ขอเชิญร่วมทำบุญ... ตอนที่ ๓ - ธัมมบูชา
posted on 01 Sep 2010 16:56 by akkarakitt in Boonผ่านไปด้วยดีกับเอ็นทรี่ไล่แขก 5555+ อ่าน ๆ ธรรมะอยู่ดี ๆ โดนด่าซะงั้น...
ขอบอกอีกครั้งครับว่า ไม่ได้ด่า แค่กระตุกให้ได้คิด (แต่สงสัยกระตุกแรงไปนิดส์ คนอ่านหายหมดเลย) อย่าพึงเชื่อเพียงเพราะเป็นหลักฐานโบราณ อย่าพึงเชื่อเพียงเพราะข้าพเจ้าเป็นพระภิกษุ ความสำคัญของเอ็นทรี่ก่อนอยู่ที่ ต้องพินิจพิจารณาอย่างถ้วนถึ่ หรือพิสูจน์ให้เห็นจริงก่อนแล้วค่อยเชื่อ พิสูจน์ไม่ได้ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ฟังหูไว้หู อย่าปักใจเชื่อกระไรง่าย ๆ และอย่าปักใจไม่เชื่อกระไรง่าย ๆ ดู ๆ ไปก่อน ไม่เชื่อแต่ไม่ลบหลู่ ไม่ใช่เชื่อตาม ๆ กันไป (ต้องพิจารณาดูให้ดีครับ ไม่มีใครอยู่ดีไม่ว่าดี หาเรื่องด่าคนอื่น เพื่อให้ถูกเกลียดเล่น ไม่ได้เป็นมาโซคิสต์ครับ)
วันนี้ก็ทำไรเรื่อยเปื่อยอีกนั่นแหละ ขอแนะนำเลยครับ สำหรับคนขี้เหงา หากระไรทำยามว่างนี่ละ หายเหงาดีนักแล บวชมา ๔ ปี ข้าพเจ้าลืมไปแล้วว่า ความเหงาหน้าตาเป็นเยี่ยงไร
อีกอย่างคือการบริกรรม หรือสวดมนต์ ว่างเมื่อไหร่ ก็รู้ลมหายใจ ภาวนาพุทโธ ๆ ไปเรื่อย หรือว่าบทยาว ๆ ก็ได้ เช่น พาหุงมหากา ชินบัญชร คาถาเงินล้าน ฯลฯ รับรองเลิกเหงาไปเลย
ไม่ได้ทำกระไรแจกชาวบ้านมานานละ บอกบุญญาติโยมแล้วก็เงียบหาย บางทีก็ขาดกำลังใจ ครั้นจักพิมพ์ภาพไปให้ดู ก็ไม่ใคร่เป็นประโยชน์ มีแต่เอาไปทิ้ง วันนี้ไหน ๆ ก็ไปสร้างพระพุทธรูปทองคำงามงดหมดจดมาแล้ว อีกทั้งเห็นประดาชาวเอ็กซ์ทีนทำโปสการ์ดกันสนุกสนาน ไม่มีโอกาสได้ร่วมกิจกรรม คันไม้คันมือมานานแล้ว ฤกษ์งามหามจั่วเลิกมั่วหามเสาแล้ว เลยนำรูปพระพุทธรูปทองคำมาทำโปสการ์ดแจกเสียเลย ได้ประโยชน์หลายสถานเทียว เป็นโปสการ์ดด้่วย เป็นพุทธานุสสติด้วย ให้ญาติโยมโมทนาด้วย แจ้งความคืบหน้าในงานบุญด้วย เป็นการแจกทานด้วย ยิงหมึกช่อตเดียว ได้ประโยชน์ ๕ สถาน คุ้มซะไม่มีละ
ใครอยากได้โปสการ์ดรูปพระพุทธรูปทองคำ (อาจไม่ค่อยสวยนักนะครับ มือใหม่ ใครทำให้สวยกว่านี้ได้จักเป็นพระคุณ) ก็แจ้งที่อยู่มาทาง ems. ครับ (ไม่ใช่จดหมาย EMS เด้อ/แบบมุข ThatDay 333 นะ) ช่วงนี้ทำ CD หลวงพ่อปราโมทย์แผ่นที่ ๓๓-๓๔ แจกด้วย ถ้าต้องการบอกมาได้ครับ จักได้ส่งไปคราวเดียว
