บุญมาราธอน ๑๘ ชั่วโมง

posted on 15 Sep 2009 14:36 by akkarakitt  in Boon

ก่อนพลังการอัพบล็อกจักสูญสิ้นไป ขอรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายอัพเอ็นทรี่ทริปงานบุญมาราธอน ๑๘ ชั่วโมงในวันสุดท้าย ก่อนจักขอลายาวไปอ่านหนังสือสอบ ทิ้งบล็อกไว้ให้เค็มได้ที่ รสกลมกล่อมประหนึ่งแตงกวาดอง ในบิ๊กแม็คดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์

หลังจากอัพเอ็นทรี่กับแบบเกือบเรียลไทม์ในเอ็นทรี่ที่แล้ว กลับมาถึงวัดปุ๊บอัพปั๊บ เสร็จประมาณ ๕ ทุ่ม มาถึงวันสุดท้ายในการทำบุญต่อเนื่องสามวัน สังขารไม่อำนวยให้อัพบล็อกอย่างทรหดอีกต่อไป เพราะกลับมาถึงก็เที่ยงคืนแล้ว สลบเหมือด พอวันรุ่งขึ้น (ซึ่งคือวันนี้) พลังการอัพบล็อกลดลงอย่างต่อเนื่อง ทิ้งไว้นานกว่านี้ เอ็นทรี่นี้คงได้เป็นยาดองม้ากระทืบฝาโลงศพเป็นแน่แท้ ฉะนั้นจึงต้องรีบลุกขึ้นมาอัพ

งานบุญนี้ก็สืบเนื่องมาจาก เจ้าอาวาสที่พักสงฆ์แห่งหนึ่ง (ยังไม่ได้ตั้งชื่อ) ใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา บ้านของพนักงานในร้านบะหมี่เบตง ได้ขอแผ่นฟิวเจอร์บอร์ด (แผ่นพลาสติกลูกฟูกที่เขาเอาไว้ทำป้ายหาเสียงนั่นแล) กับโยมหลินมา บอกว่า จักเอาไปซ่อมกุฏิ ยังความแปลกใจให้โยมหลินเป็นอันมาก เหตุใดจึงไม่สร้างให้คงทนถาวร แล้วมันลำบากถึงกระนั้นเลยหรือ? ถึงต้องใช้แผ่นฟิวเจอร์บอร์ดซ่อมกุฏิ ระยะทางก็ไม่ไกลมาก แค่โคราชเอง เลยปิดร้านไปสำรวจด้วยตาตนเอง แล้วชวนข้าพเจ้าไปร่วมงานบุญด้วย

จังหวัดนครราชสีมา เป็นจังหวัดใหญ่ มีจำนวนพระภิกษุถึง ๑๔,๑๖๓ รูป สามเณรถึง ๑,๙๓๖ องค์ ตามข้อมูลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ข้าพเจ้าจึงไม่ลังเล ตอบตกลงไปด้วยทันที จักเอาแนวข้อสอบนักธรรมตรี-โท ไปแจก พร้อมโทรสอบถามหลวงพี่เจริญว่า สำนักใดเป็นสำนักใหญ่ ได้ความว่า วัดพระนารายณ์ และวัดศาลาลอย เป็นสำนักปริยัติธรรมใหญ่ที่สุดในตัวเมืองโคราช

การเดินทางเริ่มต้นแต่เช้าตรู่ เพราะทริปนี้ไปกันแบบไม่รีบร้อน แวะเที่ยวรายทางไปเรื่อย ๆ ออกเช้า ๆ จักได้แวะหลาย ๆ ที่ นัดพบกันที่วัดท่าพระ ๖ นาฬิกา รถยังพอมีที่เหลือ จึงนำถังสังฆทานบรรจุไปด้วยตามกำลัง

 

 

หน้าตาเจ้าภาพงานนี้ ทะเล้นไม่ใช่เล่น

 

นั่งไปก็งัวเงียกึ่งหลับกึ่งตื่น เพราะอดนอนมา ๒ วันติดกันแล้ว สักพักเขาก็นิมนต์ลงไปฉันเช้า อยู่แถว ๆ อ.วังน้อย รสเข้มข้น ครับ

