ปราสาททราย
posted on 10 Feb 2012 18:51 by akkarakitt in Dharma directory Lifestyle, Knowledge, Ideaคุณเคยเห็นปราสาททรายสวยงามยิ่งใหญ่ที่อยู่ใกล้ทะเลปราสาทไหนอยู่ยืนยงยาวนานบ้าง?
เวลาปราสาททรายที่งดงามถูกน้ำทะเลซัด จนค่อย ๆ เลือนหายไป มีใครไปนั่งเสียใจเป็นวรรคเป็นเวรบ้าง?
ถ้าท่านเป็นแมลงชนิดหนึ่ง มีอายุขัย ๑ วัน ท่านจะรู้สึกว่า ปราสาททรายเป็นสิ่งของถาวรไหม?
แต่เชื่อไหม? ชีวิตจริงของคนเรา เหมือนคนบ้าที่โง่พอจะนั่งดูปราสาททรายถูกน้ำทะเลซัดหายไป แล้วก็คร่ำครวญร่ำไห้เป็นวรรคเป็นเวรว่า ไม่น่าเลย ๆ
เวลาปราสาททรายที่งดงามถูกน้ำทะเลซัด จนค่อย ๆ เลือนหายไป มีใครไปนั่งเสียใจเป็นวรรคเป็นเวรบ้าง?
ถ้าท่านเป็นแมลงชนิดหนึ่ง มีอายุขัย ๑ วัน ท่านจะรู้สึกว่า ปราสาททรายเป็นสิ่งของถาวรไหม?
แต่เชื่อไหม? ชีวิตจริงของคนเรา เหมือนคนบ้าที่โง่พอจะนั่งดูปราสาททรายถูกน้ำทะเลซัดหายไป แล้วก็คร่ำครวญร่ำไห้เป็นวรรคเป็นเวรว่า ไม่น่าเลย ๆ

เครดิตภาพ : http://www.perfectescapes.com/
ชีวิตของคนเรา เหมือนคนแข่งกันสร้างปราสาททรายให้วิจิตรพิสดารด้วยความตั้งใจอย่างยิ่งยวด ปราสาทใครสวย ปราสาทใครใหญ่ ก็ได้รับความนับหน้าถือตาในสังคม แต่พอน้ำทะเลสาดเข้ามา ก็มาตีอกชกตัว ร้องไห้ฟูมฟาย ฟังเพลงปราสาททราย ของสุรสีห์ แล้วโดนเหลือเกิน เพราะฉันตั้งใจทำมันมาก แต่สุดท้ายมันก็ไม่เหลืออะไรเลย แหลกสลายลงไปกับตา
มัวแต่มุ่งเน้นไปที่ "ความพยายามสร้างสรรค์ทุ่มเทอย่างยิ่งยวด" ก็เศร้าไปถึงขั้วหัวใจเมื่อความพยายามนั้นสูญเปล่า หายไปกับสายน้ำ แต่ถ้ามองตามความเป็นจริงว่า "มันทำมาจากทราย" ที่ไม่จีรังยั่งยืน ก็จะพบว่า มันเป็นเรื่องธรรมดา
ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลทั้งหลาย ก็ล้วนเหมือนสร้างมาจากทราย มิได้มีความมั่นคงถาวรเลย บางอย่างที่เรารู้สึกเหมือนถาวร เป็นเพราะอายุขัยเรามันสั้นดอก สมมุติถ้าเรามีอายุขัยแค่วันเดียว เราก็อาจรู้สึกว่า ปราสาททราย เป็นสิ่งถาวร ถ้าเรามีอายุขัยสัก ๑ ปี เราอาจรู้สึกว่า สิ่งปลูกสร้างด้วยหญ้าแฝกเป็นสิ่งถาวร ปราสาททรายไม่ถาวร ถ้าเรามีอายุขัยสัก ๑๐ ปี เราอาจรู้สึกว่า สิ่งปลูกสร้างด้วยคอนกรีตเป็นสิ่งถาวร สร้างด้วยหญ้าแฝกไม่ถาวร ถ้าเรามีอายุขัยสัก ๒๐๐ ปี เราอาจรู้สึกว่า สิ่งปลูกสร้างด้วยหินถาวร สร้างด้วยคอนกรีตไม่ถาวร ทำนองเดียวกันกับความสัมพันธ์ทั้งหลาย อายุขัยมนุษย์แค่ ๗-๘๐ ปี ก็เข้าใจว่า นี่คือความสัมพันธ์ถาวร
พระพุทธเจ้าทรงมีสายตากว้างไกลกว่านั้น พระอรหันตสาวกมีสายตายาวไกลกว่าปุถุชนคนธรรมดา จึงตรัส จึงบอกกล่าวว่า เราทั้งหลายนี้กำลังสร้างวิมานความสัมพันธ์กันด้วยทรายดอก มิใช่คอนกรีตอย่างที่เข้าใจเอาเอง และแม้เป็นคอนกรีตจริง ก็ยังคงไม่ถาวรอยู่นั่นเอง มีเสื่อมมีสลายไปเป็นธรรมดา เพียงกระทบเข้ากับคลื่นเล็ก ๆ หรือสึนามิอารมณ์ ปราสาททราย หรือกระทั่งเขื่อนคอนกรีตที่แน่นหนาก็พร้อมจะพังทลายหายไปในพริบตา
สิ่งสำคัญคือ เลิกเป็นคนบ้า นั่งฟูมฟายคร่ำครวญให้กับปราสาททรายที่พังไปแล้ว (อดีตนั้นแก้ไขกระไรมิได้) แล้วลุกขึ้นมาเริ่มต้นสร้างปราสาทใหม่ด้วยความระลึกรู้ความจริงว่า มันคือ "ทราย" สวยหรือใหญ่โต ดูมั่นคงแค่ไหนมันก็คือ "ทราย" อย่าเผลอไปยึดว่า ปราสาททรายมันจะถาวร แค่นี้ก็ทุกข์น้อยลง มีความสุขมากขึ้น เพียงเพราะยอมรับความจริงว่า "ใดใดในโลกนี้ ล้วนชั่วคราว"
โจทย์แท้จริงที่เราต้องมาเกิดกันซ้ำซากในวัฏสงสารนี้ ก็เพียงเพื่อเรียนรู้ว่า ทุกอย่างล้วนประกอบจากทราย วันร้ายคืนร้ายน้ำทะเลก็สาดเข้ามา ป้องกันกระไรมิได้เลย ควบคุมกระไรมิได้เลย จึงไม่มีสิ่งใดน่ายึดน่าถือสักอย่างเดียว ตระหนักอย่างแท้จริงเมื่อใด เลิกยึดปราสาททรายเมื่อไหร่ ก็เลิกเกิด เลิกวนเวียนกลับมาทุกข์เพราะปราสาททรายพังซ้ำซากกันเมื่อนั้นเอง
เจริญธรรม ฯ
edit @ 13 Feb 2012 06:56:52 by Dhammasarokikku
Tags: ชั่วคราว, ทราย, ปราสาท, อนิจจัง, เปลี่ยนแปลง11 Comments

#1 By kiyono on 2012-02-10 19:26