ไปเม้นท์เอ็นทรี่อ๊อดโป๊ด เอ็นทรี่หนึ่งมา ครับ ชื่อ ก็แค่"เด็กนอก" แล้วไง??!! เขียนไปเขียนมาน้ำลายท่วมบล็อกชาวบ้าน ก็เลยตัดสินใจ เอามาบ่นลงบล็อกตัวเองดีกว่า ดังนี้...

 

ฮ่า ๆ ๆ ข้าพเจ้าก็เด็กนอก

นอกกรุงเทพฯ กร๊าก...

เพื่อนข้าพเจ้าก็เด็กนอก... จบแคมโบเดี่ยนไฮสกูลเชียวนา กร๊ากอะเกน...

 

ทำไมเด็กนอกถึงดูเท่

๑. พ่อแม่มีตังค์ มีปัญญาส่งลูกไปเรียนเมืองนอก คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในระบอบทาสของเงิน มักเชิดชูความรวย ไม่ได้เชิดชูคุณธรรม เพราะงั้น แม้พ่อแม่ไปโกงเขามา ส่งเงินให้ลูกเรียน ลูกก็ยังสามารถชูหำหาง โก่งคอประกาศได้ว่า อั๊วะมันเด็กนอก สังคมก็ให้การยอมรับ ขอแค่มีตังค์

ข้อนี้ขอผ่านไป วาสนาคนเรามันแข่งกันบ่ได้ และเท่เพราะแค่พ่อแม่มีตังค์นี่ โดยความเห็นส่วนตัวแล้ว กระจอกหว่ะ!!!

๒. เด็กนอกพูดภาษาต่างชาติได้ดี พวกคนหัวนอก เห็นต่างชาติเป็นพระเจ้า จึงนิยมชมชอบ ให้การสรรเสริญ เฮ้ย... แมร่งพูดภาษาที่กุพูดไม่ได้หว่ะ เท๊..เท่ ยิ่งพูดภาษาไทยไม่ชัด ยิ่งเท่เข้าไปใหญ่ ไม่รู้จะคลั่งไคล้ต่างชาติกันไปถึงไหน คนพวกนี้ส่วนใหญ่มักลืมกำพืดตัวเองได้ง่าย ความรักชาติบ้านเกิดเมืองนอนติดลบ และข้าพเจ้าเห็นว่า คนไทยที่พูดภาษาไทยไม่ชัด มันน่าอาย มากกว่า ดูเท่ ปลื้มเขามากนัก ก็น่าจะโอนสัญชาติไปเลยไป๊ พวกเป็นดีเจ แต่ "ล" ลิง "ร" เรือ ยังออกเสียงไม่ชัด ฟังแล้วทุเรศหูหง่ะ

ข้อนี้ไม่ยาก ครับ แค่เตะตัวขี้เกียจทิ้งไป แล้วไปขวนขวายหาเรียนภาษาต่างชาติเพิ่มเติม ภาษาที่ไม่ใช่ภาษาพ่อ ภาษาแม่ ของเรา มันยากอยู่แล้ว ครับ ต้องมี ฉันทะ หรือ ความพอใจ ที่จะเรียน ต้องรู้สึกสนุกกับการเรียน ถึงจะทำได้ดี ครับ ถ้ามันไม่สนุก ก็ลองพยายามปรุงใจว่า มันเป็นเรื่องสนุกเหลือเกิน ครับ ข้าพเจ้าเอง เป็นคนไม่ชอบกินอะไรขม ๆ ครับ วันดีคืนดี เห็นคนอื่นเขากินอะไรขม ๆ กันอย่างเพลิดเพลิน บ๊ะ... เขากินได้ เราก็ต้องกินได้ ก็ลองปรุงใจตัวเอง ครับว่า "สะเดา" นี่ เป็นอาหารเลิศรส แล้วก็ก้มหน้าเคี้ยว ๆ กลืน ๆ ช่วงแรกมันก็ฝืน ๆ ครับ พอกินไปได้สักพัก ความเกลียด ก็กลายเป็นความชอบได้ เดี๋ยวนี้เลยเห็นสะเดาไม่ได้ พุ่งเข้าใส่ ฉันใด ก็ฉันนั้น

หรือวิชาภาษาอังกฤษ ข้าพเจ้าก็รังเกียจราวกับขี้ ครั้นปรุงจิต ให้มี ฉันทะ แล้วก็ทู่ซี้เรียน ๆ มันเข้าไป สุดท้ายก็ประสบความสำเร็จ ดังที่ได้เคยพล่ามไปแล้วใน เอ็นสะท้าน - ข้อคิด ชีวิต และกำลังใจ ถึงน้อง ๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบ

๓. สิ่งที่เรายังไม่ได้สัมผัส ก็รู้สึกว่า มันเลิศเลอมากมาย ครั้นได้สัมผัสเข้าไปแล้ว ก็จะรู้สึกเฉย ๆ คนที่ไม่เคยไปเมืองนอกเลย จะจินตนาการเมืองนอกจากข้อมูลที่ได้รับรู้มา จากภาพที่เห็น จากหนังที่ดู หรือคำบอกเล่าของเพื่อนฝูง สมัยก่อนก็อยากไปเมืองนอกมาก อยากไปเล่นหิมะ ครั้นพอได้ไปจริง ก็กลายเป็นรู้สึกธรรมดา ไม่มีความอยากไปเรียนเมืองนอกอีกเลย

ข้อนี้ ก็ทำได้ ครับ ถ้าพอมีตังค์ หรือมีญาติ อยู่เมืองนอก ลองขอไปอยู่กับเขาสักเดือนหนึ่ง แล้วท่านจะทราบว่า "เมืองไทยน่าอยู่ที่สุดในโลก"

