้ยงข้าวหมาวัด และเลี้ยงเด็กชาวเขา

หวังว่า สักวัน ข้าพเจ้าคงมีความรักสัตว์ หรือ รักเด็ก ขึ้นมาบ้าง

เอ๊ะ... จะเขียนเรื่องอะไรเนี่ยะ... ลืม...

อ้อ... หมานอก คนเขาเอามาทิ้งที่วัด มันน่าสงสารอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ มันเหมือนหมาวิกลจริต อย่างไรไม่ทราบ เอาอาหารไปให้มันกิน มันก็ไม่กิน เอาแต่เห่า หนวกหู น่ารำคาญ มันคงกำลังช็อค ที่เจ้านายมันเลี้ยงมันมาตั้งนาน ดันเอามันมาปล่อย

สักพัก พอคลายความโศก จากการถูกทิ้งแล้ว ก็ต้องเจอกับปัญหา เพื่อนร่วมชะตา หมาวัดด้วยกัน ถ้าเป็นหมาวัดโดยกำเนิด มันจะรู้ทางหนีทีไล่ดีครับ ต้องใจกล้า ต้องหน้าด้าน ต้องกร้านโลก ต้องกรรโชกเก่ง และที่สำคัญ ต้องเจ๋ง และไว ครับ

เห็นหมาวัด ผอม ๆ ขี้โรค ๆ แต่แมร่งใจสู้ ชิกหายเลยนะครับ โดยเฉพาะ ถ้าเป็นเรื่องของกิน ข้าวของข้า ใครอย่าแตะ ฉีเคอะ กำกับ ๆ (อุ๊ย...มุกโบราณเหมือนคนเขียน สมควรอนุรักษ์ไว้)

 

 

 

พวกสมาชิกใหม่เข้าไป ไม่รู้ธรรมเนียม หรือใจไม่สู้ ก็อดซีครับ โชค ๒ ชั้นละ ไหนจะช้ำใจ จากการถูกเจ้านายทิ้ง ยังต้องมาทนหิวข้าว เพราะเกรงใจ เพื่อนร่วมไฟลั่มเดียวกัน

โชคชั้นที่ ๓ ก็ตามมาชนิดหายใจรดต้นคอทีเดียว นั่นคือ อาหารไม่ถูกปาก ครับ แบ่งเป็นสองกรณีครับ กรณีแรก ไม่ถูกปาก เพราะไม่มีอะไรให้ถูก ครับ เพื่อน ๆ ฟาดกันเรียบ จานข้าวงี้ สะอาดเจี๊ยบ เหมือนล้างด้วยซัลไลต์ สูตรมะนาว

กรณีสอง อาหารไม่ถูกปาก เพราะมันเหลือแต่ข้าวเปล่า ๆ ครับ พวกหมู ไก่ เนื้อ หรือกระทั่งกระดูก ที่ปกติก็ไม่ค่อยมีอยู่แล้ว โดนพวกเก๋าเกม ฟาดไปเรียบแล้วครับ ไม่เหลือหลอ

 


ตัวเล็ก ๆ อย่างนี้ จะแย่งกับเขา ทันเร้อ

 

ท่านทั้งหลายครับ แม้ท่านจะทารุณกรรมสัตว์เลี้ยงของท่าน หรือเลี้ยงมันแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ อย่างน้อย สัตว์เลี้ยงมันก็ยังอุ่นใจครับว่า มันมีเจ้านาย แต่อารมณ์หมาที่ถูกเอามาทิ้งวัดนี่ มัน "เสียหมา" มากเลยนะครับ ลองเอาใจเขา มาใส่ใจเราบ้างสิครับ

ดูอาการมันก็รู้ครับ ว่ามันเสียเซ้วแค่ไหน กลายเป็นหมาขาดความมั่นใจในตัวเอง ตามันเหมือนกับจะร้องเพลงได้ว่า "ใคร ๆ ก็ไม่รักผม ขนาดพัดลม ยังส่ายหน้าเลย"