ก่อนจักเข้าสู่โปรเจ็คการสร้างธรรมทาน มาอัพเดทงานบุญที่ล่วงไปแล้วอีกสักเล็กน้อย เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๓ ได้ข่าวว่า มีการฉลองหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกครบ ๗ ปีที่วัดห้วยมงคล นิมนต์พระ ๕๐๐ รูป ฟังไม่ศัพท์จับไปกระเดียดครับ จัดแจงเตรียมชาเย็น ชามะนาว และชาดำเย็น จักไปเลี้ยงพระ พร้อมทั้งนำหลังคากระเบื้องปูน และสังฆทานน้อยใหญ่ไปฝากที่พักสงฆ์ที่ป่าละอูด้วยในคราวเดียว (น้ำมันแพงครับ ไปทีต้องได้ประโยชน์หลาย ๆ สถานหน่อย)
ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ครับ ไปถึงวัดก่อนเพลเล็กน้อย ทว่าไปถึงเงียบฉี่ครับ มองไม่เห็นพระสักรูปเดียว พอดูป้ายแล้วถึงบางอ้อ เขานิมนต์พระภิกษุรับบิณฑบาต ๕๐๐ รูปครับ มาป่านฉะนี้พระปิ๊กกุฏิเฮากันหมดแล้ว
บ่เป็นหยังครับ รีบแปรอักษรเปลี่ยนรูปขบวนหาสถานที่แจกใหม่ ได้คนพื้นที่บอกมีโรงเรียน ตชด. อยู่ใกล้ ๆ ที่พักสงฆ์ที่คณะเราจักเอาสังฆทานไปลงนี่แล ก็เลยได้แจกน้ำปานะน้อง ๆ แทนดังนี้ครับ
มีน้อง ๆ เกือบ ๓๐๐ คนทีเดียว ครู ตชด. ให้ทะยอยกันมาทีละห้อง
สังเกตครับ มีตู้เย็นเก่าคร่ำคร่าติดท้ายรถมาด้วย (รับมาจากสำนักปฏิบัติธรรมชั่งจิตแถว จ.ราชบุรี) กะจักเอาไปลงที่ที่พักสงฆ์ป่าละอู แต่ครู ตชด. เธอเปรยว่า อยากได้ครับ (เก่าขนาดนี้ยังอยากได้เลย) เธอบอกตู้เย็นที่มีไม่พอแช่เนื้อสัตว์ ได้แค่แช่ผักเท่านั้น หลวงพี่สว่างใจป้ำ ยกลงให้เลยครับ
เลี้ยงเสร็จก็มาที่ที่พักสงฆ์ป่าละอู บรรยากาศสภาพโดยทั่วไปเป็นเช่นนี้
พอดีโยมกลวงที่ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง เธออยากบริจาคหลังคากระเบื้องปูนครับ ข้าพเจ้าจัดแจงหาที่ลงให้ มาลงที่นี่ ซึ่งต้องใช้รถกระบะขนมาครับ ขนมาแล้วก็ต้องมาขนลงอีก ทุกแรงช่วยกันขยันขันแข็งครับ
จบงานแล้ว ก็แวะไปกราบพระอาจารย์มนตรี ปภสฺสโร สวนพุทธธรรมป่า่ละอู ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งของหลวงพ่อปราโมทย์ ปราโมชฺโช แต่หลงไปโผล่อีกวัดหนึ่งครับ เลยได้ถวายสังฆทานที่ได้เตรียมมา ถวายแนวข้อสอบนักธรรม และเลี้ยงน้ำปานะ
