ออริจินอล เอ็นทรี่นี้ ครับ tomazzu
๑.
ข้าพเจ้าเคยเรียนในมหาลัยแห่งหนึ่งที่เรียกวิศวะว่า Intania ไม่ใช่
Entaneer เมื่อประมาณ ๑๗ ปีก่อน ปัจจุบันกระไร ๆ อาจเปลี่ยนไปมากมาย
๒. ได้ข่าวว่า ชื่ออินทาเนียนี้ได้มาแต่การออกเสียงไม่ชัดของเหล่าโฟร์แมน เพี้ยนมาจากเอ็นจิเนียร์นั่นแล (เดี๋ยวปั๊ด เรียกโฟร์แมนว่าโฟร์มดซะมั่งหรอก)
๓. สีประจำคณะเป็นสีเลือดหมู
๔. เป็นคณะที่เก่าแก่เกือบที่สุดของสถาบัน เคียงคู่่มากับคณะอักษรศาสตร์
๕. คณะวิศวะไม่เคยตีกับคณะอักษร
มีแต่เมาเหล้าแล้วยกพวกไปล้อมคณะไว้ให้สยองเล่น (ได้ข่าวว่า หัวโจกงานนั้น
โดนภาคทัณฑ์ เป็นเรื่องเมื่อสมัยสักห้าหกสิบปีก่อน ครับ
สถาบันยังเสมือนทุ่งหญ้าสะวันน่าเลี้ยงวัวอยู่เลย)
๖. จบคณะนี้ ได้ชื่อเรียกโก้หรูว่า พี่นายช่าง
๗. ที่เลือกเรียนวิศวะสถาบันนี้ เพราะได้ข่าวว่า สาว ๆ เยอะ (หน้าหม้อจริงกรู)
๘. เพราะถ้าวัดความเป็นช่างกันจริง ๆ รู้สึกแถว ๆ ลาดกระบังจักเข้มข้นกว่า (แต่สถาบันนั้นผู้หญิงหายากเหมือนหาโอเอซิสในทะเลทราย)
๙. แคลคูลัสตัวที่สามของสถาบันที่เคยเรียน เนื้อหาเหมือนแคลคูลัสตัวที่หนึ่งของอีกสถาบันหนึ่งแถวบางมด
๑๐. ใครว่า สอบเข้าคณะนี้ต้องเก่งคำนวณ ข้าพเจ้าขอประกาศกร้าวว่า มันไม่จริง
๑๑. เพราะข้าพเจ้าทำสำเร็จมาแล้ว ด้วยการใช้วิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย สังคม นำวิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และเคมี
๑๒. ไม่รู้การสอบสมัยนี้เป็นอย่างไร แต่สมัยก่อนขอให้ทำข้อสอบได้เฉลี่ย ๆ ครึ่งหนึ่งทุกวิชา แล้วมีเจ๋ง ๆ สักวิชาหนึ่ง ก็สอบติดแล้ว
๑๓. แอบไปดูคะแนนสอบเอ็นสะท้าน วิชาภาษาอังกฤษ กข ของตัวเอง ได้ ๗๘ จาก ๑๐๐ คะแนนแน่ะ ครับ (กขค พุ่งไป ๘๖)
๑๔. วิชาอื่น ๆ ไม่ได้ดู
แต่ขนาดภาษาอังกฤษโดดเด่นขนาดนี้ ยังติดเข้าไปอันดับปลาย ๆ
ประมาณคนที่หกร้อยกว่า ๆ (สมัยนั้นรับปีละ ๗๐๐ คน)
เกือบหลุดไปแล้วเหมือนกัน คณะนี้มันเมพจิง ๆ
๑๕.