 

 

 มีอะไรก็ต้องกิน

 

โชคชั้นที่ ๔ นานไป ขนมันก็เริ่มร่วงครับ อาจเป็นเพราะ ข้าวเปล่า มีสารอาหารไม่เพียงพอ แต่ก็ต้องจำใจกิน ทั้งน้ำตา ด้วยความหิวแสบไส้

โชคชั้นที่ ๕ พอขนร่วงหนักเข้า ขี้เรื้อนก็ถามหาครับ ช่วงนี้ เห็บ หมัด พยาธิ จะราวี ให้เกาคะเยอได้ทั้งวัน

 

 
ไอ้หน้าโหดนี่ ตัวเมียนะครับ
 
เจ๊ตัวนี้นี่แหละ ที่ซดน้ำเต้าหู้ที ครึ่งถังสังฆทาน

 

โชคชั้นที่ ๖ ก็เรื่องโรคภัยไข้เจ็บครับ หมาวัดส่วนใหญ่ หากป่วย ก็ไม่มีใครพาไปหาหมอครับ เพราะกลิ่นตัวพวกมัน สุดจะบรรยายครับ สามารถโชยกลิ่นออกไปได้ ในระยะหวังผลถึง ๔ เมตร และใครจะกล้าไปจับมัน เกิดมันนึกว่า จะไปทำร้ายมัน แง่ม ตอบแทนความหวังดีของเรา จะได้ฉีดยากันบาดทะยัก และพิษสุนัขบ้า รวมแล้ว ๑๐ เข็ม เป็นรางวัล ความเป็นคนดี

โชคชั้นที่ ๗ ความเป็นอยู่ ก็ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ครับ เพราะพวกมันอ่อนซ้อม การปะทะฝีเขี้ยว กับเพื่อนร่วมรุ่น ต้องไปนอนหลบมุม อยู่ใต้ถุน มืด ๆ เหมือนแมลงสาบ โดนแดดแล้วดิ้นเร่า ๆ มันกลายพันธุ์ จากหมาบ้านที่น่ารัก กลายเป็นหมาแบ็ทแมนไปแล้วครับ ขาดความมั่นใจ (สงสัยไม่ได้ใช้เรโซน่า) ไม่กล้าสู้หน้าผู้คน และผองเพื่อนสี่ตีนทั้งหลาย

 

สมาชิกตัวน้อย ที่รอดตาย ด้วยยาเพียงเข็มเดียว

คอกนั้น ๑๒ ตัว มีโอกาสได้ฉีดยา ๒ ตัว

เพราะข้าพเจ้าแอบเอามันไปอาบน้ำ

 

โชคชั้นที่ ๘ ถ้ามันเป็นหมาอัธยาศัยไม่ดี ไม่เฟรนลี่ ไม่สามารถทำตัวแอ๊บเนียน ให้สนิทคุ้นเคยกับเพื่อนฝูงใหม่ ๆ ได้ มันก็จะมีความเหงาเป็นเพื่อน แถมให้อีกครับ

และเมื่อวันนั้นของปีมาถึง หากมันเป็นตัวเมีย ก็จะถูกข่มขืนซ้ำอีกครับ แอบสังเกตุเห็นว่า ตัวเมียบางตัว ก็ไม่ได้ยินดีให้ถูกผสมพันธุ์เสมอไปนะครับ เห่าสู้เป็นวรรคเป็นเวรทีเดียว แต่สุดท้าย ก็พ่ายกำลังหนุ่มหื่นนักรัก อารามด็อกกี้ ผู้คงแก่กาม ไม่รู้กี่ตัว ต่อกี่ตัว เป็นโชคชั้นที่ ๙

 

 ตัวนี้รอดตายหวุดหวิด ตาฝ้าไปข้างหนึ่งแล้ว

เอายาถ่ายพยาธิให้กิน เลยรอดมาได้

 

