มีทฤษฎีการทำบุญมากมายที่เราได้ยินกัน ทำบุญถวายข้าวสารให้วัด ทำให้ชาติหน้า มีโภคทรัพย์มาก ทำบุญบูชาพระรัตนตรัยด้วยดอกไม้สด ทำให้ชาติหน้า ได้แฟนสวย อายุน้อย ทำบุญปิดทอง พระพุทธรูป ชาติหน้าเกิดมา มีผิวพรรณสวยงาม และอื่น ๆ อีกมากมาย วันนี้เรามีพิธีกรรับเชิญมาช่วยเพิ่มสีสันของการทำบุญปีใหม่ ได้แก่ คุณน้อง ครับ

คุณน้อง : หลวงพี่คะ ทำบุญอย่างที่หลวงพี่ว่า ล้วนแล้วแต่ต้องรอชาติหน้า ชาติโน้น ชักช้า เสียเวลา มีทำบุญแบบได้ผลรวดเร็วทันใจ ทำปุ๊บ เห็นผลปั๊บ มีบ้างไหมคะ

สมีรี่ : มีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎกหลายตอน ครับว่า ทำบุญกับพระอนาคามี หรือพระอรหันต์ที่เพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติ จักเป็นเศรษฐีทันตาเห็น ผู้ที่เข้านิโรธสมาบัติ แล้วไปโปรดคนยากคนจนเป็นประจำ มีพระมหากัสสปะ เป็นต้น คนใส่บาตรท่าน บางทีข้าวทั้งนากลายเป็นทองบ้าง มีทองผุดขึ้นมาจากที่ดินบ้าง แม้กระทั่งผู้เป็นใหญ่ในเทวดาทั้งหลาย อย่างพระอินทร์ใส่บาตรท่านแล้ว ยังไ้ด้บุญมาก มีรัศมีกายสว่างไสวกว่าเดิม เหนือเทวดาทั้งหลาย

คุณน้อง : ปัดโธ่... หลวงพี่... นั่นมันเรื่องราวตั้งสองพันห้าร้อยกว่าปีมาแล้ว แถมสมัยนี้ จะหาพระเข้านิโรธสมาบัติได้ที่ไหน เอาแบบง่าย ๆ หน่อยดิ ไปทำบุญที่วัดข้างบ้านได้ปะ... อยากรวยอะ รวยเร็ว ๆ ด้วยนะ เอารวยชาตินี้นะ ไม่รอเอาชาติหน้าด้วย

สมีรี่ : โถ... โถ... โถ... คุณน้องจะใจร้อนไปถึงไหน ทำบุญให้ได้ผลไวนั้นต้องใจเย็น ๆ นะ

ประการแรก คุณน้องต้องทราบให้ชัดก่อนว่า การทำบุญให้มีอานิสงส์มาก ขึ้นกับปัจจัย ๓ อย่าง นั่นคือ

๑. ผู้ให้ทาน

๒. วัตถุทาน

๓. ผู้รับทาน

เรื่องนี้เขียนไปอย่างน้อย ๒ เอ็นทรี่แล้วแล แต่ก็ยังมีคนพลาดไม่ได้อ่านอีกมากมาย แถมทำลิงค์ไว้ ก็ไม่ยอมไปหาอ่านอีกแน่ะ เลยต้องมาพล่ามซ้ำซาก อีกสักรอบ เอาแบบย่อ ๆ ก็แล้วกัน คือ ผู้ให้ทานต้องมีใจยินดีกับการให้ และต้องยินดีทั้ง ๓ กาล คือ ก่อนให้ ขณะให้ และหลังให้ วัตถุทานต้องบริสุทธิ์ ไม่ไปทำบาปเพื่อให้ได้มาซึ่งวัตถุทาน ส่วนข้อสามนั้น ท่านเทียบสเกลไว้ให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้ ครับ

ทำทานให้สัตว์เดรัจฉาน          ๑๐๐ ครั้ง ไม่เท่าทำทานให้คนมีศีล ๕ ไม่ครบ      ๑ ครั้ง

ทำทานให้คนมีศีล ๕ ไม่ครบ    ๑๐๐ ครั้ง ไม่เท่าทำทานให้คนรักษาศีล ๕ ครบ     ๑ ครั้ง

