สีเลน สุคตึ ยนฺติ สีเลน โภค สมฺปทา สีเลน นิพฺพุตึ ยนฺติ
posted on 18 Jun 2009 18:19 by akkarakitt in Dharmaเนื่องด้วยเจอปุจฉาของโยมหวิดหนามา เลยต้องวิสัชนาไป ความจริง เรื่องแนวซีเครียดนี่ ไม่ถนัดเลย ครับ ชอบเขียนแนวฮา หาสาระไม่ค่อยได้มากกว่า
คำถามมีอยู่ว่า
เช่นว่า ไม่ได้พูดโกหก แค่ไม่บอกความจริง (บอกไม่หมด)
หรืออย่าง ดู(อ่าน)หนัง(สือ)ปลุกใจ อะไรยังเงี้ยะอะครับ
คือเคยได้ยินคำว่า ศีลไม่ขาด แต่ด่างพล้อย มันหมายความว่าไงอะครับ แล้ว ต้องปฏิบัติแบบไหนถึงจะดีครับ
ไม่มีอารัมภบทกันละ เข้าสู่เนื้่อหาเลย มาว่ากันที่ศีลข้อ ๑ ปาณาติปาตา เวรมณี เว้นจากการฆ่าสัตว์
การฆ่าสัตว์มีองค์ประกอบ ๕ ประการ ครับ
๑. สัตว์นั้นมีชีวิต
๒. รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต
๓. มีจิตคิดจะฆ่า
๔. เพียรพยายามฆ่า
๕. สัตว์ตายเพราะความพยายามนั้น
คำว่า ศีลขาด ศีลทะลุ ศีลด่าง ศีลพร้อย เป็นการสมมุติขึ้นเพื่อนิยาม ความรุนแรงของการละเมิดศีล เรียกว่า สมมุติบัญญัติ ดังนั้นแต่ละครูบาอาจารย์จึงนิยามแตกต่างกันไป ในส่วนของรายละเอียด แต่ไม่สลักสำคัญกระไรนัก
ศีลขาด คือ โซ้ยไปครบองค์ ๕ ประการนี้เลย ครับ
ศีลทะลุ คือ ขาดไปองค์ใดองค์หนึ่ง ทำให้การฆ่าไม่สำเร็จ เช่น เพียรพยายามฆ่าแล้วดันไม่ตาย หรือเห็นแมลงสาบตายนอนอยู่ นึกว่ามันมีชีวิต ก็กระทืบซะ
ศีลด่าง คือ โซ้ยไป ๒-๓ องค์ หรือ องค์เดียว
ศีลพร้อย คือ คิดจะทำผิดศีล แต่ไม่ได้ทำ เช่น เห็นหนูแล้วคิดว่า มันน่าฆ่านัก
ข้อ ๒ อทินนาทานา เวรมณี มีองค์ ๕ ได้แก่
๑. ของนั้นมีเจ้าของหวงแหนอยู่
๒. รู้ว่า มีเจ้าของหวงแหน
๓. มีไถยจิต หรือ คิดอยากขโมย
๔. เพียรพยายามลักขโมย
๕. ของถูกขโมยด้วยความพยายามนั้น
ศีลข้อนี้รวมไปถึงการโกง การคอรัปชั่น ด้วย
ข้อ ๓ กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี มีองค์ ๔ ได้แก่
๑. วัตถุนั้นเป็นวัตถุไม่ควรถึงเสพ เช่น เป็นลูกชายเขา ลูกสาวเขา เป็นเมียเขา ผัวเขา ผู้ปกครองมิได้อนุญาต
๒. จิตคิดเสพวัตถุไม่ควรถึงนั้น
๓. เพียรพยายามจะเสพวัตถุไม่ควรถึงนั้น
๔. เสพวัตถุไม่ควรถึงนั้น หรือ อวัยวะล่วงถึงกัน
