ถ้าวันหนึ่งท่านตื่นมาตอนเช้า รู้สึกหิวเป็นกำลัง เพราะอดข้าวมาหลายวันแล้ว มองทางซ้าย เห็นบาดแผลที่เกิดจากการต่อสู้แย่งชิงอาหารเมื่อวันวาน แล้วไม่สำเร็จ มองทางขวา เห็นโรคผิวหนังที่กำลังลุกลามสุดทรมาน มองหาใครที่รู้จักสักคนก็ไม่เห็น มีแต่คนแปลกหน้า ห่มผ้าสีเหลืองสูงใหญ่ เดินไปมา แล้วท่านก็ร้องตะโกนว่า "หิวข้าวโว้ย.... ใครก็ได้ช่วยหาข้าวให้ตรูกินหน่อย.... โลกนี้ไม่มีความเมตตาเหลือแล้วเรอะ... "

ผู้คนเดินผ่านไปมา เหมือนมองไม่เห็นท่าน ไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านพยายามร้องขอ ไล่ตะเพิดท่านไปให้ห่าง บ้างก็เอาไม้ไล่ตี บ้างก็ไล่เตะท่าน แล้วตะคอกว่า "ไอ้ตูบ เอ็งจะเห่าทำไม ไป๊ ไปไกล ๆ"

เสียงที่ท่านพยายามบอกทุกคนว่า "กรูหิว..." กลายเป็นเสียง "บร๊อกกกก ๆ โบร๋ววววว....." หรือ "เมี๊ยว ๆ หง่าว..."

ใครหลายคนอาจคิดว่า คนเป็นสัตว์ประเสริฐ มีมันสมองล้ำเลิศกว่าสัตว์ใด ๆ เหล่าสัตว์ทั้งหลาย พระเจ้าสร้างมันขึ้นมา เพื่อรับใช้คน เป็นอาหารให้แก่คน ฉะนั้นจะเลี้ยงมันทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ หรือ ฆ่ามันก็ย่อมได้ ไม่บาป มันออกจะยินดีที่ได้รับใช้คน

ใครบางคนกลับเห็นว่า ไม่มีสัตว์ใดในโลก จะเลวไปกว่าคนอีกแล้ว คนฆ่ากันเอง คนหักหลังผู้มีพระคุณ คนคดโกง คนฆ่าสัตว์ คนมั่วกาม คนโกหก คนกินเหล้า เสพสิ่งของมึนเมา ขณะที่สัตว์บางอย่างยังมีคุณธรรมดีกว่านั้นอีก

สัตว์บางชนิดกินพืชตลอดชีวิต ไม่เคยฆ่าใคร สัตว์บางประเภทจำคนที่เคยให้อาหารมันได้ แม้เพียงครั้งเดียว และไม่เคยทรยศต่อผู้มีพระคุณ ไม่เคยคดโกง สัตว์ส่วนใหญ่ในโลก ไม่เคยฆ่าคน ท่านเคยเห็นปลาช่อนฆ่าคนตายไปกี่คน นกบางจำพวกรักเดียวใจเดียว พอเมียตาย ผัวจะตายตาม สัตว์ทั้งหลายไม่เคยโกหก และสัตว์ทั้งหลายโดยมากไม่ชอบสิ่งมึนเมา

แม้นักวิทยาศาสตร์จักยกย่องสัตว์ทั้งหลายตามขนาด และความสามารถของสมอง นักพุทธศาสตร์ยกย่องสัตว์ทั้งหลายตามศีลธรรม ครับ หากคนไม่รักษาศีล เขาก็แย่ยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก

นักพุทธศาสตร์ยกย่อง "มนุษย์" ครับ มนุษย์แปลว่า ผู้มีใจสูง ส่วนคำว่า คน แปลว่า "ยุ่ง" ครับ และสิ่งที่แยกมนุษย์ ออกจากคน ก็คือ "ศีล ๕"