ทำทานให้คนรักษาศีล ๕         ๑๐๐ ครั้ง ไม่เท่าทำทานให้คนรักษาศีล ๘            ๑ ครั้ง

ทำทานให้คนรักษาศีล ๘         ๑๐๐ ครั้ง ไม่เท่าทำทานให้พระที่รักษาศีล ๒๒๗   ๑ ครั้ง

ทำทานให้พระที่รักษาศีล ๒๒๗ ๑๐๐ ครั้ง ไม่เท่าทำทานให้พระโสดาปัตติมรรค     ๑ ครั้ง

ทำทานให้พระโสดาปัตติมรรค   ๑๐๐ ครั้ง ไม่เท่าทำทานให้พระโสดาปัตติผล        ๑ ครั้ง

ไล่เรื่อย ๆ ขึ้นไป ว่าโดยย่อ คือ พระโสดาปัตติผล < พระสกทาคามีมรรค < พระสกทาคามีผล < พระอนาคามีมรรค < พระอนาคามีผล < พระอรหัตตมรรค < พระอรหัตตผล < พระปัจเจกพุทธเจ้า < พระพุทธเจ้า < สังฆทาน < วิหารทาน

(เนื้อหาโดยละเอียด อ่านได้ในเอ็นทรี่ ทำไมถึง "บินเดี่ยว" ตอนที่ ๒ และ วิธีสร้างบุญบารมี : ทำทานอย่างถูกวิธี)

ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ว่า จะมีอานิสงส์เป็นร้อยเท่า ขึ้นไปเรื่อย ๆ เช่นนี้หรอก แต่อานิสงส์มันเทียบกันไม่ได้ต่างหาก เขาถึงเรียกพระอริยเจ้าว่า เนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก ซึ่งหมายถึง หว่านข้าวเปลือกไป ๑ เมล็ด อาจได้ผลกลับมาหลายเกวียน หรือหลายกระสอบ ขึ้นอยู่กับว่า พระที่คุณน้องไปทำบุญด้วย มีความบริสุทธิ์ของจิต ระดับไหน

คุณน้อง : หลวงพี่คะ แล้วจะทราบได้อย่างไรว่า พระที่คุณน้องไปทำบุญด้วย เป็นพระอริยเจ้าล่ะคะ (พระอริยเจ้า คือ พระโสดาปัตติมรรค ขึ้นไป)

สมีรี่ : ก็ขอตอบว่า ไม่มีทางรู้หรอก คุณน้องเอ๋ย ได้แต่เดา ๆ เอา จริยาพระอรหันต์ ท่านจะไม่ติดกับขันธ์ ๕ หรือไม่ติดกับร่างกาย ทว่าเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ท่านติด หรือไม่ติด การเจรจาพาที ไม่สามารถเฉลยคุณธรรมในใจได้

คุณน้อง : อย่างนี้ก็ไม่มีทางทำบุญให้ได้ผลเยอะ ๆ ให้ได้ผลไว ๆ ซีคะ เพราะพระแถวบ้านคุณน้อง ดูท่า่คงจะไม่ใช่พระอริยเจ้าแหงม ๆ

สมีรี่ : มีสิจ๊ะคุณน้อง คุณน้องก็หันไปทำสังฆทานก็ได้ สังฆทาน คือ ทานที่ถวายพระสงฆ์ โดยไม่เจาะจงรูปใด รูปหนึ่ง ถวายให้เป็นของส่วนรวมว่างั้นเหอะ อย่างนั้นแม้ผู้รับ(ผู้แทนสงฆ์) ไม่ใช่พระอริยเจ้า ก็มีอานิสงส์ยิ่งกว่าถวายกับพระพุทธเจ้าโดยตรงซะอีก

คุณน้อง : ใช่ถังเหลือง ๆ ที่คุณน้องเอาไปถวายเป็นประจำหรือเปล่าคะ

สมีรี่ : แม่นแหล่ว

คุณน้อง : โห... หลวงพี่คะ คุณน้องก็ทำเป็นประจำแหละค่ะ ไม่เห็นมันจะรวยเป็นแม้วอะไรขึ้นมาเลยค่ะ