 

 

นั่งฉันแบบลืมอาหาเรปฏิกูลสัญญาไปเสียสนิท (คนเยอะมาก) คว้าขวดน้ำดื่มขึ้นมาดู อ๊ะ... นี่เราอยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยาหรือนี่? คิดถึงมหาโอ๊ตขึ้นมาติดหมัด (ว่าจักนำมาถวายท่านตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่เวลาไม่อำนวย) เป้าแรกของทริปนี้จึงเบนเข็มไปที่วัดใหญ่ชัยมงคล

 

เป้าแรกของเรา ครับ มีโยมหลินเป็นตัวแทน ถวายหนังสือและเภสัชถ่ายท้องสำหรับภิกษุ (มะขาม และมะขามป้อมที่ดังครึกโครมเงียบ ๆ อยู่ในเว็บ http://poordog.exteen.com นั่นแล) หนังสือนี้มหาโอ๊ตร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างด้วย ๕,๐๐๐ บาท ขออนุโมทนาเป็นอย่างสูง (ทั้งช่วยสร้างทั้งช่วยแจกเลย)

 

หน้าตายานพาหนะ กับวัดใหญ่ชัยมงคล ครับ

 

เป้าต่อไปหลวงพี่กริชแนะให้แวะกราบรอยพระพุทธฉาย จ.สระบุรี ครับ คณะเราก็ลุยไปกราบกัน มีรอยพระพุทธบาทอยู่บนยอดเขา ครับ เลยต้องปีนกันขึ้นไป ข้าพเจ้าหอบเสียซี่โครงบาน เวลาอดนอนแล้ว กำลังกายตกน่าดู แต่ได้เห็นรอยพระพุทธบาทแล้วก็ชื่นใจหายเหนื่อย

 

มีรอยธรรมจักรด้วย


ซูมให้เห็นรอยนิ้วเท้าชัด ๆ ครับ

 

รอยพระพุทธบาทนี้พบโดยบังเอิญ ขณะซ่อมรอยพระพุทธบาทจำลองที่ปรักหักพังต้องใช้ดินจำนวนมาก ขุดลงไปใต้รอยพระพุทธบาทจำลองด้านบน จึงพบรอยพระพุทธบาทบนหินนี้ซ่อนอยู่ข้างใต้ อยู่ที่วัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี สภาพสมบูรณ์มาก เป็นรอยพระบาทเบื้องขวา กราบแล้วก็ลงเขามากราบรอยพระพุทธฉายต่อ

 

ภาพพาโนรามาบนยอดเขา

link รูปภาพ : http://cid-e5e970075980ac80.skydrive.live.com/self.aspx?path=%2f%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%20%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%20%e0%b8%88.%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%2fDSCN0001%20%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad.jpg

 

 

link รูปภาพ : http://cid-e5e970075980ac80.skydrive.live.com/self.aspx?path=%2f%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%2fDSCN0001%20%5e52%5e6%20%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad.jpg 

 

 

ปีนขึ้นมาสูงประมาณนี้ ข้างล่างเป็นลานจอดรถ

 

เวลาไต่ลงก็เหนื่อยพอกัน

 

ผู้สูงอายุคงหมดสิทธิ์ขึ้นมา ครับ (ฉะนั้นคงต้องรีบไปกราบตั้งแต่ยังละอ่อนนะ)
คงต้องรอเขาทำถนนขึ้นมา

 
และแล้วก็มาถึงรอยพระพุทธฉาย ปิดทองเสียหน่อย ครับ

 
รอยแดง ๆ บนหน้าผานี่แล ที่เป็นรอยเงาพระพุทธเจ้าซึ่งฉายลงบนหิน ฤดูฝนน้ำไหลแหวกออกด้านข้าง ไม่ถูกรอยพระพุทธฉายเลย เป็นที่น่าอัศจรรย์ ขนาดความสูงประมาณ ๔ เมตร ถูกต้องตามความสูงของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎก เลยรอยพระพุทธฉายไป มีลายพระหัตถ์ พระปรมาภิไธยในรัชกาลที่ ๕ และพระบรมวงศานุวงศ์อีกหลายท่าน สลักไว้บนหินด้วย (ลืมถ่ายภาพมา คงต้องไปดูกันเอง อิ อิ)