แต่ท่านอาจพบประสบการณ์เลวร้ายหลังจากเข้าไปเรียนแล้ว
ด้วยความเสี่ยววิชาคำนวณ เกรดเทอมแรกสุดสวยหรู ๑.๗๖ เฉียด ๆ จักโปรต่ำ
(เกรดเฉลี่ยต่ำกว่า ๒.๐๐ เรียกว่า โปรเบชั่น โปรต่ำ ๒ เทอมไทร์ โปรสูง ๔ เทอมไทร์ ต่ำกว่า ๑.๗๕ เรียกว่า โปรต่ำ
ต่ำกว่า ๑.๕ ไทร์ไปเลยไม่มีอุทธรณ์)
๑๖. ครั้นปรับตัวได้ สุดท้ายวิชาคำนวณ
ก็มิใช่วิชาคำนวณ (คล้าย ๆ หลักของเต๋าเลยแฮะ) มันคือวิชาท่องจำข้อสอบเก่า
เกรดพุ่งขึ้นมาเป็นสองจุดเก้ากว่า พ้นโปรไปอย่างเนียน
๑๗. สมัยเป็นเด็กมัธยมปลาย ก็รู้สึกว่า ได้เรียนคณะนี้ สถาบันนี้ มันเท่เหลือจักกล่าว สาว ๆ คงกรี๊ดสนั่น
๑๘. พอเข้าไปเรียนจริง ๆ พบว่า ก็งั้น
ๆ สาว ๆ เขาก็สนใจแค่นิดหน่อยเท่านั้น เขาสนใจ "กึ๋นจีบหญิง"
ของเรามากกว่า ถ้ามีแต่ "กึ๋นเทพ" ที่เอาไว้เรียนอย่างเดียว เชิ่ด หยิ่ง
ว่าตูข้านี้เริ่ดกว่าใครในปฐพี สอบเข้ามาเรียนคณะนี้ สถาบันนี้ได้
แทนที่เขาจักนิยมชมชอบ บางทีกลับถูกหมั่นไส้เสียด้วยซ้ำ
๑๙. ท่านที่เรียนเก่ง ๆ
เวลาอยู่โรงเรียนได้อันดับหนึ่งอันดับสองของชั้น ระวังให้ดี ครับ
เข้ามาเรียนคณะนี้แล้ว ท่านอาจจักเสียเซ้วอย่างแรง
แล้วท่านจักซาบซึ้งสำนวนที่คนโบราณกล่าวไว้ว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า
เหนือมาม่ายังมีไวไว และเหนือกรรไกรก็ยังมีคัตเตอร์ 

(สำนวนกระไรฟระ)
๒๐. หนุ่มวิศวะเวลาอยู่ในคณะ ก็เหมือนกับเรียนโรงเรียนชายล้วน มีผู้หญิงอยู่หยิบมือเดียว
๒๑. ผู้หญิงวิศวะจักถูกเอาใจจนเว่อร์
ด้วยความที่มีปริมาณน้อย (สมัยนั้นสัดส่วน ๑ ต่อ ๖ ครับ) ตัวเลือกก็เยอะ
สาว ๆ ท่านใดขาดความมั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตน ขอแนะนำให้เข้าคณะนี้ ครับ
แล้วท่านจักกลายเป็นนางฟ้าสวยเลือกได้ในชั่วข้ามคืน
ความมั่นใจท่านจักเต็มเปี่ยมยิ่งกว่าใช้โมเดสอัลตร้าซอฟต์แบบมีปีกคู่
๒๒. เพราะมีหนุ่มวิศวะไม่ฉลาดหลายคน (น่าจักเกินครึ่งคณะ) คิดว่า แฟนเขาจักต้องเรียนวิศวะเหมือนกันเท่านั้น
๒๓. ความคิดฝังหัวเช่นนี้ บางทีก็ทำให้
หน้าตาท่าทาง คลายความสำคัญลง ตามกฏอุปสงค์อุปทาน
เข้าโรมรันพันตูกับศึกชิงนางในสัดส่วน ๑ ต่อ ๖ ดังกล่าว
๒๔. และบางทีมันก็ไม่ใช่ ๑ ต่อ ๖
เสียด้วย หากเธอคนนั้นเป็นที่หมายปองของใครหลาย ๆ คนในคณะ
นอกจากรุ่นเดียวกัน ๗๐๐ คนแล้ว ยังมีรุ่นพี่เป็นคู่แข่งขั้นเทพอีกต่างหาก
๒๕. ถ้าใครเกิดทัน เคยเห็นโฆษณาแพนทีน
"เขาจับผมกี้ด้วยหล่ะ" นั่นละ
ตัวอย่างของการแข่งขันชิงไหวชิงพริบกันของหนุ่มวิศวะ ซึ่งสุดท้ายลงเอย
สาวเจ้าก็ไปเป็นแฟนกับหนุ่มนอกคณะ ทิ้งให้วิศวะแม๊น..แมนทั้งหลาย
