หายใจอย่างมีความสุข
posted on 27 Dec 2008 13:56 by akkarakitt in Experienceเป็นมา ๒ วันแล้ว ครับ ที่หายใจอย่างมีความสุข ความรู้สึกมันคล้าย ๆ เวลาเราเป็นหวัดหายใจไม่ออก อึดอัด จนต้องหายใจทางปาก แล้วมีบางจังหวะ จมูกมันโล่งขึ้นมายังไงยังงั้นเลย หายใจเข้ารู้สึกเย็น ๆ สดชื่น หายใจออก รู้สึกผ่อนคลาย หายใจเป็นแล้ว ไม่อยากทำอย่างอื่นนอกจากหายใจเลย ครับ
ปกติข้าพเจ้าเจริญอานาปานุสสติ หรือรู้ลมหายใจได้แย่มาก ครับ เนื่องจากตั้งแต่เริ่มปฏิบัติ ทำผิดมาแต่ต้น คือ ไปบังคับลม เสียจนเคยชิน ทำมาตั้งเกือบยี่สิบปี พอจะกลับลำ มาระลึกรู้เบา ๆ มันเลยทำได้ยากมาก เผลอปุ๊บมันก็คอยจะไปบังคับลม หลัง ๆ เลยตัดสินใจทิ้งลมหายใจไปเลย ครับ ไประลึกรู้อย่างอื่นแทน หนีไปเดินจงกรม กระนั้น ก็ยังกังวลเล็ก ๆ เพราะหลวงพ่อพระราชพรหมยาน สอนว่า ไม่ให้ทิ้งอานาปานุสสติ ทิ้งกองนี้กองเดียว กองอื่นก็พังหมด
มาเมื่อการออกเดินทางตามหาจิตวิญญาณ ใน Episode VI ได้มีโอกาสกลับไปปฏิบัติ เช่นในปีแรก ๆ ที่บวช คือ ฟังธรรมะไปเรื่อย ๆ ก็ฟังของหลวงพ่อปราโมทย์ ครับ รู้สึกเป็นสุขที่ได้ฟังธรรมะ และดูเหมือนจิตจะตื่นขึ้นเล็ก ๆ
พอได้ไปกราบท่าน เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๑ ท่านยืนยันว่า "ใช้ได้แล้วนะ ๒ รูปที่มาด้วยกัน" ก็รู้สึกมีความมั่นใจในการปฏิบัติมากขึ้น จากนั้นก็ได้ไปคุยกับเจ้าอาวาสวัดถ้ำหมีนอน คุยธรรมะแล้วรู้สึกเป็นสุข ท่านยืนยันว่า อานาปานุสสติ สามารถทิ้งได้ โดยไประลึกรู้อย่างอื่นแทน เกิดธรรมปีติ ยิ้มอยู่คนเดียวตลอดทางกลับกรุงเทพฯ
ครั้นกลับมากรุงเทพฯได้ ๒ วัน ก็งานเข้า พิมพ์ปฏิทินแจกกันจ้าละหวั่น ทำงานอย่างเพลิดเพลิน ตื่นแต่ตีห้า กว่าจะได้นอนก็ตีสอง โดยไม่มีเว้นวรรคไปงีบแต่อย่างใด พอเข้าวันที่ ๓ ก็รู้สึกว่า เอ๊ะ... ทำไมเราพักผ่อนน้อยลง แต่ไม่รู้สึกง่วงเหงาหาวนอน ไม่เพลีย ไม่ล้าแต่อย่างใด เข้าวันที่ ๔ มันก็ยังทำงานอย่างเมามันอยู่ เอ๊ะ... มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ ๆ ปกติถ้าข้าพเจ้าอดนอนติด ๆ กัน แบบนี้สัก ๔-๕ วัน จะต้องป่วยอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่เจ็บคอ ก็ไอ ไม่เป็นหวัด อย่างน้อย ๆ ก็ต้องร้อนใน
