ซื้อความทุกข์หรือความสุข...
posted on 03 Mar 2010 02:43 by akkarakitt in Dharma
ระลอกแรกได้นำเอาผ้าห่ม ของบริจาค แลปลาทูเค็มส่วนหนึ่ง ไปแจกจ่ายด้วยตนเอง สิ้นงบประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาทเศษ หมดเนื้อหมดตัวแล้วก็หอบกระเป๋าแห้ง ๆ ติดลบไปราวสองหมื่นเศษ แต่อิ่มใจอิ่มบุญกลับวัด (บ้านกอมูเดอ, จอซีเดอ, ปู่คำหลวง, ปู่คำน้อย, บุญเลอหลวง, บุญเลอน้อย, โตแฮ, สิวาเดอ, โรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ (โรงเรียนคนพิการทางแขนขา), โรงเรียนคนตาบอดเชียงใหม่, สบลาน)
ต่อมาไม่นาน มีโยมเขาจักไปทอดผ้าป่าแถว อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน จึงได้ขอติดรถเขาไป แล้วเลยสั่งปลาทูเค็มเพิ่มเติมอีก ๔๐ ลัง/ลังละ ๑๐ กก. ทั้งที่งบประมาณติดลบอยู่นั่นแล ลงขันกันไม่กี่ผู้กี่นาม ด้วยระลอกแรกเข้าไปในพื้นที่แล้วพบว่า โรงเรียนทั้งหลายต่างขาดแคลนกับข้าวมากกว่าสิ่งอื่น ครั้นไปแจกจริงก็ไม่ทันจักได้แจกโรงเรียนที่ตั้งใจไว้แถบบ้านกองก๋อย ก็มีอันได้แจกจ่ายไปในที่อื่นที่ขาดแคลน เป็นอันจบความพยายามในระลอกสองไปเมื่อวาน (๑๐ ลัง ไปยังหมู่บ้านแถววัดพระพุทธบาทห้ืวยผึ้ง อ.แม่ลาน้อย, อีก ๒๐ ลังไปยังหมู่บ้านแถบชายแดน ผาเผือก ปางคาม ตชด., หมู่บ้านแถว อ.กัลยานิวัฒนา บ้านเสาแดง จนถึง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่)
๑๐ ลังสุดท้ายถวายครูบาอินสม สุวีโร ท่านชวนให้ร่วมเดินทางเข้าไปทำพิธีสืบชาตา แลเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวหมู่บ้านแถว อ.สบเมย อีกเกือบสิบหมู่บ้าน เส้นทางนี้เคยไปเมื่อพรรษาแรกแล้วไม่ได้เข้าไปอีกเลย เพราะครูบาอาพาธตลอด ๓ ปีที่ผ่านมา ตอนนี้อาการดีขึ้นเล็กน้อย มิรู้ว่า จักทรุดลงอีกเมื่อไหร่ (บ้านห้วยน้ำใส, ห้วยกองมู, เลโคะ, กลอโคะ, ห้วยทีชะ, ทีฮือลือ, แม่ปอง, แม่ลามาหลวง, แม่ลามาน้อย) ความพยายามในระลอกสามจึงถือกำเนิดขึ้น
สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ ความตายเข้าใกล้มาทุกขณะ บัดนี้ภาระในการเรียนนักธรรมเอกของข้าพเจ้าก็สิ้นสุดแล้ว จึงตัดสินใจว่าจักไปอยู่กับครูบาสักระยะหนึ่ง วันนี้จึงกลับมากรุงเทพฯ เคลียร์งานที่คั่งค้าง เก็บข้าวของ แล้วเลยสั่งปลาทูเค็มเพิ่มเติมอีก ๒๐ ลัง หอบขึ้นรถแม่เฒ่าปุเลงขึ้นเหนือ ตั้งใจจักเข้าไปแจกโรงเรียนที่มุ่งมาดไว้แต่ทีแรก
ช่วงนี้เลยคงไม่ค่อยว่างมาอัพบล็อก รูปถ่าย วีดีโอกระไรก็เลยไม่ได้นำมาให้โมทนากัน ขออำภัยอย่างแรง
กลับกรุงเทพฯมาขนงานไปทำที่แม่ฮ่องสอน เลยมาพบเข้ากับงานเขียนเก่า ๆ เขียนไว้เมื่อ ๒ ปีก่อนฝังตัวอยู่ในแฟลชไดร์ว สมัยก่อนไฟแรงน่าดู ลองอ่านดูหนุก ๆ ครับ
บางคนสอนว่า...