และโชคชั้นสุดท้าย มันก็จะได้เป็นแม่หมา โดยไม่เต็มใจ หาพ่อก็ไม่ได้ ต้องเลี้ยงลูกอย่างอด ๆ อยาก ๆ ข้าพเจ้าเคยแอบไปแฮ๊พ แม่มันมาเล่นที่ห้อง ๒ ตัว ทราบเลยครับว่า ถ้ามันอยู่กับแม่มัน ไม่มีทางได้กินนมอิ่ม ๒ ตัว ล่อนมยูเอชที ๓๐๐ ซีซี หมดกล่อง แถมหิวใหม่ทุก ๔ ชั่วโมง ทุกตัวต้องไปดูดนมจากแม่ ซึ่งผอมแห้งแรงน้อย บางทีคอกหนึ่งก็เป็นสิบตัว และพอเอาลูกหมา ไปคืนแม่มันแล้ว เอานมไปให้มันกินเสริมกับนมแม่ มันก็กินไม่ทันแม่มันครับ แม่มันโซ้ยเรียบเลย อะ... ไม่เป็นไร เอ็งก็ไปสร้างนมให้ลูกเอ็งต่ออีกที ก็แล้วกัน แล้วเป็นแม่หมาเดี่ยว ซิงเกิ้ลมัม นี่ มันสุดแสนจะโหดร้ายนะครับ เพราะลูกหมามันไม่มีภูมิคุ้มกัน เห็บหมัดก็เยอะ โรคภัยก็แยะ พยาธิก็ตูม ต้องนอนอยู่ใต้ท้องรถ ในคืนที่พายุฝนเข้า ลูกหมาจะทะยอยตาย ทีละตัวสองตัว โดยแม่มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ ได้แต่มองอย่างเศร้าใจ เกิดเป็นหมา โดนเขาเอามาทิ้งวัด ก็แย่แล้วครับ ยังต้องมาเป็นแม่หมาวัดอีก มันโคตรระทมทุกข์เลยครับ

โชคชั้นที่ ๑๐ นี้ มันก็เป็นการเริ่มวงจรชีวิต "หมาวัด" ขึ้นมาอีกคอกหนึ่ง ซึ่งถ้ารอดมาได้ ก็ต้องอยู่ให้ได้ อยู่ให้ชาชิน กับโชคทั้ง ๑๐ ชั้น เช่นเดียวกับมารดาบังเกิดเกล้า ท่านเริ่มเห็นโทษ ของการเอาหมา มาปล่อยวัดบ้างหรือยังครับว่า มันจะเกิดกงเกวียน กำเกวียน เวียนเกิด เวียนตาย ในวัดหมะสงสาร ไม่สิ้นสุด

 

 

 
พระเอกทั้งสอง

 

อีกตัว เพิ่งถูกนำมาปล่อยเมื่อไม่กี่วันนี้ ท่านเอ้ย... ไปอยู่กลางดง หมาหิว ที่คณะแปด สถานที่ที่ข้าพเจ้าเคยไปพบว่า เขาเลี้ยงหมา ด้วยข้าวเปล่านั่นแหละ มันคงโดนกัดสักแง่ม สองแง่ม แล้วเลยกลัวลนลาน มุดลงไปอยู่ในท่อระบายน้ำ ใต้กระบุงขยะ เอาข้าวไปให้มันกิน มันก็ไม่กล้ากิน ได้แต่เห่าขู่อย่างจนท่อระบายน้ำ(ตรอก) "เฮ้ย... เมิงอย่าเข้ามานะ อั๊วะกลัวแล้ว"<---เจือกฟังภาษาหมาออกอีกแน่ะ