๔. เวลาจบนอกแล้่วมันดูคูล ดูเป็นผู้ใหญ่ อันนี้อาจจะเป็นข้อดีอันเอกอุ หาใดเทียมได้ยาก เพราะเด็กนอกทุกคนจะพูดเหมือน ๆ กันว่า ต้องรับผิดชอบตัวเอง ต้องดูแลตัวเอง เอาแค่เรื่องเิงินอย่างเดียว ก็ต้องทำความรู้จักกับ personal cheque ต้องวางแผนทางการเงิน ต้องหารายได้พิเศษ ฯลฯ และยังมีการวางแผนในการเรียน การทำงาน การเที่ยว อื่น ๆ อีกมากมาย สิ่งเหล่านี้ถ้าเรียนในเมืองไทย ญาติโกโหติเกือก จัดการให้ทั้งสิ้น ครับ เด็กก็งอมืองอตีน ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง เด็กนอกจึงดูคู๊ล คูล

หารู้ไม่ ท่านก็สามารถทำตัวเองให้ดูคูลได้ ไม่ต่างจากเด็กนอก ด้วยการลุกขึ้นมารับผิดชอบชีวิตตัวเอง เริ่มจากอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ได้ เช่น เก็บที่นอนเอง ล้างห้องน้ำเอง กวาดถูบ้านเอง ซักผ้าเอง แล้วค่อยลามไปเรื่องที่ใหญ่ขึ้น เช่น ดูแลค่าใช้จ่ายของตัวเอง ด้วยตัวเอง หางานพิเศษทำ เรียนภาษาต่างชาติเสริม วางแผนชีวิต นั่นละ ดูคลูโดยไม่ต้องอาศัยบารมีความรวยของพ่อแม่ และคลูยิ่งกว่า ตรงที่เราทำด้วยความสมัครใจเอง ส่วนพวกเด็กนอก "ต้องทำ" เพราะสถานการณ์มันบีบบังคับ

พวกที่ไปเห่อ บ้าเด็กนอกมาก ๆ บางคน ที่นอนตัวเองยังไม่เคยเก็บเลย ครับ เขาเลยฟีเว่อร์คนที่ทำอะไรที่เขาทำไม่ได้ มาก ๆ ถ้าจะบ้าเด็กนอกให้สร้างสรรค์ ก็หันมาศึกษาชีวิตเด็กนอก ครับว่า พวกเขาทำอะไร "เอง" บ้าง แล้วเราก็ทำของเรา "เอง" ตามเขา อย่าไปบ้าเด็กนอกที่ปลายทาง อย่าไปบ้าที่ what (เขาเป็นอะไร) จงบ้าที่ how (เขาเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร) เขาก็มีสิบนิ้วมือ สิบนิ้วเท้า เหมือนเรา อะไรที่เขาทำได้ เราก็ย่อมทำได้เช่นกัน แต่ถ้าเรามีสิบนิ้วมือ สิบนิ้วเท้า ไว้ "งอ" เล่นอยู่กับบ้าน ก็ไม่มีวันทำอะไร อย่างที่เขาทำกันได้

สิ่งที่ทำให้เด็กนอกดูคูล คือ "ความรับผิดชอบ" ครับ ไม่ใช่แค่ เด็กไปเรียนเมืองนอก

๕. เด็กนอกเขามั่นใจในตัวเอง ไอ้ความมั่นนี่ บางทีก็เป็นเพราะคนทั่วไปไปให้ค่าของ "เด็กนอก" กันเอง ครับว่า จบนอกแล้ว ต้องเจ๋ง ต้องคูล ความจริงไอ้ใบประกาศที่สามารถ "ซื้อได้" มันก็มี ครับ ไปสำมะเลเทขวดอยู่เมืองนอกสักสองสามปี ผลาญเงินพ่อแม่ไปสักสิบล้าน กลับมาแล้วก็มาบอกพ่อแม่ว่า จบที่โน่น ที่นี่มา ทุกคนก็ให้ค่าเขาว่า เป็นเด็กนอก พอคนให้ค่ามาก ๆ เข้า ความมั่น มันก็โผล่ขึ้นมา แต่มั่นแบบผิดทางอย่างนั้น เขาเรียก "อีโก้" ครับ ซึ่งถ้าทำงานไปแบบมีแต่ "อีโก้" แต่ไม่มีอีกึ๋น สักพัก ความจริงก็โผล่ ครับ

ความมั่นนี่ มันสร้างกันได้ ครับ ไม่จำเป็นต้องไปเรียนเมืองนอก แล้วถึงจะบินกลับมามั่นที่เมืองไทย จากประสบการณ์ของข้าพเจ้า ความมั่นนี่มันเกิดจากการทำงาน ครับ ยิ่งชั่วโมงบินสูง ความมั่นยิ่งสูงตามไปด้วย หรือ การเป็นคนมีอีกึ๋น ก็ช่วยได้ ดังนั้น ถ้าอยากเป็นหนุ่มมั่น สาวมั่น แบบเด็กนอก แต่อยู่บ้าน ก็ทำงานให้เยอะ ๆ ครับ ไม่ก็หมั่นหาอีกึ๋นให้ตัวเอง อีกึ๋นก็คืออะไรที่มันสะท้านบู๊ลิ้มหน่ะ ทำอะไรก็ได้ให้มันเก่งเริ่ดไปเลยอย่างหนึ่ง แบบที่ทุกคนที่เห็นต้องร้อง "โอ้พระเจ้าจอร์จ คุณทำได้อย่างไร" นั่นละ หมั่นเพียรสร้าง เพียรฝึกฝน ถึงจุดหนึ่ง ความมั่นก็จะโผล่มาเอง ถึงวันนั้น จะไม่มีหวั่นแม้วันมามาก