ความอยากได้ของฉันมันชนะคำสอนทั้งหลายทั้งสิ้น
แหวนเพชรวงนั้นมันสวยหลอกหลอนจิตใจฉัน จนฉันลืมหมดว่าใครเคยสอนฉันว่า
จงนับถือความยากจน จงพอใจในสิ่งที่ตนมี
ในหัวฉันตอนนั้นมีเสียงแว่วมาจากไหนก็ไม่ทราบ มันคุ้น ๆ
เหมือนเคยได้ยินเมื่อตอนเด็ก ๆ จงเคาะซี แล้วประตูจะเปิด จงขอซี
แล้วจะได้รับ ฉันจึงลงมือสวดมนต์ทั้งเช้าค่ำ
ขอพระองค์จงประทานแหวนเพชรวงนั้นให้ฉันด้วยเถิด
ถ้าได้มาฉันจะยอมเป็นข้าทาสรับใช้ของท่าน นอกจากการสวดมนต์เช้าค่ำแล้ว
ฉันก็ทุ่มเทให้กับกิจการงานของฉัน เก็บหอมรอมริบ จนวันหนึ่ง
เจ้านายของฉันก็ขึ้นเงินเดือนให้ฉัน
พร้อมให้โบนัสที่มากกว่าผู้อื่นสองเท่า
มันมากจนฉันสามารถซื้อแหวนเพชรได้ในอีกไม่กี่เดือนถัดมา
ฉันขอบคุณพระองค์ผู้ประทานแหวนเพชรให้ฉัน เบื้องหลังแผนการอันแยบยลของท่าน
ฉันจึงได้เป็นเจ้าของแหวนเพชรสมปรารถนา
ฉันจึงเฝ้าสวดมนต์ขอบพระคุณในพระมหากรุณาของท่าน พุทโธ่...
มันเป็นเหตุการณ์อัศจรรย์แท้ ๆ ก็เจ้านายฉันหน่ะ เขางกจะตาย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยขึ้นเงินเดือนให้ใครเลย
โบนัสเขาก็ไม่เคยให้ใครเป็นพิเศษอย่างที่เขาให้ฉัน
จะว่านี่เป็นเหตุการณ์ปกติได้อย่างไร ฉันเชื่อจริง ๆ ว่า พระองค์ต้องใช้อำนาจอันลี้ลับดลใจเจ้านายของฉันเป็นแน่ พระองค์รักฉันและดูแลฉัน
ฉันก็กระหยิ่มยิ้มย่อง ใส่แหวนเพชรไปอวดชาวบ้าน
ประหนึ่งเด็กเพิ่งได้รับของเล่นชิ้นใหม่ อวดไปอวดมา วันหนึ่งฉันก็ทำมันหาย
ฉันโศกเศร้ามาก กินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายวัน ไม่รู้จะทำอย่างไร
ฉันเลยไปเปิดพระคัมภีร์ มหัศจรรย์แท้ ๆ
ก็หน้าที่ฉันเปิดไปเป็นเรื่องที่ตรงกับฉันพอดี
เรื่องเกี่ยวกับการทดสอบของพระเจ้าอะไรนี่แหละ ฉันก็จำไม่ได้ชัด
สรุปว่าการที่เราพลัดพรากจากสิ่งที่รักที่พอใจนี่ เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า
เป็นการทดสอบความเชื่อความไว้ใจของฉัน ฉันจึงก้มกราบนมัสการในน้ำพระทัยของพระองค์
ฉันได้สวดมนต์มากขึ้นกว่าเดิม ๒ เท่า เพื่อเป็นการยืนยัน
การเป็นข้าทาสรับใช้พระองค์ดังที่ฉันปฏิญาณไว้ และเฝ้ารอเมื่อไหร่หนอ
การทดสอบของพระองค์จะสิ้นสุด
อีกบางคนสอนว่า...
มีแหวนเพชรอยู่วงหนึ่ง ตั้งอยู่ในตู้โชว์ กลางห้างดังย่านราชวงศ์ ฉันบังเอิญไปพบมันเข้า ฉันอยากได้มันมาก ฉันจึงเฝ้าเพียรเก็บเงินเก็บทอง ราคาของมันเท่ากับเงินเดือนของฉัน ๑๐ เดือนเทียว เป็นเวลาแรมปีทีเดียวที่ฉันเก็บหอมรอมริบโดยความอยากมันบังตาฉันไม่ให้เห็น ความทุกข์ของการเก็บสตางค์ ฉันต้องงดไม่ใช้จ่ายในกิจการหลายอย่างที่ปกติต้องจ่าย ฉันอยากได้มันมาก หลับก็เห็น ตื่นก็เห็น ฝันก็เห็น เวลา... ไม่ทำให้ความอยากได้ของฉันลดลงเลยแม้แต่น้อย และแล้ววันแห่งความสำเร็จก็มาถึง ฉันก้าวออกจากร้านพร้อมกับแหวนดังกล่าวในนิ้วนางของฉัน ฉันอิ่มเอิบใจอย่างบอกไม่ถูก ความสุขมันล้นปรี่ จนอยากจะประกาศให้คนทั้งโลกทราบถึงความสำเร็จอันนี้ของฉัน