สมีรี่ : อ๋อ... อานิสงส์มาก กับได้ผลเร็ว มันคนละเรื่องกันหน่ะ คุณน้อง อานิสงส์นั้น คุณน้องได้แน่นอนอยู่แล้ว แต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ถ้าอยากให้อานิสงส์ส่งผลเร็ว เหมือนติดจรวด ก็ต้องถวายให้แด่พระที่มีความบริสุทธิ์ของจิตสูง ๆ เช่น พระอรหันต์ หรือพระที่เพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติ

คุณน้อง : โธ่... หลวงพี่ หลอกให้อ่านมาตั้งนาน มันก็ไม่เห็นจะแตกต่างจากที่คุณน้องรู้มาเลย ถึงคุณน้องทราบ คุณน้องก็ไม่รู้จะไปหาพระอรหันต์ที่ไหนอยู่ดีแหละเจ้าค่ะ

สมีรี่ : ไม่เห็นจะยาก ก็ถวายให้พระพุทธเจ้าโดยตรงเลยซี้

คุณน้อง : ห๊ะ... ถวายให้ท่านได้ด้วยหรือคะ ท่านปรินิพพานไปแล้วตั้งสองพันห้าร้อยกว่าปี ไม่ใช่หรือคะ

สมีรี่ : ถวายได้ซี้ พระพุทธเจ้ายังคงอยู่ ทุกหนทุกแห่งนั่นแล ขึ้นอยู่กับว่า ใจของคุณน้องสัมผัสพระองค์ได้หรือเปล่า เอาอย่างนี้ซี เวลาถวายสังฆทานหน่ะ ให้กำหนดจิต ระลึกถึงพระพุทธเจ้า ขออาราธนาพระองค์เสด็จมาเป็นประธาน รับสังฆทานที่คุณน้องถวาย แค่นี้คุณน้องก็ได้อานิสงส์เต็ม แล้วแถมให้ผลเร็วอีกต่างหาก

คุณน้อง : อ๋อ... อย่างนี้นี่เอง แต่หลวงพี่คะ อย่างนั้นก็ไม่เห็นจะเป็นหลักประกันอะไรเลยนี่คะ ว่าคุณน้องทำบุญแล้ว คุณน้องจะรวยแน่ ๆ รวยเห็น ๆ รวยเร็ว ๆ ทำบุญแล้วให้รอลม ๆ แล้ง ๆ อย่างนี้ มันก็เหมือนกับที่เขาโฆษณาให้ไปทำบุญกัน ไหนหลวงพี่โฆษณาไว้หัวเอ็นทรี่ว่า ให้รวยทันตาเห็นไงคะ

สมีรี่ : ความจริงแล้ว คุณน้องก็รวย ตั้งแต่คิดจะทำแล้วหล่ะ เพราะ "ความรวย" แท้จริง มันอยู่ที่ใจของคุณน้องเอง ถ้าคุณน้องรู้จัก "พอ" เมื่อไหร่ คุณน้อง ก็ "รวย" เมื่อนั้น การทำบุญทำทาน โดยคิดจะสละออก มันไปละความโลภ คิริมานนทสูตร กล่าวไว้ว่า ยิ่งคุณน้องละกิเลสได้มากเท่าไหร่ คุณน้องก็ได้บุญมากเท่านั้น ความโลภ ก็เป็นกิเลสตัวเอ้ ตัวหนึ่ง ซึ่งทำให้เราไม่เคย "พอ" อยากได้โน่น อยากได้นี่ ตลอดเวลา ซึ่งก็หมายถึงว่า ถ้าคุณน้องยังโลภอยู่ คุณน้องก็เป็นคนจนตลอดเวลา นั่นเอง

ฉะนั้น ถ้าคุณน้องทำบุญ ด้วยหวังให้ได้อานิสงส์มาก ๆ ได้บุญมาก ๆ ได้ลาภสักการะอันเกิดจากอานิสงส์ของบุญนั้นไว ๆ ทำบุญด้วยความอยากมีหน้ามีตาในสังคม เช่นนั้น คุณน้องทำบุญแล้ว ก็อาจจะยิ่งจนลง เพราะทำไปแล้ว ความโลภคุณน้อง ไม่ได้ลดลง บางทีก็อาจมากขึ้น และห่างไกล คำว่า "พอ" ยิ่งขึ้น บุญที่ได้ก็น้อยตามไปด้วย