นี่ละครับ ท่านทั้งหลาย ที่ชื่นชอบการเลี้ยงสัตว์ ตอนมันตัวเล็ก ๆ เป็นเด็ก ๆ แสนจะน่ารัก แต่พอมันโตแล้ว ไม่น่ารักแล้ว ก็อยากเอามันมาปล่อยวัด หรือภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น เลยลดต้นทุนชีวิตกันดื้อ ๆ เอาสิ่งไม่จำเป็นออกจากชีวิต ด้วยการเอาสัตว์เลี้ยงที่ตนเคยรัก มาปล่อยวัด รวมถึงที่เกิดอุบัติเหตุพิการ และพวกพิการแต่กำเนิดด้วย พวกมันต้องเผชิญกับโชคทั้ง ๑๐ ชั้น ตามลำพัง จะคนหรือหมา ต่างก็มีจิต มีวิญญาณไม่ต่างกันครับ อย่าคิดว่า มันเป็นสัตว์ ไม่มีความรู้สึกนึกคิด ในพระพุทธศาสนา สัตว์เดรัจฉาน ก็คือ คนดี ๆ นี่แหละ ไปทำความชั่วเข้า ก็ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน และก็มีความรู้สึกนึกคิด เหมือนคนนี่แหละ แต่พูดไม่ได้ ข้าพเจ้าเห็นแล้ว ก็อดสงสารไม่ได้ ครั้นจะไปซื้ออาหารดี ๆ มาเลี้ยงมัน อย่างที่มันเคยกิน ก็จนใจ มีอาหารสำเร็จรูป ที่คุณรินนาถวายไว้นิดหน่อย เลี้ยงพวกมันได้ไม่กี่วันก็หมดแล้วครับ

ยิ่งช่วงหลัง ๆ บิณฑบาตได้น้อยลง เพราะภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง และภาระที่มีมากขึ้น (ต้องบิณฑ์มาเผื่อเพื่อนสหธรรมมิกด้วย) บางทีก็ต้องปล่อยวาง ครับ เฮ้ย... อั๊วะทำได้ดีที่สุด แค่นี้ละวะ

 

 

เรื้อนสยอง หาขนไม่เจออย่างนี้ ใครจะกล้าจับละครับ

 

เลิกนำสัตว์เลี้ยงมาปล่อยวัด อย่างไร้ความรับผิดชอบ และไม่คิดถึงหัวอกคนอื่นกันเถอะครับ ลองคิดว่า เมื่อชาติก่อน ๆ มันเคยเกิดเป็นลูกของท่าน แล้วพลัดพรากจากกันไปนาน ด้วยผลของอกุศลกรรม เมื่อกลับมาพบท่าน มันก็แสนจะรัก และคิดถึงท่าน ท่านจะยังทิ้งเขาลงคออีกหรือครับ แม้ท่านไม่ได้รักเขา แต่ก็อย่านำเขาไปทิ้งเลยครับ หมามันก็มีหัวใจนะครับ

เม้นท์ยาวเหยียด ก็เอวังด้วยประการฉะนี้ ฯ

edit @ 30 Oct 2008 15:22:41 by Dhammasarokikku

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พวกนี่มันไม่รักสัตว์จริงๆอ่ะ sad smile เพราะเลี้ยงแค่รูปลักษณ์ภายนอก ไม่ได้มาจากใจจริงๆ
หมาเรื่อนจับได้คะ มันไม่ต่อคน หมาบ้านหนูก็เป็น (กำลังใหญ่ยาและกำลังจะหายดี) จับตั้ง 10 กว่ารอบมือยังไม่เน่าเลย

#1 By Cotton on 2008-10-27 06:25

*-*
อาหารหมดแล้วสินะคะ *-*
ได้เวลาซูตามินพร้อมลอตใหม่ในไม่ช้านี้ละค่ะ

#2 By Rinna ♥ on 2008-10-27 06:30

Hot! ให้ดาวไว้เตือนใจคนอื่นบ่อยๆ

#3 By Rinna ♥ on 2008-10-27 06:31

ปล.อีกที อย่ามัวแต่อ่านบล๊อกนะคะหลวงพี่ สอบๆๆๆ ตั้งใจอ่านหนังสือค่ะ สาธุ อิอิ สอบผ่านแล้วเจาและชาว exteen จะได้มีที่ปรึกษาทางธรรมที่แอดวานซ์ขึ้นอีกขั้น อ่านหนังสือเพื่อปวงชนนะคะ สู้ๆ

#4 By Rinna ♥ on 2008-10-27 06:37

ยอดมากครับ โดนHot!

