มันคงเป็นเพราะเสาร์ต้นเดือนชิมิ?
posted on 08 Aug 2009 09:37 by akkarakitt in Experienceได้พระเครื่องมาถุงหนึ่ง ครับ ตอนไปเที่ยว จ.กาญจนบุรี ในเอ็นทรี่นี้ เมื่อพระบักเสี่ยว ไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปกราบพ่อปู่นริศ นรินฺโท ลานธรรมบารมี ศรีปทุม แสงธรรมหนอ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา แล้วท่านก็รู้ใจว่า ข้าพเจ้าชอบแจกวัตถุมงคล ครับ ไม่ชอบเก็บไว้เอง ท่านเลยให้มาหลายสิบองค์ วันนี้ฤกษ์งามยามดี เอาไปแจกโยมบิณฑบาตดีฝ่า ไม่ได้แจกกระไรมานานแล้ว หลัง ๆ รู้สึกไม่ค่อยชอบแจกวัตถุมงคลละ ชอบแจกซีดีธรรมะ หนังสือธรรมะมากกว่า เพราะ "สัพพทานัง ธัมมทานัง ชินาติ" การให้ธรรมะเป็นทาน ชนะทานทั้งปวง มันรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ นะ เพราะธรรมะต่างหากที่ช่วยเราให้พ้นโลกได้จริง อย่างอื่นช่วยให้พ้นโลกไม่ได้
ตอนก่อนเข้างานที่ จ.กาญจนบุรี นั้น เขาก็ลือกันหนาหูว่า วันนี้จักมีพระพิเศษมา ก็ว่าจักเล็งหาดูสักหน่อยเหมือนกัน แต่ก็อย่างที่เล่าไปแล้ว พองานเริ่มจริง พระภิกษุมากันมืดฟ้ามัวดิน จักหาพระพิเศษเจอได้อย่างไร ก็มีพ่อปู่นริศ นี่ละ พิเศษจริง ๆ จริยาท่าทางไม่เหมือนพระทั่วไป กระโดกกระเดกเสียงดัง เขาก็ลือกันอีกแล้วว่า เป็นพระที่มีกระไรพิเศษบางอย่าง หลวงพ่อโนลี ไม่ได้เชิญท่าน ท่านมาเอง (ท่านบอกว่า ตั้งใจจักมาเยี่ยมเฉย ๆ ไม่คิดว่า ที่วัดจักมีงานใหญ่)
ข้าพเจ้าก็ไม่ใคร่ได้ใส่ใจ ใครจักมีฤทธิ์มีเดชเท่าไหร่ อภิญญาสมาบัติทั้งหลาย ก็ไม่ได้ช่วยให้ข้าพเจ้าถึงนิพพานได้เร็วขึ้น มันช่วยคนที่ทำได้ต่างหาก แล้วก็ช่วยสร้างศรัทธาให้แก่ผู้ที่ยังไม่ศรัทธา เวลานี้ข้าพเจ้าก็มีศรัทธาอยู่แล้ว แต่ในฐานะที่ท่านพรรษามากกว่า และหลวงพ่อโนลีให้การเคารพ ข้าพเจ้าก็เข้าไปกราบผู้มีอาวุโสตามวิสัยของพระบวชใหม่ ท่านเรียกข้าพเจ้าว่า พระมหาฯ (ป๊าดธ่อ... นักธรรมเอกยังไม่จบเลยคร๊าบบบ...) คงเป็นเพราะข้าพเจ้าห่มจีวรสีเหลืองแปลกตา เหมือนพวกเรียนปริยัติเข้ม ๆ แล้วก็เรียกลูกศิษย์เอาพระเครื่องที่ท่านปลุกเสกมาให้ข้าพเจ้าถุงใหญ่ ๆ
อย่างที่ว่าไป ข้าพเจ้ารู้สึกเนือย ๆ กับการแจกวัตถุมงคลแล้ว ได้มาข้าพเจ้าก็เอาไปดองไว้ในห้องเก็บของ ตั้งหลายสัปดาห์ หาโอกาสดี ๆ แจก วันนี้ไม่รู้ครึ้มอกครึ้มใจกระไร ไปเอาออกมาแจก