นั่งน้ำลายยืด (ว่าแต่ตอนนี้น้องกี้ไปอยู่ไสแล้วฟระ)
๒๖. หารู้ไม่ว่า เพียงท่านเดินออกไปจากคณะแค่ไม่กี่ก้าว จักมีสาว ๆ จากคณะอื่น พึงใจท่านอยู่มากมาย
๒๗. ยิ่งเดินหลายก้าว ข้ามไปยังมหาลัยอื่น ความพึงใจจักเพิ่มขึ้นแบบเอ็กซ์โปเนนเชียล
๒๘. แต่ก็มีข้อควรระวัง หนุ่ม ๆ
คณะอื่น หรือมหาลัยอื่น เขาไม่ค่อยชอบหน้าหนุ่มวิศวะสักเท่าไหร่ หาว่า
ทำให้คณะเขา มหาลัยเขา ขาดดุล จีบไม่ระวัง หัวอาจจักมีรู
๒๙. และที่สุดแล้ว
ความพึงใจทั้งหลายเหล่านั้น มันก็ชั่วคราว ครับ
ถ้าท่านไม่มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม
ไม่นานท่านก็จักกลายเป็นวีซีดีตลกคาเฟ่ ที่คนดูครั้งเดียว แล้วไม่ดูซ้ำ
เพราะมันฮาแค่ตอนดูครั้งแรกเท่านั้น
๓๐. ว่าจักเขียนเรื่องคณะ ไหงโผล่มาเรื่องนี้ได้ เขารู้กันหมดว่า สมัยเรียนหูดำสุด ๆ
๓๑. เปลี่ยนเรื่อง ๆ
ข้าวมันไก่ในโรงอาหารวิศวะ เป็นอาหารประจำของข้าพเจ้า ด้วยราคาสุดศิวิไลซ์
๑๕ บาท ได้ข้าวพูนจาน รสชาติก็ไม่ขี้เหร่
๓๒. สมัยนั้นโรงอาหารคณะวิศวะร้อนมาก
แต่ด้วยความที่ประหยัดเวลา ก็ทน ๆ มันเข้าไปเหอะ รีบตักใส่ปากเคี้ยว ๆ
กลืน ๆ เสียเวลาการดองตัวในห้องสมุดทำแบบฝึกหัด
เดี๋ยวดัชนีความเค็มไม่ได้มาตรฐาน
๓๓. แต่เหล่าวิศวะไฮโซ เขาจักพากันออกไปกินโรงอาหารคณะอักษร
๓๔. บ้างก็คณะรัฐศาสตร์
๓๕. ขยันมากก็ไปถึงบัญชี
๓๖. คงไม่มีใครข้ามไปถึงนิเทศ
๓๗. แต่ข้าวโรงอาหารนิเทศหย่อยดีหว่ะ (อ้าว...เฮ้ย)
๓๘. หนุ่มวิศวะมักเสพกามด้วยสายตา
๓๙. เพราะไม่รู้จักเริ่มต้นยังไง ก็ได้แต่มอง เหมือนสุนัขชะเง้อเครื่องบิน
๔๐. หนุ่มวิศวะบางคน รักษาความบริสุทธิ์มาได้จนถึงอายุ ๓๓ (น่าภูมิใจแทนเมียมันจริง ๆ)
๔๑. และยังมีหนุ่มวิศวะอีกบางคน ที่อายุ ๓๖ แล้วยังครองตัวเวอร์จิ้นอยู่ (สมควรไปประกอบอาชีพเป็นนักบวช มากกว่าเป็นวิศวกร เอิ๊ก ๆ)
๔๒. เอ๊ะ... ทำไมวนมาเรื่องนี้อีกแล้ว
๔๓. เป็นความจริง ครับว่า หนุ่มวิศวะหน้าหม้อแทบทุกคน (ไม่ได้บอกว่าทุกคนนะครับ อย่าเพิ่งร้อนตัว)
๔๔. เพราะด้วยความที่อดอยากปากแห้ง
สาวในคณะเขาก็ไม่สน นอกคณะก็ไม่มีเวลาไปตามจีบ วัน ๆ อยู่แต่กับตัวเลข
จำสูตร แทนค่า บ้าสมการ จักเอาเวลาที่ไหนไปแต่งตัว เดินห้าง
เดินสยามบารากู๊วววว์
๔๕. คนนะไม่ใช่อูฐ จักได้วัน ๆ เสพเมถุนกับสูตรคำนวณ (อย่าถามนะครับว่า แล้วอูฐไปเสพเมถุนกับสูตรคำนวณตอนไหน ไม่รู้เหมือนกันเฟร้ย)
๔๖. ฉะนั้นอย่าไปคิดเลย ครับว่า หนุ่ม
ๆ วิศวะจีบยาก ง่ายยิ่งกว่ากระไร แค่เข้าใจพวกเขานิดหน่อยเท่านั้นแหละว่า
พวกเขามีความมั่นใจในวิชาชีพ และความเมพของเขาสูํงมาก ชม ๆ มันเข้าไป
จักยากอาร๊ายยย....