๖. คอนเน็คชั่น หรือ เพื่อนฝูง นี่เป็นเหตุผลเดียวเลย ครับ ที่ทำให้ข้าพเจ้าอยากไปเรียนเมืองนอก สังคมของนักเรียนนอก จะถูกแบ่งเกรดคร่าว ๆ ไปโดยปริยาย ด้วยค่าใช้จ่ายในการเรียน ค่าครองชีพ ฯลฯ ในอเมริกาเอง คนเรียนที่แมชซาชูเซท กับ แคลลิฟอเนีย หรือ เท็กซัส ก็ไม่เท่ากัน ถ้าอัพเกรดข้ามไปเรียนที่เกาะอังกฤษ ค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้นประมาณ ๒ เท่าตัว แต่ก็แล้วแต่เมืองที่ไปเรียนด้วย กลับกันถ้าข้ามไปเรียนสำเนียงออสซี หรือนิวซีแลนด์ ค่าใช้จ่ายก็ลดลงเกือบครึ่งเหมือนกัน แล้วแต่เมืองอีกเช่นกัน สถานที่เรียน จึงเป็นตัวบ่งชี้ฐานะทางบ้านไปกลาย ๆ การไปเรียนเมืองนอก กลายเป็นที่สุมหัวของคนที่มีฐานะทางบ้านพอ ๆ กัน การศึกษาพอ ๆ กัน สนใจในการเรียนแขนงเดียวกัน พื้นเพคล้าย ๆ กัน อายุไล่ ๆ กัน ซึ่งทำให้ความเป็นเพื่อน เหนียวแน่นได้ง่าย

การทำธุรกิจในเมืองไทย "เพื่อน" หรือ "คอนเน็คชั่น" แมร่งโคตรสำคัญเลย ครับ สำคัญกว่ากระดาษเช็ดตูดชื่อ "ปริญญาบัตร" ไม่ว่ามันจะเมดอินเมืองนอก หรือเมืองไทย ที่เอาไว้แปะข้างฝา ให้พ่อแม่เอาไว้โม้กับญาติ และเพื่อนบ้านเสียอีก

ยกเว้นว่า ธุรกิจที่ท่านทำ เป็นปัจเจกธุรกิจ ทำได้คนเดียว ไม่ต้องข้องแวะกับใคร ๆ หรือเป็นธุรกิจที่ำทำอยู่ในรู แบบเพลงของลุงเบิร์ด "อยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว" อย่างนั้น เพื่อน หรือ คอนเน็คชั่น ก็อาจจะไม่สำคัญเท่าไหร่ ครับ

ฉะนั้น หากมีโอกาสได้ไปเรียนเมืองนอก (หรือแม้การเรียนในเมืองไทยก็ตาม) จงจำไว้อย่างหนึ่งว่า วิชาความรู้ใด ๆ ก็ไม่สำคัญเท่า "เพื่อน" ครับ หากต้องแลกเกรด กับ ความเป็นเพื่อน จงเลือก "เพื่อน" ครับ แล้วท่านจะไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลังว่า ได้สูญเสียสิ่งล้ำค่า ที่หาไม่ได้อีกเลย ในชีวิตนี้

ข้าพเจ้าเคยเรียนในพื้นที่ของสถาบันที่มีการแข่งกันเรียน มากกว่า ตารางนิ้วใดในประเทศนี้ เห็นทั้งพรรคเทพ และพรรคมาร พวกตัวท็อปของคลาส ไม่เอาอย่างอื่น นอกจากเรียน และเกรด สุดท้ายไม่เห็นพ้น กลับมาเป็นอาจารย์ที่สถาบัน ครับ ด้วยความที่จบปริญญาเอกแล้ว หางานทำไม่ได้ เพื่อนฝูงก็ไม่มี ส่วนพวกเวิ๊ก ๆ ว๊าก ๆ เรียนแบบพอผ่าน แต่เพื่อนฝูงมากมาย เห็นไปกันไกลโคตรเลย ไม่ใช่ไกลธรรมดา

"เกรด" อาจจะสามารถช่วยเราได้ แค่ตอนสมัครงาน ครับ
แต่ "เพื่อน" อาจจะสามารถช่วยเราไปตลอดชีวิต

"เงิน" ไม่อาจซื้อความเป็นเพื่อนได้
แต่ "น้ำใจ" สามารถซื้อใจคนได้ทั้งโลก ครับ


เม้นท์แสนยาว ก็เอวังด้วยประการฉะนี้ ฯ

edit @ 3 Feb 2009 02:26:52 by Dhammasarokikku

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอ่อ...
ไม่ว่าจะเรียนที่ไหน

ผมว่า "เพื่อน" ก็ยังคงสำคัญขะรับ....

Hot!

#1 By ซับบาธ... on 2009-01-25 14:26

surprised smile ซึ้งเลย

#2 By sala.. on 2009-01-25 14:47

สิ่งที่เรายังไม่ได้สัมผัส ก็รู้สึกว่า มันเลิศเลอมากมาย

Hot!
เพราะเรามักจะมองเห็นแค่สิ่งดีๆด้านเดียว

จนลืมคิดไปว่า มันมีด้านมืดอยู่

#3 By นภธารา on 2009-01-25 14:47

โอม จงขึ้นหน้าแรก Hot!

#4 By mahaoath on 2009-01-25 14:51

"เมืองไทยน่าอยู่ที่สุดในโลก" Hot!

#5 By MEISANMUI™ on 2009-01-25 15:26

( เหนด้วยกับท่านหลวงพี่ )

#6 By MEISANMUI™ on 2009-01-25 15:29

แต่ขอทั้งเพื่อนทั้งเกรด

ทั้งเงินทั้งน้ำใจ น่าจะดีนะครับ

#7 By น้ามชา on 2009-01-25 15:53

ฉันก็เด็กนอก... แล้วไง?
กร๊ากกก เห็นด้วยกับหลวงพี่ค่ะ
Hot! Hot! Hot!