ที่สุดก็คลำไปจนเจอสวนป่่าพุทธธรรม แต่ป้ายหน้าสำนักแปะไว้ว่า เปิดเฉพาะวันอาทิตย์ ๘ โมงถึงเที่ยงครับ งานนี้เลยต้องรับประทานผลไม้ "สมหวัง" กันทั้งก๊วน
ก่อนกลับก็แวะถวายแนวข้อสอบนักธรรมตรีโทเอกที่เหลือให้เจ้าคณะตำบลหนองพลับด้วย รวมงวดนี้เอาไป ๑,๐๐๐ เล่ม ขอท่านทั้งหลายจงโมทนา
เอาละ ไถลเถลือกนอกเรื่องมานาน บอกบุญเรื่องสร้างพระพุทธรูปทองคำมา ๒ ตอนละ อานิสงส์แห่งการสร้างพระพุทธรูป เป็นพุทธบูชาได้บรรยายไปแล้วว่า
"พุทธะบูชา มหาเตชะวันโต"
ข้อความนี้ปรากฏเวลาเขาทำศาสนพิธีถวายทานกันครับ ถ้าใครเข้าวัดบ่อย ๆ คงเคยได้ยิน ต่อจากข้อความนี้ก็จักเป็นว่า
บูชาพระธรรม ทำให้มีปัญญามาก อันนี้ละครับที่โดนใจข้าพเจ้า การทำบุญทำทาน ไม่มีสิ่งไรเหนือสิ่งไร สิ่งไรด้อยกว่าสิ่งไร ทุกอย่างล้วนเสมอกันในความเป็นทาน-การให้ ขึ้นอยู่กับ "ฉันทะ" หรือความพอใจของผู้ให้เป็นสำคัญ
ข้าพเจ้าพอใจให้ธรรมะเป็นทานมากที่สุดครับ และได้สร้างแนวข้อสอบนักธรรมตรี โท เอก ถวายพระภิกษุสามเณรผู้สนใจ มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ ๓ แล้ว คีย์ข้อมูลเอง จัดอาร์ทเวิร์คเอง พิมพ์เอง หาเงินเอง แจกเอง (ใช่แน่แล้วครับ ตำแหน่ง GB เจนเนอรอลเบ๊) ทั้งทางสื่อ offlined (หนังสือ ซีดี เอ็มพีสาม) และ onlined (อัพโหลดไปฝากไว้บนเว็บเซิร์ฟเวอร์เพื่อนสหธรรมมิกบ้าง เขียนธรรมะลงบล็อกบ้าง) บางคนเห็นว่า ข้าพเจ้าควรใช้สื่ออินเตอร์เน็ตเป็นหลัก เพราะใช้งบประมาณน้อย เข้าถึงคนได้มาก แต่หลังจากทำการวิจัยฝุ่นนาโนซิลเวอร์สโตนมาหลายปีดีดัก พบว่า พระภิกษุสามเณรส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่สามารถเข้าถึงสื่ออินเทอร์เน็ตได้ครับ ดังตัวอย่างจดหมายที่ข้าพเจ้าได้รับเมื่อไม่นานมานี้
นี่ขนาดเป็นพระภิกษุที่อยู่ใน จ.นนทบุรี ใกล้กรุงเทพฯแค่เอื้อมเองนะครับ อีกประการหนึ่ง สื่อออนไลน์นั้นก็มีข้อจำกัดของมันอยู่ คือการนั่งเพ่งจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ถ้าไม่เนิร์ดจริงคงเกิดอาการเวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียนครับ สุดท้่ายก็ไม่พ้นต้องพิมพ์ออกมาอ่าน ในสำนักที่มีนักเรียนมาก ๆ เช่น