๔๗. ผู้หญิงที่คิดว่า ควงหนุ่มวิศวะแล้วเท่ แท้จริงแล้ว เธอเป็นผู้หญิงฉลาดที่เปลืองพลังงานน้อยที่สุดในการจักมีแฟนต่างหาก
๔๘. มีแฟนเป็นวิศวกรเลี้ยงง่ายจักตาย
ครับ ถ้ามันหายหัวไป หาได้ตามห้องสมุด ไม่ก็สนามบอล หรือวงเหล้า
เหล่าวิศวกรมักเป็นสเตอริโอไทป์ มีฮอร์โมนเพศชายเต็มสูบ
คาดเดาพฤติกรรมได้ไม่ยากนัก
๔๙. ไอ่พวกหาตัวไม่เจอจริง ๆ ไปตะแล่ดแต๊ดแต๋อยู่นอกคณะ นอกมหาลัย ส่วนใหญ่ไม่ค่อยจบในเวลาสักเท่าไหร่ ต้องให้กรรมการเป่านกหวีดต่อเวลา
๕๐. เปลี่ยนเรื่องดีก่า
๕๑. ใครรู้มั่งว่า สมัยก่อนปูนซีเมนต์ไทย สีกระไร?
๕๒. สีชมพู ครับ เป็นปูนที่สีแปลกที่สุดในโลก
๕๓. เหตุเพราะสมัยก่อน พวกสถาบันสีชมพูพาเหรดกันเข้าไปทำงานในปูนซีเมนต์ไทยมากที่สุด (ต้องได้เกรดสามขึ้นไปด้วยนะ ครับ) เบียดสีอื่น ๆ ตกขอบโรงโม่ปูนไปหมด
๕๔. เดี๋ยวนี้คงเปลี่ยนไปแล้ว
๕๕. ท่านรู้ไหม? ทำไมวิศวะสถาบันนี้ จึงดูสมบุกสมบันน้อยกว่าสถาบันอื่น
๕๖. เพราะวิชา shop
หรือวิชาลงมือหล่อโลหะ ตะไบ กลึง เชื่อม ต๊าปเกลียว ฯลฯ
มันอัดอยู่ปีหนึ่งหมดเลย ขณะที่สถาบันอื่น ปีแก่ ๆ ก็ยังต้องลง shop อยู่
๕๗. เห็นด้วยกับคุณ tomazzu ที่ว่า สาว IE (Industrial Engineering) น่ารักจริง ๆ คงเดากันถูกใช่ไหมว่า ข้าพเจ้าเลือกเรียน IE เพราะอะไร?
