เปลี่ยนนิสสัย ได้สติ

posted on 17 Jun 2010 20:47 by akkarakitt in Dharma

มาว่ากันเรื่องฟุ้ง ๆ ต่อไป

ปกติจักชอบฟุ้งตอนเดินบิณฑบาตครับ เรื่องฟุ้ง ๆ คราวนี้เลยเกี่ยวกับบิณฑบาตโดยตรง คือหลายวันก่อน กลับมาจากแม่สะเรียง ก็ลุยบิณฑบาตย่านที่เคยบิณฑ์ ญาติโยมคิดถึงกันเยอะัครับ บ้างนึกว่า สึกไปแล้ว พอเจออีกเลยใส่บาตรกันใหญ่ เส้นสายกล้ามเนื้อทั้งหลายที่เคยทรหดอดทนสมัยอยู่กรุงเทพฯ ไปอยู่แม่สะเรียงซะนาน หดเหี่ยวป้อแป้หมดแล้ว ปรับตัวไม่ทันครับ เจอของหนักขนาดนั้น วันรุ่งขึ้นเลยคอแข็งราวกับนอนตกหมอน

ลำบากพระหมอนวดครับ ได้ท่านมาช่วยบีบ ๆ นวด ๆ ให้ ปกติเป็นคนไม่ชอบนวดเลย นวดแล้วเจ็บ หาความสบายไม่มี แต่อารมณ์นวดเพื่อรักษาอาการเส้นยึด เส้นตึง นี่ จำต้องนวดครับ นวดไปท่านก็ให้คำแนะนำไป บอกการเดินบิณฑบาตไม่ควรก้มหน้า เส้นสายจักรับน้ำหนักมากโดยใช่เหตุ

โอ๊ะ... เดินก้มหน้ามาแต่พรรษาแรกทีเดียว นี่ปาไปจักสี่ปีแล้วมั๊ง ติดเป็นนิสัยเสียแล้ว

ไปปรึกษาพระผู้ใหญ่ เพราะเคยได้ยินคำสอนหลวงพ่อฤๅษีฯว่า ให้เดินก้มหน้า ท่านว่า ผิดแล้ว ให้ "ทอดตาลงต่ำชั่วแอกหนึ่ง" ต่างหาก ต๊าย... อีตอนฟัง กะอีตอนทำนี่ ไปกันคนละอย่าง แถมทำผิด ๆ มาตั้งเกือบ ๔ ปี

ทีนี้ปกติเป็นคนไม่ชอบให้สายตาไปคนละทางกับหน้าครับ ท่าทางที่ถูกต้องในการเดินบิณฑบาต ถ้าเอาตามคำสอน คือต้องเดินหน้าตรง แต่ทอดตาลงฟุตบาท ซึ่งขัดกับที่ปฏิบัติมาจนชิน คือก้มหน้าก้มตาเดิน เลยต้องตั้งใจใหม่ จักเดินหน้าตรง แล้วทอดตาลงต่ำ เผลอแป๊บ ๆ ก็ไปก้มหน้าอีกแระ...

อีตอนเผลอนี่ละครับที่ได้ประโยชน์ เพราะพอไม่เผลอ ก็คือมีสติ

ตั้งใจไว้ว่า จักเดินหน้าตรง พอรู้สึกตัวว่า กำลังก้มหน้า สติก็เกิดทันที

ซ้ำแล้วซ้ำเล่าครับ สติเกิดได้ทีละแวบ ๆ เท่านั้นแหละ ท่านถึงแนะว่า ให้เอาสิ่งใดที่เกิดขึ้นในแต่ละวันบ่อย ๆ มาเป็น check point ยิ่งบ่้อยยิ่งดี

พอเกิดสติแล้วก็หวนระลึกถึง อานุภาพแห่ง "ศีล" ครับ

มีญาติโยมสงสัยว่า ทำไมพระ ๆ ทั้งหลายถึงเจริญสติได้ดี เขาเองพยายามเจริญเท่าไหร่ ก็หลง ๆ ไป หลงทีนานเป็นหลาย ๆ ชั่วโมงเลย ธรรมะก็ฟังแล้ว เข้าใจเป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็ยังทำตามไม่ได้

ข้าพเจ้าก็มาทบทวนว่า ฆราวาสกับพระ มีสิ่งใดแตกต่างกันมากที่สุด

สิ่งที่แตกต่า