ตรงข้าม ถ้าคุณน้องทำบุญ ด้วยเจตนาละความโลภ สละออกเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ หวังเพียงเพื่อละความโลภของตนเอง ไม่ได้หวังว่า มันจะมีอานิสงส์อะไร เช่นนั้น ก็ละความตระหนี่ถี่เหนียวของคุณน้อง เข้าใกล้คำว่า "พอ" มากขึ้น และเมื่อไหร่ที่คุณน้องเข้าถึงคำว่า "พอ" คุณน้องก็เป็นเศรษฐีในชั่วพริบตา ทีเดียว

นี่ละ ความหมายของการยิ่งทำบุญ ยิ่งรวย คุณน้องเข้าใจใช่ไหมจ๊ะ

คุณน้อง : แจ่มแจ้งเจ้าค่ะ อย่างนี้คุณน้องก็เริ่มจะรวยทันตาเห็นขึ้นมาแล้วหล่ะค่ะ ด้วยการทำบุญโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนเลยใช่ไหมคะ

สมีรี่ : ถูกแล้วครับ คุณน้อง ถ้ามีโอกาสก็แบ่งปันสิ่งที่เรามี ให้ผู้ที่ด้อยโอกาสในสังคม เป็นสาธารณประโยชน์ ก็จะเป็นคุณอันประเสริฐ เพราะเราไม่ได้เจาะจงให้ใครเป็นพิเศษ มีอานิสงส์มากเช่นกันครับ

คุณน้อง : กราบขอบพระคุณหลวงพี่ที่ช่วยให้ความกระจ่าง และขอกราบนมัสการลาเจ้าค่ะ

สมีรี่ : เจริญพร นะคุณน้อง ร่ำรวย ๆ เฮง ๆ ตลอดปีใหม่นะคุณน้อง และผู้อ่านทุกท่าน คิดหวังสิ่งใด ขอจงสำเร็จทุกประการ เอวัง โหตุ นะจ๊ะ

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ ฯ

edit @ 3 Jan 2009 14:03:54 by Dhammasarokikku

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หนูไม่นึกเลยนะเนียะว่าพระพุทธเจ้าท่านยังคงอยู่ นึกว่าท่านนิพพานสลายไปแล้วซะอีก!

ตอนทำบุญ หนูชอบลืมจบประจำเลย sad smile

#1 By Cotton on 2009-01-02 19:53

สาธุค่ะ big smile

แล้วประิเภททำแล้วใจมันไม่ได้คิดอะไรนี่ ก็ไม่ได้ผลหรือเปล่าค่ะ sad smile เฉยๆตอนทำ เพราะงั้นก็เลยเฉยๆ ไปหมด sad smile cry

#2 By ตุ้มเป๊ะ on 2009-01-02 19:55

ตอบความเห็นที่ ๑

พระพุทธเจ้า และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ที่เข้าพระนิพพานไปแล้ว ไม่ได้สูญสลายไปจ๊ะ

ระลึกถึงท่านได้เสมอจ๊ะ

การจบ เป็นการอธิษฐาน แปลว่า "การตั้งใจมั่น" เป็นบารมีอย่างหนึ่ง สามารถทำเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทำตอนนั้นตอนเดียว ทำบุญผ่านมาแล้วสิบปี ก็ยังอธิษฐานได้ ไม่ช้าเกินไป

ตอบความเห็นที่ ๒

ผลของทาน ไม่ว่า อธิษฐาน หรือไม่อธิษฐาน ก็มีผลเสมออยู่แล้ว

ทำดี ย่อมได้ดี

แต่ไม่ได้ของแถม คือ "การตั้งใจมั่น"

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#3 By Dhammasarokikku on 2009-01-02 20:26

เจริญในธรรมเลยฮะ สาธุ big smile

#4 By clock on 2009-01-02 20:46

สาธุครับ

ทำบุญเพราะอยากให้บารมีเต็มเร็วๆ ก็เป็นความโลภด้วยสิครับ sad smile

แต่ปกติชอบทำบุญกับสัตว์เดรัจฉาน เพราะรู้สึกว่ามันจะอุทรณ์ร้องขออะไรก็ไม่ได้ น่าสงสารอะ

#5 By นักรบ on 2009-01-02 21:14

ลืมถวายดาวอีกแล้ว sad smile
Hot! Hot! Hot!

