จบไปกับการถวายพระพรในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปี ๒๕๕๓ น่าชื่นชมกับการแสดงออกถึงความรักต่อพระราชาของพสกนิกรชาวไทยครับ ทุกวาระแห่งวันที่ชาวโลกสมมุติให้เป็นวันพิเศษ ข้าพเจ้ามักคิดว่า เราควรสมมุติให้ทุก ๆ วันเป็นวันพิเศษมากกว่าครับ
 
เมื่อวานเดินทางกลับจากพิธีบวงสรวงบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ที่บรรจุในเจดีย์พระธาตุจอมกิตติ และพระธาตุดอยตุงที่ จ.เชียงราย ทุกท่านที่ไปในงานเดินทางกันมาอย่างไกลจากกรุงเทพฯ ฝ่าความหนาวเย็นและความง่วงตื่นนอนกันแต่เช้าตรู่ ตี ๔ ขึ้นไปยอดดอย เพื่อมาร่วมกันตั้งสัตยาธิษฐานอ้างคุณพระศรีรัตนตรัย และความปรารถนาดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถวายพระพรแด่ในหลวง ขออกุศกรรมใดใดที่มากระทบพระทัยให้มลายหายสิ้นไป


 
 
 
แวะฉันเพลที่ร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังร้านหนึ่งใน จ.เชียงราย พอลงนั่งปุ๊บก็ต้องอึ้งครับ เพราะแทนที่จักเห็นเมนูอาหารบนโต๊ะ กลับเห็นเอกสารที่เขียนกลอนประกอบคำหยาบคายแสดงชัดถึงการสนับสนุนการเมืองขั้วหนึ่ง ครั้นพอมองไปรอบร้าน สีเสื้อของบริกรทั้งหลายก็บ่งชัด ทั้งมีอุปกรณ์สนับสนุนวางขายอีกแหน่ะ
 
ครับ เนื้อหาในกระดาษ ๓ แผ่นนั้น น่าสนใจกว่าเมนูอาหาร อยากทราบความคืบหน้าของการเมืองเมืองไทยบ้าง ซึ่งก็พบว่า ยังพายเรืออยู่ในตุ่ม
 
ที่ว่า ยังพายเรืออยู่ในอ่างนั้น เพราะก็ยังไม่เคยแม้จักแค่ "คิด" มองความผิดของตัวเอง ข้อความมีแต่สรรเสริญความดี ปิดบังข้อผิดพลาดของฝ่ายตน โจมตีหรือเพ่งโทษผู้อื่น
 
ผู้อ่่านอาจเข้าใจโดยง่ายว่า ข้าพเจ้าเทคไซด์ข้างใดข้างหนึ่ง จากข้อความข้างต้น เพราะมีการพาดพิงถึงฝ่ายหนึ่ง (เผอิญร้านนั้นมีเอกสารแบบนั้นก็เลยต้องพาดพิง) ซึ่งแน่นอนครับ ตราบใดที่ยังไม่เป็นพระอรหันต์ ก็ย่อมมีอคติ เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง วันนี้ข้าพเจ้าก็จักประกาศเสียเลยว่า ข้าพเจ้าเข้าข้างฝ่ายที่ "รักษาศีล ๕" ครับ
 
ศีล ๕ นี่ละเอียดนะครับ ข้อมุสาวาทนี่แจกแจงแล้ว มี ๔ ปร