ข้อนี้ตรงกับข้อที่กังวล ตามความเข้าใจของข้าพเจ้า ศีลทุกข้อ จักมีผู้เสียประโยชน์กำกับ วัตถุประสงค์ใหญ่ของศีล ๕ คือ ให้อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข ไม่มีใครล่วงเกินสิทธิของใคร ดังนั้น ถ้านั่งอ่านหนังสือโป๊อยู่บ้าน ไม่ไปเดือดร้อนใคร ไม่ผิดศีลข้อนี้ ครับ ถ้าพิจารณาตามองค์ประกอบ ก็อาจจะวนเวียนอยู่แถวศีลด่าง กับศีลพร้อย คือ จิตมันก็ต้องคิดจะเสพสังวาสกับนายแบบนางแบบอยู่แล้วแล คิดมาก ๆ หมกมุ่นมาก ๆ ก็เป็นโทษกับตัวเอง ซึ่งก็คือ เบียดเบียนตัวเอง คล้ายกับข้อสุรา นั่นแล ใครว่า กินเหล้าแล้วไม่ได้เดือดร้อนใคร ก็เดือดร้อนตัวเองนั่นไง อย่างน้อย ๆ ก็ทารุณกรรมตับของตัวเองเข้าไปแล้ว
ตามความเข้าใจโดยทั่วไป ศีลข้อนี้ ก็คือ เว้นจากการไปผิดลูกเมียใคร เอาละพวกผัวเขาเมียใครหนูไม่ยุ่งอยู่แล้ว หนูมีเป็นของตัวเอง เกิดมีคำถามขึ้นมาว่า แล้วที่เด็กสมัยนี้ ไปโจ๊ะครึ่ม ๆ กันตั้งแต่หัวนมยังไม่แตกพานจะผิดศีลหรือไม่ ในเมื่อต่างฝ่ายต่างรักกัน ยินยอมพร้อมใจจะได้ตัว เสียตัวกัน แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย
ก็ต้องย้อนกลับไปนิยามที่กล่าวมาแล้ว ครับ ศีลจะขาดหรือไม่ ต้องมีผู้เสียประโยชน์ หรือเสียใจ หากชายหนุ่มหญิงสาวคู่ใดจะโจ๊ะครึ่ม ๆ กัน ก็ไปขออนุญาตให้เรียบร้อยเสียก่อน ป๊า หนูจะไปเสียตัวให้ไอ้แอ๊บแมน ที่เขามาเยี่ยมบ้านเราวันก่อนนะ พอดีคืนนี้เป็นคืนวันวาเลนไทน์ วัยรุ่นเขานิยมเสียตัวให้คู่รักกัน หนูไม่เสียตัวคืนนี้ ก็จะตกเทรนด์ ถ้าป๊าอนุญาต ก็ไม่ผิดศีลข้อนี้ ครับ
แต่ถ้าไปแอบจุ๊บิ๊ ๆ กัน โดยพ่อแม่ หรือผู้ปกครองไ่ม่รู้ อย่างนี้ผิดแหงม ครับ เพราะถ้าเขารู้ เขาต้องเสียใจ เคยได้ยินไหม ครับ ที่ว่า ลูกคือแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ ไปปู้ยี่ปู้ยำแก้วตาใคร มีใครไม่เคืองบ้าง นี่เข้าข่ายผิดข้ออทินนาทาน ด้วยนะครับ เหมือนไปลักของรักของหวงของเขา จิ้มเข้าไปทีเดียว ได้ไปสองเด้ง คุ้มยิ่งกว่าไปเดินบิ๊กซี ซื้อหนึ่งแถมหนี่ง
ปัญหาข้อต่อไป แล้วหันไปกินจิ้มจุ่มกับโสเภณีเล่า ผิดศีลไหม ขอตอบว่า ถ้าหญิงนั้น ประกาศตนว่า เป็นหญิงสาธารณะ เต็มใจขาย ไม่ได้ถูกบังคับขู่เข็ญ หรือหลอกลวงมา ก็ไม่ผิด ครับ แต่ระวังนะ ครับ ถ้าเขาแอบพ่อแอบแม่มาขายที่ดิน ก็ยังตกเป็นจำเลยของศีลข้อนี้อยู่ดี ถ้าพ่อแม่เขารับรู้ ส่งเสริม เห็นดีเห็นงาม ก็รอดตัวไป ครับ ทางที่ดีก็อย่าไปเสี่ยงเลย หรือถ้าไม่ไหวแล้ว อาจจะต้องมีการสอบสัมภาษณ์พนักงานขายบริการกันก่อน ว่าเป็นมายังไง โอ้โห... ยากขนาดนั้น อย่าไปจิ้มเลยดีกว่าม๊าง