#6 By นักรบ on 2009-01-02 21:14

สาธุด้วยครับ Hot!

#7 By theflym on 2009-01-02 21:22

ตอบความเห็นที่ ๔

สาธุ ครับ

ตอบความเห็นที่ ๕-๖

บุญทานนั้น ทำไปเหอะ ไม่ว่ากับใครก็ตาม สำคัญ คือ "อย่าเจาะจง" ครับ จักทำให้บารมีเต็มเร็ว อานิสงส์นั้นท่านแจงไว้ ก็ใช่ว่า ให้เราไปหวังอานิสงส์เพียงถ่ายเดียว คำว่า "บารมี" แปลว่า กำลังใจ ครับ ถ้ากำลังใจในการให้ทานเต็ม จักพร้อมให้ทานเสมอ ครับ ไม่ว่า ผู้รับทาน จะเป็นสัตว์เดรัจฉาน หรือพระพุทธเจ้า

จากประสบการณ์ของตนเอง พบว่า เมื่อเราทำบุญอย่างหนึ่งไปมาก ๆ เราจักมีโอกาสได้ทำบุญที่มีอานิสงส์มากขึ้นไปเรื่อย ๆ เอง โดยธรรมชาติ ไม่จำต้องไปเล็งดูว่า บุญอย่างนี้อานิสงส์มาก หรือน้อย

บุญบางอย่าง เมื่อเราทำจนเต็มแล้ว จะรู้สึกจืด ๆ กับบุญชนิดนั้น แต่รู้สึกซู่ซ่า กับบุญที่ยิ่งใหญ่กว่า บุญทั้งหลาย มีความยิ่งใหญ่ตามลำดับ ดังนี้

๑. ทาน
๒. ศีล
๓. ภาวนา

ส่วนใหญ่มันจะไปตามลำดับ ครับ หากคนยังไม่มีศีล ไม่เอาศีล เบื้องต้นก็ให้เขาทำทานไปก่อน หาบุญหนัก ๆ ให้เขาทำ อำนาจแห่งผลบุญที่เขาทำ จะพาให้เขาได้พบกับบุญเลเวลต่อไปโดยอัตโนมัติ

สาธุ กับดราก้อนบอลล์ ครับ

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#8 By Dhammasarokikku on 2009-01-02 21:33

สวัสดีปีใหม่เจ้าค่ะ confused smile สาธุ ๆ ๆ
เอนทรีส์นี้ฮามาก ๆ ค่ะ ได้ความรู้ด้วย ชอบ ๆ ๆ
ถวายดาวค่ะ
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#9 By b613 ดาวถัดมา on 2009-01-02 22:12

สาธุ confused smile

#10 By Initmate on 2009-01-02 23:07

เวลาทำบุญไม่ได้เคยคิดอะไรเลยนอกจากว่าจะช่วยทำให้สบายใจ
ไอ่เรื่องขอให้รวยนี่ไม่เคยคิดเลยค่ะ แต่ไอ่ประเภทแอบบนบานไว้นี่พอมีอยู่บ้าง question ไม่คิดจะขอนะ
แต่คิดว่าศาสนาเป็นที่พึ่งทางใจเวลาจิตตกที่ดีมากๆ