#8 By Rinna ♥ on 2009-01-25 15:58

Hot! big smile ถูกทุกข้อค่ะ

#9 By b613 ดาวถัดมา on 2009-01-25 16:25

เด็กนอก เด็กไทย .. ดูกันที่จิตใจดีกว่า

#10 By sansanae on 2009-01-25 20:22

ความจริงคือเรื่องเพื่อนน่ะนะคะ = = ถ้าจะติดอยู่กับแต่คนไทยแบบไม่สนใจคนต่างชาติแล้วจะมาเมืองนอกทำไม เรื่องconnectionออกแนวตรงกันข้ามเลยมากกว่า เพราะกลับมาแล้วจะเหงามาก รู้สึกผิดจะไปรวมกับเพื่อนกลุ่มเดิมที่เคยอยู่ด้วย เพราะห่างไปนาน เวลาก็ไม่ตรงกัน ถ้าจะจบมาแล้วไปรวมกับเพื่อนกลุ่มที่เคยเจอที่เมืองนอก แล้วจะไปรวมที่ไหนล่ะ กระจัดกระจายกันไปหมดแล้ว ทั้งไทยทั้งเทศ sad smile เพื่อนเหนียวแน่นก็จริง แต่คนไทยที่อยู่เมืองนอกน่ะเอาเรื่องกันเอง (ไม่ใช่ทุกคนนะคะ คนดีๆมีเยอะ เช่นป้าที่ร้านอาหารไทย เพื่อนคนไทยบางคน) คนไทยที่อยู่เมืองนอกเค้าจะระแวงกันเองน่ะค่ะ = =
จริงๆแล้วมันเศร้ากว่านี้เยอะเลย sad smile

#11 By songsage on 2009-01-25 20:30

ถูกต้องเลยครับ เพื่อน และ คอนเนคชั่น เนี่ยสำคัญมากๆ double wink Hot!

#12 By Chonz on 2009-01-25 20:36

แหล่มเลย

#13 By Crazy-Reborn [PLoYvY] on 2009-01-25 21:03

Hot! เมืองไทยน่าอยู่ที่สุด มันเป็นความจริง
อยู่เมืองไทย ได้เป็นประชาชนชั้นหนึ่ง
อยู่เมืองนอก ได้เป็นประชนชั้นสอง สาม สี่ และอื่นๆHot! surprised smile

#14 By sasiy13s on 2009-01-25 21:05

ไปอ่านเอนทรี่นั้นมาแล้ว อยากบอกเขาแบบนี้เหมือนกันครับ แต่หลวงพี่เล่นบอกไปหมดแล้ว เลยไม่จำเป็นล่ะมั้ง (ฮา confused smile )

เด็กนอกดูคูล ดูพึ่งพาตัวเอง เพราะสถานการณ์มันบีบบังคับ ดูมั่นใจเพราะต้องมั่นใจไม่งั้นไปไม่ไหว เพราะสังคมต่างประเทศเชิดชูคนมั่นใจที่ทำได้ดี ไม่ใช่เชิดชูคนถ่อมตัวที่เลียเก่งอย่างเดียว

อยู่ประเทศไหนก็ "คูล" ได้ไม่แพ้ต่างชาติจริงๆครับ

สุดท้ายก็อยู่ที่ตัวเราเองทั้งนั้นHot!

#15 By Media Eater on 2009-01-25 21:24

ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆค่ะHot!

#16 By Fubuki on 2009-01-25 21:32

ประทับใจประโยคสุดท้ายจริงๆค่ะ
จริงๆ ทุกอย่างแล้วแต่จะมอง
การให้ความสำคัญกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
เพราะคนเรามักจะมองข้ามสิ่งดีๆที่อยู่ตรงหน้าตัวเองไป

เมืองไทยน่าอยู่สุดจริงๆค่ะ big smile

#17 By *~iLlKiD~* on 2009-01-25 21:35

แม่นแร้ว big smile Hot!
สะสมเพื่อนไว้เยอะๆ ครับ ไม่ว่าจะเพื่อนชาติใดภาษาไหนก็ตาม
อย่างไรก็แล้วแต่ คบไว้แต่ไม่ใช่ไว้ใจจนทำอะไรไม่คิดนะครับ

#18 By นักรบ on 2009-01-25 22:18

กี๊ซ ตัวแดงนั้นช่างถูกใจ
เราเองให้ไปอยู่เมืองนอกคงไม่ไป คาดว่าเอาชีวิตไม่รอด ฮา
เมืองไทยนี่ล่ะดีที่สุดค่ะ open-mounthed smile
จะเด็กนอก เด็กใน พอใจกับสิ่งที่เราสามารถเป็นได้ค่ะ

#19 By ◣ Tairataraban ◥ on 2009-01-25 22:40

ผมเลือกข้อ 6 อยู่แล้วครับ ^^ แต่ยังไม่คิดไปนอกตอนนีื้ เพราะไม่มีเหตุผลที่จะไป ผลาญทรัพย์พ่อแม่เล่น
กรี๊ซซซซซ์.....

เม้นท์ข้อยได้ขึ้นอ๊อดโป๊ดกะเขาด๊วะ

#1

แม่นแหล่ว...

