โชคสิบชั้นของลูกสุนัข เมื่อผันตัวมาเป็น...
posted on 26 Oct 2008 22:41 by akkarakitt in Experience
อ๊าาาาาาาาา....... ขณะกำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบ อย่างขะมักเขม้น ก็มีอันต้องมาแวะเปิดเอ็กซ์ทีนแป๊บหนึ่ง เห็นแว่บ ๆ ว่า คุณรินนา กลับมาอัพบล็อกอีกครั้ง หลังจากไปพยาบาล น้องแมวมี่สุดที่รักอยู่เสียนาน อ่านจบ ก็ว่าจะเจิมสักหน่อย ครับ แต่พิมพ์ไปพิมพ์มา ยาวอีกแล้วครับ ต่อจากนี้ คือเม้นท์ที่ตั้งใจจะเจิมไว้ที่ 060: ร้านหมอแมวแถวบ้านฉัน แต่เขียนไปเขียนมา...

... จะสอบผ่านไม๊เนี่ยะตู
แหม... เข้าทางพอดีเลย
ว่าจะเขียนเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน เนื้อหาไม่พอขึ้นเป็นเอ็นถี่ใหม่ หลายเดือนก่อนมีคนนำหมา มาปล่อยที่วัดตัวหนึ่งครับ (ปกติมันก็มาของมันเรื่อย ๆ อะนะ) แต่เจ้านี่ หน้าตาเหมือนหมาประเทศนอก ครับ
ข้าพเจ้าเอง โดยธรรมชาติ เป็นคนไม่รักสัตว์เอาเสียเลยครับ รวมถึงเด็ก ๆ ด้วย (โอ๊ะ... แล้วเอาข้าวไปเลี้ยงหมา หรือ ไปเลี้ยงเด็กชาวเขา ได้ไงฟระเนี่ยะ) ก็ด้วยความโรบ็อต ของตัวเองนี่แล ถึงต้องพยายามทำตัวเป็นนางงาม หรือนางเอก รักสัตว์ค่ะ รักสัตว์ รักเด็กด้วยค่ะ (แต่ความจริง มันไม่ใคร่ดีขึ้นกว่าเดิมสักเท่าไหร่ จากการที่ไปนำลูกหมาแสนน่ารัก มาเลี้ยงสองตัวที่ห้อง แล้วก็ไม่รู้สึกรักมันเลย ผูกพันแค่เล็ก ๆ พอเอาไปส่งคืนแม่มัน หลังจากนั้น ๒ วัน ก็ลืมหมด เหมือนไม่เคยได้เลี้ยงหมามาก่อนในชีวิต)
สมัยบวชใหม่ ๆ นี่ อะไรที่ฝืนใจ ไม่เคยทำเลย สมัยเป็นฆราวาส ก็พยายามทำครับ ส้วม ไม่เคยล้าง ก็พยายามล้าง ผ้าไม่เคยซัก ก็พยายามซัก รถเมล์ไม่ค่อยได้นั่ง ก็นั่งมันทุกช่อต เรียกว่า สวนทางกับสมัยเป็นฆราวาส แทบจะตรงกันข้าม ไปทุกอย่างเลย เพราะคิดว่า สิ่งที่เราไม่เคยทำ ไม่ชอบทำนั่นแหละ คือ บารมีที่เรายังขาด
จะไปพระนิพพานได้ บารมีต้องเต็มใช่ไหมล่ะ
บารมีนั้นมี ๓๐ ทัศ เชียวนะจะบอกให้ ความจริงมันมีแค่ ๑๐ เท่านั้นแหละ แต่แบ่งเป็น ๓ เลเวล บารมีต้น-บารมีขั้นหน่อมแน้ม อุปบารมี-บารมีขั้นกลาง และปรมัตถบารมี-บารมีขั้นเทพ