พอวันที่ ๕ อาการเพลียเริ่มปรากฏ ตอนเช้าเริ่มไม่ตื่นเอง ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก ตื่นมาแล้ว ก็ไม่สดชื่นสดใสเช่นวันที่ผ่านมา ก็เริ่มเอะใจ เอ๊ะแล้ว ๔-๕ วันก่อนมันเกิดอะไรขึ้น คิดไปคิดมาสงสัยจะเป็นธรรมปีติ ครับ ปีติถ้าเกิดขึ้นแล้ว บางทีอยู่ได้หลาย ๆ วัน บางทีเกิดขึ้นแล้ว สามารถรักษาโรคได้ แต่ปีติ ก็เหมือนสตินั่นแหละ ใช่จะบังคับให้เกิดได้ และพอบทมันจะหายไป ก็ห้ามมันไม่ได้อีกนั่นแล เพราะมันไม่ใช่ตัวตน
อาการปีติเป็นอย่างไร ท่านลองนึกถึงตอนดีใจจนน้ำตาไหลนั่นแล ประเภทคนรักที่จากกันไปนาน กลับมาให้ของขวัญ ได้รับของขวัญจากลูก หรือได้รับของขวัญที่อยากได้มาก ๆ คนที่คิดว่า จะไม่ได้เจอกันอีก กลับได้มาเจอ ได้ดูหนังดี ๆ สักเรื่อง ฉากที่มันสะเทือนใจ ขนลุกไปทั้งตัว นั่นละครับ อาการของปีติ แต่นั่นเป็นปีติที่ต้องพึ่งปัจจัยภายนอก เกิดขึ้นแป๊บ ๆ แล้วก็หายไป
แต่ปีติจากกรรมฐาน หรือธรรมปีติ นี่ เกิดอยู่ได้เป็นวัน ๆ
พระบางรูปนั่งสมาธิอยู่ได้เป็นวัน ๆ เดือน ๆ ปี ๆ ก็อยู่ด้วยธรรมปีติ
พอธรรมปีติมันหายไป ก็รู้ว่า มันหายไป ไม่ได้เสียดมเสียดายอะไร ก็ยังคงเดินหน้าทำปฏิทินต่อไปอย่างเมามัน ช่วงเดินบิณฑบาต เมื่อวาน ก็ภาวนาของเราไปตามปกติ จู่ ๆ ใจมันก็เบาสบาย ขึ้นมา เอ๊ะ... เกิดอะไรขึ้น เลยลองรู้ลมหายใจดู ปรากฏว่า รู้ลมหายใจได้เบาสบาย อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่มีการบังคับลมแต่อย่างใด
หายใจเป็นแล้ว มันมีความสุขจริง ๆ ฟ่ะ
สมัยก่อนก็เคยได้ยินบ่อย ๆ ครับ ว่า นักปฏิบัติเขามีความสุขกับการหายใจ แต่ก็ไม่เข้าใจว่า มันสุขเข้าไปได้อย่างไร ปกติก็หายใจอยู่ ทุกวี่วันอยู่แล้ว ข้าพเจ้าขอยืนยัน ครับว่า หากหายใจอย่างมีสติแล้ว มันมีความสุขจริง ๆ เป็นความสุขที่อธิบายไม่ถูก
เมื่อวานนั่งทำปฏิทินจนถึงสี่ทุ่ม ครับ การทำปฏิทินมันมีหลายขั้นตอน ต้องพิมพ์ภาพ ตัดภาพ เคลือบพลาสติก เจาะรู เย็บหางปฏิทิน แต่ละขั้นตอนล้วนแต่ไม่ต้องใช้สมอง แค่เล็ง ๆ เอาให้ได้ระยะ แล้วก็ตูม ๆ ๆ ทุบมันเข้าไป หูมันว่าง ก็เลยเป็นเอ็มพีสาม หลวงพ่อปราโมทย์ไปด้วย ท่านว่า ฟังธรรมะของท่าน ไม่ต้องตั้งใจมาก ครับ ฟังแล้วอย่าคิด ฟังมันเล่น ๆ บทจะถึงสิ่งที่เราติดอยู่ จิตมันจะทำงานอัตโนมัติ ให้เราสนใจฟังขึ้นมา ทำตั้งแต่เช้าไปยันสี่ทุ่ม หลัง ๆ ทำไม่ไหว เพราะเจ็บสันมือ ที่กระแทกที่เย็บกระดาษ
