[Tag]ทำความดีวันละนิดจิตแจ่มใส - เลขศูนย์ที่มีความสุขที่สุดในโลก
posted on 26 Nov 2008 12:59 by akkarakitt in Boonอุ๊ย... เมื่อวานอัพแบบเครียดโคตร ใครมาอ่านเข้า คงนึกสงสัยว่า ข้าพเจ้าจะไปหกล้ม หัวฟาดพื้นมาแน่ ๆ เขียนอะไรแนวซีเรียส ๆ แบบนี้ ก็เป็นกับเขาด้วย
ไม่ใช่อะไรครับ มหาโอ๊ต ขอมานานแล้ว ว่าอยากได้เอ็นทรี่สรุปงานชาวเขา แบบเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นการเป็นงาน รวมทุกอย่างอยู่ในเอ็นทรี่เดียว ม้วนเดียวจบว่างั้่นเฮอะ ค้างท่านไว้นานแล้ว สอบเสร็จก็เลยรีบทำ
เช้านี้ทุกอย่างเริ่มดูจะรีบร้อน เพราะจักออกเดินทางขึ้น จ.เชียงราย เที่ยงคืนวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ศกนี้ มีงานที่ต้องเคลียร์อยู่อักโข และหนึ่งในงานทั้งหลาย ที่เสพติด มิอาจขาดได้เลย แม้แต่วันเดียว คือการอัพบล็อก ... (ตึงโป๊ะ)
ก่อนอื่นขอว่า ข่าวไม่ดี กันเสียก่อน แล้วจะปิดท้ายด้วยข่าวดี ความจริงน่าจะแยกเป็นสองเอ็นทรี่ด้วยซ้ำ แต่รู้สึกว่า อัพวันละหลาย ๆ เอ็นทรี่ มันจะเฝือเกินไป มาเริ่มกันด้วยเรื่อง "วิกฤตศีลธรรม" ผู้ที่เป็นเจ้าของข้อความ อย่าเพิ่งโมโหโกรธาไปล่ะครับ ข้าพเจ้าไม่ได้ตำหนิท่าน เพียงจะยกเป็นตัวอย่าง ต้นเหตุของปัญหาศีลธรรมทุกวันนี้
ได้รับอีเอ็มเอสหลังไมค์เข้ามา มีเนื้อหาอย่างนี้ ครับ
อยากได้ของรางวัลครับหลวงพี่
แต่ผมไม่อยากทำ Tag จะได้ป่าว
หลวงพี่ฟังดูสิเสียงเรียกร้องดังก้องมาจากกิเลสในใจผม
อยากได้จัง
เอาเป็นว่าความดีที่ผมจะทำคือ
ขอดำเนินตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
เพื่อให้ถึงซึ่งพระนิพพานในชาตินี้
และผมก็ทำอยู่ทุกวันทุกลมหายใจ(ที่มีสติ)
นี่เป็นความดีอย่างเดียวที่ผมกำลังทำอยู่ครับ
ง่ะ อยากได้ จัง.....(ของรางวัล)
อ่านครั้งแรกก็ไม่รู้สึกอะไร ครับ ก็ปฏิเสธไป เพราะท่านไม่ทำตามกติกา ท่านก็ไม่สมควรได้สิ่งที่สมควรได้ กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ ผู้ทำดี ย่อมได้ดี ผู้ทำชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว แต่แล้วก็มีอีเอ็มเอ็ส ตอกย้ำเข้ามาอีกว่า



หลวงพี่ใจร้าย


แง้ๆๆๆ ร้องไห้ขนาดนี้ถ้าไม่สงสารก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว
เหมือนกับว่า ข้าพเจ้าไม่ได้มีความเมตตา อืม.... จริงรึ?