มหาโอ๊ตเสริมมา ครับว่า ต้องไม่ผิดกฏหมายด้วย ทีนี้เมืองไทยกฏหมายมิได้อนุญาตอาชีพนี้ ครับ จบข่าวเลย สงสัยต้องบินไปจิ้มจุ่มที่เนเธอร์แลนด์ซะแล้ว ครับ
สมัยพุทธกาลเขาเรียกโสเภณีว่า หญิงงามเมือง มีคนที่ประกอบอาชีพนี้ได้เป็นพระโสดาบันด้วย ชื่อนางสาวสิริมา น้องสาวของหมอชีวกโกมารภัจจ์ แพทย์ส่วนตัวของพระพุทธเจ้า ฉะนั้น การบรรลุธรรมไม่เกี่ยงอาชีพ ครับ ขออย่าเป็นมิจฉาวณิชชา การค้าสิ่งไม่ชอบธรรม (ค้าอาวุธ, ค้ามนุษย์, ค้าสัตว์ให้เขาฆ่า, ค้าของเมา, ค้ายาพิษ) และไม่ล่วงศีล ๕ เป็นอันใช้ได้
ศีลข้อนี้ หากเป็นของศีล ๘ ที่ว่า อพรหมจริยา เวรมณี เว้นหมด ครับ ไม่ได้แม้กระทั่งการกระทำชำเราตัวเอง และศีล ๘ จ๊าบกว่า ศีล ๕ ตรงที่ ขาดข้อใดข้อหนึ่ง ถือว่าขาดหมดทั้ง ๘ ข้อ ครับ ศีล ๕ ขาดเป็นข้อ ๆ ไป และศีล ๘ ต้องรักษาไปจนอรุณรุ่งของอีกวัน จึงจะนับเป็น ๑ วัน
มาว่ากันข้อต่อไป ข้อ ๔ มุสาวาทา เวรมณี มีองค์ ๔ ได้แก่
๑. เรื่องที่พูดนั้นไม่จริงไม่แท้
๒. มีจิตคิดจะกล่าวให้คลาดเคลื่อน
๓. พยายามที่จะกล่าวให้คลาดเคลื่อน จากจิตที่คิดนั้น
๔. ผู้อื่น หรือผู้ฟัง เข้าใจเนื้อความ
ก็ตามเกณฑ์เดิม ครับ ผิดไม่ผิด ล่วงไม่ล่วง ขาดไม่ขาด ต้องดูกันที่ผู้เสียประโยชน์ มีเจตนาทำให้เขาเสียประโยชน์หรือไม่ ถ้ามีก็ขาด ครับ บางอย่างถ้ามีเจตนาดี เขาเรียกว่า กุศโลบาย ครับ อย่างกรณีพระสารีบุตรเทศน์โปรด นายตัมพทาฐิกโจร (เจ้าพ่อหนวดแดง เป็นญาติห่าง ๆ กับหลวงพ่อปากแดง) ผู้ซึ่งประกอบอาชีพเป็นเพชฌฆาต ตัดหัวคนไปเกินหมื่น ท่านก็เทศน์เรื่องปาณาติบาตว่า จักไปตกนรกขุมไหนบ้าง แกฟังเทศน์ไปเหงื่อแตกพลั่ก คิดในใจว่า "กรูโดนทุกขุมเรยยยย" ไม่เป็นอันฟังธรรม
พระสารีบุตรเห็นอาการ ท่านก็ถามว่า ที่โยมฆ่านั่น ฆ่าเอง หรือพระราชาสั่งให้ฆ่า ก็ตอบว่า พระราชา
ท่านก็อุปมาต่อไปว่า สมมุติว่า โยมเป็นลูกจ้างเขา นายจ้างให้ไปทำนา ปลูกข้าวเสร็จ ถามว่า ข้าวผลผลิตนั่นจักตกเป็นของใคร นายเพชฌฆาตฟังแล้ว ก็คิดไปเองว่า บาปต้องตกเป็นของพระราชาเป็นแน่แท้ จิตมีความสบาย เกิดสมาธิ น้อมใจไปตามพระธรรมเทศนา บรรลุโสดาปัตติผล
