สถานปฏิบัติธรรมเอ็กซ์ทีนวิปัสสนาราม ตอนที่ ๑ - ทานดิจิตอล
posted on 26 Jun 2009 09:26 by akkarakitt in Dharmaวานนี้วันผลไม้แห่งชาติ ครับ เดินไปไม่ทันพ้นซอย ก็มาแล้ว
พอเดินพ้นซอย ก็ตามมาด้วย
ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไป ครับ ก็ได้ไอ้นี่มา
ขากลับตบท้ายด้วย
กว่าจักถึงวัด คางเกือบเปลี่ยนสี ครับ
หลังจากได้ดูการ์ตูนเรื่องกังฟูแพนด้าแล้ว จุดประกายมากมาย ครับ รู้สึกว่า การเผยแผ่ธรรมะที่ดี ต้องมีการ "มอบฉันทะ"
การมอบฉันทะในที่นี้ มิใช่มอบสิทธิ์ให้ใครไปออกเสียงแทนเรา หรือ การเซ็นชื่อมอบอำนาจให้ไปทำธุระบางอย่างแทน นะครับ แต่หมายถึง มอบฉันทะ-ความพอใจ หรือความชอบใจ ในอิทธิบาท ๔ (ฉันทะ-ความพอใจ, วิริยะ-มีความเพียร, จิตตะ-มีใจจดจ่อ, วิมังสา-คิดใคร่ครวญ)
ถ้าได้สนุกสนานไปกับธรรมะเสียแล้ว ธรรมะกระไรยากแค่ไหน ก็หมู ๆ ครับ วันนี้เรามาเริ่มต้นด้วยการให้ทานกัน ครับ พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญการให้ทานเป็นอันมาก เพราะทานเป็นปัจจัยเริ่มต้นสู่พระนิพพาน ดังพระพุทธพจน์บทพระบาลีว่า พาลา หเว นปฺปสํสนฺติ ทานํ มีแต่คนพาลเท่านั้น ที่ไม่สรรเสริญการให้ทาน ทานอย่างอื่นรู้จักมามากแล้ว มาทำความรู้จักกับทานในโลกไซเบอร์กันบ้าง
การให้ทานที่ดี มีผลสมบูรณ์นั้น ต้องประกอบด้วย พรหมวิหาร ๔ ครับ ได้แก่ เมตตา-ความรัก หรืออยากให้ผู้อื่นมีความสุข กรุณา-ความสงสาร หรืออยากให้ผู้อื่นพ้นจากความทุกข์ มุทิตา-การพลอยยินดี เมื่อเห็นผู้อื่นมีความสุข และอุเบกขา-การปล่อยวาง วางเฉย เมื่อเห็นผู้อื่นเป็นทุกข์จากกฏแห่งกรรม
เรามาลองให้ทานดิจิตอล ด้วยความเมตตากัน การให้ทานก็คือการอยากให้ผู้อื่นมีความสุข พวกเราสมาพันธ์ชาวเอ็กซ์ทีนแห่งลุ่มแม่น้ำอินโดจีน มีความสุขจากอะไรครับ ติ๊กต่อก ๆ ...
"เม้นท์"
ใช่ไหมล่า...
ฉะนั้นเรามาให้ทานกันด้วยเม้นท์ ครับ
เม้นท์ คือ การแสดงความเห็นอะไรก็ได้ หลังจากได้อ่านบทความของเจ้าของบล็อกแล้ว เพราะฉะนั้นเม้นท์มีหลายประเภท ครับ มิใช่ว่า จะเป็นทานได้เสียทั้งหมด
๑. เม้นท์ปรารถนาให้เจ้าของบล็อก มีความสุขที่ได้รับเม้นท์จากเรา หรือเม้นท์ให้คำแนะนำ อย่างสุภาพ และหวังดี หวังให้เจ้าของบล็อกมีการพัฒนาไปในทางที่ดี อย่างนี้ เป็นทานดิจิตอลที่สมบูรณ์แบบ ครับ
ข้อควรระวัง : คำชมแบบเว่อร์ ๆ ไม่มีมูลความจริง ไม่มีสาระ เหมือนไม่ได้อ่านบทความบนบล็อก หวังแต่จักให้เจ้าของบล็อกมารู้สึกดีกับตัวเอง อย่างนี้ก็เป็นการให้ทานเหมือนกัน ครับ แต่ไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ ให้ทานโดยหวังผล บ่อยเข้าเจ้าของบล็อกจักจับอาการแหลของเราได้ การชมต้องชมด้วยความจริงใจ การติ ก็ต้องติเพื่อก่อ ครับ ไม่ใช่ติเพื่อให้โกรธ
๒. เม้นท์แบบออกความเห็น ความรู้สึกที่มี หลังจากอ่านบทความแล้ว ถ้าออกความเห็นแบบซื่อ ๆ คิดอย่างไร เม้นท์อย่างนั้น ก็มีทั้งเป็นกลาง ๆ เกรียน ๆ โก้ ๆ ครับ ตามอุปนิสัยคนให้คอมเม้นท์ หรืออาจเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ อย่างไรแล้ว สำหรับคนที่ชอบให้มีเม้นท์เยอะ ๆ ก็เป็นการแบ่งปันความสุขเหมือนกัน
๓. เม้นท์แบบเกรียน ชวนทะเลาะ กูไม่รู้ กูเกรียนอย่างเดียว อย่างนี้ถ้าไปยั่วโทสะเข้า มิใช่ทานแล้ว ครับ
๔. เม้นท์แบบอีโก้ เห็นว่า การเม้นท์เป็นการแสดงตัวตน ความคิดของเขาคนเดียวเท่านั้น ที่ถูกต้อง ทุกคนต้องรับรู้ว่า เขาเป็นอย่างนี้ ผ่านเม้นท์ ใครจักรู้สึกอย่างไร ไม่สน ขอให้ได้แสดงตัวตน ได้แสดงว่าเขาแน่ เป็นพอ อย่างนี้ก็ไม่เข้าข่าย ครับ
๕. เม้นท์แบบให้ธรรมะ ให้ข้อคิด อย่างนี้ก็เลิศประเสริฐศรี ครับ เพราะ สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ การให้ธรรมะเป็นทาน ชนะทางทั้งปวง แต่ระวังอย่าไปให้ธรรมะที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิดไปจากทำนองคลองธรรม) นะ ครับ แบบนั้นชนะทานเลวทั้งปวงเหมือนกัน
๖. เม้นท์แบบอิโมติค่อน บางทีอ่านบทความแล้ว ไม่รู้จักให้ความเห็นกระไร เลยให้
แทนความรู้สึกว่า อ่านแล้วอารมณ์ดีนะ
อ่านแล้วหิวข้าว
อ่านแล้วอยากกรี๊ดสลบ
อ่านแล้วงง เฮ้ย...มรึงคิดได้ไง หรือมรึงเอาอะไรคิด แม้เจ้าของบล็อกจักไม่ค่อยปลื้มอีโมพวกนี้ แต่สำหรับคนที่อยากได้เม้นท์เยอะ ๆ ก็ยังดีกว่า อ่านแล้วเฉย เงียบ เป็นมนุษย์ล่องหน อย่างน้อยก็แสดงอาการรับรู้ว่า "อ่านแล้วนะ"
๗. เม้นท์แบบหวังผลตอบแทน "นี่ตะเอง เค้าเม้นท์ให้ตะเองแล้วนะ ตะเองอย่าลืมมาเม้นท์เค้ามั่ง" อย่างนี้รับประกันได้ ครับ ไม่ใช่ทานแน่นอน นี่มันการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ชัด ๆ
๘. เม้นท์ให้กำลังใจ ในบางคราวที่เจ้าของบล็อก ประสบเหตุเภทภัย ตกทุกข์ได้ยาก เช่น เป็นโรคร้ายแรง ให้เขามีกำลังใจสู้ชีวิตต่อไป นี่ก็เป็นทานอันประกอบด้วยกรุณา ครับ
๙. เม้นท์แบบร่วมยินดี ได้อ่านเรื่องราวดี ๆ คนทำความดี ก็มีกระใจเม้นท์แค่สั้น ๆ "สาธุ" ยินดีกับเขา ก็เป็นทานด้วยมุทิตา ครับ
๑๐. เม้นท์แบบไม่หวังสิ่งตอบแทน พอใจแค่ได้ให้ ไม่หวังแม้จักให้เจ้าของบล็อกตอบความเห็นเรา อย่างนี้ก็เป็นทานที่ประกอบด้วยอุเบกขา ครับ
คิดออกแค่นี้ ครับ เดี๋ยวคิดได้อีก จักมาเพิ่มเติม ดังนั้นแล้ว แม้การรดน้ำต้นไม้ หรือร่วมการให้ ในกิจกรรมต่าง ๆ ของเอ็กซ์ทีน อันมีประสงค์ให้ผู้รับมีความสุข ก็จัดเป็นทานดิจิตอลทั้งสิ้น (เริ่มด้วยการรดน้ำให้ จขบค นี้ก่อนเลย ครับ ... แฮ่ 