บารมี ๑๐ อย่างนั่น ก็ได้แก่ ทานบารมี ๑, สีลบารมี ๑, เนกขัมมะบารมี ๑, ปัญญาบารมี ๑, วิริยะบารมี ๑, ขันติบารมี ๑, สัจจะบารมี ๑, อธิษฐานบารมี ๑, เมตตาบารมี ๑, อุเบกขาบารมี ๑ ใครไม่รู้จัก นิมนต์ไปอ่าน Episode V ลิงค์อยู่ด้านบน
แล้วกรรมฐาน ๔๐ กอง อะไรที่ทำได้ง่าย ๆ ก็ลุยทำให้หมด ไม่เคยคิดว่า จะกอดไว้แค่กองเดียว ไปจนจบกิจ ยกเว้นพวกกสิณ บ๊อท่าจริง ๆ ทีนี้มันมีกรรมฐานกองหนึ่ง มาข้องกับหมาวัด นั่นคือ พรหมวิหาร ๔ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา นั่นละ ก็เป็นเหตุแห่งการประพฤติตน อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รักสัตว์ค่ะ รักสัตว์ รักเด็กค่ะ รักเด็ก
เชื่อมั่นในสิ่งที่ครูบาอาจารย์สอนสั่ง ทาน ท่านว่า ทำไปเรื่อย ๆ ความโลภมันจะลดเอง ลองทำแล้ว ก็พบว่า "จริง" ประสบความสำเร็จหยั่งเร็งนิ
พรหมวิหารก็เหมือนกัน วันนี้ยังไม่มี ทำ ๆ ๆ ๆ มันเข้าไป เจริญ ๆ ๆ ๆ มันเข้าไป วันหนึ่ง มันก็มีขึ้นมาเอง
จึงเป็นที่มาของการเลี้ยงข้าวหมาวัด และเลี้ยงเด็กชาวเขา
หวังว่า สักวัน ข้าพเจ้าคงมีความรักสัตว์ หรือ รักเด็ก ขึ้นมาบ้าง
เอ๊ะ... จะเขียนเรื่องอะไรเนี่ยะ... ลืม...
อ้อ... หมานอก คนเขาเอามาทิ้งที่วัด มันน่าสงสารอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ มันเหมือนหมาวิกลจริต อย่างไรไม่ทราบ เอาอาหารไปให้มันกิน มันก็ไม่กิน เอาแต่เห่า หนวกหู น่ารำคาญ มันคงกำลังช็อค ที่เจ้านายมันเลี้ยงมันมาตั้งนาน ดันเอามันมาปล่อย
สักพัก พอคลายความโศก จากการถูกทิ้งแล้ว ก็ต้องเจอกับปัญหา เพื่อนร่วมชะตา หมาวัดด้วยกัน ถ้าเป็นหมาวัดโดยกำเนิด มันจะรู้ทางหนีทีไล่ดีครับ ต้องใจกล้า ต้องหน้าด้าน ต้องกร้านโลก ต้องกรรโชกเก่ง และที่สำคัญ ต้องเจ๋ง และไว ครับ
เห็นหมาวัด ผอม ๆ ขี้โรค ๆ แต่แมร่งใจสู้ ชิกหายเลยนะครับ โดยเฉพาะ ถ้าเป็นเรื่องของกิน ข้าวของข้า ใครอย่าแตะ ฉีเคอะ กำกับ ๆ (อุ๊ย...มุกโบราณเหมือนคนเขียน สมควรอนุรักษ์ไว้)
พวกสมาชิกใหม่เข้าไป ไม่รู้ธรรมเนียม หรือใจไม่สู้ ก็อดซีครับ โชค ๒ ชั้นละ ไหนจะช้ำใจ จากการถูกเจ้านายทิ้ง ยังต้องมาทนหิวข้าว เพราะเกรงใจ เพื่อนร่วมไฟลั่มเดียวกัน
โชคชั้นที่ ๓ ก็ตามมาชนิดหายใจรดต้นคอทีเดียว นั่นคือ อาหารไม่ถูกปาก ครับ แบ่งเป็นสองกรณีครับ กรณีแรก ไม่ถูกปาก เพราะไม่มีอะไรให้ถูก ครับ เพื่อน ๆ ฟาดกันเรียบ จานข้าวงี้ สะอาดเจี๊ยบ เหมือนล้างด้วยซัลไลต์ สูตรมะนาว