๕๘. ใช่แล้ว ครับ เพราะ IE หรือวิศวะอุตสาหการ เรียนค่อนข้างง่ายกว่าภาควิชาอื่น เงินเดือนดี บลา ๆ ๆ
๕๙. อ้าว... ทำไมว่า ข้าพเจ้าโกหกหล่ะ
๖๐. สารภาพก็ได้... ก็อย่างที่เดากันนั่นแหละ (ทฤษฎีจิตวิทยาของตาซิก(หมก)มุ่น ฟรอยด์ มันแม่นแท้หนอ)
๖๑. แต่การจักเข้าไปเรียน IE มิใช่เรื่องง่าย ๆ ครับ
๖๒. สมัยเตรียมสอบเอ็นทรานซ์ ลำบากลำบน
ขยันเรียน ขยันอ่านหนังสือ เตรียมสอบอย่างยากเย็นสุดฤทธิ์
ด้วยความที่หัวไม่ได้สู้ดีกระไรนัก ต้องบากบั่นพากเพียรมากกว่าคนอื่น เป็นสิบ
ๆ เท่า ด้วยความหวังว่า สอบเข้าได้แล้ว ตรูจักสบายเสียที ชีวิตมหาลัยคงฮาเฮเหมือนในหนังโรแมนติกคอมมิดี้
๖๓. ความคิดเช่นนี้ เป็นจริงในบางคณะ ครับ แต่ไม่ใช่คณะยาก ๆ พวกวิศวะ หรือแพทย์ (แต่ถ้าคณะแพศยา ก็เป็นอีกเรื่อง)
๖๔. คณะเหล่านี้ เอ็นท์ติดแล้ว ชีวิตแมร่งลำเค็ญยิ่งกว่าเดิม ครับ
๖๕. นอกจากเนื้อหาการเรียนอันยากยิ่งแล้ว ตอนจบปี ๑ ต้องไปแข่งกันเลือกภาควิชาอีก
๖๖. อ้อ... ลืมบอก สถาบันอื่น เขาเรียกภาควิชาว่า เมเจอร์ หรือสาขา ครับ
๖๗. คะแนนในการเข้าภาควิชา ก็ลดหลั่นกันไปตามความนิยมในขณะนั้น ภาควิชาเทพ ๆ ไม่พ้น ไฟฟ้า โยธา เครื่องกล คอมพิวเตอร์
๖๘. สมัยนั้นก่อนฟองสบู่แตกปี ๔๐ ครับ โยธาเฟื่องสุดขีด คะแนนแซงภาควิชาไฟฟ้า ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง
๖๙. ชีวิตแมร่งมีแต่การแข่งขัน
ใครเข้าคณะนี้แล้วไม่ชอบการแข่งขัน จักเบรื่อชีวิตมหาลัยสุดขีดเช่นข้าพเจ้า แล้วหนีไปเอ็นทรานซ์ใหม่เข้าคณะอื่นไป (เพื่อจักไปพบว่า คณะอื่นก็แข่งขันไม่แตกต่างกัน ชีวิตมหาลัยในฝันของฉ๊าน....อยู่ไหน)
๗๐. แม้ IE จักเรียนค่อนข้างง่าย
จบแล้วโอกาสตกงานสูง เพราะมันออกแนวเป็นผู้บริหารโรงงาน
ถ้าไม่มีกิจการที่บ้านรองรับ ก็มีสิทธิ์ลุ้นจบไปเตะฝุ่นได้
คะแนนไม่ควรจักสูงมาก แต่สมัยนั้นขึ้นไปอยู่อันดับ ๔ รองจาก โยธา ไฟฟ้า
เครื่องกล
๗๑. เหตุผลก็มาจากข้อ ๕๗. นั่นละ ครับ
เป็นภาควิชาที่สาว ๆ นิยมเรียนกันมาก ไม่ถึกควายทุย เหมือนภาควิชาอื่น ๆ
เหล่าหนุ่มวิศวะหื่น ๆ เช่นข้าพเจ้า เลยตามเขาเข้าไปเรียน
คะแนนเลยสูงเกินจริงตามความนิยม (สมัยนั้นนิยมจบแล้วไปต่อ MBA หรือ Finance ที่อเมริกา ครับ)
๗๒. แต่พอฟองสบู่แตก วิศวะโยธา แทบจักตกงานกันทีเดียว ครับ (แถมแตกโป๊ะปีที่จบพอดีด้วย) จากที่เคยสตาร์ทที่ประมาณหกหมื่น ชีวิตเป็นของไม่เที่ยงจริง ๆ