)
ทานเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจซึ่งกันและกัน ครับ ดังหลักการเสริมสร้างความสามัคคีด้วย สังคหวัตถุ ๔ อันประกอบด้วย ทาน-การให้ ปิยวาจา-พูดจาไพเราะ (ถ้าเป็นเม้นท์ก็คือเขียนเม้นท์ให้ไพเราะน่าอ่าน ไม่มีคำหยาบ คำเสียดแทงจิตใจ คำเสียดสีแดกดัน คำส่อเสียดยุให้เขาตีกัน) อัตถจริยา-ทำตนให้เป็นประโยชน์ (ทำสาธารณประโยชน์ก็ได้ ครับ) สมานัตตตา-ไม่ถือตัวถือตน (เวลาเม้นท์ก็ลดอีโก้ตัวเองเยอะ ๆ หน่อย ครับ) เจริญสังคหวัตถุ ๔ ประการนี้ไว้เนือง ๆ สังคมเอ็กซ์ทีน ก็จักมีแต่ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักใคร่สามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน แน่นแฟ้น เป็นปึกแผ่น เป็นแก่นสาร บริการเป็นกันเอง เฮ้ย... ไม่ใช่ธนาคาร!!! 

เริ่มต้นทำทานดิจิตอล ในสังคมไซเบอร์เล็ก ๆ แห่งนี้ แล้วขยายไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคม ข้อขัดแย้งอันร้าวฉาน นานไปก็จักสมานเป็นเนื้อเดียวกัน ประเทศไทยเราก็จักสงบร่มเย็นเป็นสุข เหมือนที่แต่ก่อน เคยเป็นมา เพราะเราคือคนไทยด้วยกัน ใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทยเหมือนกัน และอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร องค์เดียวกัน
รักพ่อ อย่าทะเลาะกันเลย ครับ ฯ
จบตอน ๑
สถานปฏิบัติธรรมเอ็กซ์ทีนวิปัสสนาราม ตอนที่ ๒ - ศีลไซเบอร์ และภาวนาอิเล็คทรอนิกส์
edit @ 18 Jul 2009 12:08:47 by Dhammasarokikku


สาธุค่ะ
ส่วนตัวแล้วชอบแอบอ่าน แอบรดน้ำให้เงียบๆ อิอิ
#1 By interviewz on 2009-06-27 01:19