#5 By อังคาร 22 on 2008-10-27 07:45

ของดีๆ ไม่เห็นมีใครเอาเข้าวัด...

เห็นบ่อยก็มีพระแตก พระหัก หมา แมว...แล้วก็..ทุกข์...

สังเกตไหมว่า ตอนนี้ โรงพยาบาลหรือคลีนิครักษาคนหายากยิ่ง...มองไปทางไหนก็เห็นแต่โรงพยาบาลสัตว์...เปิดกันเป็นดอกเห็ด...

ก็คนไทยรักสัตว์นี่...
question
ผมว่า น่าจะติดต่อทางปศุสัตว์จังหวัด(ใน กทม. เป็นเทศบาล รึเปล่าหว่า - -? ) ขอให้มาทำหมันหมดๆไปด้วยก็จะดีครับ ไม่งั้นปัญหาไม่หมด มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

#7 By Detonator on 2008-10-27 09:17

อืม เดโทพูดก็น่าจะเข้าท่า...ยอดจะได้ลดลง...

#8 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-10-27 09:44

ตอบความเห็นที่ ๑

ไม่กล้าจับอะ

ตอบความเห็นที่ ๒,๓,๔

ช่ายแร้ว... ต้องรีบไปอ่านหนังสือแล้วซีเนี่ยะ

ตอบความเห็นที่ ๖

ช่าย...จริงด้วย

ตอบความเห็นที่ ๗,๘

เฮือก... ทำหมันสัตว์ก็บาปนะครับ แล้วเป็นพระทำบาปนี่ คูณด้วยแสนเท่า

ถ้าเขาดุ่ม ๆ มาจัดการของเขาเองหน่ะ ไม่เป็นไร แต่ถ้าพระไปเจ้ากี้เจ้าการ เชิญเขามาทำหมันหมานี่ โดนครับ

พระในอุดมคติ ต้องมีเมตตาไม่มีประมาณครับ มันจะเกิดมาสักเท่าไหร่ ก็ต้องยอมให้มันเกิดครับ ไปขวางมันก็บาปอีก

เพราะสัตว์เดรัจฉาน กว่าจะเกิดได้ มันก็ยากเหมือนกัน แม้ไม่ยากเท่าคน ส่วนใหญ่ ก็เป็นจิตที่ผ่านความทรมานในนรก เปรต อสุรกาย มาจนหนำใจแล้ว จึงมาเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน

แม้เกิดมามีรูปร่างหน้าตาน่ารัก ใครเห็นก็นิยมชมชอบ ให้ความรักใคร่ นั่นเขาใกล้จะได้เป็นคน หรือเทวดาแล้วครับ แต่ถ้ายังมาเกิดเป็นหมาวัดไม่มีใครใส่ใจอยู่ ก็แสดงว่า ยังต้องเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานอีกหลายชาติ ยกเว้น เกิดพอใจฟังธรรมขึ้นมา อาจจะหลุดจากสัตว์เดรัจฉาน ขึ้นไปเป็นเทวดาเลยก็ได้

แม้ความลำบากยากเข็ญของหมาวัด จะมากถึงเพียงนี้ แต่ก็ยังดีกว่า อยู่ในภูมิของสัตว์นรก เปรต หรือ อสุรกาย มากครับ

ที่นั่น ทุกข์ไม่เว้นวันราชการ ไม่มีพักสักวินาทีเดียว ร้อนตลอด เจ็บปวดตลอด ฉะนั้นพระที่ท่านบรรลุธรรมแล้ว จะมีเมตตา ไม่ไปทำหมันสัตว์ครับ ส่วนหนึ่งก็ไม่ให้เป็นบาป และอีกส่วนหนึ่ง ก็มีความเมตตาต่อจิตที่ผ่านการทรมานมาอย่างแสนสาหัสแล้ว ครับ

เผอิญข้าพเจ้ายังไม่บรรลุธรรมหน่ะสิ เลยยังอยากทำอย่างที่แนะมาเหมือนกัน

อิ อิ....