#3

หรือจะเป็น dark side of the moon question

#4

โอ... จอมขมังเวทย์มาให้พรเอง อิ อิ ขลังจริง ๆ ท่าน

#5-6

ไม่มีที่ไหนในโลกอีกแล้ว จะหาชายสี่หมี่เกี้ยวกินได้ตลอดคืน ฮ่า ๆ ๆ

#7

ใครก็อยากได้เช่นนั้นแล เพียงแต่สมมุติว่า ต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง

#8

นอกคอกอะป่าว (ฮา)

#9

surprised smile

#10

เห็นด้วย

#11

จากประสบการณ์แล้ว เพื่อนในวัยเด็กจะเหนียวแน่นที่สุด ครับ ถ้าใครมีเพื่อนสมัยเรียนประถม ที่ยังติดต่อกันอยู่ จะรู้ว่า เพื่อนคนนี้แหละ ที่คุยได้ทุกเรื่อง เป็นเพื่อนที่วางใจได้ เพราะมิตรภาพสมัยเด็ก มีความไว้เนื้อเชื่อใจสูงมาก

พอโตขึ้น มันก็เริ่มมีกำแพงมากั้น ไม่อาจ access เข้าถึงเบื้องลึก ของใครต่อใครได้ เหมือนตอนเด็ก ๆ (ถ้าพยายามเข้าไป จะเจอ access denied ครับ) เพื่อนมัธยม ก็จะมีความไว้เนื้อเชื่อใจ น้อยกว่า เพื่อนประถม เพื่อนมหาลัย ก็น้อยกว่า เพื่อนมัธยม เพื่อนที่ทำงาน ก็น้อยกว่า เพื่อนมหาลัย ลดหลั่นกันลงไป

การไปเรียนเมืองนอก เหมือนเป็นโค้งสุดท้ายเลย ครับ ที่จักมีเพื่อนซี้ ถ้ายังหาไม่ได้ คงยากแล้ว ครับ

ในโอกาสหาเพื่อนซี้ ก็มีสิทธิ์ได้พบเพื่อนซี้ซั๊วด้วย ครับ เพื่อนบางคน อยู่เมืองไทยแสนดี แต่พอไปอยู่เมืองนอก กำพืดออกมาหมดเลย ครับ บางทีข้าพเจ้าฟังเรื่องราวที่เขามานินทาให้ฟัง ยังไม่อยากจะเชื่อเลย ครับว่า คนเราจะเป็นไปได้ขนาดนี้

และ "น้ำใจ" ก็จะเห็นกันยามลำบากนี่ละ ครับ

ท่านคงจะโชคไม่ใคร่ดีกระมัง ถึงเจอแต่ความระแวง สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าพบ คือ สังคมยิ่งรวย ยิ่งไฮโซ ยิ่งเฟค ยิ่งแข่งขัน ชิงดีชิงเด่น ครับ ต่อหน้าเรายิ้มแย้ม ตัวเองอย่างนั้น ตัวเองอย่างนี้ พอลับหลัง ก็ไอ้อี ครับ

ข้าพเจ้าเคยเข้าไปเป็นตัวประหลาดในโต๊ะอาหารแวดวงไฮโซ ครับ เขาแชร์เงินไปเที่ยวกัน เงินหมดก็กลับ แต่ละมื้อที่เขากินกัน แพงห่าน ๆ เลย ครับ แพงหน่ะยังไม่เท่าไหร่ แต่กินทิ้งกินขว้างนี่ รับไม่ได้ ครับ จานไซส์ฝรั่งมันจะเท่ากับจานคนไทย ๓ จาน แล้วลูกคุณหญิงคุณนายที่ไปด้วยกัน คุณเธอกินกันอย่างกับดม

ท่ามกลางความไฮโซ ไฮซ้อ ข้าพเจ้าก็ prison break บอกอวั๊ะไม่ order เฟร้ย... อั๊วะจะรอกินของเหลือของพวกลื้อ ซึ่งแต่ละคนในวงอาหารนั้น ไฮโซระดับท็อปของประเทศทั้งนั้น ครับ คนหนึ่งติดเครื่องเสียงเดินไฟเบอร์อ๊อพติคทั้งคัน (ขับเบนซ์ 600SL) ตอนนั้นเป็นเทคโนโลยีใหม่มาก ราคา ๑ ล้านบาท ครับ คนหนึ่งเป็นลูกเจ้าของโรงแรมชื่อดัง คนหนึ่งเป็นลูกเจ้าของบริษัททำรถญี่ปุ่นชื่อดัง

อึ้งกิมกี่กันไปทั้งโต๊ะ ครับ

ข้าพเจ้าก็นั่งสวาปาม ทุกเมนูเด็ดของทุกคน (กร๊าก... ได้กินทุกอย่างที่สั่งมาเลย อย่างละนิด อย่างละหน่อย) อย่างไม่ยี่หระ ครับ (เขาคงคิดว่า ไอ้นี่มันรั่ว)

เงินที่เซฟได้ไม่มากหรอก ครับ มันเป็นเงินส่วนรวม ที่ทำให้สามารถเที่ยวต่อไปได้อีกเล็กน้อย

กลับมาคราวนั้น คงมีเสียงอึงหมี่นินทากันข้ามปีเลยเชียวละ แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ชีวิตข้าพเจ้าคงไม่โคจรเฉียดเข้าไปใกล้เหล่าไฮโซพวกนี้บ่อยนัก

สิ่งที่ต้องมี คือ ความกล้า ครับ พวกที่มีปัญญาไปเรียนเมืองนอก ส่วนใหญ่ก็มาจากครอบครัวไฮโซ โดยธรรมชาติมีปกติสวมหน้ากากเข้าหากันเป็นวัตรอยู่แล้ว

ถ้าเรากล้าทำอะไรดูม ๆ เปิ่น ๆ ฮา ๆ บางทีมันก็กลายเป็นการ break the ice ทำลายกำแพงใจไป สวมหน้ากากเข้าหากันไปก็เท่านั้น ครับ ท่านคงทราบดี เพราะเจออยู่ประจำ

#12-18

สาธุ เห็นด้วยทุกประการ ครับ

เจริญยิ่งในสติปัฏฐาน ฯ

#21 By Dhammasarokikku on 2009-01-25 23:11

จบนอกค่ะ...นอกกรุงเทพฯ
เอาไปเลย Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#22 By Mango Hotel on 2009-01-26 00:26

Hot!