ช่วงหลังมานี้ ข้าพเจ้าก็เลือกคนแจกเหมือนกันแล สังเกตการแต่งกาย ถ้าคนชอบวัตถุมงคลนี่ อย่างน้อยเขาต้องมีห้อยคออยู่สัก ๑ องค์ บางคนมาแบบเกลี้ยง ๆ ก็ไม่ได้แจก สายสิญจน์ก็เหมือนกัน เพราะคงไม่ชอบใส่เครื่องประดับ บางทีก็แจกเป็นซีดีธรรมะแทน คนใส่บาตรข้าพเจ้าส่วนใหญ่จักเป็นแม่ค้า บางทีเขาก็ฟังธรรมะไม่รู้เรื่อง ไม่ชอบอ่านหนังสือ ก็พยายามแจกของให้ตรงจริตคน วัตถุมงคลรุ่นนี้ชื่อ "ทวดโคตรเศรษฐี" แจกแม่ค้าท่าจักดี เห็นเธอทั้งหลายบ่นว่า เศรษฐกิจไม่ดี การค้าซบเซา
เดิน ๆ ไป ก็เจอครอบครัวพ่อแม่ลูก ออกมาใส่บาตร ใส่ทีเดียว ๓ ถุง หนักทีเดียว เดินต่อไป ถึงถนนอิสรภาพตอนต้น คนแห่แหนมาจากไหนก็ไม่ทราบ มาใส่บาตรกัน ๖-๗ เจ้า ปกติ ตรงนั้นไม่ค่อยมีคน มีอย่างมากก็ ๒-๓ เจ้า บางทีก็ไม่มีเลย เดินผ่านฉลุย ยังเดินไม่ถึงครึ่งทางเลย ข้าวได้ครึ่งย่ามแล้ว ยังไม่มีแม่ค้าใส่บาตร ครับ เลยไม่ได้แจก
เข้าสู่ ถ.ท่าดินแดง มีโยมขาประจำอยู่ ๒ เจ้า ว่าจักเอาไปแจก เจ้าหนึ่งไม่ออกมาใส่บาตรแฮะ ดวงคงไม่สมพงษ์กัน ทั้งที่ปกติมาเจอทุกที เดินครบเส้นทางแล้ว ก็ออกมามุ่งหน้าคลองสาน เส้นนี้ปกติไม่มีคนใส่บาตรเลย วันนี้ก็มีใส่ประปราย มีคนวิ่งตามมาใส่บาตรอีกต่างหาก
ถึงตลาดคลองสานพลาซ่า ตรงนี้แหละ แม่ค้าเยอะ แจกไปเรื่อย วันนี้คนใส่บาตรมากเป็นพิเศษ ออกจากตลาดก็เต็มย่ามแล้ว (ปกติออกจากจุดนี้เพิ่งครึ่งย่่าม)
เดินเข้าถนนเจริญรัถ อู๊ย... ญาติโยมแห่แหนมาจากไหนก็ไม่ทราบ บางรายไม่เคยเห็นหน้าเลย จู่ ๆ ก็โผล่มาใส่บาตร เอ๊ะ... วันนี้มันวันอะไรหนอ วันพระก็ไม่ใช่ ทำไมคนใส่บาตรเยอะอย่างนี้ หรือจักเป็นเพราะพกพระเครื่องพ่อปู่นริศมาด้วย
พอถึงจุดสุดท้ายที่รับบิณฑบาต ทั้งย่ามทั้งบาตรแน่นไปหมด มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ ๑๐ ขวบ มากับคุณแม่ นิมนต์ข้าพเจ้ารับบาตร ข้าพเจ้าก็ไม่ได้คิดกระไร รับบาตรไปตามปกติ พอเด็กคล้อยหลัง แม่ค้าหน้าตายิ้มแย้มเดินเข้ามาคุย "หลวงพี่เห็นเด็กคนเมื่อกี้ไหมคะ ที่หลวงพี่เคยให้สายสิญจน์น้องเขา"
"เอ่อ... จำไม่ได้หรอกว่า แจกใครไปมั่ง" ข้าพเจ้าตอบด้วยเสียงเรียบเฉย
"เนี่ยะ... วันนี้น้องเขาชวนคุณแม่มาใส่บาตรด้วยกัน เขาบอกว่า จะใส่บาตรพระรูปนี้เท่านั้น" แม่ค้าเล่าต่อ น้ำเสียงตื่นเต้น
"อ้อ... ดีนะ ความจริงใส่รูปอื่นก็ได้ เหมือนกันแหละ" ข้าพเจ้าตอบด้วยหน้าตาเฉยเมยเหมือนเดิม
"แล้วตอนแม่เขาจะจ่ายสตางค์ น้องเขาบอกไม่ต้อง แล้วควักแบ็งค์ห้าสิบของเขาเอง ออกมาจ่าย ดีจังเลยนะคะ มีศรัทธาตั้งแต่เด็กอย่างนี้" แม่ค้าเล่าพร้อมทำตาเป็นประกาย
"สาธุ ๆ" ข้าพเจ้าก็เลยยิ้มหน้าบาน ทำตาเป็นประกายบ้าง...

