สังคมทุกวันนี้มองไปทางไหนก็ดูน่าอ่อนใจไปหมด หาความรื่นรมย์ได้ยากขึ้นทุกวัน คนจำนวนมากหันมาเข้าวัดหวังจักได้ที่พึ่งทางใจ คิดว่าวัดคงเป็นเขตของคนดี คนเข้าวัดทุกคนต้องเป็นคนดี ไม่แน่เสมอไปหรอกครับ วันนี้มีข่าวเตือนภัยจากเว็บ http://www.watthapra.com/ ของเพื่อนสหธรรมมิกมาฝากกัน ไปที่ไหนก็ต้องระวังตัวไว้สักหน่อยไม่เว้นแม้แต่ในวัด

 

 

จับภาพได้จากกล้องวงจรปิดของวัดครับ ดูแล้วลองวิเคราะห์กันดูว่า ใช่มิจฉาชีพหรือไม่? เขาเอาอะไรออกจากกระเป๋าเสื้อ แล้วเดินเข้าไปข้างหลังคนที่กำลังไหว้พระทำไม? ถ้าจังหวะที่เขากำลังจักเข้าไปป้ายกระไรสักอย่าง ผู้หญิงทางขวามือไม่หันมามองพอดี จักเกิดกระไรขึ้น? และพอเขาล้มเลิกความตั้งใจ เขาเก็บกระไรใส่กระเป๋าเสื้อ?

ผู้จับภาพได้ และข้าพเจ้าอาจคิดไปเองก็ได้ แต่กันไว้ดีกว่าแก้ครับ ไหว้พระในสถานที่เปิดก็มองซ้ายมองขวามองหลังกันสักนิดหนึ่ง (แล้วจักมีสมาธิไหว้พระไหมนี่?) ผู้สร้างความระแวงให้คนไหว้พระนี่บาปมหันต์เลยทีเดียว

เดินบิณฑบาตไปก็อดคันนิ้วไม่ได้ครับ วันนี้ขอว่าเดรัจฉานกถาสักนิดหนึ่ง พระภิกษุนี่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า เรื่องการเมืองถือเป็นเดรัจฉานกถา วาจาที่ขวางทาง ไม่เป็นไปเพื่อมรรคผลนิพพาน แต่เห็นป้ายหาเสียงแล้วขนาดข้าพเจ้านี้แสนจักไม่สนใจการเมือง ยังอดไม่ได้ มันทู่เรศเหลือเกิน

ไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด และขอยกคำของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานมาเล่าสู่กันฟังครับ เมื่อสักสามสี่สิบปีก่อน (ปัจจุบันก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่แสดงว่าการเมืองไทยไม่ไปไหน) ท่านเคยพูดไว้เกี่ยวกับนักการเมืองว่า ถ้านักการเมืองคนใดหาเสียงด้วยการสาดโคลนให้ผู้อื่น ใส่ร้ายผู้อื่น จับผิดผู้อื่น ท่านว่า อย่าไปเลือกครับ เพราะท่านจักได้...

"นักจับผิด"มาเป็นผู้แทนของท่าน

ไม่ใช่นักทำงาน (ได้ข่าวว่า ประเทศชาติจักดำเนินต่อไปได้ ต้องอาศัยนักทำงานครับ ไม่ใช่นักจับผิด)

<