ต่อจาก #3 หน่อยนึง ที่บอกว่าเวลาทำบุญให้ตั้งจิตอุทิศส่วนกุศลไปให้นี่เค้าได้รับจริงๆ ชิมิ ???
((คำถามรูปธรรมไปหน่อยรึเปล่าหว่า))
ปกติแล้วเวลาไหว้พระก็จะบอกว่า ขอให้ครอบครัว เจ้ากรรมนายเวร สัมภะเวสี วิญญาณเร่รอน
((อย่างวันนี้ไปวัดก็อุทิศส่วนบุญให้คนที่ตายในผับไปด้วย))
แล้วถ้าระหว่างสวดหรือระหว่างทำการกรวดน้ำเราลืมเอ่ยชื่อ แต่มานึกได้ที่หลังแล้วขอว่าขออุทิศให้ ,,, อย่างนี้จะได้ผลรึเปล่าหลวงพี่ ???
ปกติเวลาไหว้พระจะขอยาวมาก บางทีลืม นึกขึ้นได้หลังกราบพระไปแล้ว ๆ ก็จะหันไปบอกว่า
พระประธานค่ะ เมื่อกี้ลืม ขอเพิ่มชื่อนะคะ ขอให้คุ้มครอง ให้บุญนี้บังเกิดแก่ ... แนวนี้
แบบนี้มันจะเป็นผล พระท่านจะรับรู้คำขอเพิ่มรึเปล่าค่ะหลวงพี่ ???

อีกอย่างนึง ((คำถามอาจจะซ้ำซากไปนิด แฮ่))
ถ้าเกิดเราอยากจะทำบุญ ตั้งจิตอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ
สามารถทำได้อย่างไรบ้างค่ะ ???
แค่ตักบาตร ถวายสังฆทาย ถวายปัจจัย เท่านั้นหรือเปล่า ???
การที่เราแ่ค่สวดมนต์ไหว้พระอยู่กับบ้าน แบบนี้จะเกิดผลบุญที่เราสามารถอุทิศให้ผู้ล่วงลับได้หรือไม่ ???

แฮ่ ยาวเช้ส ขออภัย

ปล หลวงพี่นอนดึก เดี๋ยวเปนแพนด้าไปบิณฑบาตรเน้อ

#11 By ◣ Tairataraban ◥ on 2009-01-02 23:11

ตอบความเห็นที่ ๙-๑๐

สาธุ ครับ

ตอบความเห็นที่ ๑๑

อ่า... ได้จ้า (ตามคำบอกเล่าของครูบาอาจารย์นะ ไม่ได้รู้เอง) ที่ถามมาได้ทั้งหมดนั่นแหละ

บุญทุกอย่าง สามารถอุทิศให้ผู้ตายได้ทั้งนั้นแหละ แม้กระทั่งยังมีชีวิตอยู่ ก็อุทิศให้ได้ (ในกรณีที่เขาไม่ได้รับรู้การอุทิศส่วนกุศลของเรา กันแห้ว ก็ฝากให้เทพเทวา ที่รักษาเขาอยู่ ให้เป็นพยาน บอกให้เขาโมทนา เมื่อเขาตายไปแล้วด้วย ก็ได้)

ความหนักหน่วงของบุญ ก็ตามเลเวลฮับ

การให้ทาน เบากว่า รักษาศีล
การรักษาศีล เบากว่า การภาวนา (สวดมนต์จัดเป็นการภาวนาจ้า)

ฉะนั้นบุญหนักที่สุด คือ การภาวนา สมควรอุทิศส่วนกุศลให้อย่างยิ่งฮับ

ที่ใช้อยู่ ขี้เกียจจำว่า ทำบุญอะไรไปมั่ง ใช้วิธีรวบยอด "ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้าบำเพ็ญมาแต่ต้น(ชาติแรก) จนถึงปัจจุบัน (และต่อไปในอนาคต จนกว่าจะเข้าพระนิพพาน) ขออุทิศให้... " (อย่างนี้ นัดเดียวจอดไปเลย สั้นดีด้วย อิ อิ)

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#12 By Dhammasarokikku on 2009-01-02 23:51

อ้อ...

ต้องเป็นแพนด้า เพราะพรุ่งนี้ หลวงพี่เล็กมาที่บ้านอนุสาวรีย์อะ ว่าจะเอาปฏิทินไปแจกสัก ๒๐๐ แต่จ๊ากซ์....มีอยู่ตอนนี้ประมาณ ๕๐ อันเองกระมัง

หมีแพนด้า ๆ อะ หมีแพนด้า...

sad smile

#13 By Dhammasarokikku on 2009-01-02 23:53

พอเห็นทำยังไงให้รวยก็รีบเข้ามาเลยsad smile ถ้างั้นก็ไม่เจอ blog สอนธรรมดีๆแบบนี้

บางครั้งสงสัยตัวเองว่าทำไมไม่รู้จักพอsad smile

ขอ add เลยแล้วกันนะคะ หลวงพี่???