กรณีสอง อาหารไม่ถูกปาก เพราะมันเหลือแต่ข้าวเปล่า ๆ ครับ พวกหมู ไก่ เนื้อ หรือกระทั่งกระดูก ที่ปกติก็ไม่ค่อยมีอยู่แล้ว โดนพวกเก๋าเกม ฟาดไปเรียบแล้วครับ ไม่เหลือหลอ
ท่านทั้งหลายครับ แม้ท่านจะทารุณกรรมสัตว์เลี้ยงของท่าน หรือเลี้ยงมันแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ อย่างน้อย สัตว์เลี้ยงมันก็ยังอุ่นใจครับว่า มันมีเจ้านาย แต่อารมณ์หมาที่ถูกเอามาทิ้งวัดนี่ มัน "เสียหมา" มากเลยนะครับ ลองเอาใจเขา มาใส่ใจเราบ้างสิครับ
ดูอาการมันก็รู้ครับ ว่ามันเสียเซ้วแค่ไหน กลายเป็นหมาขาดความมั่นใจในตัวเอง ตามันเหมือนกับจะร้องเพลงได้ว่า "ใคร ๆ ก็ไม่รักผม ขนาดพัดลม ยังส่ายหน้าเลย"
มีอะไรก็ต้องกิน
โชคชั้นที่ ๔ นานไป ขนมันก็เริ่มร่วงครับ อาจเป็นเพราะ ข้าวเปล่า มีสารอาหารไม่เพียงพอ แต่ก็ต้องจำใจกิน ทั้งน้ำตา ด้วยความหิวแสบไส้
โชคชั้นที่ ๕ พอขนร่วงหนักเข้า ขี้เรื้อนก็ถามหาครับ ช่วงนี้ เห็บ หมัด พยาธิ จะราวี ให้เกาคะเยอได้ทั้งวัน
โชคชั้นที่ ๖ ก็เรื่องโรคภัยไข้เจ็บครับ หมาวัดส่วนใหญ่ หากป่วย ก็ไม่มีใครพาไปหาหมอครับ เพราะกลิ่นตัวพวกมัน สุดจะบรรยายครับ สามารถโชยกลิ่นออกไปได้ ในระยะหวังผลถึง ๔ เมตร และใครจะกล้าไปจับมัน เกิดมันนึกว่า จะไปทำร้ายมัน แง่ม ตอบแทนความหวังดีของเรา จะได้ฉีดยากันบาดทะยัก และพิษสุนัขบ้า รวมแล้ว ๑๐ เข็ม เป็นรางวัล ความเป็นคนดี
โชคชั้นที่ ๗ ความเป็นอยู่ ก็ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ครับ เพราะพวกมันอ่อนซ้อม การปะทะฝีเขี้ยว กับเพื่อนร่วมรุ่น ต้องไปนอนหลบมุม อยู่ใต้ถุน มืด ๆ เหมือนแมลงสาบ โดนแดดแล้วดิ้นเร่า ๆ มันกลายพันธุ์ จากหมาบ้านที่น่ารัก กลายเป็นหมาแบ็ทแมนไปแล้วครับ ขาดความมั่นใจ (สงสัยไม่ได้ใช้เรโซน่า) ไม่กล้าสู้หน้าผู้คน และผองเพื่อนสี่ตีนทั้งหลาย
สมาชิกตัวน้อย ที่รอดตาย ด้วยยาเพียงเข็มเดียว
คอกนั้น ๑๒ ตัว มีโอกาสได้ฉีดยา ๒ ตัว
โชคชั้นที่ ๘ ถ้ามันเป็นหมาอัธยาศัยไม่ดี ไม่เฟรนลี่ ไม่สามารถทำตัวแอ๊บเนียน ให้สนิทคุ้นเคยกับเพื่อนฝูงใหม่ ๆ ได้ มันก็จะมีความเหงาเป็นเพื่อน แถมให้อีกครับ