 

วัดนี้มีนักเลงคุมวัดอยู่หลายท่าน ครับ เดินไม่ระวังอาจถูกกรรโชกทรัพย์ได้ มีป้ายเตือนให้ระวังเป็นระยะ ๆ ข้าพเจ้าก็ระวังตัวแจอยู่ตลอด แต่สุดท้ายก็ไม่พ้น ครับ ถูกนักเลงนั่งขวางทางเดิน ทำตาละห้อยขอค่าผ่านทาง จึงต้องจำใจ ควักค่าเบี้ยผ่านทางให้เขาไป

 

 

 

 

 

 

หน้าตานักเลงคุมวัด หน้าโหดไม่น้อย ครับ ได้ค่าผ่านทางไป ตื่นเต้นใหญ่เลย

 
ค่าผ่านทาง คือ "โดโซะ" ครับ พระที่ข้าพเจ้าฝากให้จ่ายค่าผ่านทาง ดันให้ไปทั้งซอง ข้าพเจ้ากลั๊วกลัวเดี๋ยวท่านแกะซองไม่เป็น หรืองับเข้าไปทั้งซอง ติดคอ ไม่พอใจขึ้นมา เดี๋ยวจักไม่ได้ออกจากวัด

 

ที่ไหนได้ พี่ท่านแกะซองออก เคี้ยวกร้วม ๆ หย่อยไปเรย

 
พี่ท่านคงเบื่อกล้วยที่แม่ค้าขายให้นักท่องเที่ยวเต็มแก่แล้ว โชคดีที่ข้าพเจ้ามีขนมติดย่ามมาด้วย (เอ๊ะ... ทำไมมี)

 
อร่อยแค่ไหน ต้องเปลี่ยนท่ากินเลยแหละ คิดดูก็แล้วกัน (ได้ค่าโฆษณาไหมเนี่ยะ)

 
ลูกพี่ กินมาก ๆ ระวังขนร่วงนะ ผงชูรสทั้งนั้นแหละ (ว่าแล้วเฮียแกก็เอาโดโซะไปทำเป็นเกมบอยใช้เท้าเล่นเสียนี่)

 
เอ่อ... ลูกพี่ครับ กินแล้วอย่าลืมทิ้งขยะด้วยนะ ครับ เดี๋ยววัดสกปรก (ห๊ะ...ว่าไงนะ บังอาจมาเตือนอั๊วะเชียวเรอะ เดี๋ยวไม่ได้ออกจากวัดหรอก : คุณนักเลงหันมาคำราม)

 
ไป๊... ไปได้แล้ว จ่ายค่าผ่านทางแล้วก็ไป ๆ เสียที : เสียงนักเลงคุมวัดไล่มา ออกเดินทางกันต่อดีกว่า ครับ

 

ลงมาจากเขาก็พบพระเจ้าหน้าที่รับสังฆทานอยู่ จึงปรี่เข้าไปถามว่า มีพระเรียนนักธรรมกันบ้างหรือเปล่า? มีเรียนนักธรรมตรี ๓ รูป นักธรรมโท ๑ รูป ครับ เลยเอาหนังสือลงถวายท่านแล้วแวะฉันเพล เสร็จแล้วมุ่งหน้าเป้าต่อไป เวลาเริ่มกระชั้นเข้ามา จะบ่ายโมงแล้ว ยังไม่พ้นสระบุรีเลย แวะที่วัดพระพุทธบาท เห็นว่า เป็นสำนักเรียนใหญ่ เอาหนังสือลงอย่างละ ๑๐๐ เล่ม แล้วไปกราบรอยพระพุทธบาทกัน

 

 

 

 วัดนี้ผ่านไปผ่านมาหลายรอบแล้ว ไม่เคยได้แวะเสียที วันนี้ได้แวะสมใจแล้ว

 

จากนั้นแวะไปกราบหลวงตาวัชรชัย ที่วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์) ที่อยู่ใกล้กัน จักได้ถวายสังฆทาน และแนวข้อสอบ (กะจักมาขออนุญาตท่านด้วย รูปหน้าปกของแนวข้อสอบ เป็นภาพพระพุทธรูปที่วัดของท่าน) แต่พอดีไม่ใช่เวลารับแขกของหลวงตา (ไปผิดเวลา) จึงถวายสังฆทาน เก็บซองกฐินสามัคคีของวัดหลวงตาแล้ว ออกเดินทางต่อ (บ่ายสองแร้วววว... ยังไม่พ้น จ.สระบุรีเรยยย...)

