ไปเม้นท์เอ็นทรี่อ๊อดโป๊ด เอ็นทรี่หนึ่งมา ครับ ชื่อ ก็แค่"เด็กนอก" แล้วไง??!! เขียนไปเขียนมาน้ำลายท่วมบล็อกชาวบ้าน ก็เลยตัดสินใจ เอามาบ่นลงบล็อกตัวเองดีกว่า ดังนี้...

 

ฮ่า ๆ ๆ ข้าพเจ้าก็เด็กนอก

นอกกรุงเทพฯ กร๊าก...

เพื่อนข้าพเจ้าก็เด็กนอก... จบแคมโบเดี่ยนไฮสกูลเชียวนา กร๊ากอะเกน...

 

ทำไมเด็กนอกถึงดูเท่

๑. พ่อแม่มีตังค์ มีปัญญาส่งลูกไปเรียนเมืองนอก คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในระบอบทาสของเงิน มักเชิดชูความรวย ไม่ได้เชิดชูคุณธรรม เพราะงั้น แม้พ่อแม่ไปโกงเขามา ส่งเงินให้ลูกเรียน ลูกก็ยังสามารถชูหำหาง โก่งคอประกาศได้ว่า อั๊วะมันเด็กนอก สังคมก็ให้การยอมรับ ขอแค่มีตังค์

ข้อนี้ขอผ่านไป วาสนาคนเรามันแข่งกันบ่ได้ และเท่เพราะแค่พ่อแม่มีตังค์นี่ โดยความเห็นส่วนตัวแล้ว กระจอกหว่ะ!!!

๒. เด็กนอกพูดภาษาต่างชาติได้ดี พวกคนหัวนอก เห็นต่างชาติเป็นพระเจ้า จึงนิยมชมชอบ ให้การสรรเสริญ เฮ้ย... แมร่งพูดภาษาที่กุพูดไม่ได้หว่ะ เท๊..เท่ ยิ่งพูดภาษาไทยไม่ชัด ยิ่งเท่เข้าไปใหญ่ ไม่รู้จะคลั่งไคล้ต่างชาติกันไปถึงไหน คนพวกนี้ส่วนใหญ่มักลืมกำพืดตัวเองได้ง่าย ความรักชาติบ้านเกิดเมืองนอนติดลบ และข้าพเจ้าเห็นว่า คนไทยที่พูดภาษาไทยไม่ชัด มันน่าอาย มากกว่า ดูเท่ ปลื้มเขามากนัก ก็น่าจะโอนสัญชาติไปเลยไป๊ พวกเป็นดีเจ แต่ "ล" ลิง "ร" เรือ ยังออกเสียงไม่ชัด ฟังแล้วทุเรศหูหง่ะ

ข้อนี้ไม่ยาก ครับ แค่เตะตัวขี้เกียจทิ้งไป แล้วไปขวนขวายหาเรียนภาษาต่างชาติเพิ่มเติม ภาษาที่ไม่ใช่ภาษาพ่อ ภาษาแม่ ของเรา มันยากอยู่แล้ว ครับ ต้องมี ฉันทะ หรือ ความพอใจ ที่จะเรียน ต้องรู้สึกสนุกกับการเรียน ถึงจะทำได้ดี ครับ ถ้ามันไม่สนุก ก็ลองพยายามปรุงใจว่า มันเป็นเรื่องสนุกเหลือเกิน ครับ ข้าพเจ้าเอง เป็นคนไม่ชอบกินอะไรขม ๆ ครับ วันดีคืนดี เห็นคนอื่นเขากินอะไรขม ๆ กันอย่างเพลิดเพลิน บ๊ะ... เขากินได้ เราก็ต้องกินได้ ก็ลองปรุงใจตัวเอง ครับว่า "สะเดา" นี่ เป็นอาหารเลิศรส แล้วก็ก้มหน้าเคี้ยว ๆ กลืน ๆ ช่วงแรกมันก็ฝืน ๆ ครับ พอกินไปได้สักพัก ความเกลียด ก็กลายเป็นความชอบได้ เดี๋ยวนี้เลยเห็นสะเดาไม่ได้ พุ่งเข้าใส่ ฉันใด ก็ฉันนั้น

หรือวิชาภาษาอังกฤษ ข้าพเจ้าก็รังเกียจราวกับขี้ ครั้นปรุงจิต ให้มี ฉันทะ แล้วก็ทู่ซี้เรียน ๆ มันเข้าไป สุดท้ายก็ประสบความสำเร็จ ดังที่ได้เคยพล่ามไปแล้วใน เอ็นสะท้าน - ข้อคิด ชีวิต และกำลังใจ ถึงน้อง ๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบ

๓. สิ่งที่เรายังไม่ได้สัมผัส ก็รู้สึกว่า มันเลิศเลอมากมาย ครั้นได้สัมผัสเข้าไปแล้ว ก็จะรู้สึกเฉย ๆ คนที่ไม่เคยไปเมืองนอกเลย จะจินตนาการเมืองนอกจากข้อมูลที่ได้รับรู้มา จากภาพที่เห็น จากหนังที่ดู หรือคำบอกเล่าของเพื่อนฝูง สมัยก่อนก็อยากไปเมืองนอกมาก อยากไปเล่นหิมะ ครั้นพอได้ไปจริง ก็กลายเป็นรู้สึกธรรมดา ไม่มีความอยากไปเรียนเมืองนอกอีกเลย

