ได้ไปแฉล่มแช่มช้อย นวดนาดแถวบล็อก คุณแอ๋วมหาสนุก มา ครับ พบว่า เธอกำลังสั่นสะเทือนกับอาการทำบุญคนไม่ขึ้น อาการอย่างนี้ไปกระตุกต่อมเม้นท์มานิแอค ให้ง้างนิ้วเตรียมเริงระบำ พร่างพรู สบถสาบาน ให้สะท้านโลกาว่า นี่ใช่เม้นท์จริงหรือ?

 

Wandering around Miss Aew’s blog for a while, it'd been discovered that she’s facing a problem of others taking what she did for them for granted. Well... this stimulated my comment maniac nerves throughout my fingers superfluously so that it's almost unbearable to let them dance crazily on the keyboard..

 

หลังจากมาเจริญสติมากขึ้น ก็รู้จักยับยั้งชั่งใจ กระไรที่ยาวยืดเกินไป ไม่ควรไปเม้นท์ไว้ในบล็อกคนอื่น เดี๋ยวเขาจะหมั่นไส้ว่า เม้นท์ภาษาหอกอะไร ยาวยิ่งกว่าเอ็นทรี่เจ้าของบล็อกเสียอีก

 

But after some time that I have been practicing “getting to know what I’m doing” or thriving the conciousness, I kind of realized that writing a too long comment in other people’s blog is well... no good.

 

เชื่อว่า คงมีใครหลาย ๆ คน รู้สึกสะท้อนใจเวลาทำดีให้ใคร ไหงเขาไม่เห็นความดีของเรา กลับเหยียบย่ำ กระทำชำเรา ความหวังดีนั้น จนแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี ซึ่งมีคำอธิบาย หรือข้อคิดให้ทำใจมากมาย หาได้ดาษดื่นหมื่นแสน

 

It's been believed that there might be a lot more people facing the same problem as her.. that.... “oh I have done nothing but the best to them but they just have no gratitude, aprreciation or at least the simple word "thank you" moreover sometimes they totally misunderstood my good intention... oh why.... why... why.....???”  There're many other reasons or ways of thinking to soothe the irritations out there.

 

วันนี้ข้าพเจ้าขอเม้นท์เฉพาะสิ่งที่โดนใจข้าพเจ้าหยั่งเรง

 

Today, I skip all those reasons but discuss on only the thing that strikes me.

 

มีหนังสือเล่มหนึ่ง เขียนโดย "ดังตฤณ" ชื่อ "๗ เดือนบรรลุธรรม" ข้าพเจ้าฟังจบแล้ว (โหลดเสียงอ่านหนังสือได้ในเว็บ) ไฟในการปฏิบัติลุกโพลง บ๊ะ... ฆราวาสยังทำได้ขนาดนี้ ไหงเราอุส่าห์โกนหัวโกนหนวดโกนคิ้ว ห่มผ้าสามผืน งดความรื่นเริงทางโลกทั้งปวงมาเป็นปี จึงยังไปไม่ถึงดวงดาว

 

There’s a book written by Dungtrin named, “Enlighten within 7 months”, which motivated and inspired me a lot to keep on practicing. A guy like him who still lives his ordinary life, having a lot of responsibilities, and facing all the distractions could do it within 7 months. Why do I who has sacrificed all the things in metro life like that to become a humble monk, haven’t had any progress in anyway?

 

โชนไฟฮึก หัวใจเหิม อยู่ได้พักใหญ่ ๆ ศึกษามากเข้า ก็พบความจริงที่ว่า เริ่มมา "แค่อยากปฏิบัติ ก็ผิดแล้ว"

 

It was like a big sparks in my heart but later on, the hard studies and experiences made me realized that too much eager for anything  was already a wrong start.

 

ฉะนั้นจึงต้องแปร "ความอยากปฏิบัติอย่างร้อนรน" เป็น "ความเพียรในการปฏิบัติอย่างเยือกเย็น" ครับ จึงจะลุถึงปลายทางอย่างรวดเร็ว เพราะยิ่ง "อยาก" ยิ่ง "ช้า"

 

Consequently, I's needed to transform my furious burning enthusiasm into a cool and calm step by step industrious practice. The more I eagered for being there, the slower I would get to nirvana.

 

"ความเพียรในการปฏิบัติ" ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องรีบ แค่ทำ "เหตุ" ไปเรื่อย ๆ อย่าหยุด อย่าหย่อน อย่าท้อ อย่าถอย