และเมื่อวันนั้นของปีมาถึง หากมันเป็นตัวเมีย ก็จะถูกข่มขืนซ้ำอีกครับ แอบสังเกตุเห็นว่า ตัวเมียบางตัว ก็ไม่ได้ยินดีให้ถูกผสมพันธุ์เสมอไปนะครับ เห่าสู้เป็นวรรคเป็นเวรทีเดียว แต่สุดท้าย ก็พ่ายกำลังหนุ่มหื่นนักรัก อารามด็อกกี้ ผู้คงแก่กาม ไม่รู้กี่ตัว ต่อกี่ตัว เป็นโชคชั้นที่ ๙
ตัวนี้รอดตายหวุดหวิด ตาฝ้าไปข้างหนึ่งแล้ว
เอายาถ่ายพยาธิให้กิน เลยรอดมาได้
และโชคชั้นสุดท้าย มันก็จะได้เป็นแม่หมา โดยไม่เต็มใจ หาพ่อก็ไม่ได้ ต้องเลี้ยงลูกอย่างอด ๆ อยาก ๆ ข้าพเจ้าเคยแอบไปแฮ๊พ แม่มันมาเล่นที่ห้อง ๒ ตัว ทราบเลยครับว่า ถ้ามันอยู่กับแม่มัน ไม่มีทางได้กินนมอิ่ม ๒ ตัว ล่อนมยูเอชที ๓๐๐ ซีซี หมดกล่อง แถมหิวใหม่ทุก ๔ ชั่วโมง ทุกตัวต้องไปดูดนมจากแม่ ซึ่งผอมแห้งแรงน้อย บางทีคอกหนึ่งก็เป็นสิบตัว และพอเอาลูกหมา ไปคืนแม่มันแล้ว เอานมไปให้มันกินเสริมกับนมแม่ มันก็กินไม่ทันแม่มันครับ แม่มันโซ้ยเรียบเลย อะ... ไม่เป็นไร เอ็งก็ไปสร้างนมให้ลูกเอ็งต่ออีกที ก็แล้วกัน แล้วเป็นแม่หมาเดี่ยว ซิงเกิ้ลมัม นี่ มันสุดแสนจะโหดร้ายนะครับ เพราะลูกหมามันไม่มีภูมิคุ้มกัน เห็บหมัดก็เยอะ โรคภัยก็แยะ พยาธิก็ตูม ต้องนอนอยู่ใต้ท้องรถ ในคืนที่พายุฝนเข้า ลูกหมาจะทะยอยตาย ทีละตัวสองตัว โดยแม่มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ ได้แต่มองอย่างเศร้าใจ เกิดเป็นหมา โดนเขาเอามาทิ้งวัด ก็แย่แล้วครับ ยังต้องมาเป็นแม่หมาวัดอีก มันโคตรระทมทุกข์เลยครับ
โชคชั้นที่ ๑๐ นี้ มันก็เป็นการเริ่มวงจรชีวิต "หมาวัด" ขึ้นมาอีกคอกหนึ่ง ซึ่งถ้ารอดมาได้ ก็ต้องอยู่ให้ได้ อยู่ให้ชาชิน กับโชคทั้ง ๑๐ ชั้น เช่นเดียวกับมารดาบังเกิดเกล้า ท่านเริ่มเห็นโทษ ของการเอาหมา มาปล่อยวัดบ้างหรือยังครับว่า มันจะเกิดกงเกวียน กำเกวียน เวียนเกิด เวียนตาย ในวัดหมะสงสาร ไม่สิ้นสุด
อีกตัว เพิ่งถูกนำมาปล่อยเมื่อไม่กี่วันนี้ ท่านเอ้ย... ไปอยู่กลางดง หมาหิว ที่คณะแปด สถานที่ที่ข้าพเจ้าเคยไปพบว่า เขาเลี้ยงหมา ด้วยข้าวเปล่านั่นแหละ มันคงโดนกัดสักแง่ม สองแง่ม แล้วเลยกลัวลนลาน มุดลงไปอยู่ในท่อระบายน้ำ ใต้กระบุงขยะ เอาข้าวไปให้มันกิน มันก็ไม่กล้ากิน ได้แต่เห่าขู่อย่างจนท่อระบายน้ำ(ตรอก) "เฮ้ย... เมิงอย่าเข้ามานะ อั๊วะกลัวแล้ว"<---เจือกฟังภาษาหมาออกอีกแน่ะ
