มีข่าวฉาวของพระหนาหูเหลือเกินช่วงนี้ (ปกติก็ฉาวมาตลอด ฉาวมาเป็นระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวรละทำตัวเป็นชะนี ลาสิกขาไปปะทังชีวีดีกว่า สมาทิยามิ) ตัวเองก็อยู่ในข้องผ้าเหลือง ปลาเน่าตัวเดียวก็ส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวล ล่่าสุดก็มีข่าวสะเทือนอารมณ์ กระเทือนศรัทธา ถึงขั้นแปลงเพศ เที่ยวคลับผู้ชาย กระหึ่มประเทศก่อนวันมาฆบูชาไม่กี่วัน ไม่รู้คนอื่นเขาอ่านข่าวแล้วรู้สึกอย่างไร ข้าพเจ้าอ่านไปขำไป จักมีอะไรเลวร้ายกว่านี้อีกไหมเนี่ยะ

ก่อนจักไปถึงปลายทางของการประฌามหยามเหยียด ชนิดไม่ให้ผุดไม่ให้เกิด ไม่ต้องเป็นผู้เป็นคนอีกต่อไป เรามาติดตามดูความยากเย็นของผู้ตั้งพระศาสนากันก่อน สมเด็จพ่อ พระพุทธเจ้าของเรา ทรงบำเพ็ญบารมีมาถึง ๔ อสงไขย กำไรแสนกัป กว่าจะมาอุบัติเป็นพระพุทธเจ้าในสมัยที่เกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ มันช่่างเป็นเวลาที่แสนยาวนาน แค่กัปเดียว เขาเทียบกันเล่น ๆ เป็นปีโลกมนุษย์ เท่ากับ สิบยกกำลังร้อยห้าสิบ หรือเลขหนึ่งมีศูนย์ต่อท้ายร้อยห้าสิบตัว ปี หนึ่งอสงไขย มันคือระยะเวลาตั้งแต่จักรวาลเกิดขึ้น จนจักรวาลดับไป หนึ่งอสงไขยประกอบด้วยหลายแสนกัป ฉะนั้นจึงเรียกได้ว่า พระองค์บำเพ็ญบารมีมาแสนนานเหลือเกิน ครับ มิใช่เพียงมาบำเพ็ญทุกรกิริยา ๖ ปี กับนั่งสมาธิเจริญสติ ๑ ค