คราวนี้ก็ตรงดิ่งไป อ.ด่านขุนทด เลย อ้อม ๆ ไปหน่อย แต่สุดท้ายก็ถึงที่หมาย ชาวบ้านมารอต้อนรับกันตั้งแต่เช้า รอเงกเลย (แต่บอกเขาแล้วว่า ไม่ต้องรอ จักมาถึงเย็น ๆ)

 


 

สภาพถนนยังเป็นลูกรังอยู่เลย คนขับรถบอก คงเหลืออยู่บ้านเดียวกระมัง ที่อื่นเขาลาดยางกันหมดแล้ว 
 

หลวงตาหนึ่งในห้าพระภิกษุที่จำพรรษาที่นี่

 
ของสังฆทานที่นำมาถวาย

 
สภาพห้องน้ำ

 
ศาลาเอนกประสงค์ที่กำลังสร้าง

 
หนูน้อยถุงเท้าแดง เจ้าภาพ

 
กุฏิเจ้าอาวาส ใช้แผ่นฟิวเจอร์บอร์ดจริง ๆ ด้วย ฝนตกลมพัดน้ำรั่วกระจาย

 
กุฏิพระลูกวัด ฝนตกก็น้ำรั่วกระจายเหมือนกัน

 
กุฏิอีกหลัง พอใช้ได้ น้ำไม่รั่ว

 

อีกหลังหนึ่ง ที่ชาวบ้านมาช่วยกันสร้างไว้

 

กุฏิฟิวเจอร์บอร์ดอีกหลัง ฝกตกคงต้องกางร่มในกุฏิ

 
โรงครัว ครับ กำลังต้มยาสมุนไพรของพระ

 
ศาลาการเปรียญพอใช้งานได้ ซึ่งได้ข่าวว่า ยังเป็นหนี้อยู่ราวหกหมื่นบาท

 
ตอนไปถึงพระหนุ่มอีก ๓ รูป ไปปลูกป่าอยู่ ครับ ระหว่างรอให้คนไปตาม เลยเลี้ยงข้าวเย็นคณะเจ้าภาพกันเสียก่อน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา (อุส่าห์เตรียมไว้ตั้งแต่เช้า)

 
อิ่มหมีพีมันแล้ว ก็เตรียมการถวายสังฆทาน

 
รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายความสามัคคีของชาวบ้าน ครับ

 
พูดคุยแล้ว ได้ความว่า วัดเดิมของหมู่บ้าน มีปัญหาคาราคาซังไม่ได้โอนที่เป็นธรณีสงฆ์มาสามสิบกว่าปีแล้ว เนื่องจากมีนายทุนอยากจักเอาที่วัด ชาวบ้านมีความเดือดร้อนโหยหาอยากมีวัดของหมู่บ้านมานานนักหนาแล้ว

 
ขยายก็ขยายไม่ได้ (วัดเดิมมีเนื้่อที่ประมาณ ๗ ไร่) ชาวบ้านก็ลำบาก ทำมาค้าไม่ขึ้น จึงรวมตัวกันออกมาสร้างสำนักสงฆ์ที่นี่ สิ่งก่อสร้างถาวรวัตถุทั้งหลาย ชาวบ้านก็ร่วมมือกันคนละไม้คนละมือ สร้างกันเอง ที่ดินเดิมเป็นที่รกร้างว่างเปล่า (เรียกว่า ป่าเสื่อมโทรมกระมัง) ไม่มีเจ้าของ ชาวบ้านจึงร่วมกันบริจาคที่ดินของตนที่ล้อมเขตสำนักสงฆ์อยู่ คนละ ๖-๗ ไร่ เพื่อจักได้เดินเรื่องออกโฉนด ขอจัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์ต่อไป