#14 By ::housewife:: on 2009-01-03 04:12

สาธุ .. ก็ขอให้เจ้าของblog ร่ำรวยทันตาเห็นนะคะ ^^



http://www.lovercorner.com

#15 By www.lovercorner.com on 2009-01-03 09:33

โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยทำบุญแบบนั้นเลยครับ

คือไม่ค่อยเชื่อและหวังในผลแบบคนเค้า

ส่วนใหญ่ผมเน้นช่วยคน ตามโอกาสที่คิดจะช่วย

ไม่เคยคิดจะไป ถวายสังฆทาน เลยครับ

ไม่ค่อยศัทธาในตัวคนดำเนินงาน (ใจผมค่อนข้างคิดลบ)

..

..

แต่เพิ่งมาคิดได้เมื่อไม่นาน ว่าถ้าจะทำบุญ ก็อย่าไปคิดให้มากว่าเค้าจะโกง หรือหลอกเอาตังค์...

เพิ่งคิดได้ ว่าเอาเจตนาของเรากับพิจารณานิดนึงก็พอ


เดี่ยวนี้ ถ้ามีโอกาสก็ทำ

ถ้าไม่มีก็ไม่ดิ้นรนถวายสังฆทานครับ

.

#16 By เอกน้อย on 2009-01-03 10:03

ตอบความเห็นที่ ๑๔

น่าน... รวยทันตาเห็นไปอีกคนแร้วววว.... big smile

ตอบความเห็นที่ ๑๕

เช่นกัน ครับ

ตอบความเห็นที่ ๑๖

ถูกต้องแล้ว ครับ จิตใจที่เราอยากทำทาน กับ เขาเอาทานของเราไปทำอะไร มันคนละส่วนกัน ครับ

บุญนั้นเกิดตั้งแต่คิดจะให้แล้ว เพียงแต่ หากเราได้ทราบว่า เขาเอาทานของเราไปทำให้เกิดประโยชน์ตรงตามที่เราตั้งใจ ก็จะชื่นใจ และสำหรับผู้ที่มีทานบารมีอ่อน ก็จะมีกำลังใจทำทานต่อไปเท่านั้นเอง

เรื่องของสังฆทาน เป็นของส่วนรวม พระบางรูป ยังไม่ทราบเลย ครับ บวชสักแต่ว่า บวช เลยบวชแล้วลงนรกกันเป็นแถบ ๆ นั่นแล

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#17 By Dhammasarokikku on 2009-01-03 10:56

big smile ทำบุญอย่าหวังสิ่งตอบแทนเลยค่ะ ทำไปให้จิตใจสบาย สงบก็พอแล้วหล่ะ

#19 By iDoi* on 2009-01-03 12:50

big smile สาูุธุค่ะ

#20 By Sp@rk on 2009-01-03 16:58

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

#21 By DreamCatcher on 2009-01-03 17:12

สรุปสั้นๆว่า ทำกระจายไปเถอะ ไม่ต้องสนตัวคูณ ทำด้วยใจ ไม่หวังผลคงดีที่สุด big smile
นมัสการหลวงน้าขอบคุณคะที่ส่ง 300 exs. open-mounthed smile หนูดีใจมากเลยคะ หนูเลยส่งการ์ดมาให้cry

#23 By NongMay on 2009-01-03 19:17

ขออนุโมทนาร่วมด้วยค่ะ Hot! Hot!

#24 By Kaeyjung on 2009-01-03 20:01

อ่านแล้วนึกได้ถึงเรื่องการทำทานนะคับ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปวัดเลยconfused smile

#25 By Nerd de Scriptorus on 2009-01-03 20:08

ปล. ขออนุญาติแตกประเด็นครับ
ถวายดาวด้วยHot!