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีผู้หญิงคนหนึ่ง ไปล็อบบี้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เพื่อให้บริษัทฯสามีได้มาซึ่งสัมปทานมือถือ ด้วยสัญญาผูกขาด ทำให้บริษัทฯสามี กลายเป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาด ใหญ่ที่สุดในประเทศ
ต่อมาก็ได้ใช้เงินที่ได้จากการสัมปทานอยุติธรรมนั้น ลงเล่นการเมือง
และต่อมาก็ได้สร้างปัญหาใหญ่ให้ประเทศ ที่เรียกว่า "วิกฤตศีลธรรม"
สมมุติว่า "ของรางวัล" ที่ข้าพเจ้าจะแจกนั้น เป็นสัมปทานโทรคมนาคมของประเทศบ้างเล่า
สมมุติว่า กฏกติกา ที่ข้าพเจ้าตั้งขึ้น เป็นกฏหมายบ้านเมืองบ้างเล่า
สมมุติว่า การเรียกร้องความเห็นใจของท่าน ด้วยตัณหาส่วนตัวของท่าน โดยไม่เคารพกฏกติกา เป็นการติดสินบนเจ้าพนักงาน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ท่านอยากได้บ้างเล่า
มันต่างกัน ก็เพียงสเกล ของวัตถุกาม (พัสดุอันน่าใคร่) วัยวุฒิ และคุณวุฒิ เท่านั้นเอง พฤติกรรมนั้น คล้ายกันมาก
หรือข้าพเจ้า จะปล่อยให้อีเอ็มเอสนี้ผ่านเลยไป ก็สงสัยว่า วันหนึ่ง ที่ท่านอยากได้เกรด ท่านจะไปออดอ้อนขอเกรดจากอาจารย์ ทั้งที่ท่านอ่านหนังสือไป ไม่ดีเอง หรือไม่
ถ้าท่านเป็นผู้หญิง และอาจารย์เป็นผู้ชาย ท่านจะยอมแลกตัว กับเกรดดี ๆ หรือไม่
สิ่งที่ข้าพเจ้ากล่าวมา ไม่ได้เกินเลยไปเลย ถ้าท่านไม่เริ่มต้นวันนี้ ด้วยการเคารพกฏกติกามารยาท สุดท้ายก็จะลงเอยไม่ต่างจากบุคคลข้างต้น แล้วแต่บุญญาบารมีเดิมของท่าน จะเสริมให้ท่านไปอยู่ระดับไหน
ท่านเขียนมาว่า ท่านดำเนินตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ เพื่อให้ถึงซึ่งนิพพานในชาตินี้ แต่ท่านไม่ทราบเลยว่า สิ่งที่ท่านทำ คือ การไม่เคารพกฏกติกา แล้วท่านจะดำเนินตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ได้อย่างไร และท่านยังยึดมั่นถือมั่น ติดอยู่ในวัตถุ แม้ว่าวัตถุนั้นจะเป็นรูปพระอริยสงฆ์ เป็นวัตถุมงคล เป็นสิ่งที่ดี น่าระลึกถึง เป็นสังฆานุสสติ แต่ท่านได้มาโดยการไม่เคารพกติกามารยาท ท่านจะระลึกถึงอะไร? ท่านจะไปนิพพานได้หรือ?
แล้วแท็กของข้าพเจ้า มันยากขนาดนั้นเลยหรือ? (ต้องไปพิจารณาตัวเองแล้วแฮะ) ถึงต้องแลกด้วยการไม่เคารพกฏกติกา
ข้าพเจ้ามิได้อยากตำหนิ ให้เกิดความเจ็บช้ำน้ำใจ แต่อยากจะชี้ให้เห็นว่า ปัญหาการเมืองทุกวันนี้ ก็เริ่มมาจากจุดเล็ก ๆ เช่นนี้แล
วิกฤตที่คนไม่รู้ว่า "อะไร คือ ศีลธรรม"
ผ่านไปกับเรื่องไม่ดี มาว่าเรื่องน่าชื่นใจกันมั่ง
หลังจากเมื่อวานผ่านไปได้อย่างทุลักทุเล วัดที่ข้าพเจ้าสังกัดอยู่ เป็นสำนักสอบวิชาธรรมศึกษาด้วยครับ ทุกปี ข้อสอบ กระดาษคำตอบ จะให้มาไม่ครบ (ไม่รู้ไปตกหายที่ไหน) วุ่นวายเหลือประมาณ และในปีนี้ ก็รับมือด้วยการถ่ายเอกสาร กระดาษคำตอบรอล่วงหน้าไว้เลย