วัดทุ่งเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี แม้จักสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ แต่ก็ไม่สามารถนำมาพิมพ์และถ่ายเอกสารแจกนักเรียนได้ เนื่องจากใช้งบประมาณสูงเกินไป ประกอบกับปีที่แล้วได้จัดพิมพ์นักธรรมตรี และนักธรรมโท อย่างละ ๑๐,๐๐๐ เล่ม แจกได้เพียงไม่กี่จังหวัดก็หมดเสียแล้ว
ในปีนี้เมื่อทำต้นฉบับนักธรรมเอกเสร็จ จึงดำริจัดพิมพ์จำนวนอย่างละ ๒๐,๐๐๐ เล่ม รวม ๖๐,๐๐๐ เล่ม ใช้งบประมาณ ๒๒๐,๐๐๐ บาท ทั้งที่ยังไม่มีตังค์ ก็สั่งพิมพ์ไปก่อนครับ เพราะถ้ามัวจัดหาทุน ก็เกรงว่า จักไม่ทันออกพรรษา ขอแปะโรงพิมพ์ไว้ก่อน
ข้าพเจ้าเลือกให้ธรรมทานที่เหมาะกับจริต และความสามารถของตัวเอง คือหมายถึงในขณะใดขณะหนึ่งเรามีความชำนาญในสิ่งไรเป็นพิเศษ เราก็ทำบุญด้วยสิ่งนั้น ผู้ที่สร้างพระพุทธรูปถวายเป็นพุทธบูชา อาจมีความชอบเป็นพิเศษกับงานก่ออิฐถือปูน แต่ข้าพเจ้าไม่ถนัดครับ ถนัดนั่งหน้าคอมฯมากกว่า
หลังจากเรียนหนังสือมาหลายสถาบัน หลายขวบปี (เฉพาะปริญญาตรีนี่ ๑๑ ปี) ข้าพเจ้าพบว่า สิ่งที่หลงเหลือจากการใช้ความเพียรพยายามวิริยะอุตสาหะอย่างยิ่งยวด เรียนเหมือนคนบ้า ไม่มีสิ่งไรเหลือในสมองนอกจากความว่างเปล่า ขี้เลื่อย และ "วิธีเตรียมตัวสอบ"
หวนคืนสู่สังเวียนการเรียนการสอบอีกครั้ง หลังแขวนนวมไปถึง ๘ ปี ความทรงจำทั้งเสื่อม ทั้งผุ เลยต้องฟื้นกำลังกันสุดความสามารถ นั่งเอ๋อ ๆ อยู่พักใหญ่ เบื้องแรกไม่รู้จักทำเยี่ยงไร ก็นั่งพิมพ์ไปงั้น ๆ แหละ เพื่อให้เข้าสมองตัวเอง พิมพ์ไปพิมพ์มาก็ระลึกได้ถึง "วิธีเตรียมตัวสอบ" สมัยเรียนปริญญาตรี เบื้องกลางพิมพ์แจกแล้ว ถูกใจเพื่อนพระภิกษุสามเณร เบื้องปลายจึงจัดทำเป็นสาธารณประโยชน์ สมัยบวชใหม่ ๆ รู้สึกอึดอัดที่ต้องซื้อหนังสือเรียนครับ มาเป็นพระแล้วยังต้องขวนขวายหาหนังสือเรียนเอง ต้องเดินทางไปซื้อที่จุฬาบรรณาคาร แถวท่าพระจันทร์ ที่อื่นไม่ค่อยมีขาย ถ้ามีญาติโยมอุปัฏฐากก็ไม่ยากครับ แต่พระบวชใหม่ส่วนใหญ่ก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง แถมราคาชุดหนึ่งก็ไม่ใช่น้อย พระบวชใหม่ ๆ ครับ ต้องซื้อหนังสือทีละครึ่งพัน ในกรุงเทพฯยังพอมีปัจจัยที่ได้จากบิณฑบาต ต่างจังหวัดจักไปหาทุนทรัพย์ที่ไหนครับ ยิ่งวัดเล็ก ๆ กิจนิมนต์ยิ่งไม่ต้องไปถามถึงเลย ร้อยวันพันชาติจักได้สวดกันที นี่ถ้าไม่ได้ทำวัตรมีหวัง คงมีบ้างที่ลืมบทสวดมนต์