คนที่ไม่สามารถรักษาศีล ๕ ได้ ก็อาจกลายเป็นสัตว์ในอบายภูมิ ส่วนสัตว์ที่สามารถรักษาศีล ๕ ได้บริบูรณ์ ต่อไปก็อาจจักเกิดเป็นคน มีหลักฐานในพระธรรมบท เรื่องเมียของพระอินทร์ ไปเกิดเป็นนกยาง ต้องทำปาณาติบาต จับปลากินเป็นอาหาร พระอินทร์ไปเทศน์โปรด ให้ตั้งใจรักษาศีล ๕ นกยางพยายามหาแต่ปลาตายกิน (ซึ่งก็ไม่ค่อยมี) ทนหิวจนอดตาย จึงได้ไปเกิดเป็นมนุษย์

กว่าจะเกิดเป็นคนได้ นี่ก็ยากนักหนาแล้ว เกิดเป็นคนแล้ว จักพยายามเป็นมนุษย์ ก็ยากขึ้นไปอีก ครับ จักเป็นมนุษย์ได้ ต้องรู้ความ รู้เดียงสา รู้รักษาศีล เพราะศีลเกิดจาก "เจตนาเว้น" ที่เขาว่า "เวรมณี" นั่นแล การเป็นคน กับการเป็นมนุษย์ เวลาทำบุญอานิสงส์ก็ต่างกัน เขาจึงให้ขอศีล หรืออารธนาศีลก่อนทำบุญทุกครั้ง เพราะเมื่อท่านมีเจตนาเว้นเมื่อไหร่ เมื่อนั้นท่านก็เป็นมนุษย์โดยบริบูรณ์ ออกจากวัดไป ศีลขาด ท่านก็กลับเป็นคนใหม่ ศีลไม่ได้ขาดทุกเวลา ดังนั้น เวลาส่วนใหญ่ คนจึงเป็นมนุษย์ มาเป็นมนุษย์กันดีกว่า ครับ อย่ามัวเป็นคนอยู่เลย คุ้น ๆ เหมือนมีรายการฮิตรายการหนึ่ง ชื่อรายการว่า ถ้าคุณแน่ อย่าแพ้ ป.๔ (ใช่ป่าวไม่รู้ ไม่ค่อยได้ดูทีวี) ข้าพเจ้าก็ขอท้าท่านทั้งหลาย ถ้าท่านแน่ อย่าแพ้นกยาง ครับ

เรื่องใครสร้างคน สร้างสัตว์ขึ้นมา นักพุทธศาสตร์บอกว่า มันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ครับ พระเจ้าไม่ได้สร้างคน และไม่ได้สร้างสัตว์ทั้งหลายมาเพื่อเป็นทาสของคน แต่บอกว่า คน และสัตว์ก็มีหัวจิตหัวใจ ไม่แตกต่างกัน ผิดแผกกันไป ก็ด้วยกรรมแต่หนหลังที่ทำกันมา ทุกชีวิตต่างรักชีวิตของตัวเอง ไม่มีใครเกิดมาเพื่อเป็นอาหารของใคร

จิตของคนแลสัตว์ ก็คือวิญญาณที่เวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสาร อันไม่รู้จบสิ้น เสมอกัน

แม้นักวิทยาศาสตร์จักให้คนแลสัตว์ แตกต่างกันไปตามไฟลั่ม คลาส สปีชี่ส์ นักพุทธศาสตร์แยกแยะสัตว์ทั้งหลายด้วยภพภูมิที่ไปเกิด และหากสัตว์ใดได้รับความเอ็นดูจากคน ก็แสดงว่า เขาใกล้หมดกรรมแล้ว ในพระธรรมบทมีหลักฐานของสุนัข ที่ตายแล้วไปเกิดเป็นเทวดา ชื่อโฆสกเทพบุตร เป็นหลักฐานอย่างดีว่า แม้สัตว์เดรัจฉาน ก็ทำบุญได้ ดีกว่าใครหลายคนที่ได้เกิดเป็นคนแล้วกลับตกนรก