 
บ่อน้ำชลประทานที่ชาวบ้านขุดถวายวัด ครับ

 
ปัจจุบันวัดมีอาณาเขตรวมที่ดินที่ญาติโยมบริจาคให้สร้างวัดแล้ว ประมาณ ๖๙ ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่จักทำการปลูกป่าขึ้นใหม่ โดยให้สงฆ์ดูแล ชาวบ้านเล่าว่า หลังจากชาวบ้านมาช่วยกันสร้างวัดที่นี่ การทำมาหากินดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 
ภาพของป่าไผ่ที่ปลูกขึ้นใหม่

 
มีบ้านไก่ด้วย ครับ

 
มาต่างจังหวัดแบบนี้ ก็อดไม่ได้ ครับ ต้องควักวัตถุมงคลขึ้นมาแจกสักหน่อย ส่วนตัวแล้ว ก็ทำแจกไปงั้นเองแหละ (หลัง ๆ ชอบแจกธรรมทานมากกว่า) วัตถุมงคลที่แจก คิดเป็นมูลค่า คงไม่กี่สตางค์ แลกกับรอยยิ้มของชาวบ้านที่เขาได้รับวัตถุมงคลไว้ระลึกถึง เป็นพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ แล้วคุ้มค่าไม่น้อย

 

แจกกันจนหมดย่ามแล้วเลิกกัน ได้ข้อสังเกตหนึ่ง ครับ คือสายสิญจน์ที่ติดย่ามไป ไม่พอแจก ค้น ๆ ดู เจอจีวรหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง เลยเอามาแจกต่อ พบว่า ผู้ที่ได้สายสิญจน์ไปแล้ว ไม่กลับมาขอซ้ำอีก (ทั้งที่เทียบกันแล้ว ดีกว่าสายสิญจน์มากมาย) แต่มีความเห็นอกเห็นใจผู้ที่ยังไม่ได้รับ ไม่เหมือนบางที่ (แถวนครสวรรค์) ที่ข้าพเจ้าเคยไปแจกมา พอเห็นของแจกไม่เหมือนเดิม ก็วนเข้ามาขอซ้ำแล้วซ้ำอีก 

 

ข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ เป็นตัวบ่งได้ ครับว่า ชาวบ้านที่นี่รู้จักพอเพียง ไม่โลภโมโทสัน มีความตั้งใจจริงที่จักสร้างถาวรวัตถุไว้ในบวรพระพุทธศาสนา พูดคุยกับพระภิกษุบวชใหม่ ก็มีความตั้งใจเล่าเรียนพระธรรมวินัย และขยันขันแข็งในการปลูกป่าทดแทน

ที่นี่คงเป็นวัดป่าชุมชนที่ดีต่อไปในอนาคตกาล

ทำบุญถวายสังฆทาน แจกวัตถุมงคล พูดคุยแลกเปลี่ยนกันจนค่ำ ก็ต้องขอลากลับกันเสียที น่าเสียดายที่ไม่สามารถไปแวะตัวเมืองโคราชแจกแนวข้อสอบได้แล้ว เพราะจักถึงกรุงเทพฯ ดึกเกินไป ขนาดรีบกลับแล้ว ยังถึงวัดราวเที่ยงคืน ทริปบุญมาราธอน ๑๘ ชั่วโมง ก็เอวังแต่เพียงเท่านี้ ฯ

ก่อนลี้ภัยไปอ่านหนังสือสอบส่งท้ายกันด้วย ภาพพระเอกหนังเรื่อง 300 แกะจากรากไผ่ ครับ

 

เหมือนแมะ?

 

 

ภาพจาก: planet.kapook.com/virus6/blog/viewnew/38026

ปล. ถ้ามีใครสนใจอยากร่วมทำบุญทอดกฐินสร้างวิหารทานที่นี่ สามารติดต่อโยมหลินได้ ครับ โทร.081-490-2617 ดีแทค

edit @ 17 Sep 2009 09:02:47 by Dhammasarokikku

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อนุโมทนาค่ะbig smile

ชาวบ้านที่นั่นเป็นคนดีจัง

#1 By toma on 2009-09-15 18:39

ร่วมอนุโมทนาบุญด้วยค่าHot!

