พระกับเฟสบุ๊ค
posted on 20 Mar 2012 14:47 by akkarakitt in Experience directory Lifestyle, Knowledge, Ideaมีโยมเพื่อนบอกให้เขียนเรื่องพระภิกษุกับการใช้เฟสบุ๊คให้คนที่ไม่เข้าใจ (ชอบเห็นพระเป็นมนุษย์ถ้ำ) อ่านนานแล้ว มีไอเดียอยู่บ้าง แต่ยังไม่ตกตะกอน เมื่อวานได้ฟีลเลยเขียนลงสเตตัสบนเฟสบุ๊คดังนี้ :-
อ่านสื่อโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คไปสักพัก มันก็เหมือนอ่านหนังสือพิมพ์อิเล็คทรอนิกส์ ที่ปรับเปลี่ยนเรื่องราวไปตามความสนใจของเรา กดไลค์ไปเรื่อย จะพบว่า มีเรื่องราวที่เราสนใจ ชอบใจ ถูกใจ หลั่งไหลเข้ามา เกือบเรียกได้ว่า "ทะลัก" นี่หรือเปล่า? ที่ทำให้บางคนเห็นว่า พระไม่ควรเล่นเฟสบุ๊ค เพราะสิ่งที่เขาสนใจอยู่ไม่เหมาะกับสมณะ
สิ่งไม่ควรแก่สมณะนั้นมีอยู่ในทุกสื่อ อยู่ที่ว่า เราเลือกเสพอะไรมากกว่า การใช้สื่อของพระภิกษุสามเณรจึงเป็นเรื่องของปัจเจกชน ไม่ควรตัดสินแบบเหมารวม
จริงอยู่ มีปัญหาเกิดขึ้นจริงกับพระภิกษุสามเณรที่ใช้เฟสบุ๊คไปในทางที่ผิด ไม่เปิดเผยสถานะแล้วใช้คุยกับสีกาบ้าง ใช้ดูรูปไม่เหมาะสมบ้าง แต่การพยายามปิดหูปิดตาไม่ให้นักบวชรับรู้ข่าวสารใด ๆ เลย นั่นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เหมือนการเซนเซอร์ชิซูกะอาบน้ำ
ต้นของปัญหา น่าจะอยู่ที่การดูแลเอาใจใส่ของอุปัชฌาย์อาจารย์เจ้าอาวาส ควรคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาบวชอย่างดี อบรมให้ความรู้เรื่องศีลเบื้องต้น พร้อมทั้งโทษของการทุศีล จนสามารถดูแลตัวเองได้ แล้วจึงอนุญาตให้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัว (คนเราอินทรีย์อ่อนแก่ไม่เท่ากัน ขึ้นกับวัยวุฒิ คุณวุฒิ บุญบารมีเดิม และอีกหลาย ๆ อย่าง การใช้มาตรฐานเดียวกับทุกคนจึงอาจทำให้เสียโอกาสที่ใหญ่หลวง)
สิ่งไม่ควรแก่สมณะนั้นมีอยู่ในทุกสื่อ อยู่ที่ว่า เราเลือกเสพอะไรมากกว่า การใช้สื่อของพระภิกษุสามเณรจึงเป็นเรื่องของปัจเจกชน ไม่ควรตัดสินแบบเหมารวม
จริงอยู่ มีปัญหาเกิดขึ้นจริงกับพระภิกษุสามเณรที่ใช้เฟสบุ๊คไปในทางที่ผิด ไม่เปิดเผยสถานะแล้วใช้คุยกับสีกาบ้าง ใช้ดูรูปไม่เหมาะสมบ้าง แต่การพยายามปิดหูปิดตาไม่ให้นักบวชรับรู้ข่าวสารใด ๆ เลย นั่นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เหมือนการเซนเซอร์ชิซูกะอาบน้ำ
ต้นของปัญหา น่าจะอยู่ที่การดูแลเอาใจใส่ของอุปัชฌาย์อาจารย์เจ้าอาวาส ควรคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาบวชอย่างดี อบรมให้ความรู้เรื่องศีลเบื้องต้น พร้อมทั้งโทษของการทุศีล จนสามารถดูแลตัวเองได้ แล้วจึงอนุญาตให้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัว (คนเราอินทรีย์อ่อนแก่ไม่เท่ากัน ขึ้นกับวัยวุฒิ คุณวุฒิ บุญบารมีเดิม และอีกหลาย ๆ อย่าง การใช้มาตรฐานเดียวกับทุกคนจึงอาจทำให้เสียโอกาสที่ใหญ่หลวง)
เครดิต : TL ของพระมหาโอ๊ตส่วนตัวแล้ว อาจเสพติดธรรมะบนเฟสบุ๊คมากกว่าตัวเฟสบุ๊คเองเสียอีก
ที่วันนี้มาอัพบล็อกมิใช่กระไร จะมาบอกว่า หลังจากดองบล็อกไว้เป็นเวลานานอักโขแล้ว ก็จะลาไปดองบล็อกอีกอย่างน้อย ๖๔ วัน เนื่องจากช่วงนี้ไปอบรมโครงการพระธรรมทูตสายต่างประเทศ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง FB
รายละเอียดโครงการ
ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารพระภิกษุว่าที่พระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ 18 เฉลิมพระเกียรติ 90 รูป
ระยะเวลาฝึกอบรม 90 วัน แบ่งเป็นภาคสาธารณูปการ ที่ศูนย์พัฒนาศาสนา แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ สร้างกุฏิรับรอง ปรับปรุงสถานที่ 20 วัน ฝึกกรรมฐานเข้มข้นปิดวาจา 30 วัน ดูงานประเทศอินเดีย 10 วัน อบรมวิชาการที่ มจร. วังน้อย 30 วัน
เป็นโอกาสบุญอันดีที่ไม่อยากให้พลาด พระภิกษุพรรษาอย่างน้อย 5 พรรษา มารวมตัวกันปฏิบัติศาสนกิจอย่างเข้มข้น จบการอบรบแล้วก็แยกย้ายกันไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั่วโลก
ได้รับข้อมูลจากประธานดำเนินงานว่า ค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าอาหารเลี้ยงมากกว่า 120 ชีวิตในแคมป์สนสูงถึง 10,000 บาท/วัน (ภัตตาหาร 2 มื้อ, น้ำปานะ 2 ครั้ง) ค่าธรรมเนียมที่เก็บจากผู้สมัครรูปละ 3,500 บาท ไม่เพียงพอ บางวันว่าที่พระธรรมทูตร่วมเป็นเจ้าภาพภัตตาหารกันเอง
การถวายภัตตาหารแด่ภิกษุตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไป ย่อมเป็นสังฆทาน พระพุทธเจ้าสรรเสริญว่ามีอานิสงส์มากยิ่งกว่าถวายแด่พระองค์เอง
ผู้มีจิตศรัทธาสามารถโอนเงิน เข้าบัญชีเผื่อเรียก ธนาคารออมสิน สาขาท่าพระ หมายเลขบัญชี 0-5451080546-5 ชื่อบัญชีพระอัครกิตติ์ ธมฺมสโร หรือบริจาคได้ที่บัญชีเดิม บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขา เทสโก้โลตัส เอกมัย-รามอินทรา หมายเลขบัญชี 065-0-21185-7 ชื่อบัญชี น.ส.พรรณสุนีย์ มาลาโรจน์ หมายเลขโทรศัพท์ 087-727-8938 (ดีแทค)
ระยะเวลาฝึกอบรม 90 วัน แบ่งเป็นภาคสาธารณูปการ ที่ศูนย์พัฒนาศาสนา แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ สร้างกุฏิรับรอง ปรับปรุงสถานที่ 20 วัน ฝึกกรรมฐานเข้มข้นปิดวาจา 30 วัน ดูงานประเทศอินเดีย 10 วัน อบรมวิชาการที่ มจร. วังน้อย 30 วัน
เป็นโอกาสบุญอันดีที่ไม่อยากให้พลาด พระภิกษุพรรษาอย่างน้อย 5 พรรษา มารวมตัวกันปฏิบัติศาสนกิจอย่างเข้มข้น จบการอบรบแล้วก็แยกย้ายกันไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั่วโลก
ได้รับข้อมูลจากประธานดำเนินงานว่า ค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าอาหารเลี้ยงมากกว่า 120 ชีวิตในแคมป์สนสูงถึง 10,000 บาท/วัน (ภัตตาหาร 2 มื้อ, น้ำปานะ 2 ครั้ง) ค่าธรรมเนียมที่เก็บจากผู้สมัครรูปละ 3,500 บาท ไม่เพียงพอ บางวันว่าที่พระธรรมทูตร่วมเป็นเจ้าภาพภัตตาหารกันเอง
การถวายภัตตาหารแด่ภิกษุตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไป ย่อมเป็นสังฆทาน พระพุทธเจ้าสรรเสริญว่ามีอานิสงส์มากยิ่งกว่าถวายแด่พระองค์เอง
ผู้มีจิตศรัทธาสามารถโอนเงิน เข้าบัญชีเผื่อเรียก ธนาคารออมสิน สาขาท่าพระ หมายเลขบัญชี 0-5451080546-5 ชื่อบัญชีพระอัครกิตติ์ ธมฺมสโร หรือบริจาคได้ที่บัญชีเดิม บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขา เทสโก้โลตัส เอกมัย-รามอินทรา หมายเลขบัญชี 065-0-21185-7 ชื่อบัญชี น.ส.พรรณสุนีย์ มาลาโรจน์ หมายเลขโทรศัพท์ 087-727-8938 (ดีแทค)
เจริญธรรม ฯ
edit @ 20 Mar 2012 15:08:34 by Dhammasarokikku
Tags: bhikku, facebook, international, it, missionary, monk, พระ, ภิกษุ, สามเณร, เฟสบุ๊ค7 Comments