ในแง่ความเป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน ข้าพเจ้าไม่เห็นความแตกต่าง ครับ เราทั้งหลายจงอย่าเพียงแผ่เมตตาปาว ๆ ให้สรรพสัตว์แต่เพียงลมปาก ท่องบ่นไปตามที่ว่ากันมา "สัพเพสัตตา อันว่าสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น... บลา ๆ ๆ" แต่มองให้ลึกลงไป เขาเหล่านั้น คือ คนที่ถูกขังอยู่ในร่างของสัตว์เดรัจฉาน ทนทุกข์ทรมานมาแสนนานเหลือเกิน ด้วยอำนาจของอกุศลกรรมที่เขาทำ และอีกไม่นาน เขาก็จักได้เกิดเป็นคน

ดังนั้น ถ้าท่านไม่เคยทิ้งเพื่อน ไม่เคยทิ้งญาติพี่น้องของท่าน ไม่เคยปล่อยให้คนรอบตัวต้องอดอาหาร ก็จงอย่าทิ้งสัตว์เลี้ยงของท่าน ครับ มันมีชีวิตจิตใจ มีวิญญาณ ไม่ต่างจากคน

ภพของมนุษย์ ประเสริฐกว่าภพทั้งหลาย ตรงที่คนสามารถเลือกทำความดี ทำความชั่ว สามารถเลือกที่ไปได้อย่างอิสระ ส่วนภพอื่น เป็นภพที่รับผลของกรรมเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นที่ใครว่า ถ้าฆ่าปลา แล้วต้องไปเกิดเป็นปลา ดังนั้นถ้าฆ่าคน ทำไมถึงไม่ไปเกิดเป็นคน จึงเป็นมิจฉาทิฏฐิ ภพของมนุษย์นั้นประเสริฐมาก มิได้มาเกิดง่าย ๆ

ขอสารภาพตามตรงว่า ข้าพเจ้าไม่ใช่คนรักสัตว์เลย ซักกะตี๊ดเดียว... อาจจะเห็นข้าพเจ้าเล่นกับสัตว์บ้าง นั่นกำลังสวมวิญญาณนางงามรักสัตว์ ครับ แท้จริงมิได้พิศมัย "พวกเขา" เลย กระนั้นทุกวันข้าพเจ้าก็ออกไปหาอาหารมาเลี้ยง "พวกเขา" ด้วยความสงสาร ด้วยความรู้สึกว่า เขาก็คือ คนคนหนึ่งเหมือนกัน 

บางวันก็ขี้เกียจเสียเหลือเกิน บางวันก็รู้สึกเบื่อโลก ไม่อยากออกไปหาอาหาร ลืมตาขึ้นมาก็ถามตัวเองว่า "เราเกิดมาทำไม?"

หลังจากค้นหามา ๓ ตอนแล้ว ได้แก่

 

 

ชีวิตคนเราเกิดมาทำไม ตอนที่ ๑

ชีวิตคนเราเกิดมาทำไม ตอนที่ ๒

 

ที่สุดก็มาพบคำตอบเล็ก ๆ ในชีวิตผ้าเหลือง ข้าพเจ้าก็ท่องย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ อยู่ทุกวันที่รู้สึกอ่อนล้า เพื่อจักได้มีแรงออกไปสู้ชีวิตต่อไปว่า "ชีวิตคนเรา เกิดมาเพื่อคนอื่น ๆ" ฉะนั้นจงอย่าแปลกใจ ที่เห็นข้าพเจ้าออกบิณฑบาตหาเลี้ยงพระภิกษุชราภาพ พระภิกษุอาพาธ และเพื่อนพระภิกษุทั้งหลาย คนยากจน คนงานพม่า รวมไปถึงเขาทั้งหลายที่ไม่มีใครใส่ใจด้วย

หลังจากได้รับคำเตือนจากพระกาฬว่า "อย่าพึงประมาทในงานบุญ" แล้ว วันนี้วันดีได้ออกไปเยี่ยมหลวงตาพวง ผู้ซึ่งเพิ่งได้รับการผ่าตัดตา พำนักรักษาตัวอยู่ที่ราชบุรี จึงแวะนำอาหารไปเผื่อพวกเขาที่เฝ้ารออยู่ที่บ้านตลิ่งชัน และที่บ้านหมาราชบุรีด้วย

 

 

อาหารที่เตรียมไว้

 

 

 