อืมส์.... ใครว่า วัตถุมงคลไม่ดี ทำให้คนไปติดกับวัตถุ ข้าพเจ้าว่า เขาก็มีข้อดีของเขานะ อย่างน้อยน้องคนนี้เขาก็มีจิตเป็นกุศล ชวนคุณแม่มาใส่บาตร แล้วแถมเอาตังค์ตัวเองออกอีกต่างหาก
ข้าพเจ้าไม่ได้อยากเป็นเกจิอาจารย์ เพราะคงเป็นได้แค่พระเก(ย์)จิ หรือไม่ก็พระเก(เร)จิ ข้าพเจ้าแจกวัตถุมงคล ก็เพื่อ
๑. เป็นการละความโลภ ละการสะสม เป็นจาคานุสสติของข้าพเจ้าเอง
๒. ผู้ได้รับมีความสุข
๓. ผู้ให้เห็นผู้รับมีความสุข ผู้ให้ก็มีความสุขตาม
๔. เป็นพุทธานุสสติของผู้รับ ให้เขามีพระไว้กับตัว
๕. เป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ยังมีอินทรีย์ไม่แก่กล้า (ผู้มีอินทรีย์แก่กล้า จักไม่สนใจของแจก ครับ และไม่เลือกพระทำบุญด้วย แต่คนเรากว่าจักอินทรีย์แก่กล้า ก็ต้องฝึกฝนกันไป)
ข้าพเจ้าก็ใช้วิธีให้ครูบาอาจารย์เป็นผู้ปลุกเสก ข้าพเจ้ามีหน้าที่สร้างและแจก อย่างสายสิญจน์ที่แจกน้องเขาไป ก็ไปรบกวน ครูบาอินสม เจ้าคณะอำเภอสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นผู้ปลุกเสกให้
รับบาตรเสร็จแล้วก็กลับวัด โอ้หม่ายก๊อด... วันนี้บิณฑบาตได้อลังการงานสร้างมาก เอาไปถวายพระได้ ๕ รูป โยมอีก ๒ หน่อ แล้วยังเหลือไว้สำหรับตัวเองอีก (เฉพาะโจ๊กได้มา ๓ ถุง) นี่ถ้าไม่ใช่วันเสาร์ คงได้ส่งไปที่วัดท่าพระ ถวายได้อีก ๒ รูปเป็นแน่ ลาภนี้เป็นของเจ้าข้าวเหนียว คุณแม่ลูกหก
หรือนี่จักเป็นเพราะอำนาจวิเศษของพระเครื่องรุ่นนี้ ก็เลยเอามานั่งพิจารณาดู หน้าตาเป็นอย่างนี้ ครับ

เห็นมีอะไรขาว ๆ เป็นเส้น ๆ เลยเอามาดูใกล้ ๆ

โอ๊ว... เศษแบ็งค์ร้อย ครับ ท่านเอาแบ็งค์ร้อยมาซอยทำเป็นผงพุทธคุณ
เอ๊ะ... หรือจักเป็นเพราะพระธาตุสีวลี (เอตทัคคะ ผู้มีลาภมาก) ที่เมื่อวาน พระอาจารย์มหาสุภิญญา เอามาถวาย

ก้อนบ๊ะเห้งเลย
ที่แน่ ๆ มันคงเป็นเพราะวันนี้เป็นวันเสาร์ต้นเดือนแหงมเลย ว่ามะ?
เจริญธรรม ฯ
edit @ 8 Aug 2009 17:39:20 by Dhammasarokikku

#1 By mahaoath on 2009-08-08 11:45