การเมืองเรื่องสมมุติ

posted on 11 Nov 2008 09:11 by akkarakitt in Dharma

ฝ่าอากาศเย็นยามเช้า ไปบิณฑ์เดี่ยว ไปแถวปากคลองตลาด โอ๊ะ...วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นหนอ ปากคลองฯช่างคึกคัก นี่เขาจะมีงานบวงสรวงไหว้ครูอะไรกันหรือนี่ จีบใบตองเป็นพญานาคกันใหญ่ นึกไปนึกมา อ๋อ...พรุ่งนี้วันลอยกระทงนั่นเอง เดินไปก็ระลึกถึงบทสนทนาเมื่อวาน ถึงการเมืองเชิงลึก รู้สึกหนักหัว หนักอก ขึ้นมาทันใดที่ได้ฟัง แต่พอนำมาคิดใคร่ครวญ ก็รู้สึกว่า มันเป็นเรื่องสมมุติ ครับ

พายุแรงกดดันขนาดหลายเมกกะตัน กดทับอารมณ์ความรู้สึกเข้ามา เมื่อได้ทราบถึง แผนการณ์อันชั่วร้าย ของฝ่ายหนึ่ง แต่กดไปได้เดี๋ยวเดียวครับ ก็รู้สึกตัวขึ้นมา เพราะชีวิตพระ ไม่เคยมีอะไรให้กดดัน และแม้จะมีแรงกดดันมหาศาลแค่ไหน ก็ต้องผ่านไปได้ แบบนิ่ม ๆ เนียน ๆ ครับ

สมัยบวชใหม่ ๆ ก็เผชิญกับพายุแรงกดดันเช่นนี้มาแล้วครับ ทั้งจากพระวินัย และจากญาติโยม พระวินัยนั้น ยิ่งศึกษาลึกเข้าไป ก็พบว่า มีข้อห้าม ข้ออนุญาต หยุมหยิมไปหมด จนกระดิกตัวแทบไม่ได้ ส่วนญาติโยมที่บ้านนั้น ก็รับไม่ค่อยได้ กับการบวช

รุนแรงที่สุด ก็ตอนตัดสินใจ จะสึก หรือไม่สึกนั่นละครับ คืนนั้นไม่ได้นอนทั้งคืนเลย

แต่แล้วก็ผ่านมาได้ด้วยดี ตัดสินใจได้แล้ว เหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยครับ เบาสบายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ก็ประคองผ้าเหลืองไปอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ ประมาณปีหนึ่งครับ ศึกษาธรรมะ ศึกษาพระวินัยไปเรื่อย ๆ ปฏิบัติไปเรื่อย ๆ ดูใจไปเรื่อย ๆ รู้แล้วหล่ะว่า เราเดินมาถูกทางแล้ว แต่มันก็ไม่เป็นสุขเท่าที่ควร หรือในเวลานั้น อาจรู้สึกว่า แค่นั้นก็สุขพอแล้วกระมัง จึงไม่ได้ดิ้นรน หาทางพ้นจากความเศร้าหมอง

จนมาวันหนึ่งก็มาพบกับ "คิริมานนทสูตร" ครับ อ่านแล้วขนลุก ซ่าบซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ในพระสูตรนั้นเขียนว่า คนเราบวชเพื่อ "ความสุข" ครับ ใครคิดมาบ