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#9 By Dhammasarokikku on 2008-10-27 10:36

กะแล้วเชียว ว่าทำหมันก็บาป T_T
จับแมวที่บ้านทำหมันไปแล้ว 3 ตัวค่ะ
ตอนจะทำก็ตะขิดตะขวงใจ จะบาปมั๊ยนะ T_T

พอดีที่บ้านมีแมว 7 ตัวค่ะ พี่น้องกันเอง 3 เลยทำหมันตัวผู้ ในตัวผู้ 2 ตัวนั้น ตัวพ่่อกับตัวลูกชาย T_T แมวตัวผู้ยังไม่ทำหมันนี่ เป็นอะไรที่หวงบริเวณมาก มันเคยเจอแมวแปลกหน้าผ่านมา วิ่งไปฟัดกับเค้า จนเละโดนเค้ากัดมาเย็บ 3-4 เข็มกลางดึก (ไม่รู้ว่าคู่กรณีบาดเจ็บขนาดไหน เพราะจับมันไปหาหมอไม่ได้) แถมเวลาเลี้ยงรวมกัน ถ้ามีอะไรกันตั้งแต่อายุน้อยไป ตัวแม่มันจะแกร็น ไม่โตอีกเลย สุขภาพไม่ดี แถมถ้ามีอะไรกันด้วยกันเองพี่น้องแล้ว โอกาสลูกมันปากแหว่งเพดานโหว่มีสูง T_T คุณหมอเองก็บอกว่า เพื่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ถ้าไม่คิดจะมีลูกแมว ขอให้ทำหมันตั้งแต่อายุยังน้อย จะดีกับสุขภาพมันมากกว่า

อีกตัวนึงที่ทำหมันไป เป็นแมวเก็บมาจากตลาดค่ะ แม่มันทิ้ง ตอนเด็กๆมันป่วย ช่วยกันสุดฤทธิ์กว่าจะรอด เวลาเจาไปทำงาน เลยเอาไปฝากไว้ห้องคุณเมด อยู่ไปอยู่มาจนโต มันติดที่ ไม่ยอมออกมาจากห้องคุณเมดมาอยู่บ้านเจา ตัวนี้ดุมาก ไม่เอาใครเลย แม้แต่คุณเมด (มันชอบแต่ห้องเค้างะค่ะ) มันไม่ค่อยได้ออกจากห้องไปไหน เพราะไม่มีใครกล้าจับมันเข้าบ้าน (แบบปกติ กลางวัน เจาจะปล่อยแมวเดินเล่นในสวน ให้คุณเมดดูๆไว้ ไม่ให้มันไปกัดกับบ้านอื่น) เจ้าตัวนี้ เข้ากับแมวอื่นไม่ได้อย่างแรง ถ้าได้ออก ต้องหนีข้ามรั้วไป กลับมากลางคืน เจาก็แบบกังวล ว่าไปท้องกับตัวอื่น เจาคงไม่มีปัญญาพามันไปหาหมอ เพราะบางทีแมวท้องแล้วต้องผ่าคลอด ทายา ป้อนยา ฯลฯ แล้ววันนึง ก็มีคุณเมดที่เข้ากับมันได้ปรากฏตัวขึ้น เป็นคนเดียวที่จับมันได้ เจาเลยช่วยกันพาตัวนี้ไปทำหมันก่อนเค้าลาออกไป ตอนนี้มันก็เลยได้ออกไปเดินเล่นทุกวันเองแล้ว กลางคืนก็กลับมานอน