เห็นด้วยค่ะ

เพราะตอนนี้ก็เรียนอยู่นอกเมืองเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ ไม่ใช่ๆค่ะไม่ใช่open-mounthed smile

อยากไปเล่นหิมะ ครั้นพอได้ไปจริง ก็กลายเป็นรู้สึกธรรมดา
-- อันนี้เห็นด้วยอย่างรุนแรงค่ะ ไม่เคยมีความรู้สึกอยากเล่นหิมะ เพราะเป็นคนไม่ชอบความหนาวเย็น แต่ด้วยหลายปัจจัยถึงได้มาเลือกเรียนที่ประเทศที่มีหิมะ -- --" ซึ้งเลยค่ะเวลาก่อนหิมะตก ตอนหิมะตก หรือหลังหิมะตก (วันนี้ก็เพิ่งเดินลุยหิมะมาาsad smile ) ในหนังมันอาจจะสวยค่ะ เห็นครั้งแรกมันก็ดูสวยดีค่ะ แต่ถ้าวันไหนรีบไปไหน หรือจะออกไปไหน ก็อุปสรรคดีๆเนี่ยล่ะค่ะ หิมะตกถนนลื่นจะตายอันตรายออก

เรื่องเพื่อนเนี่ย...จากประสบการที่ประสบอยู่ตอนนี้นะค่ะ อยู่เมืองนอกเนี่ยไม่ดีอย่างที่คิดหรอกค่ะ คนไทยอยู่ด้วยกันในต่างแดนยอมมีคนที่ดีและไม่ดีปะปนกันไป เหมือนเวลาอยู่ไทยล่ะค่ะ แต่ที่ไทยคนไหนไม่ดีเราก็ตีจากไปได้ไม่มีมาข้องแวะกัน แต่ที่เมืองนอกเนี่ย ถึงอยากจะตีจากก็ไปไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเราไม่ปล่อยเค้า แต่เค้าไม่ปล่อยเราตั้งหากเนี่ยแหละค่ะที่น่าเบื่อtongue

คนยิ่งอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มก็ยิ่งมากความ อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำเทท่าเนี่ยแหละค่ะ ยิ่งทำให้สังคมคนไทยในต่างแดนยิ่งน่าอีดอัดกว่าอยู่ไทยหลายเท่านัก มันน่าเบื่อค่ะ ถึงบ้างทีเราอาจจะไม่อยากยุ่งกับเค้าเท่าไร แต่ทำไม๊ทำไมถึงไม่พ้นออกจากวงโคจรของชีวิตเราสักทีsad smile

ต้องทำยังไงค่ะหลวงพี่ ถึงจะทำให้ชาตินี้เราไม่ต้องพบพานคนที่ไม่อยากเจอได้อีก????

เด็กนอก...แล้วยังไงค่ะ ยังไงก็คนเหมือนกันไม่ใช่หรอ?????
big smile

#24 By ::housewife:: on 2009-01-26 04:45

เงิน ซื้อความเป็นเพื่อนไม่ได้ แต่ซื้อเพื่อนได้ครับ confused smile

#25 By manop on 2009-01-26 05:13

"เมืองไทยน่าอยู่ที่สุดในโลก"

Absolutely True!!!!

So cool here in Denmark, I don't want to go outside sad smile

Sa TuHot!
ส่วนใหญ่ ผมก็เห็นด้วยกับหลวงพี่นะครับ

ยกเว้นอันสุดท้าย คอนเนคชั่นสำคัญก็จริงนะครับ
เเต่โดยส่วนหนึ่งเราเองก็มีความสามารถระดับหนึ่งด้วย
ไม่งั้นก็ไม่ต่างอะไรกับ "เด็กเส้น" นะครับ

ผมว่าระบบการทำงานในประเทศไทยเสียหาย
เพราะเรื่องเเบบนี้มาเยอะเเล้วด้วย
คนมีความสามารถ เเต่ไม่มีคอนเนคชั่น หลายๆคน
โดนดีดกระเด็นก็เพราะ "เด็กเส้น" นี่เเหละครับ

#27 By Red on 2009-01-26 08:42

เห็นด้วยกับข้อสามมาก ๆ ค่ะ ตอนยังไม่ได้ไปก็รู้สึกว่าโห เด็กนอกคูลมาก พอไปเองตอนแรกจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก อยู่ไปนาน ๆ เข้า จะรู้สึกเฉย ๆ ตอนนี้ความคิดหลักคือ เรียนจบจะต้องหางานทำที่นู่นให้ได้ เอาทุนเรียนคืนก่อนซักปีสองปี แต่สุดท้ายท้ายสุด ยังไงก็กลับไปอยู่เมืองไทยแน่นอน เมืองไทยดีที่สุด Hot!

#28 By เจนเนสซ่า on 2009-01-26 09:37

สาธุค่ะหลวงพี่
ขนาดเม้นตอบยังแอบยาว open-mounthed smile

ขอบคุณสำหรับเม้นในเอนทรีของด้อยด้วยนะคะ

#29 By iDoi* on 2009-01-26 10:23

#19-22

สาธุ ครับ

#23

ขออนุญาตขึ้นเอ็นทรี่ใหม่ ครับ (ท่าจะยาว)

#24-25

ฮ่า ๆ ๆ เอิ๊ก

#26

ยิ่งเวลาหนาวจับจิต ออกไปข้างนอกก็ไม่ได้ จะรู้เลยว่า ทำไมเขาถึงติดอินเตอร์เน็ต ติดเกม ติดโน่น ติดนี่ เพราะมันเหงานั่นเอง