เตรียมออกเดินทาง
 

 
จุดพักแรก บ้านตลิ่งชัน "พวกเขา" รออยู่ ครับ

 

 

ออกจากบ้านตลิ่งชันแล้ว ก็มุ่งหน้าไปบ้านหมาราชบุรี ตามแผนที่ที่ปรินท์ออกมาจากเว็บ ซึ่งเขียนได้ละเอียดพอควร ทว่า มาตายตอนจบ ครับ จุดสุดท้ายที่เป็นจุดสังเกต เขียนว่า "บ้านชั้นเดียว สีชมพู" ของจริงสีออกส้ม ครับ แถมไม่สามารถมองเห็นได้จากถนนที่ขับรถไป มีต้นไม้บัง สิ่งที่สังเกตเห็นได้จากถนน คือ "หลังคาสีเขียว" มากกว่า ครับ ก็เลยหลงกันนิดหน่อย พอหอมปากหอมคอ หากใครดุ่ย ๆ ไปแบบข้าพเจ้า ให้สังเกตทางแยกทางซ้าย ลัดไป จ.กาญจนบุรี ดีกว่า ครับ อย่าไปหาบ้านเลย

 

 

 

 

 

ที่สุดก็มาถึง ครับ รั้วบ้านสังกะสีตรงตามแผนที่เด๊ะ

 

 

 

 

พอไปถึง "พวกเขา" ก็ออกมาต้อนรับ ครับ

 


 

 

 

และจากนั้น ก็ให้ "พวกเขา" อธิบายกันเอง ด้วยภาพดีกว่า ครับ เอ้า... สาดดดดรูป

 

 

 
 
 
 
 
 
 
     
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

เสียงเจ้าของ อธิบายความเป็นมาของลูก ๆ เขา ทีละตัว ข้าพเจ้าจำไม่ได้เลยสักตัว แต่มันบ่งบอกถึงความผูกพัน ความรัก ความเอาใจใส่ ของผู้เลี้ยงเป็นอย่างดี ข้าพเจ้ารู้สึกว่า "พวกเขา" ก็มีความสุขพอควร ตามอัตภาพ แม้ต้องอาศัยอยู่ในกรง เพราะสถานที่ยังไม่มีรั้วรอบขอบชิด และเจ้าถิ่นแถวนั้น ก็ดุเหลือเกิน แต่หิวก็มีคนให้ของกิน ป่วยก็มีคนรักษา ครับ แมวบางตัวอายุถึง ๑๖ ปี อีกตัวอายุ ๒๐ ปี แสดงว่า เจ้าของเลี้ยงเอาใจใส่มาก ครับ สมดังวาทะที่ว่า "ไปลำบากเอาข้างหน้า ขอให้หมามันอยู่ได้"

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 จำชื่อเจ้านี่ได้ตัวเดียว ครับ เพราะชื่อเหมือนแม่ของโน้ส ชื่อ ทองสุก ครับ
เป็นหมาของเจ้าของที่ดิน
 
 

 

จบจากการบริจาคอาหาร และจตุปัจจัยแล้ว ก็เดินทางต่อ ครับ มาเยี่ยมหลวงตาพวง พระชราที่ดวงตากลับมามองเห็นได้อย่างอัศจรรย์ ทั้งที่บอดสนิทไปแล้ว ทั้งสองข้าง

 

 
 

 

 

 มาถึงแล้วก็ถวายทานจั๊กหน่อย ครับ

 

 
 
 
 
 
 
 

 
ถามสารทุกข์สุกดิบแล้ว ท่านก็ให้โอวาท ครับ เทศน์สอนบ้าง เล่าความเป็นมาในการรักษาบ้าง พิจารณาแล้ว ท่านว่า เป็นกฏแห่งกรรม ครับ ท่านไปหาหมอถึง ๒ โรงพยาบาล หนึ่งในสอง รพ.นั้น คือ รพ.วัดไร่ขิง ซึ่งเอกอุด้านการรักษาดวงตา ทั้งสอง รพ. ต่างลงความเห็นว่า ไม่มีทางรักษา เป็นธรรมดาที่ถ้าคนไข้ต้อหิน ต้อสุกแล้ว เขาจักไม่รับไว้รักษา ครับ ท่านว่า กรรมมันคงปิดบังไว้ แล้วท่านก็อธิษฐานว่า จะบอดหรือไม่บอด สุดแล้วแต่พระพุทธองค์ ครับ ท่านไม่ใส่ใจแล้ว ขันธ์ห้า ก็มีแต่ทุกข์ทั้งนั้น

