เนื้อหาเอ็นทรี่นี้ เป็นภาคต่อของ ๒ ภาคที่แล้ว ดังนี้ ครับ

How to ทำอย่างไรให้ถึงนิพพาน พระธรรมขันธ์ที่ ๑

How to ทำอย่างไรให้ถึงนิพพาน พระธรรมขันธ์ที่ ๒

มีอีกเอ็นทรี่หนึ่ง ค้างคาไว้ว่า จะตอบเม้นท์ ครับ มีเม้นท์เข้ามาในเอ็นทรี่ การเมืองเรื่องสมมุติ ดังนี้

 

กราบขอบพระคุณหลวงพี่ค่ะ ขอบพระคุณเหลือเกินที่กรุณาชี้แนะ

ยอมรับค่ะ ว่าดิฉันเองก็เป็นหนึ่งในประชาชนที่ ณ ปัจจุบัน เหนื่อยหน่ายกับการแย่งชิงอำนาจของบ้านเมืองนี้เสียเหลือเกิน เ้ฝ้ารออยู่นี่ล่ะค่ะ่ว่าเมื่อไหร่ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปเสียที

คุณแม่ก็สอนเราทำนองเดียวกันกับที่หลวงพี่สอนนี่เลยค่ะ ท่านว่า คิดเสียว่า เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป

เฮ้อ...แต่กว่าจะ "ผ่านไป" ดิฉันก็อดกังวลไม่ได้อีกว่า กว่าจะถึงตอนนั้น ประเทศไทยต้องสูญเสียอะไรไปอีก โดยเฉพาะชีวิตประชาชน....

แม้จะเรียนDerridaมาบ้างแบบงูๆปลาๆว่า ทุกอย่างบนโลกนี้เป็นการประกอบสร้าง ก็ทำนองเดียวกับการเป็นสิ่งสมมติอย่างทีหลวงพี่สอนน่ะนะคะ แต่ดิฉันก็ยังสงสัยว่า หากคนเราขาดซึ่ง ศรัทธา ไปเสียอีกตัว ไ่ร้ซึ่งสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจบ้าง ชีวิตที่ดำรงอยู่มันคงไร้ความหมายหรือไม่?

แต่ความเชื่อ ความศรัทธาที่มากเกินไป ก็จะนำมาซึ่งความรุนแรงอย่างที่เรากำลังเห็นอยู่ ไม่ว่าจะฝ่ายเหลือง ฝ่ายแดง ฝ่ายขบวนการห้าสีอะไรก็ตาม

สุดท้ายเหยื่อคือประชาชนที่ "เชื่อ" ประชาชนที่กลายเป็นประหนึ่งหมากให้เขาเดิน

คิดแบบนี้แล้ว ก็ยังรู้สึกเจ็บปวดจริงๆเลยค่ะ

 

Derrida คืออะไรก็ไม่ทราบครับ เอาเป็นว่า คงหมายถึง การคิดเสียว่า ทุกสิ่งเป็นสิ่งสมมุติ

ก็รู้สึกเห็นด้วยครับ รู้สึกสงสารประชาชนที่กลายเป็นประหนึ่งหมากให้เขาเดิน

สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ เกี่ยวกับการจัดการความทุกข์นั้น ท่านไม่ได้แนะให้ไม่สนใจเสียเลย หรือปิดการรับรู้ทั้งหมด ครับ ในฐานะที่เป็นประชาชนของประเทศนี้คนหนึ่ง เรามีหน้าที่ของเรา ครับ เราต้องทำตามหน้าที่นั