จำไว้นะ เมื่อไหร่เหงา ให้รู้ว่า "กำลังเหงา" ถ้ารู้ด้วยใจเป็นกลาง ความเหงา จะขาดกระเด็นไปต่อหน้าต่อตา

แต่ถ้ารู้ด้วยใจไม่เป็นกลาง คือ ไปยินร้าย ไม่ชอบใจกับความเหงา อยากให้มันหายไปไว ๆ อย่างนั้น ความเหงาก็จะคงอยู่ ให้รู้ ครับว่า ตอนนั้น จิตไม่เป็นกลาง

รู้ไปเรื่อย ๆ รู้อย่างเดียวเท่านั้น ไม่ต้องทำอย่างอื่น

#27

ฮ่า ๆ ๆ คำว่า "เด็กเส้น" เป็นสับเซตของคำว่า "เพื่อน" นะก๊ะ

คอนเน็คชั่น หรือ เพื่อน กลายเป็น fundamental infrastructure ของสังคมไทยจ้ะ เหมือนการศึกษาภาคบังคับทุกคนต้องจบ ม.๓ ในความหมายนี้ ไม่ได้หมายถึงการใช้เส้นสายเพียงอย่างเดียว จะช่วยทุกอย่างได้ แต่เป็น minimum requirement ต่างหาก

หากท่านไม่จบ ม.๓ โอกาสในชีวิตก็หายไปมากมาย เฉกเช่นเดียวกับการไม่มีเพื่อน หรือไม่มีคอนเน็คชั่นนั่นแล

นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน ขึ้นที่สูงไม่ได้จ้ะ

#28

เอาใจช่วยนะ ทำงานได้เงินแล้วอย่าลืมส่งมาเมืองไทยเยอะ ๆ นะ ประเทศไทยจะได้เกินดุลการค้า ฮ่า ๆ ๆ เอิ๊ก

เจริญยิ่งในสติปัฏฐาน ฯ

#30 By Dhammasarokikku on 2009-01-26 10:35

ช่วงนี้เห็นแต่เอนทรี่เด็กนอกมากมายเหลือเกิน
อ่านแล้วคิดถึงบ้านมากขึ้นเป็นหลายเท่า


Hot!
รู้สึกเฉยๆ สงสัยเจอจนชินsad smile

อยู่เมืองนอกเห่อได้แป๊บเดียวก็คิดถึงเมืองไทยแล้วละครับ - -"

#32 By on 2009-01-26 11:32

เจ๋ง Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#33 By DECEMBEr. on 2009-01-26 17:02

เราเองก็เคยไปเมืองนอกตั้งเเต่เด็กๆนะ เเต่ว่า...
ไปเเล้วมันก็รู้สึกเฉยๆอ่ะ อยากกลับบ้าน T_T
เชื่อเราดิ ถ้าคนไทยช่วยกันอนุรักษ์ของของตัวเอง
เมืองไทยสู้เมืองนอกได้อยู่เเล้ว cry Hot!

#34 By ►JuNo★iji◄ on 2009-01-26 18:19

เด็กนอกเดียวนี้ ไม่ค่อยใช้ทุนเองแล้วค่ะ
ขอทุนกันทั้งนั้น รวยแล้วก็ขอทุนได้
เขาไม่จำกัด แต่บางที่คนที่ได้อำนาจจากหลวง
แจกทุนคนอื่น เขาจำกัดให้เด็กของตัวเองที่เป็นลูกหลานไฮโซ ลูกตาสีตาสา ไม่เจ๋งจริงไม่ค่อยได้กันหลอกค่ะ

#36 By take the road on 2009-01-26 20:28

เห็นด้วยจริงๆค่ะว่า "เมืองไทยน่าอยู่ที่สุดในโลก"

(ตอนนี้อยู่ญี่ปุ่น อยากกลับบ้านจะแย่แล้ว)

#37 By *。::Eda::。* on 2009-01-26 22:48

เห็นด้วยเลยครับ


Hot!

#38 By เอกน้อย on 2009-01-27 01:54

พูดเกี่ยวกับคนที่เป็นเด็กนอก
ดูเหมือนสะท้อนเด็กนอกในด้านลบจัง

ถ้ามีปัญญามาเรียนเมืองนอกแล้วยังไง??


ไม่ค่อยเห็นด้วยในเรื่อง เกรด กับ เพื่อน
พูดเหมือนให้ทุกคนเอนเอียงไปเลือกเพื่อนหมดเลย
เพื่อนรู้จักกันไว้บ้างก็ดี แต่ไม่ใช่ว่าต้องไปทุ่ม
เสียเกรด แต่ได้เพื่อน? ทำไมไม่เลือกทั้งเกรดและเพื่อนล่ะ?
แค่ทำให้มันพอดี เท่านั้นเอง...

ขอโทษที่คอมเม้นนี้อาจจะดูขัดๆไปกับที่คนอื่นคอมเม้น
แต่ก็คิดอย่างนี้จริงๆนี่นา...
(บางเรื่องเราก็เห็นด้วยนะ)

#39 By graven on 2009-01-27 07:10

Hot! เห็นด้วยค่ะ

#40 By Oam on 2009-01-27 08:19

#29

เกิดไม่รังเกียจเม้นท์ยาว ๆ จะให้ไปเจิมแบบยาวกว่าเอ็นทรี่ซะอีก มั่งก็ได้นะ

#31-35

สาธุ ครับ

#36

น่าอนาถแท้หนอ ความมืดมันแผ่ไปทุกอณูของสังคมจริง ๆ ๑๕ ปี ให้หลังสังคมเปลี่ยนไปจริง ๆ