ที่สุดก็ได้หมอฝังเข็ม เข้าไปฝังเข็มให้ถึงที่วัด ทั้งยังพามาตรวจละเอียด และรับการรักษา ที่ รพ.พระมงกุฏ จนตากลับมามองเห็นได้ ผ่านการรักษาที่เรียกว่า เจ็บตัวแทบทุกขั้นตอน ท่านว่า การรักษาแบบเจ็บ ๆ นี่ มันช่วยย่นระยะเวลาในการรับวิบาก ผลของกรรม ครับ แทนที่ต้องทรมานสักสามปี ก็ร่นลงมาเหลือเดือนเดียว อะไรเทือกนั้น

 
 
 

 
จบด้วยการรับพรจากหลวงตา ครับ หลวงตาต้องใส่แว่นกันแดด เพื่อไม่ให้รังสียูวีเข้าตามากเกินไป ครับ เท่ไปเรยยย...

 
 
 

 

 
ก่อนจบ ท่านทราบหรือไม่ว่า การทำทานให้สัตว์เดรัจฉานนั้น มีอานิสงส์น้อยกว่า ถวายทานให้พระปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ แบบหลวงตามากมาย จนเทียบกันไม่ได้ ตามที่พระไตรปิฎกว่าไว้ แม้ทำทานให้สัตว์เดรัจฉาน ๑๐๐ ครั้ง ก็ไม่เท่าทำทานให้คนมีศีลไม่ครบ ครั้งเดียว แต่ทำไมข้าพเจ้าจึงไม่ละเลยพวกเขา? ไม่เลือกทำแต่เฉพาะบุญที่มีอานิสงส์มาก?

ก็เพราะ "อย่าพึงประมาทในงานบุญ แม้บุญจักเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม" หน่ะซี

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ ฯ

หมายเหตุ : มหาโอ๊ต ขอรับ เน็ตที่ใช้อืดเป็นเรือเกลือ ไม่รู้จักส่งรูปให้ทางอีเมลสำเร็จหรือเปล่า

edit @ 18 Jun 2009 13:27:38 by Dhammasarokikku

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชีวิต..คนเรา..เกิดมาเพื่อคนอื่นๆ..


ไปลำบากเอาข้างหน้า..ขอให้หมาอยู่ได้...Hot! Hot! Hot!

หายมึนตื๊บแล้ว....ขออนุโมทนาบุญกับตุ๊ปี้...โตยเจ๊า

#1 By iamraka on 2009-06-15 23:59

ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็นหลักสากลครับ big smile

สาธุ

#2 By nora on 2009-06-16 03:36

Hot! Hot!

'ชีวิตคนเรา เกิดมาเพื่อคนอื่น ๆ'

คิดแบบนี้กันทุกคนก็ดีจิ confused smile

#3 By ไทดี้ on 2009-06-16 07:57

ใช่คะ ถ้าเกิดมาทำบาปลูกเดียวไม่รู้จะเกิดไปทำไม ต้องจับให้ไปสอบซ่อมในนรก


ชีวิตคนเราเกิดมาเพื่อคนอื่น สาธุคะ Hot! Hot! Hot! Hot!

#4 By Cotton on 2009-06-16 08:00

ขอขอบพระคุณ และขออนุโมทนากับทั้งหลวงพี่ และญาติโยมที่มัวามเมตตากรุณาทุกคนครับ Hot!
Hot! โมทนาสาธุครับconfused smile

#6 By on 2009-06-16 10:43

ขอแปะไว้ก่อน แต่ยังอ่านไม่จบเลย
เดี๋ยวมาใหม่ๆ รดน้ำให้แล้วครับ

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile Hot!
อนุโมทนาด้วยค่ะ ^^
ถือศีล5ไว้ ไม่ยอมแพ้น้องหมาแน่นอนค่ะ
(แต่น้องหมานี่ผิดศีลข้อ3 ข้อลักขโมยด้วย)
เคยปล่อยหมาตัวเมียช่วงฤดูผสมพันธุ์ทีนึง
เค้าเกิดมารับกรรมจริงๆค่ะ
Hot! Hot! Hot!