๗๓. ส่วนม้ามืดที่มาแรงแซงทางโค้ง
กลับกลายเป็นภาควิชาปิโตรเคมี สมัยเลือกภาค ไม่เป็นที่นิยม
สู้ภาคคอมฯยังไม่ได้เลย แต่จบมาเงินเดือนสูงที่สุดในรุ่น
สตาร์ทที่ประมาณสี่หมื่น ปัจจุบันเลยแสนไปแล้ว
๗๔. ใครจักไปรู้ว่า พลังงานจักมาแรงเยี่ยงนี้
๗๕. สมัยก่อน ความหลากหลายทางชีวภาพในคณะวิศวะสูงมาก เพราะรับนิสิตเข้าไปตั้งปีละ ๗๐๐ คน
๗๖. ถ้ามาจากต่างจังหวัด
ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน กระเสือกกระสนดิ้นรนจนเข้ามาเรียนได้
ก็เพียงหวังให้จบไปมีงานดี ๆ ทำ เงินเดือนเยอะ ๆ ชอบไม่ชอบเรียน
เอาไว้ทีหลัง
๗๗. ส่วนพวกเด็กเตพ มักเป็นลูกคนมีสตางค์ เพราะพ่อแม่มีปัญญาส่งเสียลูก ไปเรียนพิเศษกับติวเตอร์ต่าง ๆ (ไปเรียนแล้วถึงทราบว่า การที่เด็กไม่เคยเรียนติวเตอร์ จักสอบได้เป็นเรื่องยากมาก ๆ โจทย์บางข้อใช้เวลาทำแบบปกติร่วม ๑๐ นาที (สมัยก่อนต้องทำข้อสอบให้เสร็จเฉลี่ยข้อละ ๓ นาที) ขณะที่ไปเรียนกับติวเตอร์ เขาสอนวิธีทำโจทย์เสร็จในนาทีเดียว)
๗๘. บางทีคนที่เข้ามาเรียน
ไม่มีทักษะความเป็นช่างเลย อาศัยว่า เรียนเก่ง แล้วคณะนี้สอบเข้าได้ยาก
ใคร ๆ ให้ค่าว่า สอบเข้าเรียนคณะนี้ได้ เก่ง เริ่ด
น่าตกใจที่ระบบการศึกษาไทยสามารถคัดคนที่ไม่ชอบเป็นช่าง
หรือไม่มีความเป็นช่างเลย เข้ามาเรียนวิศวะ
ซึ่งเป็นวิชาชีพช่างจ๋าได้มากมายขนาดนี้ (น่าจักเกินครึ่งคณะ)
๗๙. เห็นได้ง่าย ๆ เวลาลง shop ครับ
๘๐. พูดถึง shop วิชานี้สาว ๆ วิศวะก็สามารถเช็คเรทติ้งตัวเองได้ ครับ ถ้าเรทติ้งดี มีหนุ่มวิศวะหน้ามนอาสาเข้ามาทำแทนให้สุดชีวิต
๘๑. วกเข้ามาเรื่องนี้อีกละ...


๘๒. พี่ว้ากเกอร์คณะวิศวะโหดมาก
๘๓. แต่ถ้าแอบเข้าไปดูหลังฉาก จักพบว่า ดีกรีความหม้อสูงพอ ๆ กับความโหด
๘๔. ไม่เอาละ รู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว จบดีก่า
ขอได้รับความขอบคุณจาก คุณ tomazzu จุดประกาย ฯ
ปล.
วิดวะ ๆ ปู้ วิดวะ ๆ ปู้ วิดวะ ๆ โหว ๆ ๆ อักษรนิเทศเศรษฐวิดยา
น่าสนใจไม่มีใครมาจีบ รีบคว้าไว้ก่อน แต่งแน่นอน จีบสจม.เป็นไปไม่ได้
เธอนั้นเป็นเทพีสถิตอยู่ที่อังรีดูนังต์ เราไม่มีสตางค์แต่เรามีรัก ๆ ๆ
เราสนุกสนานที่ได้เกิดมาเป็นอินทาเนีย... (เพลงเชียร์คณะที่ได้ยินอีกที
แปลงเนื้อไปเป็นเพลงฮิตติดชาร์จ : ดูเนื้อเพลงแล้วก็พอจักทราบใช่ไหมว่า...)
edit @ 2 Sep 2009 12:54:02 by Dhammasarokikku