และแล้วเช้าวันใหม่ก็มาเยือนอีกละ เมื่อวานมหาโอ๊ตขึ้นเอ็นทรี่ใหม่ ชื่อเอ็นทรี่เร้าใจมั่ก ๆ เป็นคลิป MV สยิวที่อัพโหลดไว้นานแล้ว เพื่อแปะไว้บนหน้าฮิห้า แต่นานไป คลิปมันก็ไม่ทำงานเอาดื้อ ๆ ก็นึกว่า เขาคงจะลบคลิปนี้ไปแล้ว ที่ไหนได้ มาโผล่ที่บล็อกมหาโอ๊ตกลายเป็นคลิปหลุดไปได้อย่างไรไม่ทราบ ได้รับนิมนต์ไว้ ให้ไปรีวิวประกอบ MV ซึ่งเดี๋ยวอัพเอ็นทรี่นี้เสร็จแล้ว ก็จะไปเจิม อย่าลืมติดตามไปอ่านกันได้

มาว่าเรื่องของเราต่อไป นิทานในตอนนี้ จะยาวสักหน่อย เพราะเป็นตอนอวสาน ขอหลาน ๆ จงใช้กำลังใจ อ่านให้จบ เพราะเป็นส่วนสรุป อ่านแล้วจะได้ประโยชน์มาก ตอนที่แล้ว ประเทศไทยได้เอกราชคืนมาแล้ว อ่านแล้วลองนึกภาพตามไปนะ สมัยก่อนการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชนั้น เป็นการปกครองแบบรวมศูนย์ เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตก เหล่าหัวเมืองน้อยใหญ่ ก็แข็งเมือง ตั้งตนเป็นใหญ่ พระเจ้าตาก ต้องยกทัพไปปราบหัวเมือง รวมไทยให้เป็นปึกแผ่นอีกครั้ง และพระองค์ก็เป็นพ่อบ้านธรรมดา จะหาทรัพย์ที่ไหน มาบริหารบ้านเมือง ถ้านึกไม่ออกว่า ค่าใช้จ่ายมันมากขนาดไหน ก็ลองดูงบประมาณแผ่นดินปัจจุบัน นี่ขนาดเราเจริญมาขนาดนี้ งบประมาณแผ่นดินยังมหาศาลขนาดนั้น แล้วสมัยโน้น ต้องสร้างเมืองหลวงขึ้นมาใหม่ ทั้งเมือง จะใช้งบประมาณสักกี่มากน้อย สงครามก็เพิ่งผ่านพ้นไป การทำสงคราม ไม่ว่าสงครามเล็ก หรือใหญ่ ล้วนแต่ต้องใช้เงินทั้งสิ้น ขี้ ๆ เยี่ยว ๆ แค่เงินเดือนทหารนี่ ก็จ่ายกันไม่หวาดไม่ไหวแล้ว พระองค์จึงต้องยื่นเครดิตบูโร ขอใช้เพอร์ซัลนัลโลนจากเจ้าสัวเมืองจีน เอาความเป็นเจ้าของประเทศค้ำประกันหนี้ ซึ่งเป็นที่แหง๋แก๋เลยว่า ถ้าเบี้ยวหนี้เขา ก็ต้องถูกยึดประเทศโดยชอบธรรม

ฉะนั้น มาบั้นปลายของชีวิต ท่านจึงมาคิดว่า “ถ้าเราจะเป็นกษัตริย์ต่อไป เราก็ต้องใช้หนี้เขา เงินก็ไม่มีจะใช้หนี้เขา” จึงได้เรียก สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก หรือสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เข้ามาพบในวันหนึ่งให้ทรงเครื่องรบ ขัดดาบมาด้วย เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ท่านก็แปลกใจ คิดว่าคงจะมีเรื่องร้าย ครั้นเข้ามาแล้ว ก็ปรากฏว่า พระเจ้าตากสินอยู่ทรงอยู่องค์เดียวในห้องพระ ทรงขาวทั้งชุด นั่งชักลูกประคำ พระพุทธยอดฟ้าเห็นแบบนั้น ก็ไม่กล้าเข้ามา เพราะขัดดาบมาด้วย พระเจ้าตากสินเห็นเข้า ก็ทรงเรียกว่า “ด้วงเรอะ เข้ามาซิ (ความจริงท่านเป็นเพื่อนกัน) เอาดาบเข้ามาด้วย”