#8 By Namast'E on 2009-06-16 13:23

"พวกเขาเหล่านั้นคือ คนที่ถูกขังอยู่ในร่างของสัตว์เดรัจฉาน ทนทุกข์ทรมานมาแสนนานเหลือเกิน ด้วยอำนาจของอกุศลกรรมที่เขาทำ"
ประโยคนี้เด็ดมากครับ อ่านแล้วขนลุกเลย

ไหนจะเรื่อง อาราธณาศีลอีก กระจ่างเลยครับ

แต่มีข้อสงสัยเรื่องการรักษาศีลน่ะครับ เรื่องว่า ศีลจะขาด หรือไม่ขาดนี่ อะไรขนาดไหน
เช่นว่า ไม่ได้โกหก แต่บอกความจริงไม่หมด, หรือเช่นการดูหนัง(สือ)โป๊ อะไรทำนองนี้อะครับ

รบกวนหลวงพี่ไขให้กระจ่างทีครับ

อนุโมทนาครับผม

#9 By Witna on 2009-06-16 16:06

สาธุค่ะ

อนุโมทนาค่ะHot! Hot! Hot!

#10 By *~citrus~* on 2009-06-16 17:52

วันนี้คงไม่ได้อ่าน entry นะคะเพราะทำงานกลับมาดึกมากเเล้ว ไว้ค่อยอ่านพรุ่งนี้ เอาเป็นว่าคืนนี้รดน้ำไปก่อนแล้วกันพรุ่งนี้ต้นไม้จะได้หมุนกัน
เกิดมาเพื่อคนอื่น

นี่เอง



รู้่แล้วล่ะค่ะ ว่าเกิดมาทำไม

ขอบคุณนะคะ

ต่อจากนี้ไป จะทำดีให้มากๆ

รู้จักเห็นใจ เห็นค่าของทุกคนเท่าเทียมกันค่ะ
Hot! Hot! Hot! Hot!

#12 By J`dEar on 2009-06-17 01:07

เกิดมาเพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆ
จะจำไว้ค่ะ ทุกวันนี้ก็พยายามปฏิบัติ ทำบุญสวดมนต์ไปเรื่อยๆ

ขอให้สรรพชีวิตทั้งหลายมีความสุขกายสบายใจ

อยากพ้นทุกข์เร็วๆ จังค่ะ
Hot! Hot! Hot!

#13 By wanako_chan on 2009-06-17 11:01

รักน้องหมา อยากให้มีคนเข้าหามากขึ้น
สาธุ..
big smile big smile

#15 By Moo Duck Dick on 2009-06-17 17:36

"อย่าพึงประมาทในงานบุญ
แม้บุญจักเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม"

เป็นสิ่งที่เราควรปฏิบัติอย่างยิ่ง

สาธุ ....Hot!

#16 By toma on 2009-06-17 18:12

โอ้ว หลวงตากลับมาเห็นแล้ว โมทนาสาธุอย่างแรงค่ะ
โมทนาสาธุกับการเลี้ยงสัตว์ด้วยค่ะหลวงพี่ ฉันแอบดีใจที่มีคนรักพวกมัน ดูแลพวกมัน

จริงๆแล้วสำหรับฉัน ทำบุญไปคิดมากไป ปวดหัวเปล่าๆค่ะ ว่าอะไรได้บุญมากได้บุญน้อย ช่วยได้เราก็ช่วยให้ดีที่สุด ก็พอแล้ว

#17 By Rinna ♥ on 2009-06-18 23:54

สาธุ

#18 By mini-teddy on 2009-06-24 14:10

อนุโมทนาครับหลวงพี่Hot!

#19 By kitt on 2009-06-30 03:45

Favourites