แต่ข้อสอบต้องรอเปิดซองพร้อมกันทั่วประเทศ ครับ
แล้วมันก็เป็นเช่นทุกปี คือ ข้อสอบมาไม่ครบ ข้าพเจ้าขึ้นกุฏิไปวอร์มเครื่องสแกนเนอร์ เตรียมตัวถ่ายเอกสารเต็มที่ กระดาษพร้อม พริ้นเตอร์พร้อม สแกนเนอร์พร้อม แต่พระเจ้าช่วยกล้วยบวดเพื่อชาติ กระดาษข้อสอบ มาเป็นไซส์ F หรือ Legal ครับ ไอ้หย๋า... สแกนเนอร์ของข้าพเจ้า รองรับได้แค่ A4 เลยโกลาหลกันเช่นทุกปีที่ผ่านมา วิ่งไปถ่ายเอกสารที่คณะ ๑ ห่างออกไปหลายร้อยเมตร
วิชาหลัง ๆ ข้าพเจ้าก็พยายามสแกน ๒ ที แล้วเอามาต่อกัน (ซึ่งใช้เวลามากกว่าการถ่ายเอกสาร) สำเร็จเป็นกระดาษข้อสอบเหมือนต้นฉบับเด๊ะ รอดตัวไปหวุดหวิด
มาในวันนี้ ข้าพเจ้าก็ออกเดินหาตู้เอทีเอ็มแต่เช้า ครับ เดินเข้าไปกดปุ่มไม่กี่ปุ่ม ด้วยอารมณ์ไม่ค่อยแจ่มใสนัก เพราะตู้เอทีเอ็มมันอยู่ไกล เดินไปเป็นกิโล แต่แล้วข้าพเจ้าก็พบ เลขศูนย์มหัศจรรย์ ครับ
เลขศูนย์ที่ทำให้ข้าพเจ้าเดินยิ้มตลอดทางกลับมาที่วัด
ระยะทางเดินกลับวัดดูจะสั้นไปถนัดใจ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เลขบัญชีใบสลิปนี้ คือ บัญชีโครงการไทยช่วยไทยสันติสุข สมทบทุนซื้อเสื้อเกราะให้ทหารชายแดนภาคใต้ ครับ (สำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดตามความเคลื่อนไหว กิจกรรมในบล็อกเอ็กซ์ทีน อาจจะไม่ทราบว่า เป็นเลขบัญชีอะไร)
ความจริงตั้งใจไว้ว่า จะบริจาคให้สายคุณรินนา เห็นความพยายามของเธอ มาตั้งแต่ไปรับปากเขามาใหม่ ๆ แล้ว ไม่ค่อยมีเสียงตอบรับความพยายามของเธอ แต่แล้วความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็อยู่ที่นั่น ครับ วันนี้สายเธอเต็มไปแล้ว ก็เลยให้สายไหนก็ได้ ครับ ที่ไปรับปากเขาไว้แล้ว ยังหาได้ไม่ครบตามที่รับปากไว้
เงินจำนวนนี้ ข้าพเจ้าไม่ได้บริจาคคนเดียวนะครับ เดี๋ยวจะหาว่า ข้าพเจ้ารวย
แต่จริง ๆ ก็รวยแหละ
ข้าพเจ้ารวยมาตั้งแต่เริ่มห่มผ้าเหลืองเลย
เพราะข้าพเจ้ารู้จัก "พอ" ครับ เลย "รวย"
คนเราเมื่อไหร่รู้จัก "พอ" ก็รวยเมื่อนั้น ครับ
และจะยิ่งโคตรรวย ถ้ารู้จัก "ให้" ครับ
และจะรวยที่สุด สุขที่สุด
ถ้ารู้จัก "ให้อภัย" ครับ
ขอได้รับความขอบคุณ
สามเณรวิทยา วัดราชสิทธาราม ๕,๐๐๐ บาท
พระภิกษุฟิล์ม วัดราชสิทธาราม ๕๐๐ บาท
ตู้รับบริจาค บ้านตลิ่งชัน ๕,๐๐๐ กว่า ๆ
โยมอังคนา ปราโมทย์พิภพ บริจาคเติมให้ได้ยอดเป็นเลขกลม ๆ ๕,๕๐๐ บาท
ที่เหลือ คือ เงินที่เหลือในบัญชีข้าพเจ้า ทุ่มสุดตัว ครับ ยังไม่ตายก็หาเอาใหม่
และนั่นเป็น เลขศูนย์ ที่มีความสุขที่สุดในโลก ครับ
วันนี้ คุณทำความดีหรือยัง?
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ ฯ
ปล. เคยไหมครับที่ "ให้" จนหมดตัว ไม่เหลือสักเก๊ (ตั้งแต่บวชมา ลองมาหลายรอบแล้ว) ลองดูสักครั้งในชีวิต แล้วท่านจะทราบว่า ความสุขที่สุดในโลก หน้าตาเป็นอย่างไร
edit @ 28 Nov 2008 20:31:10 by Dhammasarokikku