คิดอยู่ว่า จะทำต่อไปให้ถึงเช้าเลยดีไหม เพราะจะแจกติด ๆ กันหลายที่ วันที่ ๒๘ เช้ามีบวงสรวงที่บ้านตลิ่งชัน ก็อยากเอาไปแจกสักร้อยชุด บ่ายไปหาหลวงตาพวง ก็อยากเอาไปแจกสักร้อยชุด แต่กว่าจะได้แต่ละร้อย ทำกันแทบมือหงิก
อยากทดสอบว่า เวลาที่เราล้ามาก ๆ สติเราจะยังคงดีอยู่ไหม
คิดไปคิดมา ไม่เอาดีกว่า มันเป็นอัตตกิลมถานุโยค ทรมานร่างกายให้ลำบากเกินไป หลวงพ่อบอกว่า แนวท่านนี้เป็น สุขาปฏิปทา ขิปปาภิญญา หรือหมายถึงปฏิบัติสบาย บรรลุเร็ว อย่าอย่างงั้นอย่างงี้เลย ไปนอนดีก่า
ตื่นมา ก็ไม่แจ่มใสเท่าไหร่ ครับ เพราะร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ มีอาการเบื่อโลกเล็ก ๆ เซ็งโลกหน่อย ๆ ก็รู้สึกตัวขึ้นมาว่า "จิตกำลังเศร้าหมอง" จิตเศร้าหมองก็หายไป แต่ก็ยังไม่สดใสเท่าที่ควร คิดสงสัยว่า ดูท่าธรรมปีติ จะหมดไปแล้ว ขณะนั้นเองครับ รู้ขึ้นมาว่า "จิตกำลังสงสัย" ผลั๊วะ... หลุดเลย ครับ
กลับมาหายใจอย่างมีความสุข เหมือนเมื่อวาน เลย
ปฏิบัติธรรม มีความสุขจริง ๆ ครับ ข้าพเจ้าขอเป็นพยาน
มาปฏิบัติธรรมกันดีกว่า ครับ
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ ฯ
ปล. ลูกคนทีสอง คลอดแล้ว
ปล.๒ ลูกคนที่สาม คลอดตามมา
ลูกคนที่สาม เป็นไม้เด็ด สำหรับทริปชาวเขา เดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ครับ คราวที่แล้ว ปาไปปลายเดือนกุมภาพันธ์แล้ว เอาปฏิทินที่ไม่รู้จะแจกใคร(เพราะเขามีกันหมดแล้ว) ไปแจก ชาวเขายังแย่งกันแทบเป็นแทบตาย ครั้นจะเอารูปครูบาอาจารย์ที่กรุงเทพฯ หรือที่อุทัยธานีไปแจก เขาก็ไม่รู้จัก ครับ เลยไปขอรูปครูบาอินสมที่เขานับถือกันทั้งบาง มาสแกน แค่นึกภาพที่เขาดีใจเวลาได้รับ ก็เป็นปลื้มแล้ว ครับ และแม้ปฏิทินหมดปีไปแล้ว รูปที่ได้รับการเคลือบพลาสติกแล้ว จะสามารถคงทนอยู่ได้อีกนาน ครับ สามารถนำไปติดข้างฝาบ้่าน บูชาได้ อิ อิ ได้ประโยชน์ ๒ ต่อ
edit @ 29 Dec 2008 04:10:53 by Dhammasarokikku
อย่างเราแค่ทำของขวัญให้คนอื่น บางทีนอนน้อย ลืมกินข้าว แต่ก็เป็นสุขจนไม่ง่วง ไม่เพลียได้เหมือนกันค่ะ
)


#1 By Kaeyjung on 2008-12-27 14:13