ไอ้เรื่องการเกิดการตายนี่ แอบคิดไว้แล้วเชียวว่าอาจจะบาปได้ แต่บางทีก็คิดว่า เพื่อสุขภาพของมันงะหลวงพี่ บางตัวมีลูกซะจนโทรม ลูกก็โทรม แม่ก็โทรม ถ้าไม่มีลูก ปล่อยมันไปเฉยๆ โอกาสเป็นมดลูกอักเสบมีสูงด้วย ต้องเลือกระหว่าง ปล่อยให้มันท้อง กับทำหมัน = = ถ้าให้มันท้อง จาก 1 ตัวเป็นอย่างน้อย 3 จาก 3 ก็เป็น 9 จาก 9 เป็น 27 = = บางคนถ้าเค้าไม่มีกำลังไหว ก็จะกลายเป็นเอาไปปล่อยนั่นแหละค่ะ หมาแมวถึงได้เต็มวัด

จริงๆเรื่องทำหมันนี่ เปิดประเด็นได้อีกอันเลยนะคะ เพราะตรงข้ามกับทำหมันก็คือบรีดหมาขาย น้องที่ทำงานเจา มันเอาหมาไปผสมบ่อยมาก มีลูกหมาตลอดปี ไม่ใช่กับแม่ตัวเดียวนะหลวงพี่ คือบ้านมันมีหมา 20+ ตัว ตัวไหนฮีทมา มันก็ดูว่า ถ้าไม่โทรม ก็พาไปผสม มีลูกหมาก็เอามาเลือกเก็บแล้วก็ขาย เป็นรายได้เสริม แต่ด้วยว่าเป็นหมาชิวาวา มันก็เลยเกิดแบบสมบูรณ์บ้าง ไม่สมบูรณ์บ้าง แล้วแต่ขนาดตัว และจำนวนพี่น้อง (ถ้าบังเอิญพี่น้องในท้องเยอะ แย่งอาหารกันเองตายก็มี) แล้วเวลาผสมนี่ ถ้ามันมีเซ้นผสมกันเองก็โอเค เรียบร้อยไป แต่บางทีมันไม่อยาก ก็จะมีคนช่วยจับมันผสมกัน = = อันนี้ไม่รู้ทำไง แต่เค้าจะไม่ผสมข้ามสายพันธุ์กัน บางทีแจแปนนิสชิน ที่หลงรักชิวาวา ก็จะต้องรักคุด เพราะเธอต้องกลายไปเป็นของชายอื่นต่อหน้าต่อตาเพื่อการค้า...

เริ่มฟุ้งซ่านและยาวไปละ ตัดจบดีก่าค่ะ T_T

#10 By Rinna ♥ on 2008-10-27 13:23

ตอบความเห็นที่ ๑๐

หง่า... ไม่สันทัดกรณีด้วยแฮะ พอดีหลวงพ่อท่านแนะไว้ว่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เลี่ยงได้ควรจะเลี่ยง และบาปกรรมในเพศพระนี่ มันก็รุนแรงกว่า ในเพศฆราวาสมาก

อย่างไรก็ตาม ถ้าเทียบเอาตามสเกลของกำลังบุญ พอพลิกกลับมาเป็นบาป ก็น่าจะยังใช้สเกลเดิม ตอนมันเป็นบุญ ท่านว่า ทำทาน กับสัตว์เดรัจฉาน ๑๐๐ ครั้ง ไม่เท่าทำทานให้คนไม่มีศีล ๑ ครั้ง ใช่มะ ฉะนั้น ใช้บัญญัติไตรยางค์ เีทียบกลับมา เป็นฝั่งบาป ก็ได้ความว่า ทำหมันสัตว์เลี้ยง ๑๐๐ ครั้ง ไม่เท่าทำหมันคนไม่มีศีล ๑ ครั้ง

ถามว่า บาปไหม ก็คงเลี่ยงไม่ได้ว่า บาปแน่ แต่อาจจะเป็นบาปชนิด ลหุกรรม

ลหุกรรมนี้ แม้มาทำให้เพศสมณะ ก็อาจเจอตัวคูณ มหากาฬ กลายเป็น ครุกรรม ไปได้เหมียนกัน