ฉันเดินเฉิดฉายต่อไปในห้างด้วยความอยากจะอวดทั้งโลกในความมีของฉัน ฉันนึกว่านั่นเป็นความสุข แต่แท้ที่จริงมันคือภาวะขณะหนึ่งที่ทุกข์น้อยลงเท่านั้นเอง ฉันใส่แหวนออกอวดชาวบ้านอยู่เป็นสัปดาห์ จะมีสักกี่คนหนอที่ใส่แหวนราคาแพงระยับขนาดนี้เช่นฉัน ไม่นานฉันก็เห็นข่าวการฉกชิงวิ่งราวตามหน้าหนังสือพิมพ์ มีคนถูกฆ่าปาดคอเพียงเพื่อสร้อยทองแค่สลึงเดียวที่ปากซอยบ้านฉัน ฉันเริ่มเกิดความกังวลขึ้นในใจ ฉันไม่กล้าใส่แหวนเพชรออกมาเฉิดฉายเช่นเคย ฉันถอดแหวนเก็บไว้ที่บ้าน ต่อมาข่าวหนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวการย่องเบา ลักทรัพย์ในย่านบ้านของฉันอีก ฉันกังวลมากขึ้นอีก ก็บ้านฉันเคยมีของมีค่าเช่นนี้เสียเมื่อไหร่ วันหนึ่งฉันจึงไปซื้อตู้เซฟมาสำหรับเก็บแหวนเพชรวงนั้น โอ้แหม... ราคาตู้เซฟมันก็เอาเรื่องเหมือนกัน ราว ๑ ใน ๕ ของราคาแหวนเพชรทีเดียว แต่ฉันก็ซื้อมันมาเพราะเกรงว่า สมบัติอันมีค่าชิ้นแรกในชีวิตของฉันมันจะถูกใครขโมยไป ปีถัดมาฉันใส่แหวนวงนี้ไปในงานแต่งงานเพื่อนคนหนึ่ง ระหว่างทางกลับฉันทำมันหาย โอ้พระเจ้า.. ฉันเสียใจมาก ร้องไห้เสียยกใหญ่ คิดถึงมันทั้งวันทั้งคืน ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันกลับมา ไม่เป็นอันทำงาน ฉันคิดถึงมันมากจนเสียการเสียงาน เจ้านายจึงไล่ฉันออก ฉันก็ยังไม่หยุดเศร้า ยิ่งว่างฉันก็ยิ่งคิดมาก ฉันเลยพยายามลืมความเศร้าด้วยการดื่มเหล้า ฉันดื่มหนักมาก เมื่อไม่ได้ดื่มแหวนวงนั้นมันจะมาหลอนฉันตลอดเวลา มันไม่น่าเกิดกับฉันเลย ฉันเป็นคนดูแลรักษาข้าวของเครื่องใช้อย่างดี ละเอียดเนี้ยบนิ้งทุกชิ้น ทำไมฉันจึงเลินเล่อทำมันตกได้ ฉันไม่ให้อภัยตัวเอง และกินเหล้าหนักขึ้นหนักขึ้นเพื่อให้ลืมแหวนวงนั้น แต่ดูเหมือนยิ่งอยากลืม กลับเหมือนเป็นการย้ำหัวตะปูต่อความประมาทเลินเล่อของฉัน เอ๊ะ!...ใครตอบฉันทีซีว่าฉันซื้อความทุกข์ หรือฉันซื้อความสุข
ที่มา : ดัดแปลงจากคำสอนพระราชพรหมยานเถระ
๑๓ มกราคม ๒๕๕๑
ธมฺมสโรคิ๊กขุ
edit @ 17 Jun 2010 22:49:33 by Dhammasarokikku


โฮ่ ยินดีต้อนรับกลับ กทม. ชั่วคราวค่ะ ^^; เมื่อวานโทรไปคุยกับคุณพ่อของหลวงพี่แล้วเรื่องโบรชัวร์ ยังไม่มีข้อมูลอะไรมากนัก เดี๋ยวดำน้ำไปก่อนแล้วแก้ไขเอาน่าจะง่ายกว่า ^^;
ปล. เรื่องการซื้อของ เห็นเป็นจริงอย่างที่ท่านว่าค่ะ เมื่อก่อนฉันสะสมตุ๊กตาไบลธ์มากมาย... ตอนนี้มองไปก็เห็นว่า โอ้ นี่มันอะไรกัน... ตอนกลับมาจากเมืองจีนใหม่ๆ รู้สึกว่า ทำไมบ้านมันกว้างแบบนี้.. ทำไมฉันถึงมีเสื้อผ้ามากมายขนาดนี้... ทำไมถึงมีของโน่นนี่เยอะไปหมด ทั้งที่สิ่งที่ฉันใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆมันก็แค่กระตึ๋งเดียว...
เอ๊นนี่ย์เวย์ ขอให้หลวงพี่เดินทางปลอดภัยนะคะ โมทนาสาธุในบุญกุศลที่ได้อุปัฏฐากท่านครูบาอินสม และกุศลอื่นๆที่ท่านได้ทำตลอดการเดินทางที่ผ่านมาและในอนาคตด้วยค่ะ มีอะไรให้ช่วยเหลือก็ได้ตลอดค่ะ สู้ๆ
#1 By Rinna ♥ on 2010-03-03 11:27