#26 By Nerd de Scriptorus on 2009-01-03 20:35

อยากบอกคุณน้องแทนพระคุณเจ้าจังเลยว่า
หากเราทำบุญ แต่ไม่หวังสิ่งใด ผลตอบแทนหรือผลสะท้อนกลับ ในความรู้สึกที่ทำบุญมานาน ทำให้เกิดความอิ่มเอิบใจ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่รู้สึกดีที่สุดในการทำบุญ
แต่หากบางครั้งเราหวังผลมากไป แต่ไม่ได้รับกลับมาเหมือนที่เราตั้งไว้ ทำให้เราเกิดคำถามว่าทำไปทำไม
แล้วจะได้อะไร

แค่จิตที่เป็นกุศล ดิฉันคิดว่า มันก็มีกระแสแห่งผลบุญเกิดขึ้นแล้วค่ะ

หุหุ หุ หุ บังอาจตอบแทนพระคุณเจ้า

แค่คิดว่าทำแล้วเป็นสุขทำไปเถ่อะค่ะ โดยเฉพาะกับพ่อและแม่ของเราเอง เป็นสิ่งที่ได้เห็นผลเร็วที่สุดลองทำดูน่ะค่ะconfused smile confused smile confused smile

#27 By dowrun happy on 2009-01-03 20:58

สาธุค่ะ

ปล. ขออนุญาตแอดบลอคนะคะ

Hot!

#28 By fA!NnEy on 2009-01-03 22:36

สาธุbig smile

#29 By pizzicato on 2009-01-04 02:04

อืม...เวลาทำบุญทำให้เราสบายใจขึ้นนะขอบอกHot!

#30 By kowniewping on 2009-01-04 20:51

สาธุ

#31 By na m pu eng on 2009-01-04 22:44

wink ห๊ะ เพิ่งรู้ว่าถวายให้พระพุทธเจ้าโดยตรงได้ด้วย

สาธุ

#32 By r i j e -[a x k i z e l] on 2009-01-04 22:55

อนุโมทนาบุญด้วยครับบHot! Hot! Hot!


ขอบคุณมากครับสำหรับ การบอกการถวายแด่พระพุทธเจ้าโดยตรง


big smile big smile big smile

#33 By ~Lemon~cicerO~ on 2009-01-05 00:48

สาธุ (-/|\-)
ทำบุญด้วยใจที่อยากให้และพอเพีียงก็พอ

อืม ถวายให้พระพุทธเจ้าไม่เคยคิดถึงนะเนี่ย wink

#34 By Aklare on 2009-01-05 03:53

ขอบพระคุณหลวงพี่มากค่ะ
อ่านแล้วกระจ่างใจมาก
นั่งอ่านคอมเม้นท์ต่อก็ช่วยให้เข้าใจยิ่งขึ้นbig smile

#35 By MamiLuv on 2009-01-05 14:33

ผ่านมาอ่าน ชอบๆมาก เพิ่งไปทำบุญวันเกิดมาอิ่มใจมากๆ

#36 By meritbirthday (125.25.150.148) on 2009-09-28 12:43

ดีเหลือเกิน

ขอบคุณครับ ที่แนะนำ มีแหล่งข้อมูลดีๆ แบบนี้ น่าติดตามครับ ส่วนใครที่สนใจเกี่ยวกับ มูลนิธิต่างๆ แหล่งทำบุญ

[url=http://www.thaimerits.com/]ทำบุญวันเกิด[/url] ผมขอแนะนำ เว็บไซต์ที่ทำเพื่อการกุศล แวะหาข้อมูล

ได้ครับ ที่ http://www.thaimerits.com/
อยากตักบาตรกับพระอรหันต์สักครั้งในชีวิต
แต่บุญคงยังไม่ถึง วันก่อนไปยกครู มโนมยิธิ
แต่ก็มืดสนิท ในขณะที่หลานสาวผมที่ไปด้วยกัน
ไปเที่ยวสวรรค์ ไปดูนรก อย่างสบายใจ
เฮ้อ บุญยังไม่ถึงพอเรา

http://www.tjorchid.com/sms/ทำบุญวันเกิด.html

#39 By กล้วยไม้ on 2009-10-20 14:05

Favourites