ขอทุกคนอย่าลืมจิตใจวิญญาณของคนไทย นะครับ

#37-38

สาธุ ครับ

#39

ดีครับ แสดงความเห็นที่แตกต่าง จักได้เห็นมุมมองที่ต่างไป ของการรับข่าวสาร

ข้าพเจ้าเขียนบทความ มิได้มุ่งตำหนิให้ร้าย "ความเป็นเด็กนอก" แต่มุ่งชี้แจงให้คนที่ไปคลั่งไคล้ "ความเป็นเด็กนอก" อย่างไร้เหตุผลว่า มันไม่ใช่อะไรที่เท่ เพราะแค่ไปเรียนเมืองนอก แต่เท่เพราะ "กึ๋น" ที่ได้จากการไปเรียนเมืองนอก ซึ่งได้แก่การพึ่งพาตนเอง

และ "กึ๋น" นั้นก็หาได้ทั่วไปในประเทศ ไม่จำต้องบินไปเรียนเมืองนอก สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่เริ่มต้นตั้งใจทำแต่วันนี้

เดี๋ยวนี้ กระแสมันรุนแรงมาก ครับ ทำอะไรก็ทำตาม ๆ กัน แทบไม่มีความคิดของตัวเอง การไปคลั่งไคล้ "เด็กนอก" เพราะตาม ๆ กันไป มันไร้สาระ ครับ ข้าพเจ้าเลยพยายามชี้แจงว่า ทำไม "เด็กนอก" ถึงดูคูล ซึ่งพอแยกแยะออกมาเป็นข้อ ๆ แล้ว เห็นได้ชัดว่า อยู่เมืองไทยก็ทำได้

เรื่องเพื่อน ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ตั้งใจจะสื่อถึงการไปมั่วสุมสำมะเลเทขวด กับเพื่อน จนการเรียนเสีย ข้าพเจ้ามองแคบไปนิดหนึ่ง เพราะสังคมที่ข้าพเจ้าสัมผัสส่วนใหญ่จะแข่งกันเรียน

แข่งกันจนไม่สนหน้่าอินทร์หน้าพรหม แม้เพื่อนกันเองก็ไม่ไว้หน้า ที่ข้าพเจ้าต้องการจะสื่อ คือ เกิดวันใด ที่ต้องแลก ระหว่างเกรด A++ หรือการเป็นท็อปของคลาส กับต้องเสียเพื่อนดี ๆ ไปคนหนึ่ง

แนะนำให้เอา A+ A A- หรือ B+ ก็พอ ครับ

#40

สาธุ ครับ

เจริญยิ่งในสติปัฏฐาน ฯ

#41 By Dhammasarokikku on 2009-01-27 08:44

เด็กนอกจริง ๆ กลับมาต้องพูดไทยชัด บล็อกดี ๆ แบบนี้เอาไปเลย Hot!
จริงค่ะ

"เพื่อน" สำคัญสุดๆ

#43 By manan-pear on 2009-01-27 11:26

ชอบความเห็นเรื่องที่เขียนเกี่ยวกับเด็กนอกนะคะ
แต่ขอข้ามเรื่องนั้นไป เพราะก็ได้เขียนในบล็อกตัวเองไปบ้างแล้ว

แต่ที่ถูกใจมากกว่าคือเรื่องเพื่อน
จะมาบอกว่า "เพื่อน" สำคัญกว่า "เกรด" จริงๆ
และถ้ายิ่งได้ "เพื่อนแท้" แม้เพียงคนเดียวก็เป็นอันว่าชีวิตนี้เกิดมาคุ้มค่าแล้วกับการคบคน

โหวตค่ะHot!

#44 By yuri-mo on 2009-01-27 13:16

สิ่งที่ทำให้เด็กนอกดูคูล คือ "ความรับผิดชอบ" ครับ ไม่ใช่แค่ เด็กไปเรียนเมืองนอก

เห็นด้วยคะ


question

อ่านเพลินเลย พอเลื่อนขึ้นดูถึงรู้ว่ายาว

#45 By Paa orKant on 2009-01-28 17:14

เห็นด้วยมากๆ ค่ะ โดยเฉาพะข้อ 3 เพราะตัวเองก็รู้สึกแบบนั้นเลย ตอนที่ยังไม่ได้มาก็อยากมา แต่พอมาได้สัมผัสเองจริงๆ แล้วก็...แล้วไง...ก็เท่านั้นแหล่ะ เมืองไทยดีที่สุดแล้วค่ะ

#46 By blind bookworm on 2009-04-04 18:27

เรื่องเพื่อนโดยส่วนตัวมีน้อยมากถึงมากที่สุดค่ะ เพราะเป็นคนชอบอยู่คนเดียวเสียเป็นส่วนใหญ่ แล้วถ้าจะมีเพื่อนก็จะเป็นเพื่อนแบ่งเป็นประเภท คือ จากที่เรียน ที่ทำงาน ที่ชมรม แต่สนิทมากหน่อยนั้นมีอยู่คนเดียว
เรื่องเรียนก็ตั้งใจทำเต็มที่ ไม่ให้ขาดหรือเกินค่ะ เป็นคนเรียนแล้วต้่องสนุก ไม่สนุกไม่เรียน sad smile

#47 By farbUform on 2009-07-18 22:08

มันก็จริงทั้งหมดแหละครับ
แต่เรื่องพูดไม่ชัดนี้ต้องดูด้วยว่าเขาไปตั้งแต่เด็ก หรือแกล้งทำนะครับ ผมเองก้เด็กนอก แต่ไทยแท้แน่นอน^^
ยังไงก็แล้วแต่เรื่องนี้มันก็แล้วแต่ตัวบุคคล ละครับ
ผมยอมรับว่าที่นี้เรียน ....โคตรง่าย น้อยกว่าเมืองไทยด้วยซ้ำ อีกอย่างไทยน่าอยู่ที่สุดครับ (คิดถึงเมืองไทย)

#48 By ByoZ (24.36.203.157) on 2009-08-05 07:08

Favourites