คำเตือน : ผู้ที่จะนำหลักการนี้ไปใช้ ต้องมีวินัยการเงินอย่างยิ่ง และไม่ประมาท

หมายเหตุ : ข้าพเจ้าไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้ออกบัตรนิสัยเสีย ไม่ได้ชี้ชวนให้หันมาใช้บัตรนิสัยเสียกันมาก ๆ นะ ครับ แค่ีอยากชี้ให้เห็นเทคนิคการใช้บัตรนิสัยเสียด้านสว่างบ้าง เท่านั้นเอง (ด้านมืดคงทราบกันมามากแล้ว)

เอ็นทรี่สุดท้ายแล้ว ครับ สำหรับการอัพอย่างต่อเนื่องมา ๓ วัน

จักขอเล่าประสบการณ์เทคนิคการใช้ชีวิต กับบัตรเสียนิสัย อย่างไร ให้ไม่ตกเป็นทาสมัน

เรื่องนี้มันจุดประกายขึ้นมาตอนไปเช่าบูชา เจ้าแม่อาอี๊ มาจากงานคอมมาร์ท ครับ

ก็อย่างที่ทราบนั่นแหละ ข้าพเจ้าเล็งเอาเจ้าแม่อาอี๊มาอัพบล็อกนอกสถานที่โดยเฉพาะ ไม่คิดจะเอาไปทำงานอย่างอื่นเลย ฉะนั้นจึงเล็งแล้วเล็งอีก มาโดยตลอด นี่ละ คือสิ่งที่ต้องการ เล็ก เบา ถูก รอจนราคามันถอยกรูดลงมา ๆ เรื่อย ๆ ใกล้ต้องใช้แล้วค่อยซื้อ ซึ่งก็มาประจวบเหมาะกับงานคอมมาร์ท เอาเจ้าแม่อาอี๊ตกรุ่นมาเลหลังในราคา ๘,๙๐๐ บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

ตั้งงบไว้ในใจว่า ไม่ให้เกินหมื่น ครับ ถ้าเกินไป ก็ดูจะทุ่มเทให้การอัพบล็อกเกินเหตุ

เดินเล็ง ๆ ดู ไม่มีตัวเลือกมากนัก ครับ รุ่นนี้มีขายอยู่ร้านเดียว เลยตัดสินใจไม่ยาก เอาละ เดินไปหาที่แอบนับตังค์ เป็นเงินปึกเบ้อเร่อเลย ครับ โห... ไม่เคยกำเงินเยอะ ๆ อย่างนี้มานานมากแล้ว สมัยก่อนรูดปรื๊ด รูดปรื๊ด ครับ ไม่ค่อยได้ใช้เงินสด กระเป๋าตังค์ไม่พก ครับ พกมันนี่คลิป กับกระเป๋าใส่นามบัตร ที่ตุงไปด้วยบัตรเสียนิสัย

กำเงินในมือจนเหงื่อซึม ครับ เห็นแล้วฮาตัวเอง เมื่อก่อนรูดบัตรทีเป็นแสน ครับ ไม่ต้องมาทำท่าเก้ ๆ กัง ๆ อย่างนี้

และแล้วก็เข้าไปบอกกับพนักงานขาย ครับ เอาอาอี๊รุ่น 900 ตัวนึง แล้วยื่นมัดเงิน หน้าตาเหมือนข้าวต้มมัด ให้พนักงานขาย อาการเหมือนเด็กชี้นิ้ว ซื้อขนมยังไงไม่รู้

 

 

อะ... เอาอาอี๊ตัวนึง

 

 

ในงานคนเยอะมาก ครับ โยมที่เขาขับรถมาส่ง ยังวนรถอยู่ข้างนอก หาที่จอดไม่ได้ ก็โทรเข้ามาตาม ครับว่า ซื้อเสร็จหรือยัง ซึ่งการซื้อของในงาน มันยืดยาดซะไม่มีละ บิดแล้วบิดอีก กว่าของจะได้ คว้าของได้ ก็รีบบึ่งไปที่รถโยม กลับวัดท