นิทานรักชาติ ตอนที่ ๑๒

posted on 28 Oct 2008 09:25 by akkarakitt in Experience

อู๊พซ์กันต่อไปอย่างเมามัน ตอนที่แล้ว อู๊พซ์เนียนไปหน่อย จนมีคนสงสัยว่า เขียนเอ็นทรี่ยาวเหยียดอย่างนี้ นับเป็นการ "อู๊พซ์" ได้อย่างไร ผิดหลักไวยากรณ์สมาคมศัพท์เฉพาะเอ็กซ์ทีนบัณฑิตสถานแห่งประเทศไทย ในพระเดชพระคุณแชมูปถัมภ์ ซึ่งได้ไปตรวจหานิยามของคำว่า "อู๊พซ์" ซึ่งบัญญัติโดย ประธานสมาคมเลี้ยงเคราแพะแห่งประเทศไทยแล้ว ก็พบว่า หลวงตาเข้าใจถูกต้องแล้ว เพราะนิทานแสนยาวนี้ หลวงตาไม่ได้หลับตาเขียนเอง เอาของคนอื่นมาแปลง ก็อป เพสท์ แล้วแก้ไขสรรพนามเล็กน้อย ตัดทอนนิดหน่อย ขอให้เข้าใจตรงกันด้วยเด้อ ว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่หลวงตาแต่งเองแค่ตกแต่งพันธุกรรมใหม่ แล้วเอามาเขียนให้หลาน ๆ อ่าน เท่านั้นเอง อยากรู้ว่าใครเป็นผู้เล่า ต้องติดตามอ่านไปจนตอนสุดท้าย จึงจะเฉลย

ฉะนั้นมาอู๊พซ์กันต่อไป ตอนที่แล้ว ท่านท้าวผกาพรหม องค์ที่เคยเล่นซ่อนแอบกับพระพุทธเจ้า ที่เราสวดกันประจำในบทสุดท้ายของพาหุงนั่นแหละ มาสะกิดพรหมพระร่วง ได้เวลาลงไปเกิด ช่วยประเทศไทยอีกแล้ว ท่านพรหมองค์ที่ไปจากพระร่วงรุ่งโรจน์ท่านก็ถามว่า “จะให้ฉันไปคนเดียว หรือมีใครลงไปช่วยด้วย” ท่านผกาพรหมตอบว่า “จะส่งพรหม เทวดาอื่น ๆ ไปช่วยด้วย คราวนี้ต้องขยายอาณาจักรไทย ให้ถึงสิงค์โปร์ ทางด้านเหนือจะส่งคนไปสะกัดด้านเหนือไว้ด้วย ให้เขาสร้างความสามัคคี แต่ตอนเริ่มต้น ท่านต้องไปเริ่มต้นไว้ก่อน ท่านพรหมพระร่วงก็ถามอีกว่า “ถ้าเริ่มต้นตอนนี้ แล้วมันจะพังอีกไหมล่ะ ถ้ามันจะพังอีกละก็ ไม่ต้องไปเริ่มกันละ เลิก เริ่มทีไรพังทุกที เริ่มเมื่อไรก็พังทุกที จะไปเริ่มมันทำไม มันอยากจะเป็นขี้ข้าเขา มันไม่รักชาติก็ช่างมัน”

ท่านผกาพรหมก็บอกว่า “ไม่เป็นไร ถ้าเริ่มตอนนี้ละก็ ไทยเป็นไทตลอดไป จะมีบ้างก็โขยกเขยก ๆ จะถึงขนาดพังเป็นทาสเขาทั้งชาตินี่ ไม่มี จะมีบ้าง ก็ตามกฎของกรรม ของสัตว์ที่มาเกิด” นี่อย่านึกว่าคนเล่ารู้เองนะ ท่านปู่มาบอกให้ฟัง ท่านพรหมพระร่วงท่านก็ตกลง ลงมาเกิด เข้าท้องแม่ ก็เริ่มอาละวาดทีเดียว ท่านแม่แพ้ท้อง อยากจะกินเลือดขอม เอาแล้ว ท่านพ่อก็ไปเจอะขอมเซ่อ ๆ ซ่าๆ เตะพั้บฟันคอฉับ เอาเลือดมาให้แม่กินสด ๆ แหมมีกำลังแข็งแรงขึ้น ผิวสวย ใจดี มีเมตตา น่ารักขึ้นกว่าเดิม ผิวพรรณผ่องใส แช่มชื่น นี่หลังจากกินเลือดขอมแล้ว ก็มีจริยาชดช้อย อ่อนหวาน หว่านเครือ แข็งแรง คนท้องน่าจะอุ้ยอ้าย แต่ปรากฏว่า มีความแข็ง