มะเสี่ยงดีก่า....sad smile sad smile sad smile sad smile

อีกอย่าง ไว้เปิดประเด็นหลังสอบดีก่า เน๊อะ ชิมิชิมิ

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#11 By Dhammasarokikku on 2008-10-27 14:37

ยังไงก็ดีกว่าวัดทำเลทองน้า~

555+

#12 By klu (124.121.182.90) on 2008-10-27 15:00

อ๊ะ จริงๆเจาก็ลืมไป ว่าพระกับฆราวาสมีข้อจำกัดต่างกันค่ะ

เอาล่ะ กลับไปอ่านหนังสือค่ะๆๆๆ

#13 By Rinna ♥ on 2008-10-27 15:38

angry smile สงสารน้องหมา
มันก็มีหัวใจนะ ถึงจะพูดไม่ได้ก้เถอะ
คนเรา ถ้าไม่พร้อมจะเลี้ยงก็ไม่ควรไปซื้อมาเลี้ยง

ว่าแต่ว่า วันไหนมีบ้านอยู่เป็นหลักแหล่ง
ไปเอาลูกหมาลูกแมวจากวัดมาเลี้ยงมั่งดีมั้ยน๊อ open-mounthed smile

ไม่ต้องเสียตังซื้อ อุอุอุ

#14 By MANA Cross on 2008-10-27 17:56

ตอบความเห็นที่ ๑๔

เห็นด้วยหยั่งเรงนิ เอาไปก่อนขี้เรื้อนกิน มันก็เป็นหมาน่ารัก ๆ ตัวหนึ่งทีเดียวแหละ

แต่ต้องรอมีบ้านเป็นของตัวเองใช่ปะ

วันไหนมีบอกนะ จะรีบหาให้เรยยยย....cry

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#15 By Dhammasarokikku on 2008-10-27 17:59

กั๊ก กั๊ก กั๊ก กั๊ก กั๊ก อุ้ย เผลอขำออกมาเสียงดัง ขอประทานโทษค่ะ มาพร้อมกับถวายดาว ซัก....1 จักรวาลในเบื้องต้น

http://www.sai.msu.su/apod/image/0204/ngc5139_tan_big.jpg

ว่าถ้านำไปเล่าต่อที่เว็บวัดกลาง ฯ จะมีรายการเช็คบิลตามหรือเปล่าคะ

อ้าว กราบขอบพระคุณไว้ล่วงหน้าแล้วค่ะ

#16 By เกลือน้อย (58.8.239.83) on 2008-10-27 18:58

ตอบความเห็นที่ ๑๖

อ๊ะ... สำนวนคุ้น ๆ แฮะ ใช่คุณเสี่ยวเล็ง หรือเปล่านะ

อยากทำอะไรก็ทำไปเต๊อะ นี่มันบล็อกสาธารณะอยู่แล้วนี่big smile

แต่อาจส่งบิล ไปเก็บค่าลิขสิทธิ์นะcry

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#17 By Dhammasarokikku on 2008-10-27 20:46

กราบขอบพระคุณค่ะ และขอบพระคุณอย่างยิ่งที่ช่วยเปลี่ยนนามสกุลให้ด้วยเสร็จสรรพ เล่นเอาซึ้งจนสำลักควันที่พร่างพรูมาจากหูทั้งสองข้างเลยค่ะ confused smile

ปล.1 เรื่องสั้นภาคสองถือกำเนิดขึ้นมาแล้วค่ะ ไว้ท่านสอบเสร็จจะส่งไปถวาย รับประกันความเก๋าเช่นเคยค่ะ

ปล.2 เสียงท่านดูเหนื่อย ๆ อย่างไรซะก็ขอเอาใจช่วยเรื่องการสอบนะคะ

#18 By เกลือน้อย (61.90.15.13) on 2008-10-27 21:56

ตอบความเห็นที่ ๑๘

ว่าจะส่งภาคแรก ไปลงขายหัวเราะซะหน่อย

เผื่อได้ตังค์กินหนม... กร๊าก

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#19 By Dhammasarokikku on 2008-10-27 22:22

Favourites