#2 By *~citrus~* on 2009-09-15 18:50

โมทนาสาธุค่ะหลวงพี่

เห็นอย่างงี๊แล้วนึกถึงป๋าของฉัน เห็นป๋าแบบว่า ไม่ค่อยเข้าวัดเข้าวาแบบนี้ แต่ป๋าแกเป็นวิศวกรโยธา ทำงานโครงการช่วยเหลือที่อยู่อาศัยของชาวบ้านเอย สลัมเอยมามากค่ะ ล่าสุดป๋าเคยเอาบ้านแบบ Pre-fabricate ที่แกออกแบบเองทั้งหลัง (เป็นต้นแบบบ้านเอื้ออาทรแบบราคาถูกที่โดน reject สมัยรัฐบาลก่อนๆ เพราะแบบว่า ทางการเค้าอยากได้บ้าน 2 ชั้น จะได้โกงค่าวัสดุได้เยอะหน่อย ให้มันได้งี๊สิ) ไปบริจาคเป็นห้องสมุดชุมชม กับศูนย์เลี้ยงเด็กแรกเกิด ที่ต่างจังหวัดมาแล้ว เห็นแล้วน่าเอาบ้านของป๋าไปตั้งซักหลังสองหลัง ไม่รู้แกยังมีของอยู่มั๊ย ถามได้ความยังไงจะติดต่อไปค่ะ คราวหน้าถ้ามีอะไรเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ฯลฯ ละก็ บอกฉันได้เรย ป๋าแกถนัด แกชอบไปด้วย ออกต่างจังหวัด ไปพัฒนาชุมชนเนี่ย แกฟิตๆ แกทำโครงการทดลอง ช่วยหมู่บ้านยากจนมาหลายหมู่บ้านทั่วประเทศมาแล้วนะคะ อวดอย่างภาคภูมิใจ อิอิ

#3 By Rinna ♥ on 2009-09-15 20:12

โมทนาขอรับ big smile

#4 By นักรบ on 2009-09-15 21:17

อนุโมทนาสาธุในบุญด้วยครับท่าน

#5 By โก๋สิจ๊ะ on 2009-09-15 21:24

Hot!

อนุโมทนาจ้ะ confused smile

#6 By ไทดี้ on 2009-09-16 00:00

ขออนุโมทนาด้วยค่ะHot!

#7 By [WINDY] on 2009-09-16 00:57

อนุโมทนาค่ะ
surprised smile Hot!

#8 By SEsai*im อิ่มๆ on 2009-09-16 01:49

หลวงพี่พาทัวร์ confused smile

ร่วมอนุโมทนาด้วยครับ big smile

#9 By nora on 2009-09-16 02:02

พูดถึงลิง นี่เป็นสัตว์ที่แสบจิงๆค่ะ เคยไปเขาช่องกระจกต้องขึ้นบันไดไป สูงๆ

เราก้อถือถุงแป๊ปซี่ไป และถุงนั้นก็เป็นความหวังของเพื่อนๆมาก


ปรากฏว่าน้อลลิงวิ่งมาสอไปซะงั้น -..-


ขออนุโมทนาบุญ ด้วยนะคะ (พูดถูกไหมเนี่ยยย)big smile
อิ่มบุญกันถ้วนหน้าเลยนะคะ..
big smile big smile

#11 By แอ้ on 2009-09-16 10:35

สาธุ

#12 By mini-teddy on 2009-09-16 13:19

หลังๆตัวหนังสือกลืนกับแบคกรานด์ อ่านยากมากเลยค่ะ

#13 By LhinKo^_^ on 2009-09-16 17:43

ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ แก้ไขเร็วทันใจดีจริงๆ

คุณพี่ลิงฉลาดเหลือจริงๆค่ะ

#14 By LhinKo^_^ on 2009-09-17 11:48

Favourites