นี่ละครับ ท่านทั้งหลาย ที่ชื่นชอบการเลี้ยงสัตว์ ตอนมันตัวเล็ก ๆ เป็นเด็ก ๆ แสนจะน่ารัก แต่พอมันโตแล้ว ไม่น่ารักแล้ว ก็อยากเอามันมาปล่อยวัด หรือภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น เลยลดต้นทุนชีวิตกันดื้อ ๆ เอาสิ่งไม่จำเป็นออกจากชีวิต ด้วยการเอาสัตว์เลี้ยงที่ตนเคยรัก มาปล่อยวัด รวมถึงที่เกิดอุบัติเหตุพิการ และพวกพิการแต่กำเนิดด้วย พวกมันต้องเผชิญกับโชคทั้ง ๑๐ ชั้น ตามลำพัง จะคนหรือหมา ต่างก็มีจิต มีวิญญาณไม่ต่างกันครับ อย่าคิดว่า มันเป็นสัตว์ ไม่มีความรู้สึกนึกคิด ในพระพุทธศาสนา สัตว์เดรัจฉาน ก็คือ คนดี ๆ นี่แหละ ไปทำความชั่วเข้า ก็ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน และก็มีความรู้สึกนึกคิด เหมือนคนนี่แหละ แต่พูดไม่ได้ ข้าพเจ้าเห็นแล้ว ก็อดสงสารไม่ได้ ครั้นจะไปซื้ออาหารดี ๆ มาเลี้ยงมัน อย่างที่มันเคยกิน ก็จนใจ มีอาหารสำเร็จรูป ที่คุณรินนาถวายไว้นิดหน่อย เลี้ยงพวกมันได้ไม่กี่วันก็หมดแล้วครับ
ยิ่งช่วงหลัง ๆ บิณฑบาตได้น้อยลง เพราะภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง และภาระที่มีมากขึ้น (ต้องบิณฑ์มาเผื่อเพื่อนสหธรรมมิกด้วย) บางทีก็ต้องปล่อยวาง ครับ เฮ้ย... อั๊วะทำได้ดีที่สุด แค่นี้ละวะ
เรื้อนสยอง หาขนไม่เจออย่างนี้ ใครจะกล้าจับละครับ
เลิกนำสัตว์เลี้ยงมาปล่อยวัด อย่างไร้ความรับผิดชอบ และไม่คิดถึงหัวอกคนอื่นกันเถอะครับ ลองคิดว่า เมื่อชาติก่อน ๆ มันเคยเกิดเป็นลูกของท่าน แล้วพลัดพรากจากกันไปนาน ด้วยผลของอกุศลกรรม เมื่อกลับมาพบท่าน มันก็แสนจะรัก และคิดถึงท่าน ท่านจะยังทิ้งเขาลงคออีกหรือครับ แม้ท่านไม่ได้รักเขา แต่ก็อย่านำเขาไปทิ้งเลยครับ หมามันก็มีหัวใจนะครับ
เม้นท์ยาวเหยียด ก็เอวังด้วยประการฉะนี้ ฯ
edit @ 30 Oct 2008 15:22:41 by Dhammasarokikku
ให้ดาวไว้เตือนใจคนอื่นบ่อยๆ
ไม่กล้าจับอะ

สงสารน้องหมา

หมาเรื่อนจับได้คะ มันไม่ต่อคน หมาบ้านหนูก็เป็น (กำลังใหญ่ยาและกำลังจะหายดี) จับตั้ง 10 กว่ารอบมือยังไม่เน่าเลย
#1 By Cotton on 2008-10-27 06:25