ทั้งที่ความจริง การสร้างธรรมทานนี้อานิสงส์ใหญ่มาก แต่ญาติโยมไม่ค่อยทำกัน แม้ทำก็มักไปพิมพ์หนังสือสวดมนต์ (ซึ่งก็ดีครับอนุโมทนาด้วย มีอานิสงส์มากเช่นกัน แต่ความเป็นจริงมันล้นตลาด รับแจกไปแล้วไม่ค่อยได้ใช้งาน) และส่วนใหญ่สำนักปฏิบัติธรรมที่ใช้หนังสือสวดมนต์กันเยอะ ๆ สุดท้ายเขาก็ไปพิมพ์แบบฉบับของเขาเอง ส่วนหนึ่งเพราะไม่รู้จักทำหนังสือกระไรดี เห็นเขาทำกันก็แห่แหนทำตาม ๆ กันไป วันนี้ข้าพเจ้าทำให้ดูเป็นต้นแบบแล้วครับว่า พระภิกษุสามเณรต้องการกระไร กระไรได้ใช้ กระไรไม่ได้ใช้ (หนังสือเรียนนักธรรม หรือบาลี นี่ได้ใช้แน่นอนครับ ส่วนที่ข้าพเจ้าพิมพ์แจกนี้ยังไม่สำคัญเท่าหนังสือแบบเรียน เพราะเป็นแค่แนวข้อสอบ)
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบางทีก็เกินกำลังญาติโยม เฉพาะหนังสือเรียนนักธรรมกล่องหนึ่งปาไปครึ่งพัน ไหนจักต้องซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคประำกอบสังฆทานอีก วันนี้ข้าพเจ้าได้จัดทำแล้วครับ ๑ เล่มรวม ๓ วิชา ราคาไม่ถึง ๔ บาท แม้กระดาษจักเป็นกระดาษรีไซเคิ้ล รูปเล่มไม่สวย ตัวหนังสือแออัดยัดเยียด แต่ใช้งานได้เหมือนกันครับ ถวายพระภิกษุสามเณรทั่วสังฆมณฑล
อนาคตถ้าไม่ถอดใจไปก่อน ถึงพร้อมด้วยกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ มีเวลาพอ และญาติโยมยังทนปากหมา ๆ ของข้าพเจ้าได้ ก็ฝันไว้อยากทำตำราเรียนแจกฟรีไปเลย ฆราวาสเขายังเรียนฟรีเลย ทำไมพระภิกษุสามเณรเราจักเรียนฟรีบ้างไม่ได้
ก่อนจบขอฝากพระพุทธพจน์ไว้สัก ๒ วรรคครับ
นัตถิ ปัญญา สมา อาภา
แสงสว่างเสมอด้วยปัญญา ไม่มี

คิดอยู่เหมือนกันว่าหนังสือสวดมนต์มีมากเกินไป (เฉพาะที่มีอยู่ในบ้านก็น่าจะเป็นสิบแล้ว
) และก็ยังได้มาอยู่เรื่อยๆ แต่หนังสือสำหรับสอบนักธรรมไม่เคยเห็นเลยค่ะ เพิ่งทราบว่าต้องใช้มากมายจริงๆ
ค่ะ 
(บังเอิญว่านั่นอยู่บนตราโรงเรียนปัจจุบันผมด้วยนะ)
อนุโมทนาครับ สงสัยผมคงต้ิองซื้อเน็ตถวายพระแล้วละมั้งเนี่ย
#1 By ABP@BDZ on 2010-09-05 15:08