ข้อนี้ ก็ทำได้ ครับ ถ้าพอมีตังค์ หรือมีญาติ อยู่เมืองนอก ลองขอไปอยู่กับเขาสักเดือนหนึ่ง แล้วท่านจะทราบว่า "เมืองไทยน่าอยู่ที่สุดในโลก"

๔. เวลาจบนอกแล้่วมันดูคูล ดูเป็นผู้ใหญ่ อันนี้อาจจะเป็นข้อดีอันเอกอุ หาใดเทียมได้ยาก เพราะเด็กนอกทุกคนจะพูดเหมือน ๆ กันว่า ต้องรับผิดชอบตัวเอง ต้องดูแลตัวเอง เอาแค่เรื่องเิงินอย่างเดียว ก็ต้องทำความรู้จักกับ personal cheque ต้องวางแผนทางการเงิน ต้องหารายได้พิเศษ ฯลฯ และยังมีการวางแผนในการเรียน การทำงาน การเที่ยว อื่น ๆ อีกมากมาย สิ่งเหล่านี้ถ้าเรียนในเมืองไทย ญาติโกโหติเกือก จัดการให้ทั้งสิ้น ครับ เด็กก็งอมืองอตีน ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง เด็กนอกจึงดูคู๊ล คูล

หารู้ไม่ ท่านก็สามารถทำตัวเองให้ดูคูลได้ ไม่ต่างจากเด็กนอก ด้วยการลุกขึ้นมารับผิดชอบชีวิตตัวเอง เริ่มจากอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ได้ เช่น เก็บที่นอนเอง ล้างห้องน้ำเอง กวาดถูบ้านเอง ซักผ้าเอง แล้วค่อยลามไปเรื่องที่ใหญ่ขึ้น เช่น ดูแลค่าใช้จ่ายของตัวเอง ด้วยตัวเอง หางานพิเศษทำ เรียนภาษาต่างชาติเสริม วางแผนชีวิต นั่นละ ดูคลูโดยไม่ต้องอาศัยบารมีความรวยของพ่อแม่ และคลูยิ่งกว่า ตรงที่เราทำด้วยความสมัครใจเอง ส่วนพวกเด็กนอก "ต้องทำ" เพราะสถานการณ์มันบีบบังคับ

พวกที่ไปเห่อ บ้าเด็กนอกมาก ๆ บางคน ที่นอนตัวเองยังไม่เคยเก็บเลย ครับ เขาเลยฟีเว่อร์คนที่ทำอะไรที่เขาทำไม่ได้ มาก ๆ ถ้าจะบ้าเด็กนอกให้สร้างสรรค์ ก็หันมาศึกษาชีวิตเด็กนอก ครับว่า พวกเขาทำอะไร "เอง" บ้าง แล้วเราก็ทำของเรา "เอง" ตามเขา อย่าไปบ้าเด็กนอกที่ปลายทาง อย่าไปบ้าที่ what (เขาเป็นอะไร) จงบ้าที่ how (เขาเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร) เขาก็มีสิบนิ้วมือ สิบนิ้วเท้า เหมือนเรา อะไรที่เขาทำได้ เราก็ย่อมทำได้เช่นกัน แต่ถ้าเรามีสิบนิ้วมือ สิบนิ้วเท้า ไว้ "งอ" เล่นอยู่กับบ้าน ก็ไม่มีวันทำอะไร อย่างที่เขาทำกันได้

สิ่งที่ทำให้เด็กนอกดูคูล คือ "ความรับผิดชอบ" ครับ ไม่ใช่แค่ เด็กไปเรียนเมืองนอก

๕. เด็กนอกเขามั่นใจในตัวเอง ไอ้ความมั่นนี่ บางทีก็เป็นเพราะคนทั่วไปไปให้ค่าของ "เด็กนอก" กันเอง ครับว่า จบนอกแล้ว ต้องเจ๋ง ต้องคูล ความจริงไอ้ใบประกาศที่สามารถ "ซื้อได้" มันก็มี ครับ ไปสำมะเลเทขวดอยู่เมืองนอกสักสองสามปี ผลาญเงินพ่อแม่ไปสักสิบล้าน กลับมาแล้วก็มาบอกพ่อแม่ว่า จบที่โน่น ที่นี่มา ทุกคนก็ให้ค่าเขาว่า เป็นเด็กนอก พอคนให้ค่ามาก ๆ เข้า ความมั่น มันก็โผล่ขึ้นมา แต่มั่นแบบผิดทางอย่างนั้น เขาเรียก "อีโก้" ครับ ซึ่งถ้าทำงานไปแบบมีแต่ "อีโก้" แต่ไม่มีอีกึ๋น สักพัก ความจริงก็โผล่ ครับ

ความมั่นนี่ มันสร้างกันได้ ครับ ไม่จำเป็นต้องไปเรียนเมืองนอก แล้วถึงจะบินกลับมามั่นที่เมืองไทย จากประสบการณ์ของข้าพเจ้า ความมั่นนี่มันเกิ