ซึ่งความจริงแล้ว ใครว่า คนลงมือฆ่าไม่บาป บาปเต็ม ๆ ครับ แต่อาศัยกุศโลบาย (กุศล + อุบาย) นายเพชฌฆาตก็บรรลุธรรมได้ แสดงว่า ไม่มีเจตนาให้เขาเป็นโทษ ไม่นับเข้าข้อมุสาวาท
ทีนี้พวกแม่ค้าเล่า วัน ๆ ถ้าพูดแต่ความจริง จักไปขายกระไรได้ ซื้อของมา ๑๐ บาท จะขายร้อยหนึ่ง ก็ต้องบอกว่า ต้นทุนมา ๙๕ บาท กำไร ๕ บาทเท่านั้น โดนมุสาวาทไปเต็ม ๆ เป็นอันว่า อาชีพแม่ค้า รักษาศีล ๕ ไม่ได้งั้นสิ
ท่านแนะว่า ให้ใช้วิธีตอบเลี่ยงไป ครับ ลูกค้าถามว่า ต้นทุนมาเท่าไหร่ ตอบไปเลยว่า "มาแพง" ไม่ผิดศีลแต่อย่างใด
ฉะนั้น ที่สงสัยมาว่า บอกความจริงไม่หมด ก็ต้องดูที่เจตนา ครับ ถ้ามีเจตนาร้ายก็ผิดแหงม ๆ
ไปดูข้อสุดท้าย สุราเมาเป็นระยะ มีองค์ ๕ ได้แก่
๑. ความเป็นของมึนเมา หมายรวมเอาสิ่งเสพติดทุกชนิดด้วย
๒. มีจิตคิดดื่ม
๓. พยายามดื่ม จากจิตที่คิดนั้น
๔. สิ่งมึนเมานั้น ล่วงเข้าลำคอ
ข้อนี้ คงมิต้องอธิบายกระไรมากกระมัง แต่ก็ยังมีพวกหัวเส ตั้งคำถามว่า แล้วถ้าเป็นยาดองหล่ะเจ้าคะ จะผิดไหม มันเป็นเภสัชนะเจ้าคะ ข้อนี้ขอแก้ว่า ถ้าไม่มีรส ไม่มีกลิ่น ของสุรา ทำตามตำรายา ถือว่า ไม่ผิดจ้ะ
เอาละ ขอตบท้ายด้วยคำแปลของชื่อเอ็นทรี่ (พระจะบอกให้เวลาให้ศีลเสร็จ แล้วโยมรับว่า สาธุ นั่นแล)
สีเลน สุคตึ ยนฺติ แปลว่า ศีล เป็นปัจจัยแห่งความสุข
สีเลน โภค สมฺปทา แปลว่า ศีล เป็นปัจจัยแห่งโภคทรัพย์
สีเลน นิพฺพุตึ ยนฺติ แปลว่า ศีล เป็นปัจจัยแห่งมรรคผลนิพพาน
ตสฺมา สีลํ วิโสธเย
มารักษาศีลกันเต๊อะ....
และแล้ว เอ็นทรี่ที่ซีเครียดที่สุด ตั้งแต่เขียนบล็อกเอ็กซ์ทีนมาปีเศษ ก็เอวังด้วยประการฉะนี้ ฯ
อ้างอิงจาก : ศีลห้าหญ้าปากคอก ของ พระเทพวรมุณี เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ, หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๑๐
ศีลไซเบอร์ อันละเอียดกว่า ศีล ๕
edit @ 28 Jun 2009 03:20:45 by Dhammasarokikku
)


หญิงงามเมือง ที่ตัวเต็มใจเอง ผู้ปกครองเต็มใจด้วย และถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ผิดศีล ข้อ ๓ แต่ปัจจุบัน เห็นท่าจะยาก เข้าใจว่ากฎหมายยังไม่อนุญาต ถ้ายังมีโทษแก่ชายผู้เที่ยวหญิงงามเมืองอยู่ ก็จัดว่าผิดศีลข้อ ๓ ด้วย เข้าข่าย "หญิงมีอาชญา" ครับผม
#1 By mahaoath on 2009-06-19 13:44